เช่ารถ Lamborghini Aventador LP 700-4 50th Anniversary
หากต้องการลองขับรถซุปเปอร์คาร์ ที่เป็นที่สุด ด้วยเสียงเครื่อง V12 N/A หรือ Naturally Aspirated แบบไม่ต้องพึ่งพาระบบอัดอากาศ ที่ไพเราะเสนาะหูที่สุด เราขอแนะนำให้คุณ เช่ารถ Lamborghini Aventador LP 700-4 รุ่นพิเศษ 50th Anniversary คันนี้ดู
ที่สุดแห่ง Supercar เครื่อง V12 ที่เดียวในไทย เมื่อ เช่ารถ Lamborghini Aventador
สุดยอดแห่งกระทิงดุ รถ Supercar ในฝันของใครหลายๆคน ด้วยเครื่องยนต์ V12 เสียงเพราะคำราม 6.5 ลิตร 700 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 700 นิวตันเมตร และแน่นอนว่า เครื่อง N/A ให้ความแรงได้ทันที ตั้งแต่กดคันเร่งไปยัน Red Line ที่กว่า 9,000 rpm

Lamborghini Aventador 50th Anniversary ใช้ Chassis แบบ Monocoque Carbon Fibre รวมทั้งระบบ Aerodynamics ทำให้อัตราเร่ง 0-100 km/h เกิดขึ้นภายใน 2.9 วินาที เท่านั้น กับความเร็วสูงสุด 350 km/h แบบสะใจ พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Strada, Corsa, Sport, และ Race
รายละเอียดทางเทคนิคของ Lamborghini Aventador LP700-4 50th Anniversary
- เครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12
- แรงม้า 700PS แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร
- เกียร์ Dual Clutch 7 จังหวะ ISR ที่มีจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้รู้สึกถึงความเป็นกระทิงดุ
- ขับเคลื่อน 4 ล้อ
- ระบบเบรคแบบ Carbon Ceramic Composite แบบ 6 Pot ด้านหน้า และ 4 Pot ด้านหลัง
- ช่วงล่างมี ใช้เทคโนโลยี Push-Rod System จากเทคโนโลยีในรถแข่ง
- Shock Absorber แบบ Mono-tube ของ Ohlins ตามขวาง
- อัตราเร่ง 0-100km/h ใน 2.9 วินาที
- Top Speed 350km/h
- น้ำหนักรถ 1,575 กิโลกรัม
- ระบบ Front Lifting ไม่ต้องกลัวขูดเพราะรถค่อนข้างเตี้ยมาก
- ล้อหน้าขนาด 20 นิ้ว และล้อคู่หลัง ขนาด 21 นิ้ว


ฟิลลิ่งการขับขี่แลมโบกีนี อเวนทาดอร์ รุ่นพิเศษคันนี้
- ช่วงล่าง เฟิร์มค่อนข้างแข็ง มีแรงกระแทกเยอะพอสมควร
- เสียงเครื่องยนต์เพราะที่สุดเท่าที่คุณจะพอนึกออก จาก Supercar ทั่วโลก คันนี้จะเป็นโทรเสียงแหลมเมื่อรอบสูง
- พวงมาลัยคมสุดๆ และไวมากๆ น้ำหนักยอดเยี่ยม เบาตอนขับช้า หนักตอนขับเร็ว
- การทรงตัวในความเร็วสูงดีมาก ขับด้วยความเร็ว 200 km/h อย่างสบายๆ และความเร็วขนาดนี้ เป็นเรื่องง่ายมาก
- อัตราเร่งแรงจนพูดไม่ออก เป็นแรงดึงแบบที่ไม่มีเทอร์โบช่วย แรงดึงจะมาตลอดเวลาตั้งแต่รอบต่ำยัน Red line
- การเปลี่ยนเกียร์มีการกระแทกกระทั้นพอให้สนุก อารมณ์เหมือนกำลังควบกระทิงดุ
- การขับในเมืองอาจจะไม่สบายนัก เพราะเกียร์ Dual Clutch จะทำให้ปล่อยเบรคแล้วรถไม่ไหลเหมือน Huracan EVO จะคล้ายๆกับ Ferrari รุ่นต่างๆเช่น Ferrari 488 Spider จะมีอาการเย่อให้เห็นบ้าง แต่โดยรวมไม่แย่
- น้ำหนักรถเบาสูสีกับ Mclaren 720S แต่จะให้ความรู้สึกที่ดิบกว่า
- เบาะนั่งค่อนข้างสบาย ไม่แข็ง ฟองน้ำรับกับสรีระได้ดี นั่งแล้วกระชับ

แน่นอนว่า Supercar ที่เกือบจะอยู่ในระดับของ Hypercar คันนี้ จะกลายเป็น Rare Item ที่หายากในอนาคต ด้วยเครื่อง N/A V12 ที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า รถเครื่องสันดาบล้วนคันนี้จะกลายเป็นตำนาน
และแน่นอนว่ารถคันนี้เป็นรุ่นพิเศษ ฉลอง 50 ปีของ Lamborghini ที่มีเพียงไม่กี่คันในโลก

ภายในสวยสมกับภายนอก กับ Y Shape ทั้งคัน





กับงานดีไซน์ Cockpit และภายนอกแบบ Y Shape แต่ยังคงความสะดวกในการใช้งาน เช่นระบบ Lift up ยกรถขึ้น เมื่อต้องขับรถขึ้นทางลาดชัน ผสมผสานกับวัสดุภายในแบบหรูหราทุกรายละเอียด ให้การ เช่ารถ Lamborghini Aventador ยังสามารถใช้งานได้จริง
วัสดุภายในเป็นหนังแท้ทั้งคัน สีส้ม สลับกับสีดำ ให้ความรู้สึกร้อนแรง บริเวณ Cockpit ของผู้ขับขี่ จะพบกับ คอนโซลกลางที่มีปุ่มเยอะเต็มไปหมด ตามช่วงเวลาที่รถคันนี้ออกมา (รถปี 2013) ที่ยุคนั้นยังเน้นปุ่มจริงๆ ไม่ใช้หน้าจอให้ยุ่งยาก ตรงไปตรงมา
เบาะนั่งถือว่าสบายตัว ไม่เมื่อยล้า ฟองน้ำนิ่มสบาย แม้ต้องเดินทางนาน แต่สิ่งที่จะทำให้เมื่อยคือ อาการเกร็งจากการขับรถคันนี้ ที่คุณอาจจะต้องเจอเมื่อได้ขับครั้งแรก แต่ต่อมาจะเข้าใจว่า รถคันนี้ไม่ได้ใช้ชิวตด้วยยากอะไร
เช่ารถ Lamborghini Aventador คันนี้ นอกจากได้เสพความเป็นที่สุดของ Lamborghini แล้ว ยังได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นจุดสนใจบนท้องถนนเลย เพราะทุกคนจะรู้สึกว่า รถคันนี้ 40 กว่าล้านบาท ไม่ได้หาดูง่ายๆในไทย

ประตูปีกนก เป็นสัญลักษณ์แห่งการเป็น Lamborghini Flagship
Lamborghini จะใช้ประตูปีกนก สำหรับรถรุ่นสูงสุดเท่านั้น ดังนั้น อย่างเช่น Lamborghini Gallardo ที่เป็นรุ่นเก่า กับ Huracan รวมไปถึง Huracan EVO จะใช้ประตูเปิดแบบธรรมดาเท่านั้น ซึ่ง Huracan เป็นรุ่นใหม่ของ Gallardo ที่มีอายุมากกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งมันยอดเยี่ยมและขับง่ายกว่า แต่ถ้าต้องการที่สุด ต้องลอง Lamborghini Aventador รุ่นพิเศษคันนี้ดู

สรุป หากจะ เช่ารถ Lamborghini Aventador ทั้งที ต้องเอารุ่นพิเศษ 50th Anniversary ไปเลย
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังขับ Lamborghini Aventador LP700-4 50th Anniversary และได้ยินเสียงสตาร์ทรถ ขับขี่กระทิงดุ V12 กับความสวยงามของรถที่ยากจะปฏิเสธ คุณจะมีความสุขในวันพิเศษเหล่านั้นมากกว่าที่เคยเป็น มาลองสัมผัส Supercar คันนี้ด้วยตัวคุณเอง
รถยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดี? 10 อันดับรถยอดฮิตปี 2025
- Siravit
- วันที่โพสต์: March 4, 2024
- วันที่อัพเดต: July 22, 2025

ในปี 2025 หลายๆคนได้ฤกษ์ออกรถคันใหม่ และหลายคนอาจจะกำลังหาข้อมูลเพื่อเลือกรถยนต์ที่ตรงใจเรามากที่สุด ซึ่งต้องบอกเลยว่า รถยนต์ใหม่ในปัจจุบัน มีตัวเลือกหลากหลายมาก
วันนี้ Priceza Money เลยถือโอกาสมาแนะนำ รถยนต์ยอดฮิตที่เข้ามาเปรียบเทียบประกันรถยนต์กับเรามากที่สุด จากสถิติรุ่นรถที่เก็บข้อมูลในทุกๆปีของเรา เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพว่าคนไทยส่วนใหญ่ ใช้รถยนต์ยี่ห้อไหน รถเก๋งยี่ห้อไหน? หรือ รถกระบะอะไร? กับ 10 อันดับรถยอดฮิตในเว็บ Priceza Money มาดูกันเลย!
อันดับ 1 ISUZU D-MAX
รถยนต์ที่มีสถิติเข้ามาเปรียบเทียบประกันกับ Priceza Money เป็นอันดับ 1 และคาดว่าเป็นรุ่นรถที่คนไทยเลือกใช้กันเยอะที่สุด ก็คือ ISUZU D-MAX นี่แหละครับ

แสดงให้เห็นว่าคนไทยทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เลือกใช้รถกระบะในชีวิตประจำวันกันไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป หรือ จะเป็นการใช้งานเพื่อธุรกิจก็ตาม
- ISUZU D-MAX ปิคอัพ 2 ประตู ราคาเริ่มต้นที่ 650,000 บาท
- ISUZU D-MAX ปิคอัพ 4 ประตู ราคาเริ่มต้นที่ 731,000 บาท
อันดับ 2 TOYOTA YARIS
หลายๆคนถามหารถเก๋งรุ่นไหนดี? ถ้านับเฉพาะรถเก๋งอย่างเดียว TOYOTA Yaris ถือเป็นรุ่นรถยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนเลือกเข้ามาเปรียบเทียบผ่าน Priceza Money มากที่สุดครับ

ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ ประกอบกับเป็นรถของแบรนด์อันดับ 1 อย่าง TOYOTA ขายต่อมือสองราคาไม่ตกมาก อะไหล่ก็หาไม่ยาก ทำให้ TOYOTA Yaris เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในใจใครหลายๆคนครับ
- TOYOTA YARIS ATIV (Sedan) ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท
- TOYOTA YARIS (Hatchback) ราคาเริ่มต้นที่ 559,000 บาท
อันดับ 3 HONDA CITY
รถเก๋งอีกรุ่นที่ฮิตใกล้เคียงกับ TOYOTA Yaris แบบตามๆกันมาเลยก็คือ HONDA City นั่นเองครับ โดยมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่เข้ามาเปรียบเทียบประกันรถยนต์กับ Priceza Money ครับ ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นเก่าหน่อยอย่างเครื่อง 1.5 CC และ รุ่นใหม่ที่เป็นเครื่อง Turbo 1.0 CC ก็ตามครับ

รถเก๋งอีกรุ่นที่ราคาย่อมเยาว์เหมาะกับคนที่พึ่งกำลังจะมีรถคันแรก ในวัยทำงาน แถมเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่มีขนาดแค่ 1.0 CC ก็ส่งผลให้ภาษีรถยนต์ต่อปีไม่แพงด้วยนะ !
- HONDA CITY (Sedan) ราคาเริ่มต้นที่ 629,000 บาท
- HONDA CITY 2023 (Hatchback) ราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท
อันดับ 4 MAZDA 2
รถเก๋ง eco car อีกรุ่นจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่เข้ามาขายในประเทศไทยก็คือเจ้า MAZDA 2 นี่เอง ที่มีคนเข้ามาเลือกเปรียบเทียบประกันรถยนต์กับเราเพียบ !

ห้ามพลาดที่จะไปลองขับรุ่นนี้เลยสำหรับสายสปอร์ต เพราะ MAZDA 2 ถือเป็นรถเก๋งที่มีความเท่แตกต่างจาก Yaris และ City ไปอีกแบบ
- MAZDA 2 (Sedan) ราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท
- MAZDA 2 (Hatchback) ราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท
เปรียบเทียบประกันรถยนต์
เช็คราคาทุกชั้นประกันง่ายๆ
จริงใจและเป็นกลาง
ราคาดี
ผ่อนได้ยาว
เช็คราคาง่าย






ยี่ห้อรถTOYOTAHONDAISUZUMAZDANISSANMITSUBISHICHEVROLETFORD—– A-Z —–AIONALFA ROMEOASTON MARTINAUDIBMWBYDBENTLEYCHANGANCHERYCHEVROLETCHRYSLERCITROENDEEPALDFMDFSKDAEWOODAIHATSUFIATFOMMFERRARIFORDFOTONHAVALHOLDENHONDAHUMMERHYUNDAIISUZUJAGUARJEEPKIALAMBORGHINILAND ROVERLEXUSLOTUSMGMINIMASERATIMAXUSMAZDAMCLARENMERCEDES-BENZMITSUBISHIMITSUOKANETANAZANEX POINTNISSANORAOPELPOERPEUGEOTPORSCHEPROTONRENAULTROLLS-ROYCEROVERSEATSAABSKODASPYKERSSANGYONGSUBARUSUZUKITATA MOTORSTOYOTATESLATHAIRUNGVOLKSWAGENVOLTVOLVOWULINGรุ่นรถปีจดทะเบียนชั้นประกัน
สำหรับรถยนต์น้ำมัน 100% หรือที่เรียกว่ารถยนต์สันดาป เราอาจจะหยิบมาแนะนำเพียง 4 รุ่นที่ถูกเปรียบเทียบในเว็บมากที่สุดเท่านั้นครับ
เพราะในปี 2023 และ 2024 มีกลุ่มรถยนต์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดมากๆนั่นก็คือ ‘รถยนต์ EV’ หรือ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ นั่นเองครับ เราเลยไม่อยากให้ทุกคนตกเทรนด์ นำรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนเยอะที่สุดในปี 2023-2024 มาให้ดูกันเพิ่มเติมด้วยครับ
*ส่วนใครที่อาจจะยังไม่เปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่อยากประหยัดเงิน ตอนท้ายเราแถม รถยนต์ HYBRID มาให้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมไว้แล้วนะครับ
อันดับ 1 รถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN
เปิดตัวมาเมื่อกลางปี 2023 ที่ผ่านมาแต่มียอดจดทะเบียนมาถึงปี 2024 กว่า 10,000 คันเรียบร้อยแล้วครับ สำหรับรถเก๋งไฟฟ้าอย่าง BYD DOLPHIN

ด้วยตัวแบรนด์ใหญ่จากประเทศจีนอย่าง BYD จับมือร่วมงานกับดีลเลอร์อย่าง RÊVER Thailand ทำให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าทีเดียวเลยครับสำหรับเจ้า DOLPHIN คันนี้
*นอกจากรุ่น BYD DOLPHIN ที่ขายดีมากๆแล้ว ยังมีรุ่น BYD ATTO 3 (ราคาเริ่มต้น 1,099,900 บาท) และ BYD SEAL (ราคาเริ่มต้น 1,325,000 บาท) ที่เปิดตัวออกมาแล้วขายดีมากๆเช่นเดียวกันครับ
*ราคารถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะราคาขึ้น-ลงบ่อยมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- BYD DOLPHIN (Standard) ราคาเริ่มต้นที่ 699,999 บาท
- BYD DOLPHIN (Extended) ราคาเริ่มต้นที่ 859,999 บาท
อันดับ 2 รถยนต์ไฟฟ้า NETA V
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ถือว่าราคาย่อมเยาว์ที่สุดในเก๋งไฟฟ้าปีนี้ นั่นก็คือ NETA V นั่นเองครับ

อีกค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนอย่าง NETA ที่เปิดตัวเก๋งไฟฟ้าราคาดีมากๆสำหรับคนงบไม่เยอะ ราคาจับต้องได้ น่าใช้มากๆครับ
*ราคารถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะราคาขึ้น-ลงบ่อยมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- NETA V (มีรุ่นเดียว) ราคาเริ่มต้นที่ 549,999 บาท
อันดับ 3 รถยนต์ไฟฟ้า ORA GOOD CAT
รถเก๋งไฟฟ้าที่เปิดตัวแรกๆก่อนค่ายอื่นๆ ทำให้ขายได้ค่อนข้างเยอะพอสมควรในปี 2022 ก่อนที่ค่ายอื่นๆจะเข้ามาทำตลาดตาม GWM ในภายหลัง ในปี 2023-2024 ก็ยังขายได้เรื่อยๆแต่อาจจะไม่ได้ดีเท่าตอนเปิดตัวแรกๆเพราะว่ามีคู่แข่งเยอะขึ้นนั่นเองครับ

รถเก๋งไฟฟ้าสุดน่ารักอย่าง ORA GOOD CAT ด้วยราคาหลักแสน และ ดีไซน์ที่ค่อนข้างน่ารัก จึงทำให้หลายๆคนเลือกใช้ครับ
*ราคารถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะราคาขึ้น-ลงบ่อยมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- ORA GOOD CAT (PRO) ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท
- ORA GOOD CAT (ULTRA) ราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท
อันดับ 4 รถยนต์ไฟฟ้า MG4
รถเก๋งไฟฟ้า 100% ดีไซน์เท่ๆ จากค่าย MG เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดของ MG ในปัจจุบันครับ ในปี 2023-2024 มียอดขายกว่า 5,000 คันเลยทีเดียว

โดยราคาค่าตัวยังไม่ถึงล้าน ทำให้เป็นรถที่อยู่ในกลุ่มที่ซื้อง่าย ราคาไม่แรง และสมรรถนะค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ
*ราคารถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะราคาขึ้น-ลงบ่อยมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- MG4 (รุ่น D) ราคาเริ่มต้นที่ 869,000 บาท
- MG4 (รุ่น X) ราคาเริ่มต้นที่ 969,000 บาท

และสุดท้ายเผื่อใครยังไม่มั่นใจกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ EV ทาง Priceza Money ได้คัดเลือก รถยนต์ที่ใช้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า หรือ HYBRID มาให้ได้เลือกดูกันด้วยครับ
อันดับ 1 รถยนต์ไฮบริด TOYOTA YARIS CROSS
รถอีกรุ่นที่มีความประหยัด มากกว่ารถน้ำมันทั่วไป และที่สำคัญเป็นรถของ TOYOTA แบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งสำหรับราคาขายต่อมือสองอยู่แล้วด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถมั่นใจได้ว่าการบริการและศูนย์ซ่อมค่อนข้างครอบคลุมภายใต้เครือ TOYOTA แถมราคายังไม่ถึงล้านด้วยครับ
- TOYOTA YARIS CROSS ราคาเริ่มต้นที่ 789,000 บาท
อันดับ 2 รถยนต์ไฮบริด HONDA CITY E:HEV
รถ HYBRID อีกรุ่นจากค่ายญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่อย่าง HONDA นำเอารถยนต์ยอดฮิตอย่าง HONDA CITY มาอัพให้กลายเป็นระบบ HYBRID ใช้ชื่อว่า E:HEV

ราคาเริ่มต้นยังไม่ถึงล้าน แต่ก็เพิ่มราคาขึ้นมาจากระบบน้ำมันธรรมดาในหลัก 1-2 แสนบาทอยู่ครับ ต้องชั่งน้ำหนักกันว่าประหยัดน้ำมันมากพอที่จะจ่ายเพิ่มมั้ย
- HONDA CITY E:HEV (Hatchback) ราคาเริ่มต้นที่ 729,000 บาท
- HONDA CITY E:HEV (Sedan) ราคาเริ่มต้นที่ 769,000 บาท
สรุป
ก็ครบถ้วนไปแล้วทั้ง 10 อันดับ (รถยนต์น้ำมัน 4 + รถยนต์ไฟฟ้า 4 + รถยนต์ไฮบริด 2) ใครถูกใจรุ่นไหนกันบ้างครับ จริงๆแล้วยังมีอีกหลากหลายรุ่นที่น่าสนใจเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องรถเก๋ง บางทีอาจจะอยู่ที่ความชอบและความพึงพอใจของแต่ละคนว่าอยากเลือกใช้รถยนต์รุ่นไหน
แต่ถ้าเป็นเรื่องประกันภัยแล้ว ใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ดีๆ ลองกดเข้ามาหาข้อมูลกันได้ที่ Priceza Money เข้ามาเปรียบเทียบราคาและความคุ้มครองจากทุกบริษัทประกันรถยนต์ชั้นนำในเมืองไทย เลือกง่าย เชื่อถือได้ เพื่อทุกการเดินทางที่อุ่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ
![[ครบชุด] T1509093 เพ อนสน ทล กชายกค ดว าต วเองล บมจากต างประเทศ จะม นหน าแบบไหนก ได เหรอ](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-536.png)
![[ครบชุด] T1609014 ไม แล Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-563.png)