MERCEDES-MAYBACH S-CLASS ซีดานบิกเบิ้มของค่ายดาว เปิดตัวปีหนูเริ่มจำหน่ายปีวัว
25 Dec 2020
เยอรมนี-ยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองเบียร์ ใช้งานมหกรรมยานยนต์กวางโจว ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นที่เปิดตัวรถติดป้ายชื่อ MERCEDES-MAYBACH S-CLASS (เมร์เซเดส-มายบัค เอส-คลาสส์) ซึ่งจะเริ่มการจำหน่ายในปี 2021 โดยจะมีให้เลือกทั้งรถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างเดียว และรถไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ
เป็น CHAUFFEURED CAR (โชฟเฟอร์ คาร์) หรือรถที่เจ้าของรถไม่ขับเอง แต่ต้องเสียเงินจ้างผู้ขับ และนับเป็นรถรุ่นที่ 2 ซึ่งกำลังจะเข้าสู่สายการผลิตแทนที่รถรุ่นแรกซึ่งอยู่ในตลาดระหว่างปี 2015-2020 ไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด หากเป็นการพัฒนาต่อกิ่งต่อยอดจากรถหรูติดป้ายชื่อ MERCEDES-BENZ S-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์) รุ่นล่าสุดซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2020 ตัวถังยาว 5.469 ม. กว้าง 1.921 ม. และสูง 1.510 ม. เป็นผลลัพธ์ของการนำตัวถังฐานล้อยาวของรถรุ่นดังกล่าวมาขยายขนาดความยาว และช่วงฐานล้อ 18 ซม. แล้วต่อเติมเสริมแต่งอุปกรณ์นานาชนิด เพื่อให้สมกับที่เป็นรถระดับอัครฐาน ตัวอย่างเช่น เก้าอี้ที่นั่งแถวหลังอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า TWIN EXECUTIVE SEATS ซึ่งติดตั้งเครื่องนวดลำคอ และหัวไหล่ไว้ด้วย ประตูข้างบานหลังที่กว้างกว่ารถซึ่งเป็นที่มา และบังคับเปิด/ปิดโดยผู้ขับ ระบบไฟส่องสว่างสำหรับผู้โดยสารบนเบาะหลังที่ปรับได้สารพัดแบบ และ REAR WHEEL STEERING หรือระบบบังคับเลี้ยวด้วยล้อหลัง
เมื่อมองจากภายนอก รถรุ่นใหม่นี้มีสิ่งแตกต่างจากรถซึ่งเป็นที่มามากมาย ตัวอย่าง คือ แผงกระจังหน้ามีก้านในแนวตั้งที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ โคมไฟซึ่งติดตั้งอยู่บน C-PILLAR หรือเสาค้ำยันหลังคาคู่ที่ 3 และการเคลือบสีแบบ TWO-TONE PAINT FINISH อย่างคันที่เห็นในภาพ ผู้ผลิตยืนยันว่าในเยอรมนีรถรุ่นใหม่นี้จะเริ่มการจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิปี 2021 (ประมาณไตรมาส 3) แต่ไม่บอกว่าจะมีรถกี่โมเดล ? นิตยสารรถยนต์ชั้นนำฉบับหนึ่งของอังกฤษ คือ AUTOCAR (ออโทคาร์) ระบุว่า ในเมืองผู้ดีซึ่งขับรถพวงมาลัยขวาเหมือนเมืองไทย เมื่อเริ่มออกโชว์รูมจะมีรถ 2 โมเดล คือ MERCEDES-MAYBACH S 580 ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง วี 8 สูบ 496 แรงม้าอังกฤษ กับ MERCEDES-MAYBACH S 650 ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซิน วี 12 สูบ 603 แรงม้าอังกฤษ ส่วนในตลาดอื่นๆ จะมีรถไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กซึ่งให้กำลังสุทธิสูงสุด 503 แรงม้าอังกฤษด้วย




MDs’ INTRODUCE | รถ Maybach แบรนด์หรูจากเยอรมนีกับความตั้งใจแน่วแน่ในการเป็นที่สุดของที่สุด
“To Present the Best of the Best” วลีเด็ดแห่งวงการยานยนต์จากงานเบอร์ลินมอเตอร์โชว์ 1921 โดยสองพ่อลูก Wilhelm และ Karl Maybach ผู้ที่ตั้งใจให้เป็นแบรนด์รถหรูที่ดีที่สุดในโลก ผ่านมาจนถึงปัจจุบันกว่า 100 ปี Maybach (อ่านว่า มายบัค) ก็ยังคงเป็นยี่ห้อของรถที่สามารถทำให้ผลงานออกมาเหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้ได้ไม่มีผิดสำหรับบทความนี้ MenDetails จะพาเราทุกคนไปเดินทางไปซึมซับถึงที่มา กว่าจะมาเป็นรถหรูที่เราคุ้นชื่อในนาม Mercedes Maybach อย่างเช่นทุกวันนี้
W3 ในงาน 1921 Berlin Motorshow วินาทีแรกที่ทุกคนรู้จัก รถ Maybach

ทั้ง Wilhelm และ Karl สองพ่อลูกได้เปิดตัวรถของพวกเขาในงานเบอร์ลินมอเตอร์โชว์เมื่อปี 1921 ด้วยรถที่พวกเขาภูมิใจในการสร้างมันขึ้นมา นั่นคือรถ W 3 จาก Maybach Motorenbau GmbH ซึ่งเป็บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1909 ทันทีที่ปล่อยรถคันนี้ออกมา มันก็ได้กลายเป็นรถยนต์ที่นำเทรนด์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ระบบเบรกทั้ง 4 ล้อเพื่อการขับขี่ที่สมดุล เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงกับเกียร์ Automatic ที่คุมความเร็วได้ง่ายขึ้น ทำให้เป็นที่ฮือฮาอย่างมากในสมัยนั้น ที่เทคโนโลยีที่ได้พาให้มายบัคนั้นก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วทั้งเรื่องของสมรรถนะรถ แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความใส่ใจในการประดับตกแต่งตัวรถด้วยไม้และหนัง ซึ่งเป็นวัสดุชั้นเยี่ยมที่มายบัคให้ความใส่ใจ และพิถิพิถันในการเลือกมาผลิตเป็นรถของตนเอง ที่เรายังคงเห็นรายละเอียดนี้ได้จากรถของ Maybach ในยุคปัจจุบัน

เครื่องบิน เรือ รถถัง เครื่องยนต์ดีเซล ผลงานถนัดของค่าย Maybach
ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองนั้น Maybach ก็ได้มีส่วนช่วยประเทศเยอรมนีในฐานะผู้ผลิตเครื่องจักร และเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้กับทางกองทัพเยอรมันอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลกำลังสูง ที่ใช้กับรถถัง Tiger และ Panzer นั้นต่างก็มาจากโรงงานและแผนกการผลิตเครื่องยนต์หนักของ Maybach ด้วยเช่นกัน รวมไปถึงการผลิตเครื่องบิน หรือเรือเหาะที่นิยมใช้สอดแนมในระยะเวลาดังกล่าว มายบัคก็ได้มีส่วนกับโครงสร้างพื้นฐานและงานผลิตส่วนเครื่องยนต์ทั้งสิ้น

หลังจบสงคราม Maybach ก็ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น และมายบัคก็ไม่ได้ผลิตรถยนต์แบบทั้งคันเป็นของตนเองอีกเลย เพียงแต่เปลี่ยนส่วนของโรงงานที่มีหน้าที่ซ่อมบำรุงและผลิตรถถังในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในเมือง Friedrichshafen ให้เป็นโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซลจักรกลสำหรับอุตสาหกรรมทั่วโลกในนาม MTU Friedrichshafen จนถึงปัจจุบันครับ และบริษัทนี้ก็ยังดำเนินกิจการภายใต้ Rolls Royce Power System อยู่ทุกวันนี้
พันธมิตรกับ Daimler Mercedes อย่างยาวนาน
แน่นอนว่าแบรนด์ร่วมชาติกันอย่าง Daimler Mercedes นั้นก็เคยต่างก็ข้องแวะกับมายบัคมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร ตั้งแต่ช่วงปี 1960 ที่เครือ Daimler ได้เคยเข้ามาครอบครอง Maybach เป็นหนึ่งในบริษัทลูกเครือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวในฐานะสำนักแต่งพิเศษ ให้กับค่ายรถ Mercedes ที่ต้องการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่เน้นความหรูหรา สะดวกสบายสมฐานะ และ Maybach เองก็ได้แสดงบทบาทตรงนี้ออกมาได้อย่างดี สุดท้ายแม้ว่า Maybach จะประสบปัญหาทางการเงินถึงขั้นต้องปิดกิจการไป แต่ก็ยังได้มีโอกาสกลับมาชุบชีวิตบนตลาดรถหรูที่ถนัดได้อีกครั้ง จากการประกาศควบกิจการ และเปิดตัว Maybach โฉมใหม่กับการเป็น Sub-brand ของ Mercedes ค่ายดาวสามแฉกด้วยชื่อ Mercedes Maybach อีกครั้ง

แตกต่างจาก AMG ที่เน้นในเรื่องความสปอร์ตและความเร็วเชิงกีฬา Maybach กลับเน้นไปที่ฝีมือที่ละเอียดอ่อนในการสร้างสรรค์ผลงาน รถยนต์ งานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้อันหรูหรามีระดับของเหล่าผู้บริหารระดับสูงหรือผู้คนที่ชื่นชอบในความโอ่อ่าของมัน
รถ S Class และ GLS Class สองรุ่นจาก Maybach ที่มีจำหน่ายในไทย
แน่นอนว่าปัจจุบัน รถ Maybach ที่เป็นแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ทั้งคันนั้นไม่ได้มีการผลิตจำหน่ายแล้ว แต่เป็นการความระหว่าง Mercedes และ Maybach โดยมายบัคจะนำรถพื้นฐานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วไปปรับแต่งตามความเชี่ยวชาญ ความถนัดของตนเองให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้นทั้งการขับขี่ เครื่องยนต์ที่แรงขึ้น จนไปถึงระบบความสะดวกสบายภายใน และช่วงล่างที่ยังคงยึดถือความสบายเป็นหลัก ด้วยระบบช่วงล่างถุงลมอัพเกรดของมายบัค ที่หลายท่านเคลมว่า “ให้ความรู้สึกสบายไม่แพ้ Rolls Royce”

ทั้ง S Class และ GLS Class ต่างก็เป็นสุดยอดของ Section ที่ทาง Mercedes Benz ได้ผลิตออกมา S Class รถซีดานสี่ประตู อันเป็นเรือธงของค่าย Mercedes จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการนำมา Modify ต่อโดยสำนัก Maybach ให้มีความหรูหราและสะดวกสบายมากขึ้น ตั้งแต่การเพิ่มมิติของตัวถัง ให้พื้นที่ภายในมีมากยิ่งขึ้นสำหรับฟังก์ชันที่นั่งด้านหลังจะได้นอนเอนมากยิ่งขึ้น ระบบควบคุมผ่านหน้าจอต่าง ๆ ที่ออกแบบให้คลาสสิก และดูธรรมชาติเข้ากับไม้และหนังที่วใช้ประดับตกแต่งภายในตัวรถ จนไปถึงระบบเสียง High End 4D sound system จาก Burmester ถึง 16 ลำโพงรอบคัน และสำหรับ GLS Class อันเป็น Luxury SUV ก็ได้ถูกปรับแต่งให้มีความหรูหรามากยิ่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน ในระบบมัลติคอนทัวร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งทั้งสองรุ่นนั้น เป็นรุ่นที่ Mercedes Benz Thailand เลือกเข้ามาจัดจำหน่ายด้วยนั่นเอง
![[ครบชุด] T2609119 เง นก บความร ควรจะเล อกอะไร](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-930.png)
![[ครบชุด] T2609120 อย าให ได ทวง](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-931.png)