Mercedes-Maybach S500 ที่สุดความหรูหราจากค่าย ดาวสามแฉก
- โดย : Autodeft
- 8 ส.ค. 58 00:00
- 9,468 อ่าน
Mercedes Benz เปิดตัวที่สุดยนตรกรรมสุดหรู Mercedes Maybach S 500 เคาะราคาจำหน่ายวางขายในประเทศไทย 16.9 ล้านบาท
กล่าวถึงรถยนต์ที่ให้ความหรูหราและหลายคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี เชื่อเลยว่า Mercedes Benz น่าจะเป็นชื่อที่ทำให้หลายคนต่างอยากจะจับจองเป็นเจ้าของด้วยตัวตนที่พกความหรูหรามาอย่างเต็มพิกัดบ่งบอกความภูมิฐานอย่างภาคภูมืใจ ทว่าในที่สุดของความหรูอย่างเหนือระดับคงต้องยกให้ Maybach
Mercedes-Maybach S500 เป็นการตอกย้ำที่สุดความภูมิฐานหรูหราเหนือขีดขั้นของยนตรกรรมทั่วไปด้วยการแนะนำที่สุดยนตรกรรมที่วันนี้เดินทางมาถึงประเทศไทย พร้อมให้จับจองแล้ว ด้วยการออกแบบสุดหรูหราจากค่ายรถยนต์ที่คุ้นเคย ซึ่ง Maybach เป็นแบรนด์ ที่เกิดมาเพื่อสะท้อนภาพความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

ตัวรถ Mercedes-Maybach S500 โดดเด่นด้วยความหรูหราสง่างาม คงการออกแบบภายนอกที่สืบทอดจาก Mercedes Benz S Class ไว้อย่างเต็มเปี่ยมไม่ว่าจะ กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับโลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์บนฝากระโปรงลาย 3 แถบเสริมโครเมียม ฝากระโปรงหน้าที่ยาว พร้อม คิ้วโครเมียมตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า กระจกหน้าต่างสีเขียว กรองแสงรอบคัน พร้อมกระจกนิรภัยด้านหลัง, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System พร้อมฟังก์ชั่น Active Light System, ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก, ปลายท่อไอเสียคู่, ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางรถยนต์แบบ Run-flat tyres และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ ขนาดใหญ่ พร้อมปิดท้ายความสมบูรณ์แบบด้วยโลโก้ “Maybach” บนฝากระโปรงหลัง
โดย Mercedes-Maybach มาพร้อมกับความยาวตัวรถประมาณ 5,453 มม. (S-Class ยาว 5,246 มม.) ระยะฐานล้อ 3,365 มม. (S-Class ยาว 3,165 มม.) ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสารที่สุดยนตรกรรมแนะนำตัวด้วยส่วนผสมความหรูหรา ผนวกกับความนุ่มสบายขณะขับขี่ และความกว้างขวาง เข้าไว้ด้วยกัน โดยรถยนต์รุ่นนี้ได้รับการตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa แบบ Exclusive Package ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design, ด้านบนของคอนโซลหน้า และส่วนกลางของแผงประตูหุ้มหนัง nappa, ผ้าหลังคาและแผงบังแดดหน้าหุ้มด้วย DINAMICA microfibre, นาฬิกาแบบอนาล็อก ที่มาพร้อมกับ IWC ดีไซน์ รวมถึงระบบมัลติมีเดียอันล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบ COMAND Online เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และระบบ นำทาง (navigation system) พร้อมรีโมทควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, เครื่องเล่นดีวีดีแบบ 6 แผ่น (DVD Changer), ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ, ระบบเครื่องเสียงแบบ Burmester® high-end 3D surround sound system, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad, ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมด้านหน้า (Head-up display) และระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง
เบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลัง ริมหน้าต่าง มาพร้อมกับฟังค์ชั่นอุ่นเบาะนั่งและระบายอากาศ พร้อมทั้งสามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ โดยเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าสามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าได้มากกว่าปกติถึง 4 เซนติเมตร และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 เซนติเมตร
ส่วนเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังแบบ multi-contour ที่มาพร้อมระบบที่นั่งแบบ First Class และโต๊ะทำงานแบบพับได้ รวมถึงการเพิ่มความสบายตลอดการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นนวด ENERGIZING สำหรับ เบาะด้านหลัง ที่ใช้หลักการนวดผ่อนคลายเหมือนการใช้หินร้อน โดยสามารถเลือกโปรแกรมนวดได้ถึง 6 รูปแบบ ได้แก่ Hot Relaxing Massage Back, Hot Relaxing Massage Shoulder, Activating Massage, Classic Massage, Mobilizing Massage และ Workout ที่พร้อมเพิ่มความสบายในการพักผ่อนด้วยรองขาปรับระดับ สำหรับผู้โดยสารด้านหลังซ้าย-ขวา, ตู้เย็นภายในรถยนต์บริเวณที่นั่งด้านหลัง, ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย-ขวา และด้านหลัง ที่สามารถปรับเลื่อนขึ้น-ลงด้วยระบบไฟฟ้า, ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC หน้า-หลัง รวมถึงการช่วยเติมเต็ม ทุกบรรยากาศการขับขี่ด้วยไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่มีให้เลือกถึง 7 สี ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ รวมถึงความเข้มอ่อนของแสงได้ 5 ระดับ
นอกจากนี้ Mercedes-Maybach ได้ทำการติดตั้งระบบ active perfuming system ที่มาพร้อมกับ AIR-BALANCE Package โดยระบบจะผลิตกลิ่นหอมและปรับระดับความหอมได้ด้วย ตัวคุณเอง ผ่านการใช้น้ำหอมปรับอากาศคุณภาพสูง เพื่อให้ความสดชื่นและความรื่นรมย์มากขึ้น โดยกลิ่นหอมที่ใช้มีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่ FREESIDE MOOD, NIGHTLIFE MOOD, DOWNTOWN MOOD และ SPORTS MOOD รวมถึงอีก 1 กลิ่นพิเศษสำหรับ Mercedes-Maybach โดยเฉพาะ อย่างกลิ่น AGARWOOD


ด้านความปลอดภัย Mercedes-Maybach S500 ยังใว่ใจในทุกรายละเอียดด้วย ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system และ PRE-SAFE impulse system, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง (PRE-SAFE rear system) รับมือด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบถุงลม เพื่อลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และหัวล็อคเข็มขัดนิรภัยแบบเรืองแสง, ถุงนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างสำหรับผู้โดยสารคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะสำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP), ฟังก์ชั่นช่วยการทรงตัวขณะเร่งแซงทางโค้ง (Curve Dynamic Assist), ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist), ระบบช่วยเบรก (Brake Assist – BAS), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist, ไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Lights), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Acceleration skid control –ASR), สัญญาณป้องกันการโจรกรรม พร้อมระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในรถ, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ (AIRMATIC), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tyre pressure monitoring system), ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist), ฟังก์ชั่นที่ฉีดน้ำกระจกบังลมหน้าติดตั้งบริเวณใบปัดน้ำฝน (MAGIC VISION CONTROL), ระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน (Night view assist), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus), ระบบช่วงล่างแบบ MAGIC BODY CONTROL และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง เป็นต้น

Mercedes-Maybach S 500 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 4,663 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 455 แรงม้าที่ 5,250-5,550 รอบ/นาที แรงบิด 700 นิวตันเมตร ที่ 1,800-3,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. Mercedes-Maybach S 500 ราคา 16,900,000 บาท ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด พร้อมสั่งจองรถยนต์ได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ
ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com
https://www.facebook.com/plugins/likebox.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fautodeft&width=350&height=290&colorscheme=light&show_faces=true&header=true&stream=false&show_border=true&appId=319301814840150
[GALLERY1561]
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
มีเงินซื้อได้ แต่ต้องรอ ม.ค.ปีหน้าถึงได้รถ
มาแล้ว กับสุดยอดรถซูเปอร์คาร์ อย่าง Pagani (พากานี) จากแดนอิตาลี ที่จะมาโลดแล่นบนถนนเมืองไทยแน่นอน ในต้นปีหน้า
Pagani Huayra
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า บริษัท นิช คาร์ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ อย่าง Lamborghini, Lotus , Hummer และ Mercedes Benz Lorinser จะกล้าหาญเปิดตัวสุดยอด ซูเปอร์คาร์ ชั้นยอดจากอิตาลีอย่าง Pagani Huayra (พากานี่ ฮูไอร่า) โดย นิชคาร์ นั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ พากานี่ มาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว
ชื่อของ พากานี อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหู สำหรับคอรถยนต์เมืองไทยมากนัก แต่หากเป็นคอรถซูเปอร์คาร์ ตัวกลั่นๆ แล้วชื่อของ พากานี่ ย่อมเป็นที่รู้จัก และถวิลหา อย่างแน่นอน
ล่าสุด Pagani เปิดตัว Huayra (ฮูเอร่า) ออกสู่ตลาดโลกไปได้ไม่นาน และถึงตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าคนใดในโลกนี้ที่มีโอกาสได้ครอบครองรถยนต์รุ่นนี้ เพราะรถคันแรกที่จะถูกส่งไปถึงมือลูกค้าคือเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้
หากพูดถึงที่มา ของรุ่น Huayra นั้นเริ่มมาจาก ตำนานอันแสนนานของ ชนเผ่าอินเดียนแดง ที่ชื่อ ชนเผ่าไอยมารา Aymara ในเทือกเขาแอนทิส

Huayra ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันซึ่ง Pagani ใช้เวลาการออกแบบเพียงอย่างเดียวนานถึง 5 ปี และหมดไปกับการสร้างรถต้นแบบมากถึง 8 แบบ จนกว่าจะออกมาเป็น Huayra คันจริงที่สมบูรณ์แบบ
Pagani Huayra มาในรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และยังคงสืบทอดพันธุกรรมแห่งสายพันธ์ซูเปอร์คาร์จากรุ่นก่อน Pagani Zonda R ที่ได้ฝากมรดกด้วยเอกลักษณ์ไฟแอลอีดีข้างละ 2 ดวง พร้อมกับระบบไฟส่องสว่างเพื่อวิ่งเวลากลางวัน (Daytime Running) โดยติดตั้งอยู่บริเวณเส้นขอบกันชนชายมุมด้านหน้าของตัวรถซ้าย –ขวา
ภายในสุดหรู
ด้านกันชนท้ายถูกออกแบบได้โดดเด่นตามสไตล์ Pagani ด้วยซุ้มท่อไอเสียกลางที่ประกอบด้วยท่อไอเสียขนาดใหญ่ 4 ท่อพร้อมที่จะคำรามพละกำลังให้โลกซุเปอร์คาร์ได้รับรู้ ขณะที่ชายกันชนด้านล่างได้ติดตั้งแผงรีดอากาศภายใต้ห้องเครื่องได้ดุดัน, แนบสนิทและเสริมให้รถมีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น
ตัวถังของ Huayra เป็นแบบโมโนค็อกชิ้นเดียว โดยใช้วัสดุคาร์บอนไทเทเนียมผลิต ซึ่งให้ทั้งความแข็งแรงทนทานแต่มีน้ำหนักเบา ทำให้เป็นรถที่มีน้ำหนักเพียง 1,350 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นรถซูเปอร์คาร์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน
ที่สำคัญ Huayra ยังคงเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบประตูห้องโดยสารแบบปีกนก ที่สามารถเปิดประตูและหลังคาได้เกือบสุดแนวกึ่งกลางหลังคา โดยประตูปีกนกนี้พื้นที่มากกว่าครึ่งของพื้นที่ห้องโดยสาร ตัวประตูถูกออกแบบให้เป็นกระจกทั้งในส่วนของหน้าต่างและหลังคา ซึ่งการออกแบบดังกล่าวต้องใช้เทคนิคในการติดตั้งพิเศษเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีรถคันไหนในโลกที่ทำได้

Pagani Huayra วางเครื่องยนต์เทอร์โบ V12 ขนาด 5,980 ซีซี ของเมอร์เซเดส – เอเอ็มจี (รหัส M158) ที่ให้แรงม้ามากถึง 700 แรงม้า และมีแรงบิดมหาศาลถึง 1,000 นิวตันเมตร ผ่านการทำงานด้วยเทอร์โบที่ถูกพัฒนาทางเทคนิคให้เป็นไปตามมาตรฐานเชิงคุณภาพและความต้องการของ Pagani จึงทำให้ Huayra มีบุคลิกเฉพาะที่ไม่เหมือนใครในโลกของรถแกรนด์ทัวร์ริ่ง
วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการใหญ่ นิชคาร์ บอกว่า ตั้งราคา Pagani Huayra ไว้คร่าวๆที่ คันละ 75 ล้านบาท โดยลูกค้าจะได้รับรถประมาณเดือน มกราคา 2556 หรือ อีก 1 ปี
จะขายได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มียอดจองแล้ว 3 คัน!!
![[ครบชุด] T2609123 ไม าจะรวยหร อจน องเป นคนม เหต ผล](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-936.png)
![[ครบชุด] T2609124 โอกาส](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-937.png)