Mansory เปิดตัวชุดแต่ง Mansory Equestre สำหรับ Ferrari 12 Cilindri แรงขึ้นเป็น 855 แรงม้า
63 จำนวนผู้เข้าชม |
Monaco Yacht Show 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 กันยายนนี้ เป็นงานที่คุณจะได้พบกับเรือยอชต์หรูระดับโลกมากมาย กลุ่มลูกค้าล้วนแต่เป็นมหาเศรษฐี ภายในงานนี้ Mansory ยังถือโอกาสเปิดตัวชุดแต่งใหม่ล่าสุด Mansory Equestre สำหรับ Ferrari 12 Cilindri
Ferrari 12 Cilindri ทายาทของ 812 Superfast มาในรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูคลาสสิค Timeless แต่ถ้าคุณอยากปรับลุคให้อลังกาล Mansory Equestre ให้สิ่งนั้นได้ ด้วยชุดแต่งใหม่รอบคันเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ทั้งฝากระโปรงหน้า กันชนหน้า แก้มข้าง กระจกมองข้าง เสา A และดิฟฟิวเซอร์หลัง อย่างคันที่เปิดตัวมาในตัวถังสีม่วงไล่เฉด พร้อมคาดกลางด้วยลาย Tricolore ธงชาติอิตาลี มีล้อฟอร์จสีดำเงาด้านหน้า 21 นิ้ว หลัง 22 นิ้ว
ห้องโดยสารคันเปิดตัวจะเน้นด้วยวัสดุ Alcantara สีดำตัดกับธีมสีม่วง ทั้งพวงมาลัย เบาะนั่ง แผงประตู และคอนโซล ลายธงชาติอิตาลีปรากฏบนก้านแพดเดิ้ลชิฟท์ พวงมาลัย และที่ร่องเกียร์ H-gate แน่นอนถ้าคุณไม่ชอบการตกแต่งแบบนี้ คุณสามารถเลือกวัสดุได้อิสระจะเอาเป็นหนังแท้ทั้งหมด สีอะไรก็ได้ Mansory พร้อมจัดให้
12 Cilindri มาพร้อมขุมพลัง V12 N/A ขนาด 6.5 ลิตร ซึ่งทาง Mansory ก็อัพเกรดให้แรงขึ้นได้ม้าเพิ่มอีก 25 ตัว กลายเป็น 855 แรงม้า แรงบิดเพิ่มขึ้น 52 เป็น 730 นิวตันเมตร ผลมาจากการปรับแต่งระบบจัดการเครื่องยนต์ (Engine Management System) อย่างเต็มรูปแบบ ผสานกับระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ตพร้อมปลายท่อ 4 ท่อ ที่ให้เสียงทรงพลัง
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Mansory







Mini และ Deus Ex Machina ปล่อยผลงานคอลแลป Mini JCW สองรุ่นพิเศษ The Skeg และ The Machina
109 จำนวนผู้เข้าชม |

นี่คืองานคอลแลปร่วมมือกันระหว่าง Mini และ Deus Ex Machina แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากออสเตรเลีย จนเกิดเป็น John Cooper Works (JCW) รุ่นพิเศษสองรุ่น ที่สะท้อนถึงดีเอ็นเอของ MINI และความเท่ของ Deus ได้อย่างแท้จริง
เริ่มจากคันแรกชื่อว่า The Skeg มันคือ Mini JCW Electric พลังไฟฟ้า 258 แรงม้า ออกแบบมาสำหรับสายเล่นเซิร์ฟโต้คลื่น ตัวถังสีเงินและเหลืองสดใส บังโคลนกว้างบึกบึน มีการนำวัสดุไฟเบอร์กลาสมาใช้รอบคันช่วยลดน้ำหนักตัวรถได้ 15% สปอยเลอร์หลัง Flex Tip Surf ดีไซน์จากส่วนเว้าของกระดานโต้คลื่น บนหลังคามีสายรัดสีเหลืองไว้เก็บกระดานโต้คลื่น ภายในรถจะมาแนวเปลือยๆ หน่อย ได้เบาะนั่งบักเก็ตรถแข่งน้ำหนักเบา บุด้วยวัสดุนีโอพรีนที่ยืดหยุ่นและกันน้ำ แผงหน้าปัดไฟเบอร์กลาส และถาดไฟเบอร์กลาสสำหรับเก็บชุดดำน้ำ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบเพื่อใช้งานจริง ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม
คันที่สองมีชื่อว่า The Machina เป็น Mini JCW เครื่องสันดาป 231 แรงม้า คันนี้จะเน้นโหดดิบสายมอเตอร์สปอร์ต ตัวถังสีแดง ขาว และดำ กระจังหน้าสั่งทำพิเศษและกรอบไฟหน้าแบบเจาะรู โป่งล้อขยาย หน้ารถติดตั้งไฟสปอร์ตไลท์ 4 ดวง สไตล์แรลลี่ และสปอยเลอร์หลังแบบ Can-Am อิงถึง MINI JCW ยุค 60s ที่คว้าชัยในรายการ Monte Carlo Rally ถึงสามครั้ง ห้องโดยสารได้กลิ่นอายแรลลี่แบบดิบๆ ทั้งเบาะพร้อมเข็มขัดนิรภัย 5 จุด พื้นอะลูมิเนียมเพื่อความทนทาน และเบรกมือไฮดรอลิกสำหรับใช้ในสนามแข่ง แผงคอนโซลตกแต่งด้วยผ้าแคนวาสเคลือบแว็กซ์ และสวิตช์ควบคุมต่างๆ แบบ Toggle switches ดูคลาสสิค
แม้ทั้งสองคันจะมีสไตล์และบุคลิกต่างกันสุดขั้ว แต่สิ่งที่เชื่อมโยงคือ “X” สีขาวขนาดใหญ่ที่ปรากฏทั้งบนหลังคาและภายในรถ พร้อมด้วยลวดลายกราฟิก ตัวเลข และสีสันที่ออกแบบโดย Matt Willey ดีไซเนอร์จาก Pentagram และอดีตผู้อำนวยการศิลป์ของ New York Times Magazine ผู้มีผลงานร่วมกับ MINI มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตอังกฤษ
น่าเสียดายที่สองคันนี้ไม่มีผลิตขายออกมา แต่ก็เป็นไอเดียความคิดสร้างสรรค์ใหม่ที่อนาคตอาจเอาไปใช้ก็ได้
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Mini






















![[ครบชุด] T2709061 สะใภ ไม ใช เบ ยล าง Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1010.png)
![[ครบชุด] T2709057 อย าปล อยม อผม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1011.png)