Lamborghini เผยผลประกอบการครึ่งปี 2024 ส่งมอบรถ 5,558 คัน รายได้เพิ่ม 14.1% กำไรเป็นสถิติ
Share
ผ่านไปครึ่งปี 2024 หลายบริษัทเริ่มประกาศผลประกอบการที่ผ่านมา บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla มีกำไรมากขึ้นในไตรมาส 2 จากการขายแบตเตอรี่ แต่ยอดขายรถกลับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่แบรนด์ซูเปอร์คาร์อย่าง Lamborghini ก็เพิ่งประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรกเช่นกัน และยังทำกำไรเป็นสถิติสูงสุด 458 ล้านยูโรเลยทีเดียว
Automobili Lamborghini ประกาศผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2024 ด้วยรายได้มากกว่า 1,621 ล้านยูโร (ประมาณ 62,544 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 14.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า คิดเป็นกำไร 458 ล้านยูโร (ประมาณ 17,670 ล้านบาท) โดยมาจากการส่งมอบรถ 3 รุ่น ได้แก่ Revuelto, Urus และ Huracán เป็นจำนวน 5,558 คัน
จะเห็นได้ว่าส่วนหนึ่งของยอดขายมาจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดไฮบริดใน Revuelto แม้ยอดส่วนใหญ่จะมาจากการขาย Huracán เป็นหลัก รวมถึง Urus SE ที่จะมาสานต่อขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดในรูปแบบเอสยูวีเช่นกัน โดยตัวเลขการส่งมอบในโซนยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา มีการส่งมอบ 2,498 คัน ขณะที่ตลาดอเมริกา 1,849 คัน และอาเซียน 1,211 คัน
นอกจากนี้ยังมีตัวเลขของตลาดรายบุคคล ที่อเมริกายังคงเป็นผู้นำส่งมอบไปแล้ว 1,621 คัน ตามมาด้วยเยอรมัน 595 คัน สหราชอาณาจักร 514 คัน ญี่ปุ่น 354 คัน จีน ฮ่องกงและมาเก๊า 337 คัน และอิตาลี 268 คัน
ในปี 2024 จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ Lamborghini ที่เตรียมเปิดตัวรุ่นต่อของ Huracán ในวันที่ 16 สิงหาคม 2024 ที่งาน Monterey Car Week ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่ใข้เปิดตัว Lanzador ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า HPEV ต้นแบบรุ่นแรกของ Lamborghini เมื่อปีที่แล้ว ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่รุ่นใหม่ที่จับคู่กับระบบไฮบริดเพื่อประสิทธิภาพและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นต้นแบบให้กับเครื่องยนต์ของ Lamborghini คันอื่น ๆ ในอนาคตเสียด้วย
ที่มา :
‘รวยอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้อง…ใจรักด้วย’!! 10 สุดยอดรถแพงแห่งศตวรรษที่ 21
-กกก+
มนุษย์เดินดินกินข้าวแกงจานละ 50 อย่างเราๆ คิดจะถอยรถมาขี่เล่นๆ ให้โก้หรูสักคัน พลันก็ทำให้กลัวหนี้สินจะทำให้ดิ้นไม่รอด ตอนนี้แม้จะดีหน่อยกระแสอีโคคาร์ รถราคาไม่กี่แสน เสนอหน้ามาให้เราเป็นทางเลือก แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นราคาน้ำมัน หรือ ‘ทองคำดำ’ ที่ปรับราคาขึ้นแบบตามใจป๋า ไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น
วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ ขอเอามันส์ บรรดาอีโคคาร์ราคาถนอมน้ำใจต้องหลีกทาง เพราะจะขอพาไปรู้จักกับ 10 สุดยอดรถยนต์ที่ต้องบอกว่าแพงที่สุดในศตวรรษที่ 21 และต้องบอกว่า งานนี้ ‘รวยอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้อง….. ใจรักด้วย’!!
Ascari A10


…

ซุปเปอร์คาร์สายเลือดอังกฤษ กับความดุดันของเครื่องยนต์ 4941 cc. พละกำลัง 625 แรงม้า กระชากความเร็วจาก 0-100 ได้ในเวลาแค่ 2.8 วินาที ก่อนที่เข็มไมล์จะไปหยุดนิ่งที่ 355 กม./ชม. มันแบกค่าตัวมาที่ 650,000 เหรียญฯ บวกลบภาษีเป็นราคาในไทยก็แค่ 69 ล้านบาทเท่านั้น…จิ๊บๆ
SSC Ultimate Aero



รถที่มีความเร็วเป็นอันดับ 3 ของโลกแบบถูกกฎจราจรคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ มีแรงม้าถึง 1,287 แรงม้าที่ 6,075 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำท็อปสปีดได้ถึง 414 กม./ชม. เลยทีเดียว ราคาของมันก็ใช่เล่น 654,000 เหรียญฯ ในไทยก็ราว 70 ล้านบาทเมื่อรวมภาษี
Pagani Zonda C12 F


…

สุดยอดซุปเปอร์คาร์สายพันธ์อิตาเลียน ใช้เครื่องยนต์ Mercedes-Benz AMG 48-valve V12 ความจุกระบอกสูบถึง 7291 cc. ผลิตแรงม้ามาวิ่งเล่นได้ 602 ตัวที่ 6,150 รอบ/นาที ทำความเร็วจาก 0-100 ภายในเวลาไม่ถึง 4 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 345 กม./ชม. สนนราคา 667,321 เหรียญฯ ถ้าจำหน่ายในไทยก็คงราว 71.5 ล้านบาท…แค่นั้น!!
Ferrari Enzo

…


ซุปเปอร์คาร์จากค่ายม้าลำพองอันเลื่องชื่อ กับเครื่องยนต์ขนาด 5998 cc. กำเนิดม้าลำพองได้ 650 ตัว ความเร็วต้นจาก 0-100 แค่ 3.3 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดเข็มไมล์กวาดไปถึง 352 กม./ชม. ราคาไม่มากไม่มาย 670,000 เหรียญฯ แค่นั้น ถ้าเป็นราคาในไทยบวกภาษีแล้วล่ะก็ ไม่หนีจาก 72 ล้านบาท สักเท่าไหร่
McLaren F1

…

เครื่องยนต์ V12 วางกลางขับหลัง ความจุ 6064 cc. พละกำลัง 627 แรงม้าที่ 7,400 รอบ/นาที เพียงพอที่จะทำให้สุดหล่อคันนี้ควบตะบึงที่ความเร็วสูงสุดเกือบ 386 กม./ชม. ค่าตัวก็ไม่ใช่เล่น 970,000 เหรียญฯ ถ้าในไทยป้ายราคาคงขยับเป็น 104 ล้านบาทเป็นแน่
Zenvo ST1



ซุปเปอร์คาร์จากแบรนด์แปลกหูแปลกตาคันนี้ สุดแสนจะไม่ธรรมดาด้วยเครื่องยนต์ V8 ซุปเปอร์ชาร์จ ขนาด 7 ลิตร ให้แรงม้าฉุดกระชากมหาศาลถึง 1,104 ตัว ทำให้อัตราเร่งจาก 0-100 มันใช่เวลาแค่ 3 วินาทีเท่านั้น ราคาของมัน 1,225,000 เหรียญฯ ตีเป็นราคาไทยก็ราวๆ 132 ล้านบาท..บราเจ้า!!
Maybach Landaulet




รถสุดหรูที่ติดอันดับราคาแพงคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร มีเรี่ยวแรง 620 แรงม้าที่ 4,800 รอบ/นาที จุดเด่นอยู่ที่ความเพียบพร้อมของทั้งระบบความปลอดภัย ระบบอำนวยความสะดวก และระบบความบันเทิงที่ถูกอัดมาจนแน่น และนั่นทำให้ราคามันแตะที่ 1,380,000 เหรียญฯ แต่คนไทยอาจต้องควักถึง 148 ล้านบาท ถ้าอยากเป็นเจ้าของ
Koenigsegg Agera R




ซุปเปอร์คาร์น้ำหนักเบาคันนี้ พละกำลังขนาด 1,140 แรงม้า ถูกผลิตขึ้นด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ด้วยจุดเด่นด้านน้ำหนักและพลศาสตร์ ทำให้มันทะยานสู่ความเร็ว 200 กม./ชม. โดยใช้เวลาแค่ 7.5 วินาที!! น่าตกใจพอๆ กับค่าตัว 1,600,000 เหรียญฯ ราคาไทยๆ ก็ 171 ล้านบาท…
Aston Martin One-77



ซุปเปอร์คาร์ราคาแพงอันดับสองของโลกคันนี้ จัดความแรงด้วยเครื่องยนต์ V12 48-valve ขนาด 7312 cc. ให้กำลังสูงสุดที่ 750 แรงม้า ท็อปสปีด 354 กม./ชม. ราคาค่าตัว 1,850,000 เหรียญฯ ถ้าเปลี่ยนเป็นเงินไทยก็ 198 ล้านบาท… เริ่มฝันกันหรือยัง??
Bugatti Veyron Super Sports




หลายคนคงพอเดากันได้ว่า รถที่แพงที่สุดในโลกน่าจะมาจากค่าย Bugatti ด้วยเครื่องยนต์สุดโหด 1,200 แรงม้า ขนาด 8.0 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 7 สปีด ความเร็วจาก 0-100 ใช้เวลา 2.2 วินาที วิ่งเต็มฝีเท้าความเร็วถูกล็อกไว้ที่ 412 กม./ชม. สนนราคา 2.4 ล้านเหรียญฯ คิดเป็นราคาไทยได้ 257 ล้านบาท และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมมันถึงกลายเป็นรถยนต์ที่แพงที่สุดในศตวรรษนี้!!
![[ครบชุด] T3009035 คนเนรค ณ! Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1037.png)
![[ครบชุด] T3009025 นสอดยอดบ Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1038.png)