Bugatti Chiron Super Sport คันล่าสุดเพิ่งออกจากโรงงานในฝรั่งเศส เพื่อที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าในสิงคโปร์ และเจ้าของก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นกว่ารถรุ่นอื่นๆ ทั้งหมดที่ผลิต
Chiron Super Sport รุ่นพิเศษคันนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Red Dragon ตัวถังภายนอกอาบด้วยคาร์บอนไฟเบอร์สีแดง ตัดกับแถบสีดำ Nocturne พาดผ่านความยาวของตัวรถ นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบจำนวนหนึ่งที่ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์แบบดั้งเดิม ล้อสีดำเงา และคาลิปเปอร์เบรกสีแดง เจ้าของยังได้เลือกใช้แผงหลังคากระจก Sky View อีกด้วย

การตกแต่งภายในให้เข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกอันน่าทึ่ง ด้วยหนังสีขาวที่เบาะนั่ง แผงประตู เสา และคอนโซลกลาง ในขณะที่ส่วนอื่นๆ เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ และมีการเน้นสีแดงอยู่ทั่วทั้งคัน
Bugatti เปิดตัว Chiron Super Sport สองสามปีหลังจากเปิดตัว Chiron Super Sport 300+ โดยรุ่น Super Sport นั้นแตกต่างจากรุ่น 300+ ตรงที่มีการตกแต่งภายในที่มีอุปกรณ์ครบครันกว่าเล็กน้อย แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์ W16 แบบ 4 สูบ เทอร์โบ 8.0 ลิตร ขุมกำลัง 1,578 แรงม้า
Bugatti ไม่ได้เปิดเผยว่าเจ้าของรถคันนี้คือใคร แต่รับรองได้เลยว่าเมื่อมันถูกขับไปบนท้องถนนมันจะต้องโดดเด่นและสะกดทุกสายตาอย่างแน่นอน


















Bugatti Chiron Super Sport ‘57 One of One’ ผลิตคันเดียวตามรถในตำนานยุค 1930
By บรรณาธิการ
December 12, 2023
612
0
Share:

Bugatti ทำรถผลิตพิเศษเพียงคันเดียว Chiron Super Sport ’57 One of One’ ซึ่งเป็นหนึ่งในรถซูเปอร์คาร์ Chiron คันท้ายๆ ก่อนที่จะครบจำนวนการผลิต ตามความต้องการของลูกค้าที่ต้องการให้ทำออกมาตาม Bugatti Type 57 SC Atlantic ในตำนานซึ่งเคยเห็นเมื่อ 20 ปีที่แล้วและชื่นชอบในดีไซน์ของรถ

เพื่อให้มีความใกล้เคียงกับ Type 57 SC Atlantic ทำให้ Bugatti Chiron Super Sport ’57 One of One’ มีกระจังหน้าทรงเกือกม้าดีไซน์พิเศษที่มีซี่กระจังแนวตั้งขัดเงาพร้อมครีบหนาตรงกลาง รวมทั้งมีภายนอกของรถเป็นสีฟ้าอ่อนเมทัลลิกเพื่อให้เหมือนกับสีฟ้าของรถที่ผู้สั่งผลิตเคยเห็นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยทางผู้ผลิตรถซูเปอร์คาร์ฝรั่งเศสได้ส่งคนเดินทางไปดูรถรุ่นต้นแบบซึ่งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Gugenheilm Museum ในเมืองบิลเบาพร้อมตัวอย่างสีเพื่อให้รถซูเปอร์คาร์ที่ทำออกมามีสีถูกต้องตามรถในอดีต


นอกจากนี้ล้อลาย 5 ก้านของรถยังมีสีฟ้าและโครมเหมือนกับรถที่เป็นต้นแบบ รวมทั้งใต้ปีกหลังของรถยังมีภาพรูปทรงรถ Type 57 SC Atlantic วาดด้วยมือ พร้อมตัวหนังสือ 57 และ One of One ขณะที่ในห้องโดยสารของรถทางเจ้าของเลือกใช้หนัง Gaucho โดยที่มีการเพิ่มความพิเศษด้วยการมีรูปทรงของรถ Atlantic เย็บด้วยมือโดยใช้ด้ายสีฟ้า Lightning Blue ที่แผงประตู มีชื่อรถผลิตพิเศษที่คอนโซลกลาง และรูป Dancing Elephant ที่พนักพิงศรีษะของเบาะ


รถซูเปอร์คาร์ผลิตพิเศษเพียงคันเดียวถูกสั่งทำขึ้นมาเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดวัย 70 ปีของสตรีผู้หนึ่ง และจะถูกแสดงในงาน Concours d’Elegance
อ่านต่อได้ที่นี่: Aito M7 รถเอสยูวีไฮบริดจาก Huawei กวาดยอดจอง 100,000 คันในจีนหลังเปิดตัวไม่ถึง 3 เดือน
Aito แบรนด์รถยนต์ของ Huawei เปิดตัว M7 รถเอสยูวี EREV รุ่นใหม่ออกมาในช่วงกลางเดือนกันยายน 2023 ที่ผ่าน และตอนนี้ดูเหมือนรถดีไซน์เรียบๆ รุ่นนี้จะเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในตลาดรถยนต์จีน เพราะผ่านมาไม่ถึง 3 เดือนก็กวาดยอดจองไปแล้ว 100,000 คัน
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th
MDs’ CAR | Bugatti Tourbillion ไฮเปอร์คาร์ที่มาพร้อมกับการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์

เมื่อพูดถึงชื่อ Bugatti ผู้ชายอย่างเราก็มักจะนึกถึงสุดยอดรถไฮเปอร์คาร์ที่มากับพละกำลังมหาศาลพร้อมรูปลักษณ์สุดดุดันที่ทุกคนต้องหันมอง แบรนด์ไฮเปอร์คาร์จากฝรั่งเศสสร้างสรรค์รถยนต์ที่เป็นสุดยอดเครื่องจักรแห่งความเร็วมาทุกยุคสมัยตลอดประวัติศาสตร์ 115 ปี เราอาจรู้จัก Veyron ในฐานะ Production Car ที่มีพละกำลังมากกว่า 1,000 แรงม้าเป็นรุ่นแรกของโลก และ Chiron ที่เป็น Production Car รุ่นแรกของโลกที่มีพละกำลังถึง 1,500 แรงม้า แต่ Bugatti กำลังจะก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการมาถึงของ Tourbillion ไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดที่มากับเครื่องยนต์ใหม่ที่ล้ำหน้าที่สุด พร้อมด้วยระบบส่งกำลังและโครงสร้างทางวิศวกรรมใหม่ทั้งหมด MenDetails อยากชวนทุกท่านลองมาทำความรู้จักไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้ไปพร้อมกันครับ
สืบสาน DNA การออกแบบของ Bugatti

Tourbillion สืบสาน DNA การออกแบบของ Bugatti ที่มีมาตลอด 115 ปี ผสมผสานกับสัดส่วนใหม่ที่มีความประณีต สวยงาม ทันสมัย และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้โดดเด่นด้วย 4 องค์ประกอบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์ ได้แก่ กระจังหน้ารูปทรงเกือกม้า, เส้นโค้ง Bugatti Line บริเวณข้างรถ, แนวเส้นกลางรถที่พาดผ่านฝากระโปรงหน้า หลังคา มาสิ้นสุดที่ฝาปิดเครื่องยนต์ด้านหลัง และการใช้สีทูโทนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ให้ความสวยงามทั้งตอนจอดนิ่งและเคลื่อนที่
อีกหนึ่งความโดดเด่น Tourbillion คือเทคโนโลยีไฟหน้า LED รูปทรงเพรียวบาง พร้อมกับเทคโนโลยีไฟท้ายรูปทรงเรียวยาวแบบชิ้นเดียว ทำให้ดีไซน์ในภาพรวมของมีความดุดันและล้ำสมัยกว่ารุ่นพี่อย่าง Veyron และ Chiron ชัดเจน เติมเต็มความสปอร์ตด้วยล้อฟอร์จน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้วที่ด้านหน้า และ 21 นิ้วที่ด้านหลัง หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Cup Sport 2 ที่พัฒนาเป็นพิเศษเพื่อไฮเปอร์รุ่นนี้โดยเฉพาะ
เครื่องยนต์ไฮบริด V16 ยุคใหม่

Tourbillion คือ Bugatti รุ่นแรกในรอบ 20 ปีที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์อีกต่อไป นี่คือความกล้าที่จะฉีกขนบเดิม ๆ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดแบบ V16 ความจุ 8.3 ลิตร ที่ได้รับออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้ปราศจากระบบอัดอากาศ แต่เป็นการทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ซึ่งให้พละกำลังรวมกว่า 1,800 แรงม้า และสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 60 กิโลเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 800V ที่ติดตั้งอยู่ในอุโมงค์กลางและด้านหลังผู้โดยสาร ซึ่งการที่มีระบบไฟฟ้ามาเกี่ยวข้องทำให้ Tourbillion สามารถสร้างแรงบิดมหาศาลได้ทันทีที่ผู้ขับขี่กดคันเร่ง รถสามารถพุ่งทะยานจากจุดหยุดนิ่งสู่ความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 2.0 วินาที ทำความเร็วจาก 0 – 200 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 445 กม./ชม. นับเป็นตัวเลขสมรรถนะที่เหลือเชื่อ แต่มันคือความจริงที่ไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้ทำได้ ขณะเดียวกัน เครื่องยนต์ระบบไฮบริดก็ยังช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมากเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ W16 รุ่นเก่า และยังช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่และยกระดับสู่จุดสูงสุดของอุตสาหกรรมยานยนต์
ประสบการณ์แอนะล็อกที่แท้จริงในห้องโดยสาร

แม้ว่า Tourbillion จะเป็นไฮเปอร์คาร์ยุคใหม่ แต่ภายในห้องโดยสารกลับนำเสนอประสบการณ์แบบแอนะล็อกที่ทาง Bugatti พยายามสื่อถึงความเหนือกาลเวลา โดยได้แรงบันดาลใจจากโลกแห่งนาฬิกา Tourbillion ที่แม้จะถูกคิดค้นมาเป็นร้อยปีแล้วแต่ก็ยังสง่างามและใช้งานได้ดีในปัจจุบัน พร้อมกับผสมผสานผสานแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในห้องโดยสารของไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้คือแผงหน้าปัดที่ออกแบบและสร้างขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญของช่างทำนาฬิกาชาวสวิส เป็นแผงหน้าปัดแบบแอนะล็อกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหน้าปัดนาฬิกา Tourbillion ออกแบบเป็นโครงเหล็กที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 600 ชิ้น ผลิตจากไทเทเนียมและอัญมณี เช่น แซฟไฟร์และทับทิม เปรียบเสมือนผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เป็นจุดสนใจของประสบการณ์การขับขี่ โดยหน้าปัดนี้จะยึดติดแน่นอยู่กับพวงมาลัยที่หมุนได้รอบตัว ทำให้ผู้ขับขี่จะมองเห็นแผงหน้าปัดได้อย่างชัดเจนโดยไม่ถูกบดบังไม่ว่าจะหมุนในมุมไหน
พร้อมสัมผัสพื้นถนนในปี 2026

Bugatti Tourbillon กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบขั้นสุดท้าย โดยรถเวอร์ชัน Prototype ได้ออกวิ่งทดสอบบนถนนจริงแล้วเพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งมอบให้ลูกค้าในปี 2026 โดยเบื้องต้นจะมีการผลิตออกมาทั้งหมด 250 คัน ราคาเริ่มต้นที่ 3.8 ล้านยูโร (ราว 150 ล้านบาท) Tourbillon ทุกคันจะประกอบด้วยมืออย่างพิถีพิถันที่โรงงาน Bugatti Atelier ในเมือง Molsheim ประเทศฝรั่งเศส โดยจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตต่อจาก Bugatti Bolide และ Mistral ซึ่งเป็นสองรุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์ W16
ตลอดประวัติศาสตร์ของ Bugatti ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวของความเร็วและสุดยอดยานยนต์ที่เป็นจุดสูงสุดทางเทคโนโลยี Bugatti Tourbillon กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่กับการก้าวเข้าสู่ยุคของเครื่องยนต์ V16 ผสานกับชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้สมรรถนะระดับสูงจนยากจะหาใครมาเทียบเคียง นี่จะเป็นไฮเปอร์คาร์ที่ทรงพลังและล้ำสมัยที่สุดของแบรนด์ พร้อมกับความรู้สึกและประสบการณ์อยู่เหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Bugatti Tourbillon ได้ที่ www.bugatti.com
![[ครบชุด] T3009026 นสอดยอดบ Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1043.png)
![[ครบชุด] T3009027 อย าปล อยม อผม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1044.png)