รีวิว Nissan GT-R R35 รถสปอร์ต Super Car Killer ทำไมถึงน่าซื้อ
Pakkawat Unchalee | 06 August 2567 10:20
Nissan GT-R R35 รถสปอร์ต Super Car Killer จากแดนอาทิตย์อุทัย เขามีอะไรดีทำไมรถยนต์เครื่อง V6 คันนี้ถึงเป็นสปอร์ตอันดับต้นๆ ที่ผู้ชายก็ต่างใฝ่ฝันจะครอบครอง มาดูกัน!
ทำความรู้จักกับ Nissan GT-R R35
Nissan GT-R R35 เป็นรถสปอร์ตแบบ 2 ประตู Coupe แบบ 2+2 ที่นั่ง ที่มีพละกำลังมหาศาลด้วยเครื่องยนต์ V6 ที่ทรงพลัง มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อันเลื่องชื่อที่ถูกพัฒนามาแบบรุ่นสู่รุ่น ซึ่งช่วยให้เขากระชากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้แค่ภายใน 3.5 วินาที เท่านั้น!
Nissan GT-R R35 เป็น GT-R โฉมที่มีการทำตลาดมาอย่างยาวนานที่สุดของ Nissan เลยก็ว่าได้ โดย R35 ได้เปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 6 ธันวาคม ปี 2007 ต่อมาที่อเมริกา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2008 ส่วนประเทศอื่นๆ ก็มีการเปิดตัวตามมาในเดือน มีนาคม ปี 2009 และมีการทำตลาดมาจนถึงปัจจุบัน

โดยในรุ่น R35 ยังมีจุดเปลี่ยนสำคัญในหลายๆ อย่างทั้งรูปร่างหน้าตา เพอฟอร์เเมนซ์ เครื่องยนต์ และที่สำคัญเลยก็คือการแยกชื่อรุ่นแบ่งเป็น 2 ไลน์ จาก Nissan Skyline GT-R ก็แยกออกมาเป็น Nissan Skyline ซึ่งทำตลาดในกลุ่มรถบ้าน และ GT-R ซึ่งเป็นรถสปอร์ตอย่าง R35 ที่เราเห็นกันทุกวันนี้
ทั้งนี้แล้ว Nissan GT-R R35 ยังมีการออกเวอร์ชันพิเศษมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Nissan GT-R R35 Track Edition, Spec-v, Egoist, Midnight Opal, Gentleman Edition, 45th annivesary, 50th annivesary,GTR50, Nismo Spec และ T-spec เป็นต้น
มิติตัวถัง Nissan GT-R R35
มิติตัวถังของ R35 จะมีความยาวอยู่ที่ 4,710 กว้าง 1,895 สูง 1,370 มม. ระยะฐานล้อ 2,780 มม. ระยะห่างล้อหน้า/หลัง 1,590/1,600 มม. ระยะต่ำสุดถึงพื้นหรือ Ground Clearance อยู่ที่ 110 มม. มีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,770 กก. ความจุถังน้ำมัน 74 ลิตร ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 315 ลิตร
ซึ่งถ้าหากเทียบกับรถ JDM ในตำนานที่จัดอยู่ใน 4 จตุรเทพยุคใหม่เหมือนกับ GT-R R35 อย่าง Toyota Supra A90 (MK5) ที่มีขนาดตัวถังอยู่ที่ กว้าง 1,854 ยาว 4,379 สูง 1,294 มม. ความยาวฐานล้อ 2,470 มม. ความสูงใต้ท้องรถหรือ Ground Clearance ที่ 115 มม.
ก็จะพบว่า Nissan GT-R R35 จะยาวกว่า 331 มม. กว้างกว่า 41 มม. สูงกว่า 76 มม. มีระยะใต้ท้อง Ground Clearance ต่ำกว่า Toyota Supra A90 (MK5) ถึง 5 มม. และระยะฐานล้อที่กว้างกว่าถึง 310 มม.
ด้วยการออกแบบมิติตัวถังแบบนี้จึงทำให้ Nissan GT-R R35 นั้นเป็นรถสปอร์ตที่ขับขี่บนถนนได้จริง เกาะถนนและขับดีกว่าในทุกสภาพเส้นทางอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังขับทางไกลได้และมีประสิทธิภาพสูงมากเนื่องจาเขาเป็นรถสปอร์ตสไตล์ GT หรือ Grand Touring Cars อย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติม : รถ JDM คืออะไร ต่างจากรถยนต์ปกติทั่วไปหรือเปล่า?
เครื่องยนต์ของ Nissan GT-R R35
ส่วนใหญ่ผู้คนที่ชื่นชอบ GT-R ตั้งแต่สมัยยังใช้ชื่อ Skyline GT-R จะคุ้นชินหรือจะจดจำได้ว่าเขาใช้เครื่องยนต์ในตำนานอย่าง RB26DETT Twin Turbo แต่สำหรับใน GT-R R35 ทาง Nissan มองว่ามันอาจจะล้าสมัยไปแล้วสำหรับเขา เขาจึงมีการเลือกใช้เครื่องยนต์ใหม่ใน R35
Nissan GT-R R35 ถูกแยกชื่อคำว่า Skyline ออกไปจากชื่อรุ่นและถูกเปลี่ยนเครื่องยนต์จาก RB26DETT มาเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 รหัส VR38DETT ขนาด 3.8 ลิตร Twin-Turbo ให้พละกำลังสูงสุด 555 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 632 นิวตันเมตร เกียร์ Dual Clutch 6 สปีด GR6 ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ซึ่งเจ้าเครื่องยนต์ V6 รหัส VR38DETT ขนาด 3.8 ลิตร Twin-Turbo ตัวนี้มีพละกำลังมหาศาลมาก เป็นส่วนสำคัญในการพารถสปอร์ตคันใหญ่ขนาดนี้ให้พุ่งทยานไปข้างหน้าในระยะเวลาแค่เพียง 3.5 วินาที และทำ Top Speed ได้อยู่ที่ 315 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเร็วมาก! แต่ก็แลกกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 12/100 กม. หรือราวๆ 5-8 กม./ล.
อ่านเพิ่มเติม : เครื่อง NA คืออะไร ต่างจาก Turbo ยังไง เลือกแบบไหนดี
ช่วงล่างของ Nissan GT-R R35
ช่วงล่างด้านหน้าของ R35 ใช้เป็นแบบปีกนกคู่พร้อมปีกนกบนและปีกนกล่างอะลูมิเนียม (Forged) ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Multilink พร้อมปีกนกบนอะลูมิเนียม (Forged) พวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนียนควบคุมด้วยระบบ Electronic ผ่อนแรงไฟฟ้าตามความเร็วรถ
ระบบเบรคใช้เป็นแบบดิสก์เบรคทั้ง 4 ล้อ Nissan – Brembo จาเบรคแบบเจาะรูเซาะร่องกลาง คาลิปเปอร์ด้านหน้า 6 พอท ลูกสูบแบบ Super Rigid ขนาด 390 มม. ด้านหลัง 4 พอท แบบ Monoblock พร้อมระบบ Radial Mount ขนาด 380 มม.
ด้านช็อคอัพใช้ Bilstein Damptronic ปรับได้ 3 รูปแบบ Normal / Comfort / R และมาพร้อมกับล้อ Forged จาก Rays ขนาด 20 นิ้ว ล้อคู่หน้า 20 x 9.5 ล้อคู่หลัง 20 x 10.5 นิ้ว พร้อมยาง Runflat Tyre Dunlop SP Sport Maxx GT600 DSST CTT ยางคู่หน้า ขนาด 255/40 ZFR20 คู่หลัง 285/35 ZFR20 และท่อไอเสียไทเทเนียมแบบใหม่ 4 ท่อ พร้อม Active Sound Enhancement
อ่านเพิ่มเติม : ผ้าเบรครถยนต์มีกี่แบบ ควรเปลี่ยนผ้าเบรคตอนไหน

ทั้งหมดนี้ทำให้ R35 มีความรู้สึกในการขับขี่ที่มั่นคงละมีความบาลานซ์ของตัวรถสูงมาก มีการเข้าโค้งและการเกาะถนนที่ดีที่สุดเท่าที่ Nissan เคยทำรถยนต์มา อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่หลากหลายในการขับขี่ด้วยการปรับตั้งต่างๆ ด้วยตัวเองได้
“ถามว่าเมื่อคลาสของเขาเป็นรถสปอร์ตแบบนี้การขับขี่มันจะเเข็งจนตึงตังไหม ก็ต้องบอกตามความจริงว่าจากการได้ลองขับ “ก็แข็งจริง” แต่ไม่ถึงขั้นแข็งโป๊กตึงตังอะไรจนรู้สึกว่ามันขับได้แบบยากลำบากจนเหนื่อยล้า มันมีความสบายกว่ารถสปอร์ตทั่วไปอยู่มาก”
ข้อดีของ R35 คือเขาเป็นรถสปอร์ตที่ขับขี่ในชีวิตได้จริงๆ มันมีความรู้สึกที่เฟิร์มๆ เอาถนนอยู่ขับแบบไม่เหนื่อยด้วยระบบต่างๆ ที่เขาให้มา การที่เขาปรับช่วงล่างมาแบบนี้นั่นก็เพื่อให้รองรับพละกำลังที่สูงมากๆ ของรถได้อย่างดีและทำให้ผู้ขับขี่นั้นสนุกไปกับการขับและการควบคุมรถ แต่ทั้งนี้แล้วก็ต้องยกความดีงามส่วนหนึ่งในกับระบบขับเคลื่อนของเขาด้วย

ระบบขับเคลื่อนของ Nissan GT-R R35
ระบบขับเคลื่อนของ R35 เป็นแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD หรือ ขับสี่ Full time ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ATTESA E-TS เป็นการใชเพลากลางในการส่งถ่ายระบบขับเคลื่อนมายังล้อทั้ง 4 ซึ่งใช้วัสดุเป็นคาร์บอน ทำให้มีความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบามาก เป็นระบบที่เลื่องชื่อมากสำหรับ Nissan เพราะว่ามันเป็นอีก 1 ระบบขับเคลื่อนที่ชาญฉลาดที่สุด
ATTESA E-TS เป็นระบบการกระจายแรงล้อหน้าและล้อหลังอย่างชาญฉลาด ถ้ารถเจอสภาวะของสภาพถนนที่ไม่ดี ระบบจะสามารถส่งกำลังไปที่ล้อหน้าได้ 50% และถ้าต้องการเร่งความเร็วเต็มที่ระบบก็จะสามารถส่งกำลังไปที่ล้อหลังได้ในเวลาเดียวเช่นกัน
นอกจากนี้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ยังมาพร้อมระบบ VDC-R ที่ช่วยควบคุมความสมดุลของรถ โดยระบบจะตรวจสอบความสมดุลของรถและระบบจะส่งกำลังไปยังล้อที่ต้องการได้ ซึ่งจะช่วยให้การขับขี่ดีขึ้นและต่อเนื่องโดยไม่มีสะดุดเลยแม้แต่น้อย โดยทั้งนี้ยังมีระบบช่วยการออกตัวบนเขา หรือในที่ลาดชันด้วย
พูดง่ายๆ ว่าทั้งเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ระบบขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยม และ ช่วงล่างที่เท่า Super Car ราคาหลายร้อยล้าน ทำให้ Nissan GT-R R35 เป็นรถที่สามารถขับขี่ทางใกล้ทางไกลหรือบนพื้นผิวถนนแบบไหนก็ทำได้ดีและต่อเนื่องแบบเนี๊ยบๆ เนียนๆ พร้อมเสียงที่เร้าใจเลยทีเดียว
อ่านเพิ่มเติม : ระบบขับเคลื่อนรถยนต์แบบ FWD RWD AWD และ 4WD คืออะไร แตกต่างกันไหม
ดีไซน์ภายนอกของ Nissan GT-R R35
ภายนอกของ Nissan GT-R R35 เขามีการดีไซน์มาเป็นอย่างดี เริ่มจากความเชื่อของทีมพัฒนาที่เขาไม่เชื่อว่ารถสปอร์ตคันใหญ่ที่เป็นทรงกล่องเหลี่ยมๆ จะโต้ลมหรือทำให้ลู่ลมได้ยาก ทาง Nissan จึงพัฒนา R35 ด้วยความเชื่อ ออกมาเป็นรถสปอร์ตทรงเหลี่ยมที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานแค่ 0.27 แน่นอนว่าเทียบเท่ากับรถสปอร์ตหรือซุปเปอร์คาร์เฟี้ยวๆ หลายรุ่นได้สบาย

รอบคันของ GT-R R35 จึงมีรูปทรงที่เป็นสันเป็นเหลี่ยมคล้ายกล่องแต่มีการใส่ส่วนเว้าโค้งที่ลงตัวไปในหลายๆ จุดรับกับชุดไฟหน้าทรงแนวตั้งเป็นเอกลักษณ์และไฟหลังทรงโดนัทที่เป็นเอกลักษณ์ของ GT-R ทุกรุ่น โดยรวมจึงทำให้มันเป็น Godzilla ที่กำยำเอาเรื่องแสดงออกถึงความทรงพลังและความเเข็งแกร่งอย่างแท้จริง
ซึ่งภายนอกจะมาพร้อมกับกระจังหน้าแบบ V-Motion ตกแต่งด้วยโครเมียมแบบด้านและแบบตาข่าย มีมือเปิดประตูภายนอกที่ทำจากอะลูมิเนียมสีเงินพร้อมสวิตซ์ i-key ที่ถูกซ่อนเรียบเนียนไปกับประตูรถ ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED แนวตั้งเป็นเอกลักษณ์ซึ่งปรับตามองศาการหมุนพวงมาลัยได้ด้วย มีระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้าพร้อมใบปัด มีไฟตัดหมอกคู่หน้า มีไฟหรี่แบบ LED

ส่วนด้านหลังมาในดีไซน์ทรงกล่องเหลี่ยมๆ ซึ่งมีไฟท้ายแบบ Multi-LED แบบโดนัท 4 ดวงที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมสัญลักษณ์ GT-R ที่ด้านหลัง ตัวรถยังมีระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor กระจกข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
ส่วนชุดดิฟฟิวเซอร์ด้านหน้าเองก็เป็นแบบ Carbon SMC ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Carbon Composite รวมถึงสเกิร์ตด้านข้างด้วย ทางด้านสปอยเลอร์หลังเป็นทรงเตี้ยที่มีความสปอร์ตมาพร้อมไฟเบรคที่ฝังมาด้านในเลย
ใช้ล้อ Forged จาก Rays ขนาด 20 นิ้ว ล้อคู่หน้า 20 x 9.5 ล้อคู่หลัง 20 x 10.5 นิ้ว พร้อมยาง Runflat Tyre Dunlop SP Sport Maxx GT600 DSST CTT ยางคู่หน้า ขนาด 255/40 ZFR20 คู่หลัง 285/35 ZFR20 และท่อไอเสียไทเทเนียมแบบใหม่ 4 ท่อ พร้อม Active Sound Enhancement
ดีไซน์ภายในของ Nissan GT-R R35
ดีไซน์ภายในจะมาในลุคสปอร์ตดุดันแบบขั้นสุดซึ่งด้านในใช้วัสดุหนังทั้งหมด แต่บางรุ่นอาจจะมีการใช้วัสดุหนังอาคันทารา บางชิ้นส่วนมีการใช้วัสดุที่เป็นคาร์บอนด้วย ทุกสันส่วนของภายในจะถูกออกแบบให้มีความเป็นมัดกล้ามที่ดูมีความกำยำดูทรงพลังแต่พอจัดเรียงแล้วก็ยังมีกลิ่นอายของความเรียบหรูดูแพงอยู่ ซึ่งก็แพงจริงๆ นั่นแหละ
ด้านตัวเบาะคู่หน้าเป็นทรงสปอร์ตคล้ายๆ กับเบาะแบบบัคเก็ตซีทแต่เอาเข้าจริงมีความนุ่มสบายขั้นสุด นั่นก็เพราะว่า Nissan ต้องการให้รถยนต์คันนี้เป็นรถยนต์สไตล์ GT ที่ขับขี่ในชีวิตจริงได้และขับขี่ทางไกลได้อย่างสบายๆ เช่นกัน แต่ทว่าเบาะหลังถึงแม้จะนั่งได้จริงแต่ก็ต้องขยับเบาะคู่หน้าขึ้นไปสูงมาก แน่นอนว่าก็ยังอึดอัดอยู่ดีนั่นแหละครับตามสไตล์รถสปอร์ต 2+2 ที่นั่ง

อุปกรณ์ภายในจะมาพร้อมกับเบาะหุ้มด้วยหนังคู่หน้าปรับแบบไฟฟ้า การดีไซน์แผงแดชบอร์ดที่หุ้มด้วยหนังคลุมโทนไปด้วยกันทั้งห้องโดยสาร พวงมาลัยหุ้มหนังปรับได้ 4 ทิศทาง ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ช่วยให้ขับขี่ทางไกลได้สบายขึ้น อีกทั้งยังมีหัวเกียร์หุ้มด้วยหนังอีกด้วย
ด้านระบบต่างๆ ยังมาพร้อมกับระบบเซ็นทรัลล็อค, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็ว Auto lock by Speed, กระจกหน้าต่างไฟฟ้าปรับขึ้นลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบ มีมาตรวัด Optitron พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูล MID และปุ่มควบคุมหน้าจอ MID บนพวงมาลัย ซึ่งสามารถปรับตั้งค่าการวัดเพอฟอร์แมนนซ์ตัวรถได้หลากหลายตามต้องการ
มีระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระ Dual Zone, ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button, เครื่องเสียง วิทยุ AM/FM CD MP3, มีหน้าจอระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว มารองรับการใช้งานที่หลากหลายรวมถึงยังมีเครื่องเสียงและระบบเสียงรอบทิศทางจาก BOSE ทั้งหมด 11 ตำแหน่ง

ระบบความปลอดภัยของ Nissan GT-R R35
แน่นอว่าเป็นสปอร์ตที่ทรงพลังที่สุดของ Nissan ก็ต้องมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่รอบคอบมากๆ อย่างระบบเบรก ABS / EBD / BA มีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, กล้องมองภาพขณะถอยจอด และ เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง
เรียกได้ว่าเป็นรถสปอร์ตที่มาพร้อมทุกอย่างทั้งด้านความสบาย ความเร้าใจ พละกำลัง ความหล่อ ความเป็นตำนาน และ ความปลอดภัย คือแน่นอนว่าถ้าซื้อไปได้ทุกอย่างครบจบพร้อมสำหรับขับหล่อแล้วๆ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม แต่ถ้าจะทำเพิ่มก็แค่อาจจะมีการหาล้อสวยๆ สักชุดหรืออาจจะหาพาร์ทแต่งหล่อๆ เสริมบางจุดเท่านั้น เป็นรถยนต์ที่มีคาเเร็กเตอร์ชัดเจนอยู่แล้วครับ

Nissan GT-R R35 โฉมล่าสุดมีอะไรเปลี่ยน!
ตั้งแต่เปิดตัวมา GT-R R35 ก็มีอายุรวมๆ กันราวๆ 15 ปีแล้ว โดยล่าสุดทาง Nissan ก็ได้ทำการปรับโฉม R35 และปล่อยตัวปล่อยใจให้ชมกันในงาน Tokyo Auto Salon 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งการปรับโฉมครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร
ในโฉมที่ปรับใหม่นี้จะมาพร้อมกับภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่หมดจดพร้อมกับความลู่ลมที่มากขึ้น มีค่าสัมประสิทธิ์หรือค่า Cd. เพียง 0.26 เท่านั่นซึ่งถือว่าลู่ลมสูงมาก รวมถึงการปรับปรุงเรื่องการเก็บเสียงและช่วงล่างให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้นด้วย
มิติตัวถังที่เท่าเดิมเพิ่มเติมคือการออกแบบที่มีมิติมากขึ้น มีความสวยสปอร์ตแบบสมัยใหม่ แต่ก็แอบทำให้มีกลิ่นอายให้หวนนึกถึงรุ่นพี่อย่าง Skyline R34 นิดนึง แถมยังมาพร้อมรุ่นพิเศษ 2 รุ่น อย่าง Premium edition T-spec และ NISMO Special edition ด้วย

รุ่น Premium Edition T-spec มาสีตัวถังพิเศษ 2 สี คือ สีเขียว Millenium Jade ซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ของ R34 V-Spec II Nür และ สีม่วง Midnight Purple ซึ่งเป็นสีของ R34 V-Spec พร้อมล้อ 20 นิ้วสีทองลายพิเศษจาก Rays คาลิปเปอร์เบรคสีทอง จานแบบเซรามิค ในขณะที่ภายในติดตั้ง Badge T-Spec พร้อมเบาะนั่งหุ้มด้วยสีเขียว Mori Green และใช้เครื่องยนต์เดิมแรงเท่าเดิม

รุ่น NISMO Special edition มาพร้อมสีเทาและสีขาวติดตั้งชุดแต่ง Nismo รอบคันทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ มีฝากระโปรงทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งแผ่น ล้อ 20 นิ้ว จาก RAYS ลายเดียวกับรุ่น T-spec แต่เป็นสีดำ ด้านท้ายติดตั้งกันชนทรงใหม่จาก Nismo พร้อมสปอยเลอร์หลังทรง R34 ภายในมาพร้อมเบาะ Full Bucket Seat จาก Recaro วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมโลโก้ NISMO และตกแต่งโทนสีภายในเป็นสีดำแดง
ตัว NISMO มีการปรับจูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้นเป็น 600 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 652 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Limited-Slip Differential แบบกลไกไว้ที่เพลาล้อคู่หน้าเพื่อส่งผ่านกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้เป็น GT-R R35 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ Nissan ในขณะนี้!

Nissan GT-R น่าซื้อหรือเปล่า?
ในบรรดารถสปอร์ตจากแดนปลาดิบต้องบอกว่า Nissan Skyline GT-R และ Nissan GT-R เป็นรถยนต์สมรรถนะสูงที่ใครๆ ก็รู้จักและจำหน้าตาของเขาได้ ความดีงานของเขาคือเขาเป็นรถที่ครบเครื่องที่สุดเทียบเท่ากับรถ Super Car ค่ายยุโรปราคาหลายสิบล้าน แต่ค่าตัวของ GT-R กลับอยู่แค่หลักสิบล้านต้นๆ และมือสองเองก็ราคาเริ่มต้นที่หลักล้านเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นรถสมรรถนะสูงที่เข้าถึงได้ง่ายมากและขับขี่ในชีวิตจริงได้ทุกวันรวมถึงขับทางไกลด้วย
อีกทั้งเรื่องของการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ความเป็นมา ประวัติศาสตร์อันโชกโชน การพัฒนาและส่งต่อเทคโนโลยีแบบรุ่นสู่รุ่น ก็ทำให้ GT-R กลายเป็นรถสมรรถนะสูงที่ชายไทย 90% ต่างก็ให้เขาเป็นรถในฝันที่สักวันจะต้องมีให้ได้ “ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า ชาติไหนสักชาติก็ต้องซื้อให้ได้”
ถ้าหากว่ามีเงินในหลัก 10 ล้าน แน่นอนว่า GT-R เป็นรถยนต์ที่น่าซื้อมากๆ เพราะว่า GT-R เป็นรถยนต์สมรรถนะสูงที่ราคาไม่ตก ยิ่งเก็บยิ่งขึ้น ยิ่งเดิมๆ ยิ่งราคาพุ่งสูงมากในอนาคต มันจึงทำให้ GT-R นั้นเป็นรถที่ทั้งน่าสะสมและทั้งน่าซื้อมาใช้งาน เป็นรถหนึ่งรุ่นที่มีค่าทั้งทางใจและทางอื่นๆ ครับ

ส่อง GT-R กับเรา
- Nissan Skyline (KPGC10)
- Nissan Skyline GT-R R32
- Nissan Skyline GT-R R34
- Nissan Skyline V35
- Nissan GT-R R35
- Nissan GT-R R35 50th Anniversary
- Nissan GT-R R35 NISMO
- Nissan GT-R R35 T-Spec
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
GTR คือ อะไร เป็นรถที่ดีขนาดไหน ทำไมคนพูดถึงเยอะ แล้วปัจจุบันราคาเท่าไหร่

ผู้เขียน: Thirakan T Published: กรกฎาคม 9, 2024

แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: พฤษภาคม 17, 2024

ถ้าให้คนที่ชอบสะสมรถยนต์หรืออยู่ในวงการ พูดชื่อรถระดับตำนานมากสัก 1 รุ่น ต้องมี GTR โผล่ขึ้นมาอย่างแน่นอน 100% เนื่องจากตัวรถยนต์รุ่นนี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นความลับที่ทำให้หลายคนหลงรักเจ้า GTR หัวปักหัวปำ รวมถึงการสานต่อตำนานไปสู่ตัวถังรุ่นใหม่ ผ่านการดีไซน์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมให้ก้าวกระโดด เพื่อครองความเป็นเจ้าแห่งถนนตามตำรับ GTR ถ้าใครยังไม่รู้จักซีรีส์รถรุ่นนี้บอกเลยว่าคุณอาจพลาด หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของวงการรถยนต์ไปเลยก็ได้ ดังนั้น แรบบิท แคร์ จะพาทุกคนไปย้อนอดีต ดูตำนานความเทพของรถยนต์รุ่นดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ถึงการพัฒนาที่สวยงามและเร็วแรงอย่างแท้จริง
GTR คือ อะไร
GTR คือ รถยนต์ซีรีส์ Nissan GT-R หรือชื่อแรกที่แท้จริงอย่าง Skyline เริ่มต้นผลิตออกมาในช่วงปี ค.ศ. 1969 ในชื่อรุ่น Nissan Skyline 2000GT-R รหัส C10 ความเร็วของรถยนต์รุ่นนี้เป็นที่ประจักษ์ด้วยการคว้ารางวัลมาครองได้มากถึง 50 รายการทั้งที่ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปี ทำให้มันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการที่วัยรุ่นญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้น เลือกนำเจ้า GTR มาแต่งซิ่ง แล้วแข่งขันกันบนท้องถนนยามกลางคืน Midnight Racing มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งช่วงปี ค.ศ.1988 ก็มีการเปิดตัว GTR R32 ขึ้นมาในดีไซน์ที่ดูทันสมัยมากขึ้น นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานที่เติบโตมาตลอดเวลา และกระแสไม่เคยที่จะหายไปจากสังคมแวดวงรถยนต์
รถ GTR ที่ได้รับความนิยมมีกี่รุ่น
รถ GTR ที่ได้รับความนิยมในอดีตจะเริ่มต้นตั้งแต่ R32 ที่เราเพิ่งแนะนำไปในหัวข้อด้านบน แต่ในรหัสที่ได้รับความนิยมจริง ๆ จะใหม่ขึ้นมาอีกนิด เป็น GTR R34 กับ GTR R35 ส่วนเรื่องรายละเอียดที่น่าสนใจของรถยนต์ GTR ทั้ง 2 รุ่น พร้อมราคาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน สามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้จากหัวข้อย่อยดังต่อไปนี้
GTR R34
GTR R34 หากเป็นรุ่นในอดีต ถือว่าเจ้านี่เป็น GTR ที่โด่งมากที่สุดในสายแล้ว เพราะตำนานที่ถูกสั่งสมมาตั้งแต่ในปี ค.ศ.1999 เพราะเป็นรุ่นที่มีการเพิ่มเติมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในยุคนั้น กับจอแสดงผลมัลติฟังก์ชัน LCD ขนาด 5.8 นิ้ว ที่คอยบอกข้อมูลการขับขี่อย่างละเอียด ซึ่งถือว่าล้ำยุคมากในเวลานั้น แถมการปรากฎตัวในสนามแข่ง หรือปรากฎในการ์ตูนแข่งรถชื่อดัง Initial D จนถึง MFGhost ที่ทำให้ R34 กลายเป็นตำนานที่เหล่าคนรักรถ อยากได้มาครอบครอง และให้ความสนใจซีรีส์ GTR กันแทบตลอดเวลาที่มีข่าวออกมา
GTR R34 ราคา รุ่นแรก มีราคาเปิดตัวในประเทศไทยที่สูงถึง 6.8 ล้านบาท หากเทียบในสมัยนั้นต้องบอกเลยว่าแพงเอามาก ๆ
GTR R34 ราคา ปัจจุบันจากตลาดรถมือ 2 ราคาอยู่ที่ประมาณ 6-18 ล้านบาท ซึ่งถือว่าถูกกว่ามาก หากเทียบเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องยนต์ในสมัยใหม่
แต่ความน่าพิสมัยของ R34 ในสาย GTR ต้องบอกว่าผู้คนยังคงให้ความนิยมตัวรุ่นปี ค.ศ.1999 มากกว่า ด้วยความคลาสสิก ความมีมนต์ขลังของตัวถังที่ไปที่ไหนก็ต้องมีคนหันมองตาม ความสวยงามและตำนานที่ฝังอยู่ในโมเดลรุ่นนั้นไม่เคยมีใครลืม แถมเรื่องประสิทธิภาพความเร็ว ก็ยังต้องบอกว่าแซงรถยนต์รุ่นใหม่ในยุคนี้ได้อย่างสบาย ๆ
GTR R35
GTR R35 ปรากฎตัวขึ้นบนโลกครั้งแรกประมาณปี ค.ศ.2007 หลังจากที่ไลน์การผลิต GTR ต้องหยุดพักมาถึง 5 ปีตั้งแต่ ค.ศ.2002 หรือช่วงรุ่น GTR R34 นั่นเอง ด้วยการยกเอาบางส่วนที่สืบทอดเอกลักษณ์มาจากรุ่นพี่ GTR ก่อนหน้า แต่ก็มีการดีไซน์โฉมใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ทั้งยังลงเครื่องยนต์บล็อกใหม่ VR38DETT ไว้ พร้อมกับพัฒนานวัตกรรมภายในหลายส่วน จากการเอาเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นใส่เข้าไปในตัวรถ
GTR R35 ราคา เปิดตันในประเทศไทยประมาณ 13.5 ล้านบาท
GTR R35 ราคา ในตลาดรถยนต์มือ 2 เฉลี่ยประมาณ 8-14.7 ล้านบาท
3 เหตุผลที่ทำให้ GTR เป็นรถยนต์ที่โด่งดังทุกยุค
ลองมาดู 3 เหตุผลหลักแท้จริงที่ทำให้ GTR เป็นรถยนต์ที่โด่งดังได้ในทุกยุคสมัยกันต่อ เริ่มจากเรื่องราวของเครื่องยนต์ที่ประกอบด้วยมือทุกรุ่น, ไม่เคยที่จะพยุดพัฒนาเรื่องประสิทธิภาพ และการถ่ายทอดตำนานจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยเหตุเหลเหล่านี้เองที่ทำให้ GTR ไม่เคยหายไปไหนจากวงการรถยนต์
เครื่องยนต์ประกอบขึ้นด้วยมือ
เครื่องยนต์ประกอบขึ้นด้วยมือจากช่างระดับเทพที่มีเพียง 5 คนบนโลกเท่านั้น ซึ่งทาง Nissan ได้ให้สมญาณามกลุ่มช่างมากฝีมือนี้ว่า “ทาคูมิ” ด้วยการประกอบเครื่องยนต์อย่างปราณีตในแต่ละชิ้นส่วนของ GTR ที่ต้องได้รับความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะความโดดเด่นของเรื่องขุมกำลังเครื่องยนต์ เป็นหนึ่งในสิ่งที่รถยนต์ Nissan GTR สามารถทำได้ดีมากกว่ารถยนต์รุ่นอื่นหลายเท่าตัว และรถยนต์รุ่นนี้หลังจากที่ประกอบเสร็จ จะมีการสลักชื่อเหล่า “ทาคูมิ” ทั้ง 5 คนติดไว้ที่เครื่องยนต์ ว่านี่เป็น Original ที่พวกเขาประกอบขึ้นจากความตั้งใจอย่างแท้จริง
ไม่หยุดพัฒนาไปข้างหน้า
ไม่หยุดที่จะพัฒนาไปข้างหน้าในซีรีส์ GTR ยกตัวอย่างเช่นการเปิดตัวรุ่น T-Spec ที่เน้นเรื่องความทันสมัย และการเกาะถนนตามคอนเซปต์ Trend & Traction นั่นจึงทำให้ GTR รุ่นดังกล่าวมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำกับรุ่นพี่ก่อนหน้าเลยนั่นเอง
การส่งต่อตำนานไปยังรุ่นถัดไป
การส่งต่อตำนานไปยังรุ่นถัดไป จากเรื่องราวของ GTR ที่เราได้อธิบายให้คุณผู้อ่านได้รู้จักตั้งแต่รุ่นแรกสุดของโลก จนมาถึงการเปลี่ยนถ่ายไปยังซีรีส์ที่ใช้ตัว R ในการสืบทอดความแรงต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ทาง Nissan ไม่เคยลืมเรื่องราวเหล่านั้น และตั้งใจที่จะส่งมอบเอกลักษณ์ และ DNA ความแรงจากรุ่นสู่รุ่นมาโดยตลอด
5 Secret เกี่ยวกับ GTR ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
5 Secret เกี่ยวกับ GTR ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน คือ เคยเป็นรถยนต์ 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลกมาก่อน, ได้แรงบันดาลใจมาจากหุ่นยนต์ Gundam, Nissan GTR ถูกออกแบบมาให้เป็น ก๊อตซิล่า เพศผู้, เหตุผลที่ได้รับฉายาว่า ก็อตซิล่า และมีค่า Cd เท่ากับ BMW i8 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละความลับจะมีดังนี้
- เคยเป็นรถยนต์ 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลกมาก่อน Nissan GTR รุ่นปี ค.ศ.2009 เคยบันทึกลงใน Guinness World Records ว่าเป็นรถยนต์ 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 ภายในเวลาเพียง 3.5 วินาที แม้รุ่นต่อมาในปี 2011 จะเร็วขึ้นเป็น 2.8 วินาที แต่ปัจจุบันถูก Ferrari F12 berlinetta แซงสถิติไปแล้ว
- ได้แรงบันดาลใจมาจากหุ่นยนต์ Gundam จากคำบอกเล่าของ Shiro Nakamura ผู้ออกแบบ GTR ที่แสดงให้เห็นถึงคอนเซปต์ความมีเหลี่ยมมุมของตัวรถ ที่คล้ายคลึงกับ Gundam
- Nissan GTR ถูกออกแบบมาให้เป็น ก๊อตซิล่า เพศผู้ เพราะ Shiro Nakamura บอกเอาไว้ว่า ด้วยการออกแบบโป่งหลังของจีทีอาร์ เปรียบเสมือน มัดกล้ามของผู้ชาย ทำให้รถรุ่นนี้ไม่ใช่รถที่สวยงาม แต่เป็นรถที่ดูหล่อเหล่าต่างหาก
- เหตุผลที่ได้รับฉายาว่า ก็อตซิล่า ย้อนกลับไปในอดีตรุ่น R32 Skyline GTR สามารถคว้าแชมป์รายการ Australian Touring Car Championship ได้ต่อเนื่องหลายสมัย แถมยังล้มแชมป์ Ford Sierra ทำให้สื่อยานยนต์ออสเตรเลียช่วงนั้น ตั้งชื่อเล่นให้กับ R32 ว่า Godzilla
- มีค่า Cd เท่ากับ BMW i8 หรือก็คือมี ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Coefficient of drag) ที่เทียบเท่ากับ i8 เพราะยิ่งค่านี้มีน้อยเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อการลดแรงเสียดทางอากาศ
สรุปแล้ว GTR เป็นรถประเภทไหนกันแน่
สรุปแล้วรถยนต์ Nissan GTR ยังถือเป็นรถยนต์ Sport Car เท่านั้น เนื่องด้วยคุณสมบัติที่ขาดไปเพียงเล็กน้อยอย่างเรื่อง ราคา และสายการผลิต ที่ทำให้ไปไม่ถึงระดับ Super Car แต่ด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้เจ้า GTR สามารถเทียบชน Super Car ได้หลายคัน ไม่ว่าจะเป็น Ferrari, Lamborghini หรือ Porsche
หากได้มีโอกาสครอบครองรถยนต์ระดับตำนาน GTR รุ่นท็อปโมเดล R34, R35 หรือแม้ตำนานรุ่นพี่อย่าง R32 บอกเลยว่าทุกคนต้องรักรถคันนั้นอย่างมากแน่นอน แม้กระทั่ง GTR รุ่นใหม่ที่มีขายในปัจจุบันก็ตามที ฉะนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยกับการดูแลรถให้ครอบคลุมที่สุด คือ ประกันรถยนต์ เป็นสิ่งที่คนรักรถต้องนึกถึง เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต ทำให้รถยนต์สุดรักมีริ้วรอย ประกันรถยนต์นี่แหละที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นประกันรถชั้น1, ประกันภัย2+, 2, ประกัน3+ และ 3 ถ้ามีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติม ติดต่อสอบถาม แรบบิท แคร์ ได้โดยตรงที่เบอร์ 1438 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
สรุป
GTR คือ รถยนต์ซีรีส์ Nissan GT-R หรือชื่อแรกที่แท้จริงอย่าง Skyline เริ่มต้นผลิตออกมาในช่วงปี ค.ศ. 1969 นับได้ว่าเป็นรถยนต์ประเภท Sport Car แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงจะเป็น รุ่น GTR R32 , GTR R34 และ GTR R35 โดยราคานั้นจะค่อนข้างสูงมากถึง 5 ล้านบาทขึ้นไป แม้จะเป็นแค่รถยนต์มือสองก็ตาม เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ปรากฎในการ์ตูนแข่งรถชื่อดัง Initial D จนถึง MFGhost แล้ว ตัวดีไซน์ได้เหนือกาลเวลา ไม่มีตกยุคแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ร่วมกับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้เจ้า GTR สามารถเทียบชน Super Car ได้หลายคัน ไม่ว่าจะเป็น Ferrari, Lamborghini หรือ Porsche ได้เลย







