เปิดตัว Lotus Eletre ไฮเปอร์เอสยูวีไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ในไทย
โดยPPTV Onlineเผยแพร่: 22 ก.ย. 2566
แชร์ :คัดลอกลิงก์
Lotus Eletre เปิดตัว 2 รุ่นย่อย มอเตอร์คู่ แรงม้าสูงสุด 905 แรงม้า วิ่งไกลสูงสุด 600 กม./ชาร์จ ราคาเริ่มต้น 5.8-6.5 ล้านบาท
นายธีรพงศ์ รอดลอย ผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายซูเปอร์คาร์แบรนด์ โลตัส (LOTUS) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัว โลตัส อีเลททร้า (Lotus Eletre) ไฮเปอร์เอสยูวีไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ ที่ได้นำมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
ทั้งนี้ เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นย่อยได้แก่ Eletre S และ Eletre R โดยมีรายละเอียดดังนี้

Lotus Eletre S ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 603 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 710 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยระยะเวลา 4.5 วินาที ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) พร้อมความจุแบตเตอรี่ขนาด 112 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 600 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)
Lotus Eletre R ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 905 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 985 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยระยะเวลา 2.95 วินาที ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) พร้อมความจุแบตเตอรี่ขนาด 112 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 490 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)

สำหรับ Lotus Eletre R มีชื่อเรียกกันเล่น ๆ ว่า รถคันไหนทำอัตราเร่ง 0-100 km/h ได้ต่ำกว่า 3 วินาที จะอยู่ในกลุ่ม Two-Second Club
Lotus Eletre เปิดรับ Pre-Order โดยเปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่น โดยมีราคาดังนี้
- Lotus Eletre S ราคาอยู่ที่ 5,890,000 บาท
- Lotus Eletre R ราคาอยู่ที่ 6,590,000 บาท

นายธีรพงศ์ กล่าวว่า Lotus Eletre สามารถเริ่มส่งมอบในล็อตแรกที่ได้มีการจองคิวผลิตไว้ในช่วงเดือน พ.ย. 2566 นี้ จึงคาดว่าจะส่งมอบล็อตแรกได้ภายในสิ้นปีนี้ และจากนั้นจะทยอยส่งมอบได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2567 เป็นต้นไป
คอนเทนต์สำหรับคุณ By Blue Dot
“Lotus” เปิดตัว “Emeya” สปอร์ตคาร์พลังไฟฟ้าล้วน หวังเจาะตลาดแมส
เปิดตัว Volvo EX30 เอสยูวีไฟฟ้าราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท
“นิสสัน” ประกาศ ยุติการผลิตรถสปอร์ต “GT-R” เผยสู้ต้นทุนการพัฒนาไม่ไหว
ราคาทองวันนี้เปิดตลาด”บวก 650 บาท”
ทั้งนี้ แผนธุรกิจในปี 2567 จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีก 2 รุ่น โดยตั้งเป้าว่าจะมียอดขายเฉลี่ย 100 คัน/รุ่น และภายในปี 2570 ยอดขายของบริษัทจะอยู่ที่ 500 คัน/ปี จากการเปิดตัวรุ่นใหม่ลงสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
การทำราคาของ Lotus Eletre ได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีในการยกเว้นอากรนำเข้า จากฐานการผลิตในประเทศจีนทำให้รถยนต์คันนี้ที่มีราคาขายในประเทศอังกฤษอยู่ที่ 100,000 ปอนด์ โดยปกติที่นะเข้ามาราคาน่าจะอยู่ทีราาว 8 ล้านบาท แต่เมื่อได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีทำให้ราคาลดลงไปราว 3 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่แบรนด์ LOTUS หายไปจากตลาดประเทศไปตั้งแต่ปี 2558 ของผู้แทนจำหน่ายรายเดิม ซึ่งบริษัทได้รับสิทธิ์การจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอีกครั้งในปี 2563 บริษัทยืนยันว่าจะมีการสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์และการดูแลผูบริโภคชาวไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทได้รับสิทธิ์การจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียน อาทิ ไทย, สิงคโปร์, ฮ่องกง ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ที่ได้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแนะนำออกสู่ตลาด
ปัจจุบันรถยนต์ LOTUS มีจำนวนสะสมบนถนนในประเทศไทยอยู่ที่ 90 คัน ดังนั้นศูนย์จำหน่ายและบริการของเรายังเพียงพอต่อความต้องการและบริษัทได้ส่งบุคลากรไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อฝึกอบรบและพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ
โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงไทย กับภารกิจอีก 3 นัด ศึกคัดโอลิมปิก 2024
โปรแกรมการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 2022 ประจำวันศุกร์ที่ 22 ก.ย. 66
LOTUS DRIVING EXPERIENCE กับประสบการณ์ขับขี่เร้าใจ ครบทั้ง 3 รุ่น
September 6, 2024
328
0
Share:

LOTUS DRIVING EXPERIENCE ครั้งแรกกับประสบการณ์ขับขี่เร้าใจ ครบทั้ง 3 รุ่น ตามแบบฉบับของ LOTUS ในงาน HYPER DRIVE โดดเด่นด้วยยนตรกรรม สัมผัสความโฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ต มอบอรรถรสอันเป็นเอกลักษณ์
LOTUS CARS THAILAND จัดงาน HYPER DRIVE – LOTUS DRIVING EXPERIENCE ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงประสบการณ์ขับขี่ตามแบบฉบับของ LOTUS อย่างแท้จริง สะท้อน DNA ของแบรนด์รถสปอร์ตในตำนาน Formula 1 จนถึงปัจจุบันกว่า 76 ปี

ด้วยประสบการณ์ยาวนานและแข็งแกร่งด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ที่มอบอรรถรสการขับขี่ที่เร้าใจ สปอร์ต ทั้งสมรรถนะความเร็ว และเอกลักษณ์โดดเด่นของรถที่เน้นออกแบบเรื่อง Aerodynamic มาโดยเฉพาะ เป็นจุดยืนของแบรนด์ LOTUS ที่ต้องการสะท้อนคาแรกเตอร์ผ่านงานดีไซน์อย่างปราณีตมาตั้งแต่รถยนต์รุ่นสันดาปจนมาถึงรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน
ภายในงาน HYPER DRIVE – LOTUS DRIVING EXPERIENCE ครั้งนี้ เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะอันยอดเยี่ยมแห่งที่สุดยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่น Flagship
นำโดย LOTUS EMIRA FIRST EDITION ถือเป็นการเปิดตัวทดลองขับครั้งแรกในงานนี้ รถสปอร์ตระดับพรีเมียม เครื่องสันดาปรุ่นสุดท้ายของทางโลตัส และรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นล่าสุดที่เข้ามาปรับโฉมและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในยุค New Generation นี้คือ รุ่น LOTUS ELETRE (Hyper-SUV) และ LOTUS EMEYA (Hyper-GT) พร้อมให้ทดสอบอัตราเร่งและพละกำลัง และยังมีจัดกิจกรรมพิเศษ GYMKHANA CHALLENGE ให้ได้สัมผัสอรรถรสการขับขี่อันเร้าใจ

สำหรับเฉพาะรุ่น LOTUS EMIRA FIRST EDITION ซึ่งในงานครั้งนี้ จัดเต็มไปด้วยกิจกรรมการขับขี่ที่เน้นการปฏิบัติจริงในสนามทดสอบให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ครบทุกรูปแบบ ทั้งสมรรถนะการขับขี่ ฟังก์ชั่นการใช้งาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และความสบายสำหรับห้องโดยสาร อันเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความสปอร์ตระดับพรีเมียม
โดยในช่วงอบรมและตลอดระยะเวลาการทดลองขับ ทาง LOTUS เตรียมผู้เชี่ยวชาญการขับขี่มากประสบการณ์ นำโดย คุณวุฒินันท์ สภาวสุ (Head Driving Instructor) คอยดูแลและให้คำแนะนำการขับขี่ให้กับผู้เข้าร่วมงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การทดสอบเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูงสุด

ไฮไลท์ในงานยังมีรถโชว์รุ่น LOTUS EMIRA V6 FIRST EDITION เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร พร้อมกับซูเปอร์ชาร์จเจอร์ Edelbrock 1740 ซึ่งให้กำลังขับเคลื่อนกว่า 400 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร จัดแสดงอย่างเอ็กคลูซีฟภายในงานครั้งนี้
รายละเอียดรถยนต์ LOTUS ทั้ง 3 รุ่น Flagship ที่นำมาทดลองขับภายในงาน
EMIRA FIRST EDITION สปอร์ตคาร์ระดับพรีเมียม พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร TURBOCHARGED (1,991 ซีซี) มาด้วยพละกำลัง 360 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ประสิทธิภาพสูงสามารถเร่งกำลังได้ถึง 7,200 รอบ/นาที พร้อมเกียร์ 8-Speed Dual Clutch Transmission (DCT) สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 275 กม./ชม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 4.4 วินาทีเท่านั้น

ด้วยจุดเด่นภาพลักษณ์ภายนอก เริ่มต้นจากไฟหน้า LED แนวตั้งเป็นมาตรฐาน แบบ Twin blade ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถรุ่น “LOTUS EVIJA” ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า ด้วยโครงสร้างรถยนต์ที่ออกแบบอย่างโดดเด่นและปราณีต ส่งต่อเอกลักษณ์มาในรุ่น EMIRA FIRST EDITION โดดเด่นด้วยตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 1,405 กิโลกรัม ขนาดความยาว 4,412 มม. ความกว้าง 1,895 มม. ความสูง 1,225 มม. และฐานล้อ 2,575 มม. อีกทั้งการออกแบบรูปทรงโมเดิร์นด้วยพื้นผิวที่ลื่นไหล

และเส้นลักษณะที่คมชัด ด้วยรายละเอียดทางเทคนิค อีกทั้งฝากระโปรงหน้าที่มีช่องอากาศโดดเด่นสะดุดตา และช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ตัดเข้าไปในด้านท้ายของรถ เพื่อชูโรงเรื่อง Aerodynamic อย่างแท้จริงและมอบอรรถรสขับขี่ที่สปอร์ตจนอยากครอบครอง พร้อมให้เป็นเจ้าของเพียง 3 คัน เท่านั้น เริ่มต้นที่ 10.99 ล้านบาท
ELETRE รถยนต์ไฟฟ้าไฮเปอร์เอสยูวี (Technology & Performance Electric Hyper-SUV)

รุ่นย่อย Eletre R : ให้กำลังสูงสุด 905 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 985 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้ระยะเวลา 2.95 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 265 กม./ชม. วิ่งได้ในระยะทาง 450 KM.(WLTP) ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท
รุ่นย่อย Eletre S : ให้กำลังสูงสุด 603 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 710 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้ระยะเวลา 4.5 วินาที
ทำความเร็วได้สูงสุด 258 กม./ชม. วิ่งได้ในระยะทาง 535 KM. (WLTP) ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
รุ่นเริ่มต้น : ให้กำลังสูงสุด 603 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 710 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้ระยะเวลา 4.5 วินาที
ทำความเร็วได้สูงสุด 258 กม./ชม. วิ่งได้ในระยะทาง 600 KM. (WLTP) ราคาเริ่มต้น 5.69 ล้านบาท
EMEYA รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตซีดาน (The World’s Fastest Electric Hyper-GT 4 Door with Dual Motor)

รุ่นย่อย Emeya R : ให้กำลังสูงสุด 905 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 985 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้ระยะเวลา 2.78 วินาที
ทำความเร็วได้สูงสุด 256 กม./ชม วิ่งได้ในระยะทาง 485 KM. (WLTP) ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท
รุ่นย่อย Emeya S : ให้กำลังสูงสุด 603 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 710 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้ระยะเวลา 4.15 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม ได้ในระยะทาง 540 KM. (WLTP) ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
รุ่นเริ่มต้น : ให้กำลังสูงสุด 603 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 710 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้ระยะเวลา 4.15 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม ได้ในระยะทาง 610 KM. (WLTP) ราคาเริ่มต้น 5.69 ล้านบาท
เรื่อง : ณัฐพล เดชสิงห์
เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

