Continental GT ครองใจชาวยุโรปต่อเนื่อง คว้า 2 รางวัลใหญ่จากสื่อสายยานยนต์ชั้นนำในเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์
(มิวนิก 14 กุมภาพันธ์ 2567) Continental GT ยังคงครองใจชาวยุโรปอย่างต่อเนื่องด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่ในสาขา ‘Best Car’ ในตลาดหลักของยุโรป โดยได้รับเลือกจากผู้อ่านนิตยสารด้านยานยนต์ชั้นนำในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนีเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

สำหรับในประเทศเยอรมนี Bentley Continental GT ได้คว้ารางวัล ‘Best Cars’ จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านนิตยสารยานยนต์ชื่อดังสัญชาติเยอรมัน Auto Motor und Sport โดยมีผู้อ่านมากกว่า 92,000 คนร่วมโหวตในการสำรวจประจำปีครั้งที่ 48 ให้ Continental GT เป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดในหมวดรถยนต์หรูนำเข้าจากคู่แข่งทั้งหมดกว่า 455 รุ่นใน 13 หมวดหมู่เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
ส่วนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Continental GT ก็ได้คว้ารางวัล ‘Best Cars’ ในหมวดรถยนต์หรูจากคู่แข่งทั้งหมด 422 รุ่นใน 13 หมวดหมู่ โดยถือเป็นครั้งแรกสำหรับการคว้ารางวัลจากนิตยสาร Auto Illustrierte

Bentley Continental GT ถือเป็นอัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตและได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับแกรนด์ ทัวเทอร์ที่มาพร้อมกับความทันสมัยและความหรูหราตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2546 โดยในปัจจุบัน Continental GT เป็นเจเนอเรชันที่ 3 ที่ได้นำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของความสามารถในการขับขี่ที่โดดเด่นและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ทันสมัย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สร้างความประทับใจและทำให้ผู้ร่วมโหวตตัดสินใจเลือกอัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้รุ่นนี้ให้เป็นรถยนต์หรูที่ดีที่สุด

การคว้ารางวัลในครั้งนี้ถือเป็นบันทึกแห่งความสำเร็จหน้าสุดท้ายสำหรับรุ่น Continental GT แบบเครื่องยนต์สันดาปในยุโรป โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เบนท์ลีย์ มอเตอร์สได้ประกาศปิดรับการสั่งจอง Continental GT และ GTC V8 ในภูมิภาคยุโรป ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ ยังคงเปิดรับคำสั่งจอง ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ Beyond100 ที่รถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์แบบไฮบริดภายในปี 2568 สำหรับการผลิตขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น W12 จะสิ้นสุดลงในปีนี้ พร้อมด้วยกว่า 100,000 ขุมพลังในตำนานตั้งแต่เริ่มต้นสายการผลิต ณ โรงงานเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V

เกี่ยวกับ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกท่านและรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคันด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 37 ปี พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์โดยเฉพาะนำเข้าจากโรงงาน การรับประกันอะไหล่แท้ และบุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น โดยมี Qualified High Voltage Technician หนึ่งเดียวในประเทศไทยเป็นผู้รับรองงานซ่อมและงานบำรุงรักษารถยนต์ไฮบริดตามมาตรฐานโรงงาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกท่านตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ (AAS Looking After YOU And Your CAR)” และให้ชื่อ AAS เป็น “The Name You Can Trust”
February 29, 2024 AAS Bentley Marketing Bentley AAS Auto Service, Bentley Bangkok
© AAS Auto Service Co., Ltd.
We use cookies
Super Car คืออะไร แตกต่างอย่างไรบ้างเมื่อเทียบกับ Sport Car
Published January 18, 2024




เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านยานยนต์กำลังก้าวหน้าอย่างมาก ถึงขั้นที่โลกเราผลิต Super Car ได้หลายรูปแบบ รวมถึงรุ่นที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% แต่ยังคงประสิทธิภาพความแรงตามสไตล์ Super Car ไว้ได้ก็มีให้ได้เห็นกันมาหลายรุ่นแล้ว แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความต่างระหว่าง Super Car กับ Sport Car ว่าแตกต่างกันอย่างไร เพราะรูปลักษณ์ภายนอกอาจดูคล้ายกัน ไปในแนวทางเดียวกัน ต้องแยกแยะด้วยอะไรถึงจะมองเห็นความต่าง อีกทั้งยุคหลัง ๆ ยังมีคำว่า Hyper Car ปรากฏเพิ่มขึ้นมาอีก ยิ่งทำให้เกิดความสับสนในการจำแนกมากขึ้น ดังนั้นวันนี้ เอเชียไดเร็ค จึงพร้อมที่จะช่วยคลายข้อสงสัยทั้งหมดได้อย่างชัดเจน!
Super Car คือ อะไร
Super Car คือ รถที่มีประสิทธิภาพสูง หรือมักถูกเรียกอีกอย่างว่า Exotic Car มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ที่แรงดุดัน Super Car ใช้งานได้ทั้งบนสนามแข่ง และท้องถนนทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีความเร็ว 0-100 ต่ำกว่า 4 วินาที และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 300 กิโลมเตรต่อชั่วโมงกันเลยทีเดียว
ตัวอย่าง Super Car รุ่นดัง คือ McLaren 765lt วิ่ง 0-100 ในเวลา 2.8 วินาที (ราคาประมาณ 60 ล้านบาท), Lamborghini Huracan STO วิ่ง 0-100 ในเวลา 3 วินาที (ราคาประมาณ 30 ล้านบาท) และ Porche 911 วิ่ง 0-100 ในเวลา 3.5 วินาที (ราคาเริ่มต้น 9.9-22 ล้านบาท) นอกเหนือจากตัวอย่างแบรนด์ไฮเอนด์ที่เราแนะนำไป รถยนต์แบรนด์ดังในตลาดก็มี Super Car ประจำค่ายของตัวเช่นกัน โดยเฉพาะ BMW, Benz, Nissan, Ford, Honda และอื่น ๆ
Sport Car คือ อะไร
Sport Car คือ รถยนต์ที่มีลักษณะภายนอกค่อนคล้ายกันกับ Super Car เพียงแต่จะมีการออกแบบให้เหมาะสมกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันมากกว่า Super Car นั่นเอง โดยเครื่องยนต์อาจไม่แรงเท่า แต่ก็สามารถขับเคลื่อนได้คล่องตัวกว่ารถยนต์ทั่วไป พร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เน้นช่วยเหลือการขับขี่ให้สะดวกสบาย และมีความล้ำสมัยกับการดีไซน์ภายในที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
ตัวอย่าง Sport Car รุ่นดัง คือ BMW M4 Coupe ราคาประมาณ 7-10 ล้านบาท, Subaru BRZ ราคา 2.8 ล้านบาท, Toyota GR Supra ราคา 5.2 ล้านบาท และ Porche 718 ราคา 5.79 ล้านบาท ซึ่งดูรวม ๆ เรื่องราคาแล้วจะเข้าถึงง่ายกว่า Super Car ค่อนข้างหลายระดับเช่นกัน เนื่องด้วยการออกแบบให้สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า ไม่เน้นเรื่องพละกำลังเครื่องยนต์อย่างดุดัน ทำให้ราคาเอื้อมถึงง่ายนั่นเอง
Super Car แตกต่างอย่างไรกับ Sport Car
ทีนี้ลองมาดูกันหน่อยว่าระหว่าง Super Car และ Sport Car ที่เพิ่งทำความรู้จักไปในด้านบน แตกต่างกันอย่างไร โดยเราจะแบ่งความแตกประมาณ 7 เรื่อง คือ ราคาของตัวรถ, ประสิทธิภาพเครื่องยนต์, สมรรถนะภาพรวม, วัสดุการประกอบรถ, Aerodynamics, Production numbers และ ความยากง่ายในการหาซื้อรถประเภทนั้น ๆ ซึ่งหากเปรียบเทียบข้อมูลทั้งหมดระหว่าง Super Car และ Sport Car จะได้ผลลัพธ์ดังตารางต่อไปนี้
| ข้อเปรียบเทียบ | Super Car | Sport Car |
| ราคาของตัวรถ | ราคาค่อนไปทางสูงมาก | ราคากลาง-สูง |
| ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ | ทรงพลังอย่างมาก(เฉลี่ยวิ่ง 0-100 ต่ำกว่า 4 วินาที) | ทรงพลังในระดับหนึ่ง |
| สมรรถนะภาพรวม | สูงมาก | สูง |
| วัสดุการประกอบรถ | เน้นน้ำหนักเบา | เน้นน้ำหนักเบา |
| Aerodynamics | ยอดเยี่ยม | ยอดเยี่ยม |
| Production numbers | มีความ Limited เป็นส่วนใหญ่ | มีการผลิตเป็นจำนวนมาก |
| ความยากง่ายในการหาซื้อ | หาซื้อค่อนข้างยากมาก | หาซื้อได้ทั่วไป |
เท่านี้ทุกคนคงเข้าใจความต่างระหว่าง Super Car และ Sport Car กันไปแล้ว ซึ่งหากสรุปแบบง่าย ๆ คือ Super Car จะเน้นเรื่องประสิทธิภาพเครื่องยนต์เป็นหลัก ให้มีขุมกำลังที่มหาศาล ส่วน Sport Car จะเน้นการใช้งาน มีประสิทธิภาพที่สูงระดับหนึ่ง เพื่อให้การขับขี่คล่องตัว

Hyper Car คืออะไร
Hyper Car คือ อีกระดับขั้นของรถยนต์ Super Car ที่มีความลิมิเต็ดมากขึ้นหลายเท่าตัว เพราะผลิตมาอย่างจำนวนจำกัดมาก ๆ แถมยังมีราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 35 ล้านบาทเลยด้วย โดยเฉพาะบางรุ่นที่มีการผลิตออกมาให้แรงกว่า Super Car ที่อยู่ในไลน์ผลิตปัจจุบัน ซึ่งถ้าเทียบจริง ๆ สามารถนำไปใช้แข่งในสนามได้แบบสบาย ๆ ดังนั้นหากได้ยินคำนี้แปลว่านี่คือสุดยอดรถยนต์ที่ทั้งเร็ว แรง แพง และเท่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน
ตัวอย่าง Hyper Car รุ่นดัง คือ Bugatti Bolide ทำความเร็วได้สูงสุด 498 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (มีเพียง 40 คันทั่วโลก), Koenigsegg Jesko Absolut ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 531 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ SSC Tuatara ทำความเร็วสูงสุดได้ 532 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (มีเพียง 100 คันทั่วโลก) ทั้งลิมิเต็ด และแรงจนน่าตกใจทั้งราคา และความเร็วที่ได้เห็นกันไป
ความต่างระหว่าง Super Car กับ Hyper Car
หลังจากได้ลองเปรียบเทียบ Super Car กับ Sport Car ไปแล้ว คราวนี้ลองเอามาเปรียบเทียบกับ Hyper Car ดูบ้างว่าพอจะแยกแยะได้อย่างไร ซึ่งเกณฑ์ที่เราจะเอามาใช้แยกมีทั้งหมด 4 เรื่องด้วยกัน คือ ราคาของตัวรถยนต์, จำนวนที่ผลิต, ความเร็วที่สามารถทำได้ และประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ โดยการเปรียบเทียบเบื้องต้นตามข้อมูลชุดนี้ จะสามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
| ข้อเปรียบเทียบ | Super Car | Hyper Car |
| ราคาของตัวรถยนต์ | ราคาเริ่มต้นประมาณ 3-5 ล้านบาท | ราคาเริ่มต้นประมาณ 30-35 ล้านบาท |
| จำนวนที่ผลิต | ผลิตออกมาตามแผนการผลิต | ผลิตออกมาแบบจำนวนจำกัด |
| ความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ | ไม่ต่ำกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง | ไม่ต่ำกว่า 386 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
| ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ | มีสมรรถนะที่สูงมาก | สมรรถนะสูงมากเป็นพิเศษใช้เครื่องยนต์ไฮบริดเพื่อเพิ่มความเร็วและแรง |
ถ้าพูดว่า Super Car นั้นสามารถวิ่งได้เร็วมาก ๆ แล้ว ก็ต้องยอมให้ Hyper Car ที่วิ่งเร็วได้มากกว่านั้นไปก่อน ทั้งราคาแพง ประกอบจำนวนจำกัด เทคโนโลยีแบบเต็มพิกัด จึงทำให้เรามีโอกาสได้เห็นยากมากกว่าหลายเท่าตัวเช่นกัน

อยากทำประกันรถชั้น 1 ให้ Super Car Sport Car หรือ Hyper Car ได้ไหม
เบื้องต้นการเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 สามารถทำให้กับรถยนต์ Super Car และ Sport Car ได้อย่างไร้ปัญหา แต่อาจมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องของค่าเบี้ยประกันที่แตกต่างจากรถยนต์ธรรมดา หรือรถหรูทั่วไป เนื่องด้วย Super Car นั้นเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามา ทำให้มีอะไหล่และค่าบำรุงรักษาที่สูงมาก ในทางเดียวกัน Sport Car บางรุ่นที่ไม่อยู่เกณฑ์ จะถูกจัดเป็นหมวดรถหรูธรรมดา ทำให้มีค่าเบี้ยประกันต่ำกว่า Super Car ได้ และ Hyper Car ยิ่งไม่ต้องพูดถึง จะมีค่าเบี้ยประกันที่สูงมากขึ้นไปทำตามทุนประกันแน่นอน ดังนั้นก่อนทำประกันรถยนต์ Super Car อย่าลืมเช็กกับบริษัทที่เราสนใจอีกทีหนึ่ง
เกณฑ์การพิจารณาประกันรถยนต์ Super Car
สำหรับเกณฑ์การพิจารณาเพื่อทำประกันรถยนต์ Super Car จะมีด้วยกันประมาณ 7 ข้อ คือ เรื่องจำนวนประตู, ขนาดเครื่องยนต์, กำลังเครื่องยนต์, น้ำหนักรถยนต์, อัตราการเร่ง 0-100, ความเร็วสูงสุด และราคาขายปีแรกจากผู้จัดจำหน่าย ซึ่งตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับกฎเกณฑ์ในการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 จะมีดังลิสต์รายการต่อไปนี้
- จำนวนประตู ต้องมีน้อยกว่า 4 ประตู
- ขนาดเครื่องยนต์ ตั้งแต่ 2,000 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป
- กำลังเครื่องยนต์ ต้องมี 250 แรงม้าขึ้นไป
- น้ำหนักรถยนต์ ต้องน้อยกว่า 2,000 กิโลกรัมลงไป
- อัตราการเร่ง 0-100 ต้องเป็นภายใน 5 วินาทีหรือน้อยกว่าเท่านั้น
- ความเร็วสูงสุด ต้องอยู่ในช่วง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป
- ราคาขายปีแรกจากผู้จัดจำหน่าย ต้องมีราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
หากเราดูคร่าว ๆ เกี่ยวกับเกณฑ์ด้านบน และเทียบกับประสิทธิภาพรถยนต์ Super Car ที่เราเพิ่งได้นำเสนอไป อย่างไรก็คิดว่ารถยนต์ตัวแรงประเภทดังกล่าวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 จะสามารถผ่านเกณฑ์ และทำประกันชั้น 1 สำหรับรถยนต์ประเภทนี้ได้อย่างสบาย ๆ แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และโปรโมชันของบริษัทประกันที่คุณสนใจ ว่าจะเลือกทำที่ไหนถึงจะคุ้มค่าการใช้งาน
ดังนั้น เอเชียไดเร็ค ขออนุญาตแนะนำประกันรถชั้น 1 สำหรับคุณเจ้าของ Super Car ให้เข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-089-2000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือจะติดต่อสะดวกสบายผ่านไลน์แอดที่ @asiadirect ได้เช่นกัน เรามีบริการดูแลรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง, มีรถให้ใช้ทดแทน, การันตีราคาคุ้มค่า, มีชดเชยค่าเดินทางกลับบ้านเมื่อรถเสียขับต่อไม่ได้ และอื่น ๆ อีกเพียบ!

