Mercedes-Maybach S500 ที่สุดความหรูหราจากค่าย ดาวสามแฉก
- โดย : Autodeft
- 8 ส.ค. 58 00:00
- 9,475 อ่าน
Mercedes Benz เปิดตัวที่สุดยนตรกรรมสุดหรู Mercedes Maybach S 500 เคาะราคาจำหน่ายวางขายในประเทศไทย 16.9 ล้านบาท
กล่าวถึงรถยนต์ที่ให้ความหรูหราและหลายคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี เชื่อเลยว่า Mercedes Benz น่าจะเป็นชื่อที่ทำให้หลายคนต่างอยากจะจับจองเป็นเจ้าของด้วยตัวตนที่พกความหรูหรามาอย่างเต็มพิกัดบ่งบอกความภูมิฐานอย่างภาคภูมืใจ ทว่าในที่สุดของความหรูอย่างเหนือระดับคงต้องยกให้ Maybach
Mercedes-Maybach S500 เป็นการตอกย้ำที่สุดความภูมิฐานหรูหราเหนือขีดขั้นของยนตรกรรมทั่วไปด้วยการแนะนำที่สุดยนตรกรรมที่วันนี้เดินทางมาถึงประเทศไทย พร้อมให้จับจองแล้ว ด้วยการออกแบบสุดหรูหราจากค่ายรถยนต์ที่คุ้นเคย ซึ่ง Maybach เป็นแบรนด์ ที่เกิดมาเพื่อสะท้อนภาพความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

ตัวรถ Mercedes-Maybach S500 โดดเด่นด้วยความหรูหราสง่างาม คงการออกแบบภายนอกที่สืบทอดจาก Mercedes Benz S Class ไว้อย่างเต็มเปี่ยมไม่ว่าจะ กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับโลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์บนฝากระโปรงลาย 3 แถบเสริมโครเมียม ฝากระโปรงหน้าที่ยาว พร้อม คิ้วโครเมียมตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า กระจกหน้าต่างสีเขียว กรองแสงรอบคัน พร้อมกระจกนิรภัยด้านหลัง, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System พร้อมฟังก์ชั่น Active Light System, ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก, ปลายท่อไอเสียคู่, ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางรถยนต์แบบ Run-flat tyres และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ ขนาดใหญ่ พร้อมปิดท้ายความสมบูรณ์แบบด้วยโลโก้ “Maybach” บนฝากระโปรงหลัง
โดย Mercedes-Maybach มาพร้อมกับความยาวตัวรถประมาณ 5,453 มม. (S-Class ยาว 5,246 มม.) ระยะฐานล้อ 3,365 มม. (S-Class ยาว 3,165 มม.) ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสารที่สุดยนตรกรรมแนะนำตัวด้วยส่วนผสมความหรูหรา ผนวกกับความนุ่มสบายขณะขับขี่ และความกว้างขวาง เข้าไว้ด้วยกัน โดยรถยนต์รุ่นนี้ได้รับการตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa แบบ Exclusive Package ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design, ด้านบนของคอนโซลหน้า และส่วนกลางของแผงประตูหุ้มหนัง nappa, ผ้าหลังคาและแผงบังแดดหน้าหุ้มด้วย DINAMICA microfibre, นาฬิกาแบบอนาล็อก ที่มาพร้อมกับ IWC ดีไซน์ รวมถึงระบบมัลติมีเดียอันล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบ COMAND Online เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และระบบ นำทาง (navigation system) พร้อมรีโมทควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, เครื่องเล่นดีวีดีแบบ 6 แผ่น (DVD Changer), ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ, ระบบเครื่องเสียงแบบ Burmester® high-end 3D surround sound system, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad, ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมด้านหน้า (Head-up display) และระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง
เบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลัง ริมหน้าต่าง มาพร้อมกับฟังค์ชั่นอุ่นเบาะนั่งและระบายอากาศ พร้อมทั้งสามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ โดยเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าสามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าได้มากกว่าปกติถึง 4 เซนติเมตร และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 เซนติเมตร
ส่วนเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังแบบ multi-contour ที่มาพร้อมระบบที่นั่งแบบ First Class และโต๊ะทำงานแบบพับได้ รวมถึงการเพิ่มความสบายตลอดการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นนวด ENERGIZING สำหรับ เบาะด้านหลัง ที่ใช้หลักการนวดผ่อนคลายเหมือนการใช้หินร้อน โดยสามารถเลือกโปรแกรมนวดได้ถึง 6 รูปแบบ ได้แก่ Hot Relaxing Massage Back, Hot Relaxing Massage Shoulder, Activating Massage, Classic Massage, Mobilizing Massage และ Workout ที่พร้อมเพิ่มความสบายในการพักผ่อนด้วยรองขาปรับระดับ สำหรับผู้โดยสารด้านหลังซ้าย-ขวา, ตู้เย็นภายในรถยนต์บริเวณที่นั่งด้านหลัง, ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย-ขวา และด้านหลัง ที่สามารถปรับเลื่อนขึ้น-ลงด้วยระบบไฟฟ้า, ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC หน้า-หลัง รวมถึงการช่วยเติมเต็ม ทุกบรรยากาศการขับขี่ด้วยไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่มีให้เลือกถึง 7 สี ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ รวมถึงความเข้มอ่อนของแสงได้ 5 ระดับ
นอกจากนี้ Mercedes-Maybach ได้ทำการติดตั้งระบบ active perfuming system ที่มาพร้อมกับ AIR-BALANCE Package โดยระบบจะผลิตกลิ่นหอมและปรับระดับความหอมได้ด้วย ตัวคุณเอง ผ่านการใช้น้ำหอมปรับอากาศคุณภาพสูง เพื่อให้ความสดชื่นและความรื่นรมย์มากขึ้น โดยกลิ่นหอมที่ใช้มีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่ FREESIDE MOOD, NIGHTLIFE MOOD, DOWNTOWN MOOD และ SPORTS MOOD รวมถึงอีก 1 กลิ่นพิเศษสำหรับ Mercedes-Maybach โดยเฉพาะ อย่างกลิ่น AGARWOOD


ด้านความปลอดภัย Mercedes-Maybach S500 ยังใว่ใจในทุกรายละเอียดด้วย ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system และ PRE-SAFE impulse system, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง (PRE-SAFE rear system) รับมือด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบถุงลม เพื่อลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และหัวล็อคเข็มขัดนิรภัยแบบเรืองแสง, ถุงนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างสำหรับผู้โดยสารคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะสำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP), ฟังก์ชั่นช่วยการทรงตัวขณะเร่งแซงทางโค้ง (Curve Dynamic Assist), ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist), ระบบช่วยเบรก (Brake Assist – BAS), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist, ไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Lights), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Acceleration skid control –ASR), สัญญาณป้องกันการโจรกรรม พร้อมระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในรถ, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ (AIRMATIC), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tyre pressure monitoring system), ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist), ฟังก์ชั่นที่ฉีดน้ำกระจกบังลมหน้าติดตั้งบริเวณใบปัดน้ำฝน (MAGIC VISION CONTROL), ระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน (Night view assist), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus), ระบบช่วงล่างแบบ MAGIC BODY CONTROL และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง เป็นต้น

Mercedes-Maybach S 500 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 4,663 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 455 แรงม้าที่ 5,250-5,550 รอบ/นาที แรงบิด 700 นิวตันเมตร ที่ 1,800-3,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. Mercedes-Maybach S 500 ราคา 16,900,000 บาท ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด พร้อมสั่งจองรถยนต์ได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ
ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com
https://www.facebook.com/plugins/likebox.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fautodeft&width=350&height=290&colorscheme=light&show_faces=true&header=true&stream=false&show_border=true&appId=319301814840150
[GALLERY1561]
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เสริมไลน์อัพลักชัวรี่ เปิดตัว 2 โมเดล Maybach และ New S-Class S 580 e
November 21, 2024
216
0
Share:

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เสริมไลน์อัพลักชัวรี่ส่งท้ายปี 2024 ด้วยการเปิดตัว Mercedes-Maybach EQS 680 SUV, Mercedes-Maybach S 580 e และ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV รถยนต์ไฟฟ้า BEV (Battery electric vehicle) รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีที่ตอบโจทย์การใช้งานอันเหนือ วางจำหน่ายเริ่มต้นในราคา 12,500,000 บาท

สำหรับ Mercedes-Maybach EQS 680 SUV มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PSM (Permanently Excited Synchronous Motors) โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกติดตั้งบริเวณเพลาขับหน้า และหลัง ให้กำลังสูงสุดถึง 658 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 950 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.4 วินาที ต่อเนื่องทุกการเดินทางด้วยแบตเตอรี่แบบ High-voltage ชนิด Lithium-ion ที่มีความจุมากถึง 118.0 kWh พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ดีที่สุดอย่าง fully-variable 4MATIC+ all-wheel drive สามารถวิ่งได้ไกลถึง 615 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (WLTP)
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV นับเป็นยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury ที่สามารถมอบประสบการณ์แบบครบทุกสัมผัสทั้ง 5 อย่างเหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงามของการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-Maybach ที่ผสานความหรูหราและล้ำสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
โดดเด่นด้วยระบบไฟหน้า DIGITAL LIGHT สามารถปรับความสว่างได้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมและการจราจร มาพร้อมการติดตั้งระบบประตูแบบ Soft Close พร้อมประตูไฟฟ้า Electric Door ทั้ง 4 บาน และเป็นครั้งแรกที่มาพร้อมระบบ KEYLESS-GO Convenience Package Plus สามารถเปิด-ปิดและควบคุมประตูได้ทั้งบานคู่หน้าและคู่หลัง โดยประตูไฟฟ้าสามารถทำงานได้แม้อยู่บนทางลาดชัน และทำงานร่วมกับระบบแจ้งเตือนอันตรายก่อนการเปิด-ปิดประตูรถ
ทั้งยังมาพร้อม Rear axle steering 10° โดยที่ล้อหลังสามารถเลี้ยวได้มากถึง 10° ช่วยให้การขับขี่คล่องตัวและเลี้ยวได้อย่างง่ายดายแม้ในพื้นที่แคบ

เมื่อเข้ามายังภายในห้องโดยสาร จะพบกับหน้าจอ MBUX Hyperscreen ยาวต่อเนื่องกันถึง 56 นิ้ว ซึ่งออกแบบตามแนวคิด Zero Layer concept พร้อมกระจกป้องกันรอยขีดข่วนคุณภาพสูง Gorilla® Glass แผ่นเดียวต่อเนื่องตลอดทั้งหน้าจอ โดยแบ่งการใช้งานเป็น 3 ส่วน ได้แก่ หน้าจอ Driver Display แบบ LED matrix backlighting ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอ Central Display แบบ OLED ขนาด 17.7 นิ้ว
หน้าจอ Co-driver Display แบบ OLED ขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งแสดงผลได้คมชัดยิ่งขึ้นผู้โดยสารสามารถใช้หน้าจอ Co-driver Display ในการช่วยเหลือผู้ขับขี่ สามารถตั้งค่า ตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของรถ
ค้นหาแผนที่ และใช้งานสื่อบันเทิงได้โดยไม่รบกวนผู้ขับขี่ ผสานการทำงานกับระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ระบบ NTG7 ที่รองรับคำสั่งเสียงได้มากถึง 27 ภาษา

เติมความลักชัวรีในทุกสัมผัสไปอีกขั้น ด้วยการติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Exclusive Nappa Leather ที่หรูหราและสะดวกสบายที่สุดสำหรับผู้ขับขี่
พร้อมเบาะนั่งพิเศษ Active Multi-Contour ที่มีระบบนวดกว่า 10 โปรแกรม แบบ ENERGIZING massage function และระบบปรับอุณหภูมิเบาะแบบ Climate seats ได้ทั้งแบบอุ่นและแบบเย็น ทั้งยังสามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก เช่น PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL พร้อม HEPA FILTER ผสานการทำงานร่วมกับ AIR BALANCE PACKAGE ในการมอบบรรยากาศที่สดชื่นรอบห้องโดยสาร
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ทั้งหน้าจอแบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จำนวน 2 หน้าจอ ขนาด 11.6 นิ้ว ควบคุมด้วยระบบสัมผัสแบบ Multi-touch ที่ใช้งานเว็บเบราว์เซอร์หรือ YouTube ได้อย่างง่ายดาย สามารถเล่นเสียงผ่านเครื่องเสียงภายในรถ หรือผ่านหูฟังแบบ Bluetooth Audio


รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงแบบ Mini HDMI มาพร้อม MBUX rear tablet หน้าจอขนาด 7.4 นิ้ว แบบ HD-resolution Display สามารถสลับการใช้งานได้ระหว่าง MBUX และ Android โดยแท็บเล็ตจะเชื่อมต่อและควบคุมหน้าจอต่าง ๆ ภายในรถผ่านสัญญาณ Wi-Fi สามารถควบคุมการเปิด-ปิดม่าน ระบบปรับอากาศ ระบบ climate seat และระบบนวดสำหรับที่นั่งตอนหลังได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการติดตั้งตู้เย็นบริเวณด้านหลังที่เท้าแขนของผู้โดยสารตอนหลัง ความจุ 10 ลิตร พร้อมปุ่มควบคุมอุณหภูมิ (+7°C ถึง +1°C) ออกแบบพิเศษสำหรับแช่แชมเปญได้ 2 ขวด พร้อมที่วางแก้วแชมเปญสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบความบันเทิงยังจัดมาแบบเต็มพิกัด สามารถเปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นคอนเสิร์ตของศิลปินคนโปรดได้ด้วยระบบเสียง Burmester® 4D surround sound system ด้วยลำโพงคุณภาพสูงกว่า 15 ตัว แบบ Premium Speakers ติดตั้ง Amplifier Channels ให้กำลังขับสูงสุด 790 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos® และหูฟังไร้สายความละเอียดสูง พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation ที่จะมอบประสบการณ์เสียงคุณภาพรอบทิศทาง

รถยนต์คันนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัย Assistance Package อย่างครบครัน อาทิ ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC) ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist) Active Steering Assist ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist) ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย (Active Steering Assist) และ Parking Package พร้อมกล้องรอบคัน 360° ฯลฯ
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV มีตัวเลือกสี Non-Metallic Paints ให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และสีขาว (Polar White) มีสี Metallic Paints ให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีดำ (Obsidian Black) สีน้ำตาล (Velvet Brown) สีน้ำเงิน (Sodalite Blue) สีเงิน (High-tech Silver) สีเขียว (Emerald Green) และสีเทา (Selenite Grey) ส่วน MANUFAKTUR Paints Finish ทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว (MANUFAKTUR Opalite White Bright) และสีเทา (MANUFAKTUR Alpine Grey Solid)
นอกจากนี้ ยังสามารถเลือก Optional Extra เป็นสีทูโทน อาทิ Selenite Grey/Obsidian Black, Nautic Blue/High-tech Silver, Obsidian Black/High-tech Silver, MANUFAKTUR Kalahari Gold Metallic/Obsidian Black และ Onyx Black/Satin Brown เป็นต้น

Maybach New S-Class

Mercedes-Maybach S 580 e มาพร้อมสีทูโทนใหม่ คือ High-tech Silver / Selenite Grey วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท
Mercedes-Maybach S 580 e ยนตรกรรมระดับไฮเอนด์ลักชัวรีที่สะท้อนเอกลักษณ์ความสง่างามตามแบบฉบับของ Mercedes-Maybach ครั้งแรกกับรุ่นประกอบในประเทศไทย และถือเป็นประเทศแรกที่ขึ้นไลน์ผลิตตัวถังสีทูโทนแบบ Local Production โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนผสานขุมพลังแบบปลั๊กอินไฮบริด
รวมทุกความเป็นเลิศเหนือจินตนาการทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ภายนอกและภายใน เทคโนโลยีที่มอบความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่เหนือระดับ พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วยยนตรกรรมระดับสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์
Mercedes-Maybach S 580 e ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย มอบสมรรถนะในการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 6 สูบ พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 367 แรงม้าที่ 5,500-6,100 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,600-4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร

เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 5.7 วินาที ติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบ Lithium-ion ขนาด 28.6 kWh ช่วยให้สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP
รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 60 kWh ใช้เวลา 30 นาที ส่วนการชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charge) รองรับสูงสุด 11 kWh ใช้เวลาชาร์จ 2 ชั่วโมง 30 นาที
ดีไซน์ภายนอกมีความโดดเด่นสง่างามพร้อมสะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็น เริ่มด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบ Radiator grille และตราสัญลักษณ์ Maybach อันเป็นเอกลักษณ์ ล้อมรอบด้วยกระจกแบบ laminated glass ช่วยสะท้อนความร้อน ป้องกันรังสีอินฟาเรดและเสียงสะท้อนจากภายนอก

มาพร้อมไฟหน้าแบบ DIGITAL LIGHT และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus ผสานการทำงานด้วยระบบปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System) ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) และไฟท้ายดีไซน์ใหม่พิเศษแบบ LED พร้อมเทคโนโลยี fibre-optic
ในส่วนของช่วงล่าง มีการติดตั้งล้อ MAYBACH แบบ forge wheels ขนาด 20 นิ้ว และระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (AIRMATIC) เพื่อช่วงล่างที่นุ่มนวล สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ ความเร็ว และการบรรทุกสัมภาระได้อย่างอัตโนมัติ ให้ทุกการขับขี่เป็นไปอย่างสะดวกสบายและเหนือระดับในทุกสภาพถนน
เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร จะพบแผงคอนโซลกลางแบบ black crystal-look finish ติดตั้งหน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลาง OLED ขนาด 12.8 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ที่สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ


ตกแต่งบริเวณโครงหลังคาอย่างปราณีตด้วย DINAMICA microfibre คุณภาพสูง มาพร้อมพวงมาลัย 3 ก้านแบบใหม่ Wood/Leather Multifunction เพิ่มการตกแต่งลายไม้หลังเบาะผู้โดยสารตอนหน้าแบบ MANUFAKTUR black piano lacquer trim ที่มีเส้นสายโค้งไหลลื่น ให้ความรู้สึกล้ำสมัย และระบบนั่งด้านหลังแบบเฟิร์สคลาส พร้อมฟังก์ชันการนวดที่สามารถเปลี่ยนทุกความเหนื่อยล้าให้เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย
นอกจากนี้ยังติดตั้งถุงลมนิรภัยระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า (Centre Airbag) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4-ZONE ฟังก์ชันปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package) ระบบฟอกอากาศแบบ HEPA filter และระบบตรวจวัดระดับฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
Mercedes-Maybach S 580 e ได้มีการติดตั้งระบบความบันเทิงและการสื่อสารมาอย่างล้ำสมัย โดยควบคุมและสั่งการทุกอย่างราวกับมีผู้ช่วยส่วนตัวด้วยระบบ MBUX Interior Assistant อันชาญฉลาดเพื่อผู้โดยสารด้านหลัง รวมถึงระบบปฏิบัติการมัลติมีเดียแบบ MBUX ที่เชื่อมต่อ music streaming service

ระบบแผนที่นำทาง และระบบตรวจสอบสภาพการจราจร Live Traffic Information มาพร้อมการติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system ที่จะช่วยยกระดับสุนทรียภาพแห่งการเดินทางอย่างไร้ขีดจำกัด ผสานการทำงานกับ Ambient lighting ในการสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารด้วยระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารกว่า 64 เฉดสี ที่สามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึง 2 เฉดสีพิเศษ ได้แก่ สี twinkle-star และสี rosé gold ที่มีเฉพาะในยนตรกรรมจาก Mercedes-Maybach เท่านั้น
ความพิเศษในรูปแบบใหม่ของรถยนต์คันนี้คือ การเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการเดินทางไปกับโปรแกรมการขับขี่แบบ “Maybach” ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความผ่อนคลายขณะเดินทางให้แก่ผู้โดยสารด้านหลังโดยเฉพาะ โดยจะเน้นการเคลื่อนที่ของระบบช่วงล่างและควบคุมแรงสั่นสะเทือนของรถยนต์เพื่อมอบการขับขี่ที่นุ่มสบายที่สุด
ในขณะเดียวกันก็สามารถปรับการควบคุมคันเร่งเพื่อการออกตัวอย่างนุ่มนวล ในขณะที่โปรแกรมการขับขี่แบบ “COMFORT” ก็จะช่วยมอบสมดุลแห่งการขับขี่อันสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และยังมีอีกหลากหลายโหมดให้เลือกใช้งานตามความต้องการด้วยระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT


สำหรับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยนั้น Mercedes-Maybach S 580 e จัดมาให้อย่างเต็มพิกัดตามแบบฉบับรถยนต์ระดับไฮเอนด์ลักชัวรี ทั้งระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance package ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist)
ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยและเตือนเมื่อปล่อยมือ (Active Steering Assist with hands-off warning) และระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist ฯลฯ
นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบช่วยจอด Active Parking Assist with PARKTRONIC พร้อมกล้อง 360° ที่จะช่วยนำรถเข้าจอดได้อย่างง่ายดายผ่านการส่งสัญญาณเสียง และการแสดงภาพรอบทิศทางผ่านกล้อง 360° ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อช่วยควบคุมการจอดรถได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น Maybach New S-Class


Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium วางจำหน่ายในราคา 7,580,000 บาท โดยมีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (Obsidian Black) สีเงิน (High-Tech Silver) สีขาว (MANUFAKTUR Opalite White Bright)
S 580 e AMG Premium ที่สุดแห่งยนตรกรรมระดับไอคอนิกในตระกูล S-Class จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ผสานความทันสมัยในทุกด้านอย่างลงตัว ทั้งสุนทรียภาพของการขับขี่ ความสะดวกสบายของการโดยสาร ระบบความบันเทิง และความปลอดภัยในระดับเฟิร์สคลาส
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,999 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 367 แรงม้าที่ 5,500-6,100 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,600-4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 750 นิวตันเมตร


ดีไซน์ภายนอกถ่ายทอดทุกความสง่างามบนท้องถนนตามปรัชญา “Sensual Purity” ที่มีความงดงามและน่าหลงใหล ผ่านการออกแบบที่เรียบหรูแต่ทรงพลัง มีการตกแต่งรอบคันแบบ AMG Bodystyling อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG สะท้อนความหรูหราและความทันสมัย เพื่อให้ทุกการขับขี่โดดเด่นในทุกมุมมอง
พร้อมทั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่ถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน ทั้งไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ผสานการทำงานร่วมกับระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus) ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System) และระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light)
นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับการเดินทางไปอีกขั้น ทั้งระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO และ seamless door handles ระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า


ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว และระบบช่วงล่างอัจฉริยะอย่าง ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (AIRMATIC) พร้อมระบบควบคุมระดับอัตโนมัติ ที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงกระแทกและเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ทุกเส้นทาง
มอบความสะดวกสบายทุกการขับขี่มากขึ้นด้วยระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) โดยที่ล้อหลังสามารถเลี้ยวได้มากถึง 4.5 องศา เพื่อช่วยเหลือกรณี U-turn และขณะเข้าจอดที่ความเร็วต่ำ ระบบจะหมุนล้อหลังไปในทิศทางตรงข้ามกับล้อหน้าได้สูงสุดถึง 4.5 องศา
หากความเร็วเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบนี้จะช่วยการทรงตัวขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยจะหมุนล้อหลังไปในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้าไม่เกิน 3 องศา ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ใช้งาน แต่เมื่อความเร็วสูงสุด ระบบจะเลี้ยวไม่เกิน 2.5 องศา ในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้า


ภายในห้องโดยสารของ S 580 e AMG Premium ออกแบบมาอย่างประณีตด้วยชุดตกแต่ง AMG Interior Package ที่เน้นความหรูหราและสปอร์ตอย่างลงตัว มาพร้อมเบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive Nappa ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design สะท้อนถึงความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด
เสริมด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต 3 ก้าน หุ้มด้วยหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control นอกจากนี้ พื้นที่ด้านบนของคอนโซลหน้าและส่วนกลางของแผงประตูกลางยังหุ้มด้วยหนัง Nappa พร้อมลายไม้ที่โดดเด่นบริเวณแผงประตู ช่องระบายอากาศ และด้านหลังของเบาะนั่งคู่หน้า
อีกทั้งยังมีระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless Charging) สำหรับที่นั่งด้านหลัง และระบบช่วยเหลือภายในห้องโดยสาร MBUX Interior Assistant ที่สามารถจดจำท่าทางเฉพาะบุคคล เพื่อเรียกใช้งานฟังก์ชันที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าอย่างง่ายดาย

การติดตั้งเทคโนโลยีและระบบการสื่อสารต่าง ๆ ใน S 580 e AMG Premium จัดมาแบบเต็มพิกัด พร้อมส่งมอบประสบการณ์อันเหนือระดับแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปอีกขั้น
ทั้งระบบมัลติมีเดีย MBUX entertainment พร้อมเชื่อมต่อ music streaming service ระบบแผนที่นําทางและสภาพการจราจร Live traffic information
ฟังก์ชันสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยโทรศัพท์มือถือ (Remote Engine Start) อุปกรณ์สื่อสารด้วยสัญญาณ LTE สําหรับบริการ Mercedes me connect
นอกจากนี้ผู้โดยสารด้านหลังยังสามารถเพลิดเพลินไปกับระบบมัลติมีเดีย MBUX ที่มาพร้อมจอแสดงผล 2 ตําแหน่ง และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system ด้วยลําโพงคุณภาพสูงถึง 15 ตัว พร้อมระบบปรับรูปแบบเครื่องเสียงแบบส่วนตัว (Sound personalization) ที่จะมอบสุนทรียภาพแห่งเสียงเพลงอย่างเต็มเปี่ยม
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยอย่างครบครัน อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance Package ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC) ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist)
ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) และระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง และฟังก์ชัน Active Parking Assist ฯลฯ

เรื่อง: พูนทวี สุวัตถิกุล
ขอบคุณข้อมูล: เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)
เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th
Maybach New S-Class
![[ครบชุด] T0110025 จฉาคนอ ไม วเอง](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-30.png)
![[ครบชุด] T0110026 คำพ ดแย ๆของแม เหม อนคำสาบแช งล](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-31.png)