De Tomaso P72 อวดโฉมที่ทะเลสาบ Como
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า De Tomaso ผู้ผลิตรถสปอร์ทที่มีประวัติความเป็นมาร่วม 60 ปี นับจากการก่อตั้ง ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมากมาย จนเมื่อเร็วๆ นี้ ได้กลับมาเริ่มการพัฒนารถต้นแบบ P72 ที่เปิดตัวในงาน Goodwood Festival Of Speed ปี 2562 ด้วยรูปทรงคูเป ที่มีดีไซจ์นงดงาม โดยใช้ขุมพลัง วี 8 สูบ ของ Ford ที่ปรับแต่งจนได้กำลังสูงสุด 700 แรงม้า




ความเป็นจริงใกล้เข้ามาเมื่อ P72 กำลังจะเข้าสู่กระบวนการผลิต จะเห็นตัวจริงได้ในปีหน้า จากภาพที่เห็น คือ De Tomaso สีฟ้าคันสวยงามจอดอยู่บนสนามหญ้าของวิลลา Concorso D’Eleganza ริมทะเลสาบ Como ในอิตาลี ซึ่งเป็นการปล่อยภาพออกมาเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะได้พบกับซูเพอร์คาร์ที่น่าประทับใจคันนี้ จากภายนอกตัวรถเป็นสีฟ้าคลาสสิค เข้ามาภายในห้องโดยสารเบาะนั่งบุด้วยหนังสีขาว รับกันกับพวงมาลัยสีเดียวกัน ประดับอลูมิเนียมเซาะร่องไขว้ที่กึ่งกลางพวงมาลัย และประดับที่ขอบเกจวัดแบบลอยตัว แม้แต่หัวเกียร์อลูมิเนียมทรงกลมก็ถูกเซาะร่องด้วยลวดลายเดียวกัน De Tomaso มีแผนจะผลิต P72 เป็นโมเดลแรก ก่อนการผลิตรถรุ่นอื่นในอนาคต โดยจะใช้ฐานการผลิตในสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยโรคระบาดที่เกิดขึ้น จึงต้องย้ายฐานการผลิตไปยัง Nürburgring ประเทศเยอรมนี และจะส่งมอบ P72 ลอทแรกให้แก่ลูกค้าได้ในปี 2566 โดยจะผลิตจำนวนจำกัดที่ 72 คันเท่านั้น มีราคาประมาณ 890,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 30.3 ล้านบาทในสหรัฐฯ)


GWM เปิดตัวรถออฟโรดรุ่นใหม่ Tank 400 PHEV มาพร้อมดีไซน์ใหม่และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
โดย Sakura P.10 วันที่แล้ว921ดู
เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา GWM ได้เปิดตัวรถรุ่น Tank 400 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น และมาพร้อมกับรุ่น Hi4-Z ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชันที่ 3 ของ GWM
GWM เปิดตัวรถออฟโรดรุ่นใหม่ Tank 400 PHEV มาพร้อมดีไซน์ใหม่และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
GWM Tank 400 ใหม่ มีขนาดตัวถังอยู่ที่ความยาว 4,964 มม. กว้าง 1,970 มม. และสูง 1,905 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 2,850 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ตัวรถใหม่จะสั้นลง 21 มม. แต่กว้างขึ้น 10 มม. และสูงขึ้น 5 มม. ในขณะที่ระยะฐานล้อยังคงเดิม

การออกแบบภายนอกยังคงความดุดันสไตล์ออฟโรดไว้เช่นเดิม กระจังหน้ามีแถบโครเมียมแนวนอนสองเส้นเข้ากับไฟหน้าทรงเหลี่ยม กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่จากเดิมที่เป็นมุมแหลมเปลี่ยนมาใช้เส้นตรงมากขึ้นพร้อมตกแต่งด้วยสีดำ

ด้านข้างยังคงมีรายละเอียดแบบหมุดย้ำบริเวณซุ้มล้อ และรถรุ่นใหม่นี้ยังมีสีภายนอกใหม่คือ สีม่วงตุนหวง
สำหรับด้านท้าย ยังคงมียางอะไหล่ติดอยู่ด้านนอก แต่ไม่มีฝาครอบยางแล้ว ตำแหน่งของโลโก้ถูกปรับใหม่ โดยโลโก้ “WM TANK และ Great Wall Motors จะอยู่ด้านบน ส่วน Tank 400 และ Hi4-T / Hi4-Z จะอยู่ด้านล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มอุปกรณ์อย่าง LiDAR บนหลังคา รวมถึงกล้องด้านข้างและด้านหลังเพื่อรองรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชันที่ 3 ของ GWM ซึ่งทำให้สามารถขับขี่ในเมืองและบนทางหลวงโดยใช้ระบบ NOA ได้ และไฟท้ายยังมาพร้อมกับไฟสีฟ้าขนาดเล็กเพื่อแจ้งเตือนเมื่อระบบทำงาน


การออกแบบภายในของห้องโดยสารยังคงเหมือนกับรุ่นปัจจุบัน โดยมีแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 16.2 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, จอแสดงข้อมูลบนกระจกบังลม (HUD), กระจกมองหลังแบบดิจิทัล, หน้าจอเพดานด้านหลังขนาด 15.6 นิ้ว และตู้เย็นในรถ

GWM Tank 400 มาพร้อม 2 รุ่นย่อยคือ Hi4-Z และ Hi4-T
รุ่น Hi4-Z
ใช้ขุมพลังเดียวกันกับ Tank 500 Hi4-Z ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ P2 และ P4 พร้อมเกียร์ DHT แบบ 3 สปีด เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 185 kW (ประมาณ 248 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 380 Nm

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 215 kW (ประมาณ 288 แรงม้า) และ 240 kW (ประมาณ 322 แรงม้า) ตามลำดับ ตัวรถมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมแบบ Ternary ขนาด 59.05 kWh ทำให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 200 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
รุ่น Hi4-T
ยังคงใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมแบบ Ternary ขนาด 37.1 kWh เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 185 kW

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 120 kW (ประมาณ 161 แรงม้า) ทำให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 105 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 8.4 ลิตรต่อ 100 กม.
ที่มา carnewschina
แสดงความคิดเห็น
![[ครบชุด] T0310026 ความอดทนของเดอะแบก Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-101.png)