Czinger 21C ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดที่คว้าสถิติจาก 0-400-0 กม./ชม. ใน 29 วินาที
หลังจากทาง Czinger ได้เปิดตัว Czinger 21C ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ล่าสุดได้เผยตัวเลขสถิติอัตราเร่งจาก 0-400-0 กม./ชม. สามารถโค่นล้มสถิติเดิมของ Koenigsegg Regera ที่ได้ทำการทดสอบเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงเมื่อปีที่ผ่านมา โดยใช้เวลาเพียง 31.49…
หลังจากทาง Czinger ได้เปิดตัว Czinger 21C ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ล่าสุดได้เผยตัวเลขสถิติอัตราเร่งจาก 0-400-0 กม./ชม. สามารถโค่นล้มสถิติเดิมของ Koenigsegg Regera ที่ได้ทำการทดสอบเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงเมื่อปีที่ผ่านมา โดยใช้เวลาเพียง 31.49 วินาที

โดยอัตราเร่งดังกล่าว Czinger 21C สามารถทำทั้งหมดได้เพียง 29 วินาที โดยในช่วงอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 1.9 วินาที และจาก 0-300-0 กม./ชม. สามารถทำได้ราว ๆ 15 วินาที หมายความว่าตัวรถสามารถเค้นความเร็วสูงสุด 432 กม./ชม. และสามารถสร้างแรงกดอากาศมากกว่า 250 กก. ในความเร็วที่ 250 กม./ชม.

หัวใจสำคัญของความเร็วนี้เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์ V8 2.88 ลิตร พร้อมข้อเหวี่ยงแบบ flat-crank เทอร์โบ 2 ชุด ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง 2 ตัวที่เพลาล้อหน้า ให้สมรรถนะรวมสูงสุด 1,250 แรงม้า ที่รอบสูงสุด 11,000 รอบ/นาที ประกอบกับตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 1,250 กก. จึงมีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก 1:1

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะทางบริษัทฯ เตรียมส่งเวอร์ชั่นที่สอง Czinger 21C Lightweight Track Configuration โดยจะมีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนเพื่อลดน้ำหนักให้เบาลงเพียง 1,218 กก. หรือมีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่ 1:03 มอบแรงกดอากาศมากถึง 790 กก. ที่ 250 กม./ชม. ความเร็วสูงสุด 380 กม./ชม.

ทั้งนี้ Czinger 21C ได้รับการออกแบบและผลิตขึ้นในลอสแองเจลิส ก่อนที่จะเผยโฉมสู่สายตาสาธารณชนที่ออสเตรียอย่างในงาน Geneva Motor Show 2020 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 มีนาคมเป็นต้นไป
Five Fact : Bugatti Chiron ไฮเปอร์คาร์ระดับ 1500 ม้า
ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 11 พ.ค 2561
แชร์ 2
ภายใต้หน้ากากเปรียบดั่งงานศิลป์ชิ้นเลิศจากแดนน้ำหอม คือความโหด ดิบ เถื่อนของแรงม้าระดับ 1,500 ตัว พลังดั่งปีศาจปราศจากความปราณี ไฮเปอร์คาร์ทายาทอสูรดีกรีระดับ Car Production ที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง Bugatti Veyron ที่ดุแค่ไหน แต่ Chiron คันนี้โหดยิ่งกว่า Chobrod “5 Fact” ขอนำเสนอ 5 สิ่งที่น่าสนใจในอสูรสี่ล้อคันนี้ที่มีชื่อว่า Bugatti Chiron ความพิเศษของรุ่นนี้มีอะไรบ้าง ไปดูกัน!

Five Fact : Bugatti Chiron ไฮเปอร์คาร์ระดับ 1500 ม้า
1. “ยาง” กลับไปใช้แบบรถทั่วไป
ความแตกต่างที่พัฒนาจากรุ่น Veyron ก่อนหน้าคือเรื่องยาง ที่ Veyron ต้องการสร้างความแตกต่างด้วยยางลักษณะเฉพาะจาก Bugatti ที่เมื่อถึงเวลาข้างหรือคู่ไหนต้องเปลี่ยนขึ้นมา จะต้องเปลี่ยนทีทั้งสี่เส้น และมันคือหนึ่งข้อเสียที่มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายแพงระยับกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่ใน Chiron เป็นการ Back To basic กลับมาใช้ยางในรูปแบบทั่วไป ด้วยยางจากค่าย Michelin ที่คู่หน้าขนาด 285/30/20 และ 335/25/21 ในคู่หลัง

ยางกลับไปใช้แบบดั้งเดิมจาก Michelin
2. แรงบิดอันโหดร้ายพร้อมฝูงม้าอีกเป็นโขยง
ม้าเป็นฝูงคุณจะทำให้มันเชื่องเท้าได้แค่ไหน? อัตราเร่งที่รวดเร็วกว่ารุ่นก่อนด้วยการร่วมมือของเทอร์โบขนาดอลังการทั้ง 4 ลูก ทำให้เครื่องยนต์เบนซินแบบ W16 ที่ความจุขนาด 8.0L เบ่งกำลังแรงม้าออกมาได้ถึง 1,500 ตัว ที่ 6,700 RPM แรงบิดสูงสุดมีมากถึง 1,600 Nm ! ที่รอบระดับ 2,000-6,000 RPM ส่งกำลังลงล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 Speed ทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 2.3 วินาที และใช้เวลาน้อยกว่า 13.6 วินาทีกับความเร็วระดับ 0-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดอยู่ทำได้อยู่ที่ 420 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดูเพิ่มเติม:
>> Audi R8 สไตล์ Bugatti เน้นเฉดสีฟ้า ตำนานของซูเปอร์คาร์ตัวท็อป
>> Bugatti เตรียมพัฒนาไฮเปอร์คาร์ในอนาคต มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ประหยัดน้ำมัน แต่สมรรถนะเหนือชั้น


สวยแม้จะตอนวิ่งหรือตอนจอด!
3. ลิมิเต็ด
งานศิลป์ที่ประกอบสร้างด้วยมือทั้งคัน พร้อมวิศวกรรมระดับพรีเมี่ยมขั้นสูงอย่าง Bugatti Chiron รุ่นนี้ จำกัดการผลิตไว้แค่เพียง 500 คันเท่านั้น จากโรงงานเล็กๆ แต่ดูดีในเมือง Molsheim ประเทศฝรั่งเศษ

โรงงานที่สรรสร้างงานศิลป์สี่ล้อ Bugatti เล็กๆไมเน้นปริมาณแค่เน้นมูลค่า
4.ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่พิเศษกว่า
ทางโรงงานเคลมว่าตัวถังชนิดคาร์บอนไฟเบอร์ใน Bugatti Chiron นั้นมีความทนทานกว่าของรถแข่งเสียอีก เพราะมันถูกสร้างขึ้นเป็นชิ้นเดียวทั้งหมดจากห้องอบขนาดใหญ่ ซึ่งมาจากส่วนผสมของใยคาร์บอนไฟเบอร์ที่ยาวมากระดับจากโลกไปได้ถึงดวงจันทร์ได้ ซึ่งนั่นคือพื้นฐานวิศวกรรมของ Chiron ที่เหนือกว่ารถยนต์ทั่วๆ ไป

โครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาและแกร่งกว่ารถแข่ง
5. มีที่เก็บสัมภาระแล้ว!
เสียงบ่นจากลูกค้าเจ้าของรุ่น Veyron ที่หวังเพียงแค่พื้นที่เล็กๆ สำหรับวางกระเป๋าสัมภาระ คงจะไปถึงหูของทาง Bugatti และในตัวของ Bugatti Chiron จึงได้เพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บของมาให้ที่หน้าฝากระโปรง และที่สำคัญยังมีกระเป๋าตรงรุ่นปักป้าย “Bugatti Chiron” มาให้ด้วย สำหรับใครที่กำลังจะซื้อรุ่นนี้ อย่าลืมตรวจสอบก่อนรับรถด้วยละ ว่าในตัวรถมีกระเป๋ามาให้ด้วยหรือเปล่า

ห้องเก็บสัมภาระด้านหน้าพร้อมกระเป๋าตรงรุ่นที่แค่ใครสะพายก็รู้ทันทีว่าเหลือ! แค่ไหน
ทั้งหมดคือสิ่งที่น่าสนใจในไฮเปอร์ค่าสุดหรู ผสมผสานจิตวิญญาณความคลาสสิคไว้เต็มคัน ยนตกรรมทำมือพร้อมด้วยวิศวกรรมขั้นสูง ผสมดีไซน์ดั่งงานศิลป์ชั้นเลิศ อย่าง Bugatti Chiron คันนี้ราคาตัวรถก็ไม่มากเท่าไร ตีเป็นเงินไทยก็ตกอยู่เพียงแค่ 120 ล้านบาทเท่านั้นเอง!
Chobrodขอฝากความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้และอย่าลืมแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ของคุณให้เราด้วยโดยการให้ Comment ด้านล่างนี้ได้เลย
![[ครบชุด] T0310063 กไม กด Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-115.png)