• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0310072 าอยากเจอคนด ๆต องเปล ยนแปลงต วเอง ละครส นต องมนต

admin79 by admin79
October 4, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0310072 าอยากเจอคนด ๆต องเปล ยนแปลงต วเอง ละครส นต องมนต

เปิดตัว!! Ferrari 849 Testarossa และ 849 Testarossa Spider การคืนชีพชื่อในตำนาน แทนที่ SF90

445 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SF90 มีผู้มารับไม้ต่อเป็นที่เรียบร้อย ขอต้อนรับ 849 Testarossa และ 849 Testarossa Spider โดยชื่อ Testarossa เป็นที่รู้จักเล่าขานกันมายาวนานตั้งแต่ Ferrari 500 TR ปี 1956 ที่มาพร้อมฝาครอบวาล์วสีแดงอันสะดุดตา จนถึง Ferrari Testarossa ปี 1984 ตัวนี้เรียกว่าไอคอนิกสุดๆ

Ferrari เปิดตัวทีเดียว 2 รุ่นรวด 849 Testarossa (คูเป้) และ 849 Testarossa Spider (เปิดประทุน) รุ่น Spider มากับหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ (RHT) เปิดปิดหลังคาได้ภายในเวลา 14 วินาที ใช้งานได้ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 45 กม./ชม. งานดีไซน์ภายนอกมาเป็นทรงเหลี่ยมแบบรถแข่ง 512 S ยุค 70 ด้านอากาศพลศาสตร์เน้นไปที่แรงกดและการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม แรงกดรวมสูงสุดที่ทำได้คือ 415 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 250 กม./ชม. เพิ่มขึ้นจาก SF90 ถึง 25 กิโลกรัม ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนก็เพิ่มขึ้น 15% ด้านหน้ารถมีกันชนหน้าและใต้ท้องรถที่ออกแบบใหม่หมด ใต้ท้องมีครีบช่วยสร้างกระแสลม Vortex Generators ข้างตัวรถดีไซน์ตัวถังให้รับปริมาณอากาศไปยังอินเตอร์คูลเลอร์ได้มากขึ้นถึง 30% บั้นท้ายโดดเด่นด้วยดีไซน์หางคู่ Twin tail แรงบันดาลใจจาก 512 S ซึ่งจะทำงานร่วมกับสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟที่ซ่อนอยู่ตรงกลาง และดิฟฟิวเซอร์แบบหลายระดับช่วยลดแรงต้านอากาศได้อย่างดีเยี่ยม

ห้องโดยสารมาในสไตล์รถแข่งแต่ก็ยังคำนึงถึงความสะดวกสบายในการนั่ง พวงมาลัยได้ปุ่ม Engine Start แบบดั้งเดิม และลูกบิด eManettino สำหรับระบบไฮบริด ร่องเกียร์ H-gate ดีไซน์แบบลอยตัว เบาะนั่งมีให้เลือกทั้งแบบมาตรฐานเน้นสบาย และแบบ Racing คาร์บอนไฟเบอร์ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มีแท่นชาร์จไร้สายบนคอนโซลกลาง และระบบ MyFerrari Connect ให้เจ้าของรถตรวจสอบสถานะรถได้ทุกที่ผ่านแอปพลิเคชัน

849 Testarossa ติดตั้งขุมพลัง V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ พัฒนาจาก SF90 ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว รวมสองระบบให้กำลังสูงสุด 1,050 แรงม้า (เพิ่มม้าขึ้น 50 ตัวจาก SF90) เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.3 วินาที, 0-200 ใน 6.35 วินาที ท๊อปสปีด 330 กม./ชม. ใช้เกียร์ F1 คลัทช์คู่ 8 สปีด

849 Testarossa ยังมีให้สั่งออฟชั่น Assetto Fiorano package ชุดแต่งพิเศษลดน้ำหนักตัวรถได้ประมาณ 30 กิโลกรัม ด้วยชิ้นส่วนที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ และไทเทเนียม เช่น เบาะนั่งแบบ Lightweight Tubular Seat, ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยลดมวลใต้สปริง (unsprung mass) ชุดแต่งภายนอกอัพเกรดครีบกันชนหน้าให้ใหญ่ขึ้น ใต้ท้องรถติดตั้งแผงเพิ่มสร้าง Vortex Generators ท้ายรถมีการอัพเกรด Twin tail กลายเป็นปีกคู่แบบใหม่ Twin wings ได้โช้คจาก Multimatic แบบรถแข่ง ยางเป็น Michelin Pilot Sport Cup2 และยังสามารถเลือกตกแต่งตัวถังด้วยลวดลายพิเศษ สองสีคือ Bianco Cervino (ขาว) และ Rosso Corsa (แดงเฟอร์รารี) โดยมีเส้นคู่แบบไล่เฉด (gradient) วิ่งจากฝากระโปรงหน้า ผ่านหลังคา ไปจนถึงฝากระโปรงหลัง

บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Ferrari  

https://youtube.com/watch?v=0EkSu4AoqBk%3Fautoplay%3D0
https://youtube.com/watch?v=mKXJB4JGahU%3Fautoplay%3D0
https://youtube.com/watch?v=pQCRu_gHEDQ%3Fautoplay%3D0

เคอนิกเส็กก์ เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์รุ่น เยสโก้ แอบซูลุท และ เกเมร่า 4 ที่นั่งแนะนำในประเทศไทย

Tags: koenigsegg, koenigsegg bangkok, เคอนิกเส็กก์, เยสโก้ แอบซูลุท, เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท, เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า, koenigsegg gemera, koenigsegg jesko absolut, เกเมร่า, gemera, jesko absolut, เคอนิกเส็กก์ แบงค็อก

“Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) แบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน ร่วมกับ บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ที่ล่าสุดเปิดบ้านในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองกับอีกก้าวประวัติศาสตร์ของ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) เมื่อ Koenigsegg Automotive AB (เคอนิกเส็กก์ ออโตโมทีฟ เอบี) ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ร่วมด้วยไฮไลท์ที่หาชมยาก! ส่งตรงจากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร กับการเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท อย่าง Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) และ Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ณ ห้องบอลรูม โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

“Koenigsegg” ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 จากปณิธานอันแน่วแน่ของเด็กหนุ่มวัย 22 ปี ที่ต้องการสร้างรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบโดยไร้ขีดจำกัด อย่าง Christian von Koenigsegg (มร.คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Koenigsegg Automotive AB    โดยทุกรายละเอียดองค์ประกอบของรถจะต้องทำงานร่วมกันอย่างลงตัวเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด (Ultimate performance) ทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ ไปจนถึงการตกแต่งภายในของ “Koenigsegg” ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยมือ รถทุกคันจึงเปรียบดั่งงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ สร้างขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของแบรนด์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียด ขณะที่ความล้ำสมัยทางนวัตกรรมก็เป็นที่ขึ้นชื่อ โดยช่วงหลายปีที่ผ่านมาแบรนด์เดินหน้าเปิดตัวและจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นการทำลายสถิติโลกอย่างต่อเนื่องในรถหลากหลายรุ่น



มร.คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Koenigsegg Automotive AB กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย เข้าสู่ครอบครัว “Koenigsegg” อย่างเป็นทางการ – สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่แบรนด์ระดับท็อปของโลกต่างให้ความสนใจ ประกอบกับศักยภาพของ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย และบริษัทในเครือภายใต้การบริหารของ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ที่สั่งสมประสบการณ์ในแวดวงยานยนต์มาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงทำให้ผมเชื่อมั่นอย่างมากว่า “Koenigsegg” สามารถเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ได้อย่างมั่นคงและมีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั้งในตลาดเมืองไทยและในภูมิภาค”

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย ที่พิสูจน์ตัวเองถึงความเป็นโปรเฟสชั่นแนลในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ขณะที่ “Koenigsegg” เองก็เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั่วโลกมาโดยตลอดในเรื่องการสร้างไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูง ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับแต่งตั้งจาก Koenigsegg Automotive AB ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย(Koenigsegg Bangkok) เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยากจะมีใครได้สัมผัสให้แก่ลูกค้าแบบรอบด้าน เสมือนไปเยือนบ้านของ “Koenigsegg” ที่เมือง Ängelholm ประเทศสวีเดน ด้วยตนเอง”

นอกจากวาระแห่งการเฉลิมฉลองในค่ำคืนนี้แล้ว ภายในงานยังได้ดื่มด่ำกับที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์หาชมยาก! ถึง 2 รุ่น ที่เดินทางข้ามทวีปมาสร้างความตื่นเต้นให้กับคุณถึงกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก อย่าง Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท) ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบของตัวรถที่มีความปราดเปรียวและดุดันมากยิ่งขึ้นด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ซึ่งตัวครีบฉลามคู่นั้นทำหน้าที่คอยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดแรงเฉี่อยจากลมเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง ดีไซน์ด้านหน้าของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บเมื่อต้องการเปิดประทุน ช่วงล่างของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเมื่อขับขี่ในสนามแข่งและยังคงสะดวกสบายเมื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ เครื่องยนต์ของ Jesko Absolut เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ซึ่งสามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ที่ 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85) และยังสามารถลากรอบได้ถึง 8500 รอบต่อนาที ตัวเครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง ระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut เป็นแบบ 9 จังหวะที่เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” ซึ่งมาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสงพร้อมทั้งยังมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น



Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่งและยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ ทั้งยังมาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ช่วยให้ Gemera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น

ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่ของ Gemera นั้นได้ติดตั้งทั้งระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมเผชิญทุกสภาพถนน นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร้าใจแล้ว Koenigsegg Gemera ยังสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม. เมื่อต้องการเดินทางโดยปราศจากมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้หากต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม. Gemera นั้นถูกออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้ในเมืองด้วยความเร็วต่ำและขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้ง 2 ที่นั่งอีกด้วย

ดีไซน์ภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถไปได้พร้อมกันเลยในเวลาเดียวกันทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตู บริเวณด้านบนประตูนั้นติดตั้งกล้องที่แสดงภาพของรถด้านหลังซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำมาใช้บนรถแทนกระจกมองข้างทั่วไป ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัมต่อล้อ ด้านท้ายของ Gemera ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ที่เพิ่มความดุดันทั้งด้านรูปลักษณ์และซุ้มเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ภายในของ Gemera อำนวยความสะดวกสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางในด้านหน้าแลถูกเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับสรีระผู้โดยสารให้สบายยิ่งขึ้นทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่งสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงความบันเทิงและระบบปรับอากาศได้ด้วยตัวเองพร้อมทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระของแต่ล่ะที่นั่งเพื่อเป็นสัดส่วนอีกด้วย สำหรับ Gemera นี้ มีเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร






Previous Post

[ครบชุด] T0310094 ขส ดท าย Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T0310073 กน องนะไม ใช ละครส นต องมนต

Next Post
[ครบชุด] T0310072 าอยากเจอคนด ๆต องเปล ยนแปลงต วเอง ละครส นต องมนต

[ครบชุด] T0310073 กน องนะไม ใช ละครส นต องมนต

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.