Koenigsegg Gemera & Jesko สองไฮเปอร์คาร์สุดแรง ระดับ 1,600 แรงม้า บุกเมืองไทยแล้วเริ่ม 108 ล้านบาท
- โดย : Autodeft
- 20 ต.ค. 63 00:00
- 11,385 อ่าน
ถ้าจะกล่าวถึงไฮเปอร์คาร์จะมีชื่อแบรนด์ Koenigsegg (เคอนิกเส็กก์) อยู่ในลิสรายชื่อรถแรงขั้นเทพรวมอยู่ด้วย ถึงอายุแบรนด์จะน้อยกว่าใครเพื่อนแต่ประสบการณ์ระดับขั้นสุดยอดอย่าง Christian von Koenigsegg (คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์) ชายหนุ่มในวัยเพียง 22 ปี ใฝ่ฝันในที่อยากผลิตรถเป็นของตัวเองจนตัดสินใจเปิด Koenigsegg ออกมาก็กลายเป็นรถไอเปอร์คาร์ที่ Guinness World Records ยกย่องให้เป็นรถยนต์ที่แรงที่สุดเร็ว
จากรุ่นเริ่มต้น Koenigsegg CC8S ในปี 1996 จนมาผลิตไฮเปอร์คาร์มาอีกหลายรุ่น เช่น Agera, Agera RS, Regera, Jesko และล่าสุดที่เมืองไทย ทาง เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในไทยในการจำหน่ายที่สุดรถยนต์ไฮเปปอร์คาร์ แบรนด์ Koenigsegg โดยรุ่นปฐมฤกษ์ จำหน่ายถึง 2 รุ่นด้วยคือ Koenigsegg Gemera และ Koenigsegg Jesko



เริ่มที่ Koenigsegg Gemera ไฮเปอร์คาร์ที่ออกแบบมาแรงและเร็วที่สำคัญยังรักษ์โลกด้วยพลัง Hybrid เบนซินเทอร์โบคู่ 3 สูบ 2.0 ลิตร ที่ให้กำลังมากถึง 600 แรงม้าที่ 7,500-8,500 รอบ/นาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 2,000-7,000 รอบ/นาที ในภาคเครื่องยนต์จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัวด้วยกัน ล้อหน้ากับล้อหลังให้พลังถึง 500 แรงม้า แรงบิด 1,000 รอบ/นาที และข้อเหวี่ยง 400 แรงม้า แรงบิด 500 รอบ/นาที โดยเมื่อทำงานร่วมกันจะได้พลังมากสุด 1,700 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11,000 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ทำอัตราแร่งแบบดีที่สุดเพียง 1.9 วินาที พร้อมระบบดลี้ยวล้อหลังและกระจายแรงบิดเพื่อควบคุมที่มั่นใจและเผชิญทุกสภาพ นอกจากนี้ในโหมดวิ่งไฟฟ้าอย่างเดียววิ่งไกลสุด 50 กม. (ด้วยความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม.) แต่ถ้าอยากขับแบบเครื่องยนต์ล้วนๆวิ่งไกลสุด 950 กม. รวมทั้งหมด 1,000 กม. และยังรองรับน้ำมันสูงสุดถึง E85 ขับเคลื่อน 4 ล้อ




ตัวรถนั้นออกแบบการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งในเมืองและต่างจังหวัดไฮเวย์ด้วยตัวถัง Carbon Fiber Monocoque พร้อมดีไซน์ตัวรถเด่นด้วยประตูแบบปีกนกที่ชื่อ Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors สามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังเข้าออกพร้อมกันได้เลย กระจกมองข้างรูปแบบใหม่ติดตั้งกล้องแสดงภาพของรถ ล้อแม็กซ์ดีไซน์เท่ผลิตจาก Carbon Fiber ขนาด 21 นิ้วพร้อมยาง 295/30 ZR21 สำหรับล้อหน้าและ 22 นิ้ว พร้อมยาง 317/30ZR22 ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ส่งเสียงดุดันเร้าใจแบบน่าเกรงขาม รวมถึงช่องใส่สัมภาระความจุมากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภายในอำนวยความสะดวกด้วยเบาะปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางคู่หน้าหุ้มวัสดุเมโมรี่โฟมรองรับศีรษะที่แตกต่างกันถึง 4 ที่นั่ง พร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ทำงานสั่งการทั้งเครื่องปรับอากาศและระบบความบันเทิงที่รองรับ Netflix ได้ด้วย และยังมีที่วางแก้วน้ำ 8 จุด Koenigsegg Gemera ในทั่วโลกมีเพียง 300 คันเท่านั้น โดยราคาจำหน่ายในไทย เริ่มที่ 108,000,000 บาท



ส่วน Koenigsegg Jesko มีด้วยกันถึง 2 รุ่นย่อยทั้งรุ่น Jesko และ Jesko Absolut “Jesko Absolut” มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ 5.0 ลิตร ซึ่งสามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ที่ 1,600 แรงม้า ที่ 7,800-8,500 รอบ/นาที แรงบิด 1,500 นิวตันเมตรที่ 5,100 รอบ/นาที (เมื่อใช้น้ำมันสูงถึง E85) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Light Speed Transmission มาพร้อมระบบ Ultimate Power On Demand เปลี่ยนเกียร์ได้ฉัยไว ตอบสนองรวดเร็ว ไฮเปอร์คาร์ที่แรงและเร็วที่สุดของค่าย ออกแบบตัวรถอย่างดุดันท้าทายและปราดเปรียวด้วยครีบฉล่ามคู่ด้านท้าย โดยได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ด้านหน้าออกแบบให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานตอนเปิดประทุน ช่วงล่างถูกปรับแต่งเน้นความนุ่มนวลและสนุกในการขับขี่พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง 265/35 R20 สำหรับล้อหน้าและ 21 นิ้ว พร้อมยาง 325/30R21 ในราคาเริ่มต้น 350,000,000 บาท
Touring Superleggera เผยโฉม!! Veloce12 Barchetta ซุปเปอร์คาร์เปิดประทุน พื้นฐานจาก Ferrari 550 Maranello ยุค 90
308 จำนวนผู้เข้าชม |

Touring Superleggera จากอิตาลี ผู้ผลิตและออกแบบตัวถัง (coachbuilder) ที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์มากว่า 100 ปี ถ้าคุณอยากได้รถดีไซน์พิเศษไม่เหมือนใครในโลก ที่นี่คือคำตอบ
Touring Superleggera ปล่อยผลงานล่าสุดของปี 2025 มันคือ Veloce12 Barchetta รถเปิดประทุนทรงเสน่ห์พื้นฐานจาก Ferrari 550 Maranello เป็นการคืนชีพซุปเปอร์คาร์ยุค 90 ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง คำว่า “Barchetta”แปลว่าเรือลำเล็กในภาษาอิตาลี ตัวถังสร้างขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ดีไซน์เน้นอากาศพลศาสตร์ กันชนหน้ามีช่องม่านอากาศไหลผ่าน ครีบระบายอากาศใกล้ซุ้มล้อหน้า ช่องอากาศไหลผ่านข้างกันชนท้าย และดิฟฟิวเซอร์ใหม่ ชุดไฟหน้าใหม่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการสะสมของแมลงขณะวิ่งในความเร็วสูง โช้คอัพแบบปรับได้จาก TracTive เบรก Brembo และระบบไอเสียแบบวาล์วปรับระดับเสียงได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ห้องโดยสารยังคงกลิ่นอายที่คุ้นเคยของ 550 Maranello ไว้ แต่วัสดุถูกรื้อเปลี่ยนใหม่หมด ด้วยการหุ้มหนังแท้โทนสีขาวสลับน้ำตาลตัดเย็บสุดประณีต ผสานกับงานโลหะสีออกทองแดงและแชมเปญ ให้บรรยากาศโดยรวมหรูหรามากทีเดียว
Veloce12 Barchetta ใช้ขุมพลังดั้งเดิมของ 550 Maranello รหัส F133 แบบ V12 5.5 ลิตร N/A ซึ่งมีการปรับปรุงใหม่ ให้กำลังสูงสุด 503 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ประมาณ 4.4 วินาที กับท๊อปสปีด 290 กม./ชม. ใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง
Veloce12 Barchetta จะผลิตเพียง 15 คันในโลก เท่านั้น คุณสามารถเลือกสีเลือกวัสดุได้แบบอันลิมิต ขอแค่คุณมีเงินมากพอ
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Touring Superleggera












![[ครบชุด] T0310096 สะใภ ไร Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-137.png)
![[ครบชุด] T0310097 คนข บรถล มต Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-138.png)