XPENG โชว์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีล่าสุดในงาน IAA Mobility 2025
โดย Sakura P.3 วันที่แล้ว170ดู
XPENG ได้นำเสนอระบบ AI ที่ก้าวหน้าที่สุด ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในยุโรปของรถยนต์รุ่นใหม่ Next P7 ที่ล้ำสมัย ไปจนถึงการปรับใช้ระบบขับขี่ Turing AI Driving ทั่วโลก ซึ่งจะมอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะชั้นนำภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2026
XPENG โชว์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีล่าสุดในงาน IAA Mobility 2025
มิวนิก, 8 กันยายน 2025 – XPENG บริษัทเทคโนโลยีชั้นสูงชั้นนำจากประเทศจีน ได้เปิดเผยความสำเร็จล่าสุดในการเป็นผู้นำด้านการคมนาคมที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI mobility) ในงาน IAA Mobility 2025 การเปิดตัวรถยนต์รุ่น Next P7 ในยุโรป แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในด้านเทคโนโลยี AI ระบบขับขี่อัจฉริยะ และวิศวกรรมสมรรถนะสูง ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตลาดไปทั่วโลก

พร้อมกันนี้ XPENG จะเปิดศูนย์ R&D ในมิวนิกอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นแห่งแรกในยุโรป เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม AI mobility และทำงานใกล้ชิดกับผู้ใช้ชาวยุโรป

การเข้าร่วมงาน IAA Mobility ของ XPENG แสดงถึงพันธกิจที่ทะเยอทะยานนี้ ในขณะที่รถยนต์ในอดีตส่วนใหญ่อาจเป็นเพียงเครื่องจักร แต่ XPENG สร้างขึ้นโดยมี AI เป็นแกนหลัก (DNA) พื้นฐานที่ไม่เหมือนใครนี้กำหนดบทบาทของบริษัทในฐานะผู้บุกเบิกอนาคตของการคมนาคม นั่นคือ การสร้างเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตและการเดินทางของผู้คนนับล้าน ผ่านยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วย AI หุ่นยนต์มนุษย์ และแม้กระทั่งรถยนต์บินได้

He Xiaopeng ประธานและซีอีโอของ XPENG กล่าวว่า “ด้วยรุ่น Next P7 เรากำลังแสดงให้ผู้ใช้ทั่วโลกเห็นว่า AI สามารถเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นเพื่อนร่วมทางที่อบอุ่นและชาญฉลาดได้อย่างไร มันแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้าน AI ที่พัฒนาขึ้นเองทั้งหมดของเรา XPENG ไม่ได้แค่สร้างรถยนต์ แต่เรากำลังสร้างประสบการณ์การคมนาคมที่อัจฉริยะและยั่งยืนสำหรับผู้ใช้ทั่วโลก ศูนย์ R&D แห่งใหม่ในมิวนิกแสดงถึงความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งของเราในการสร้างประสบการณ์เหล่านี้ร่วมกับยุโรป เพื่อกระชับความร่วมมือ ขับเคลื่อนนวัตกรรมในท้องถิ่น และนำเสนอโซลูชันการคมนาคมที่ล้ำสมัยแก่ผู้ใช้ชาวยุโรป”

Dr. Brian Gu รองประธานและประธานของ XPENG เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ระดับโลกว่า: “นับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในงาน IAA Mobility ในปี 2023 ในฐานะแบรนด์ EV หน้าใหม่จากจีน XPENG ได้กลับมาในปี 2025 โดยเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นผู้เล่นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่อันดับที่หกของโลก ปัจจุบัน เราให้บริการผู้ใช้ในกว่า 46 ตลาด และจะยังคงขยายไปทั่วโลก มอบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เป็นนวัตกรรมเพื่อช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การคมนาคมที่ยั่งยืน”
การลงหลักปักฐานที่ลึกซึ้งในยุโรป
ตลาดยุโรปมีบทบาทสำคัญในการเร่งการเติบโตทั่วโลกของ XPENG และบริษัทกำลังลงทุนอย่างมากในตลาดนี้ XPENG จะเปิดศูนย์วิจัยแห่งแรกในยุโรปที่มิวนิกในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นศูนย์ R&D แห่งที่เก้าของโลก (ร่วมกับ Silicon Valley และ San Diego) ศูนย์นี้จะช่วยให้ XPENG เข้าใกล้ผู้ใช้ชาวยุโรปมากขึ้น และมั่นใจว่าความต้องการของพวกเขาจะถูกนำไปใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมในอนาคต


ผลงานของ XPENG ในตลาดยุโรปสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลและการยอมรับที่เพิ่มขึ้น บริษัทเป็นผู้นำด้านยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ระดับกลางถึงสูงในบรรดาแบรนด์จีน จากการสำรวจล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยบริษัทวิจัยตลาดเยอรมัน USCALE ระบุว่า XPENG เป็นแบรนด์รถยนต์จีนรายแรกที่ทำคะแนนความภักดีของลูกค้า (Net Promoter Score – NPS) ได้สูงสุด โดยมี NPS ถึง 81% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมมาก แสดงให้เห็นถึงความภักดีและการยอมรับที่แข็งแกร่งในตลาดกลุ่มประเทศ DACH (เยอรมนี, ออสเตรีย, สวิตเซอร์แลนด์)



ขับเคลื่อนอนาคตของการคมนาคมด้วย Full-Stack AI
หัวใจหลักของกลยุทธ์ XPENG คือระบบ AI ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเป็นรากฐานของทุกมิติในระบบนิเวศการคมนาคมของบริษัท—ตั้งแต่รถยนต์ AI รถยนต์บินได้ ไปจนถึงหุ่นยนต์มนุษย์ สถาปัตยกรรม AI ของ XPENG ได้รวมเอาคลาวด์ ยานพาหนะ พลังการประมวลผล และฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาปัตยกรรมการประมวลผลและการควบคุมที่ทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ตลอดทั้งตัวรถ

ด้วยความก้าวหน้าเหล่านี้ XPENG กำลังเดินหน้าสู่การผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L4 ในปริมาณมากภายในปี 2026 และเริ่มทดลองระบบ Robotaxi ในประเทศจีน นอกจากนี้ ระบบขับขี่อัจฉริยะ NGP ยังเริ่มปรับใช้ทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะระดับสูงสุดแก่ผู้ใช้ภายในไตรมาสที่สี่ของปี 2026
ระบบนิเวศ AI Mobility ที่สมบูรณ์แบบ
วิสัยทัศน์ของ XPENG สะท้อนให้เห็นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในงาน IAA Munich 2025 ผู้เข้าชมบูธสามารถสัมผัสรถยนต์ห้ารุ่น ได้แก่ New G6 และ G9 SUVs, X9 MPV, และ P7+ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ถูกกำหนดด้วย AI รุ่นแรกของโลก และมีกำหนดจะเปิดตัวในยุโรปเร็ว ๆ นี้
จุดเด่นของกลุ่มผลิตภัณฑ์คือรุ่น Next P7 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตซีดานสุดล้ำที่ผสมผสานดีไซน์แห่งอนาคต สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และความทนทานที่ไม่มีใครเทียบได้ รถคันนี้มีกำลัง 593 PS เร่งความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. และยังสร้างสถิติความทนทานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจำนวนมาก ด้วยการวิ่งได้ 3,961 กม. ภายใน 24 ชั่วโมง
การขยายขอบเขตสู่ท้องฟ้าและหุ่นยนต์
XPENG ยังกำหนดนิยามใหม่ของท้องฟ้าผ่านบริษัทลูกด้านรถยนต์บินได้คือ XPENG AEROHT ซึ่งได้ทุ่มเทวิจัยและพัฒนากว่า 12 ปี และสร้างต้นแบบมาแล้วเจ็ดรุ่น ในเดือนตุลาคมนี้ รถยนต์บินได้แบบแยกส่วน (modular flying car) รุ่น “Land Aircraft Carrier” จะทำการบินระหว่างประเทศครั้งแรกที่ดูไบ ด้วยยอดสั่งจองล่วงหน้า 5,000 คัน คาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากภายในปลายปี 2026 ซึ่งอาจทำให้ AEROHT กลายเป็นบริษัทรถยนต์บินได้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นอกเหนือจากรถยนต์และรถยนต์บินได้ XPENG ยังขยาย AI mobility ไปสู่หุ่นยนต์อีกด้วย หุ่นยนต์มนุษย์รุ่น IRON ที่ปฏิวัติวงการ ซึ่งพัฒนามาเป็นเวลากว่าห้าปีและผ่านการสร้างมาหกเจนเนอเรชัน กำลังอยู่ระหว่างการฝึกอบรมในโรงงาน และคาดว่าจะเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปี 2026 ในขณะเดียวกัน หุ่นยนต์มนุษย์รุ่นต่อไปของบริษัทก็พร้อมที่จะเปิดตัวในไตรมาสที่สี่ของปีนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ XPENG
Faraday Future รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ระเบิดสำนักงานใหญ่ในลอสแอนเจลิสเสียหาย
โดย Nuttanon P.3 วันที่แล้ว120ดู
Faraday Future รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ระเบิดสำนักงานใหญ่ในลอสแอนเจลิสเสียหาย
Faraday Future แบรนด์สตาร์ทอัพยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ธรรมดา นับตั้งแต่เปิดตัว FF 91 SUV ไฟฟ้าในปี 2016 แบรนด์ก็ได้ประสบปัญหาทางการเงินต่อเนื่อง ผลิตรถได้น้อยมากตั้งแต่ปี 2023 และส่งมอบเพียงบางคันให้คนดังระดับรอง ๆ ล่าสุดแบรนด์พยายามหันไปทำตลาดรถมินิแวนจากจีนที่รีแบรนด์ใหม่ พร้อมจอขนาดใหญ่แทนกระจังหน้า
แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อรถต้นแบบ (Prototype) ของ FF 91 ที่จอดไว้ในสำนักงานใหญ่ลอสแอนเจลิสเกิดไฟไหม้ และระเบิด สร้างความเสียหายให้กับตัวอาคาร
เหตุการณ์ไฟไหม้และการระเบิด
- เหตุไฟไหม้ถูกแจ้งเหตุแผนกดับเพลิงลอสแอนเจลิสเวลา 04:37 น.
- เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ภายใน 40 นาที โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
- การระเบิดสร้างความเสียหายต่ออาคาร 2 ชั้นขนาดเล็กที่อยู่ติดกับสำนักงานใหญ่หลัก
- กรมอาคารลอสแอนเจลิสประกาศ “Red tag” อาคารดังกล่าว หมายความว่าต้องซ่อมแซมก่อนจึงจะสามารถกลับเข้าไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย
คำชี้แจงจาก Faraday Future
ทางแบรนด์ออกมาแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเรียกรถคันที่ไหม้ว่าเป็น “FF 91 Show Vehicle” พร้อมระบุว่า
- ผนังอาคารได้รับความเสียหายเล็กน้อย
- กระจกทั้งหมดไม่แตกเสียหาย
- สาเหตุเพลิงไหม้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าแบตเตอรี่เป็นต้นเหตุ
Faraday Future ระบุถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ว่าอาจมาจาก
- การลัดวงจรของระบบไฟฟ้าในโชว์รูม
หรือ
- การลัดวงจรจากการเชื่อมต่อที่หลวมในระบบไฟ 12V ของตัวรถ
นอกจากนี้แบรนด์ยังได้ชี้แจงว่า เนื่องจากรถต้นแบบดังกล่าวเป็นหนึ่งในรุ่นทดสอบแรก ๆ ของ FF 91 วัสดุภายในไม่ได้มาตรฐานความทนไฟแบบที่ใช้ในรถที่ผลิตจริง ดังนั้น โอกาสในการเรียกรถคืน (Recall) รุ่นที่ส่งมอบจริงมีน้อยมาก

ความซับซ้อนด้านอสังหาริมทรัพย์และการเงิน
- Faraday Future ขายสำนักงานใหญ่ไปแล้วตั้งแต่ปี 2019 เป็นปีเดียวกับที่ผู้ก่อตั้งยื่นล้มละลายส่วนบุคคลและก้าวลงจากตำแหน่ง CEO
- หลังจากนั้นแบรนด์ได้ทำการเช่าอาคารคืน แต่ถูกเจ้าของใหม่ Rexford Industrial ฟ้องในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 เรื่องจ่ายค่าเช่าล่าช้า ก่อนจะตกลงยุติคดีได้ในเดือนเมษายน
- สัญญาเช่ามีกำหนดหมดอายุใน กันยายน 2025
- ปัจจุบัน CBRE บริษัทอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวว่างให้เช่า “Available” ได้แล้ว
- ตัวแทน Faraday Future ให้ข้อมูลกับ TechCrunch ว่า “ไม่แน่ใจสถานะสัญญาเช่าปัจจุบันของบริษัท”
เหตุการณ์ต้นแบบ FF 91 ระเบิดและทำลายบางส่วนของสำนักงานใหญ่ ถือเป็นอีกหนึ่งบทในประวัติที่ซับซ้อนของ Faraday Future สตาร์ทอัพที่ครั้งหนึ่งถูกคาดหวังว่าจะปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้า แต่กลับต้องเผชิญปัญหาทั้งด้านการผลิต การเงิน และล่าสุดคือเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ยิ่งทำให้เส้นทางในอนาคตของบริษัทเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ที่มา : AOL
แสดงความคิดเห็น
![[ครบชุด] T0610047 นจะไม ทน ชายห วยๆ Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-217.png)
![[ครบชุด] T0610035 เหน อยได แต ามท Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-218.png)