Aston Martin ค่ายรถซุปเปอร์คาร์หรูสัญชาติอังกฤษ เผยโฉมซุปเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ‘DB11’ ที่งานมอเตอร์โชว์กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา
แอสตัน มาร์ติน DB11 ถือเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่เตรียมวางจำหน่ายต่อจาก DB9 หลังจากที่ DB10 ถูกพัฒนาเพื่อใช้เป็นรถต้นแบบสำหรับถ่ายภาพยนตร์เท่านั้น ภายนอกติดตั้งไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ โครงสร้างตัวถังทำจากอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงสูง ให้น้ำหนักเบา
ขุมพลังของ DB11 ใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินทวินเทอร์โบ V12 ขนาด 5.2 ลิตร ที่มุ่งพัฒนาเพื่อให้มีพละกำลังมากขึ้น ควบคู่ไปกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เครื่องยนต์บล็อกดังกล่าวให้กำลังสูงสุด 608 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีดจาก ZF สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.9 วินาที ก่อนแตะความเร็วสูงสุดที่ 322 กม./ชม.
ไปดูภาพสดๆส่งตรงจากงานมอเตอร์โชว์กันครับ
เผยโฉม!! Aston Martin DB12 รุ่นใหม่ บุกเบิกนิยาม Super Tourer ครั้งแรก
2517 จำนวนผู้เข้าชม |

เปิดตัวเรียบร้อยกับ Aston Martin DB12 นี่ไม่ใช่แค่รุ่นใหม่ แต่เป็นรุ่นใหม่ที่บุกเบิกยุคใหม่ของ Aston Martin ด้วยนิยามใหม่ที่เรียกมันว่า Super Tourer ไม่ใช่แค่ Grand Tourer อีกแล้ว
Aston Martin DB12 หน้าตาโดยรวมของมันยังคล้ายคลึง DB11 แต่ด้วยนิยามใหม่ที่ว่า Super Tourer มันจึงถูกยกระดับความดุดันขึ้นไป มีการขยายแทร็กล้อกว้างขึ้นด้านหน้า 0.24 นิ้ว (6 มม.) และด้านหลัง 0.87 นิ้ว (22 มม.) กระจังหน้าใหญ่ขึ้นชัดเจน ช่องรับอากาศกันชนหน้าทรงใหม่ โคมไฟหน้าใส่รายละเอียดให้หรูหราขึ้น โลโก้ปีกแบบใหม่ถูกใช้ครั้งแรกบน DB12 ฝากระโปรงหน้าถูกเพิ่มเส้นสายให้ดูมีมัดกล้าม
ระบบกันสะเทือนปรับปรุงใหม่ มีเหล็กกันโคลงที่แข็งขึ้น ล้ออัลลอยให้ขนาด 21 นิ้ว เป็นมาตรฐาน ยางเป็น Michelin Pilot Sport 5 S รุ่นสั่งทำพิเศษเฉพาะ DB12 มีรหัส ‘AML’ กำกับไว้บนแก้มยาง เบรกมาตรฐานเป็นจานเหล็ก ด้านหน้าขนาด 400 มม. คาลิปเปอร์ 6 สูบ จานหลัง 360 มม. คาลิปเปอร์ 4 สูบ มีจานคาร์บอน-เซรามิคให้สั่งได้ เบรกประสิทธิภาพดีขึ้น ทนความร้อนสูง และลดน้ำหนักใต้สปริงถึง 27 กก. เมื่อเทียบกับเบรกมาตรฐาน
ห้องโดยสารรูปแบบใหม่หมด จอหน้าปัดดิจิตอล TFT ขนาด 10.25 นิ้ว พวงมาลัยสามก้านดีไซน์ใหม่ ช่องแอร์ดีไซน์เรียวหรู กึ่งกลางติดจออินโฟเทนเมนท์สัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ความละเอียดสูง 1970×720 พร้อมระบบควบคุมแบบสัมผัสแบบ Capacitive ตอบสนองไวเป็นพิเศษ (30ms) รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ถัดลงมาจะมีปุ่มแบบอนาล็อกจัดเรียงให้ใช้ง่าย วัสดุโดยรอบยังหรูหราด้วยหนังแท้คุณภาพสูง
DB12 ใช้ขุมพลัง V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด จาก ZF ให้กำลังสูงสุด 680 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,750-6,000 รอบ/นาที เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.6 วินาที กับท๊อปสปีด 325 กม./ชม.
DB12 จะเริ่มส่งมอบรถได้ในไตรมาสที่ 3 ปี 2023
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Aston Martin























GWM เปิดตัวรถออฟโรดรุ่นใหม่ Tank 400 PHEV มาพร้อมดีไซน์ใหม่และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
โดย Sakura P.13 วันที่แล้ว921ดู
เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา GWM ได้เปิดตัวรถรุ่น Tank 400 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น และมาพร้อมกับรุ่น Hi4-Z ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชันที่ 3 ของ GWM
GWM เปิดตัวรถออฟโรดรุ่นใหม่ Tank 400 PHEV มาพร้อมดีไซน์ใหม่และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
GWM Tank 400 ใหม่ มีขนาดตัวถังอยู่ที่ความยาว 4,964 มม. กว้าง 1,970 มม. และสูง 1,905 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 2,850 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ตัวรถใหม่จะสั้นลง 21 มม. แต่กว้างขึ้น 10 มม. และสูงขึ้น 5 มม. ในขณะที่ระยะฐานล้อยังคงเดิม

การออกแบบภายนอกยังคงความดุดันสไตล์ออฟโรดไว้เช่นเดิม กระจังหน้ามีแถบโครเมียมแนวนอนสองเส้นเข้ากับไฟหน้าทรงเหลี่ยม กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่จากเดิมที่เป็นมุมแหลมเปลี่ยนมาใช้เส้นตรงมากขึ้นพร้อมตกแต่งด้วยสีดำ

ด้านข้างยังคงมีรายละเอียดแบบหมุดย้ำบริเวณซุ้มล้อ และรถรุ่นใหม่นี้ยังมีสีภายนอกใหม่คือ สีม่วงตุนหวง
สำหรับด้านท้าย ยังคงมียางอะไหล่ติดอยู่ด้านนอก แต่ไม่มีฝาครอบยางแล้ว ตำแหน่งของโลโก้ถูกปรับใหม่ โดยโลโก้ “WM TANK และ Great Wall Motors จะอยู่ด้านบน ส่วน Tank 400 และ Hi4-T / Hi4-Z จะอยู่ด้านล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มอุปกรณ์อย่าง LiDAR บนหลังคา รวมถึงกล้องด้านข้างและด้านหลังเพื่อรองรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชันที่ 3 ของ GWM ซึ่งทำให้สามารถขับขี่ในเมืองและบนทางหลวงโดยใช้ระบบ NOA ได้ และไฟท้ายยังมาพร้อมกับไฟสีฟ้าขนาดเล็กเพื่อแจ้งเตือนเมื่อระบบทำงาน


การออกแบบภายในของห้องโดยสารยังคงเหมือนกับรุ่นปัจจุบัน โดยมีแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 16.2 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, จอแสดงข้อมูลบนกระจกบังลม (HUD), กระจกมองหลังแบบดิจิทัล, หน้าจอเพดานด้านหลังขนาด 15.6 นิ้ว และตู้เย็นในรถ

GWM Tank 400 มาพร้อม 2 รุ่นย่อยคือ Hi4-Z และ Hi4-T
รุ่น Hi4-Z
ใช้ขุมพลังเดียวกันกับ Tank 500 Hi4-Z ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ P2 และ P4 พร้อมเกียร์ DHT แบบ 3 สปีด เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 185 kW (ประมาณ 248 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 380 Nm

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 215 kW (ประมาณ 288 แรงม้า) และ 240 kW (ประมาณ 322 แรงม้า) ตามลำดับ ตัวรถมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมแบบ Ternary ขนาด 59.05 kWh ทำให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 200 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
รุ่น Hi4-T
ยังคงใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมแบบ Ternary ขนาด 37.1 kWh เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 185 kW

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 120 kW (ประมาณ 161 แรงม้า) ทำให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 105 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 8.4 ลิตรต่อ 100 กม.
ที่มา carnewschina
![[ครบชุด] T1006052 หน าด าน (ละครส น)](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-250.png)
![[ครบชุด] T1006062 ความเช อใจ ได แค คร งเด ยว (ละครส น)](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-251.png)