รถ Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถยนต์จากซูซูกิอีกหนึ่งค่ายยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ไม่ซ้ำใคร แถมยังเป็นรถ Eco Car ที่เลื่องลือเรื่องประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ในเมืองจนหลายคนยกให้เป็นรถคู่ใจโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน เพราะนอกจากดีไซน์ที่มีความสปอร์ตแล้ว ยังมีขนาดกะทัดรัดแถมราคาเข้าถึงง่ายอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วเชื่อว่าคงมีหลายคนวางแผนซื้อรถ Suzuki Swift บทความนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเช็คราคาและสเปครถ Suzuki Swift 2025 รุ่นใหม่ล่าสุด
เพื่อนๆ ไปเช็คราคาและสเปครถ Suzuki Swift 2025 รุ่นใหม่ล่าสุด

Suzuki Swift 2025 มีกี่รุ่น ราคาล่าสุดเท่าไหร่
สำหรับราคารถ Suzuki Swift นั้นปัจจุบันมีการซื้อขายกันเริ่มต้นที่ 5 แสนบาท โดยซูซูกิ สวิฟท์รุ่นใหม่ล่าสุด มีทั้งหมด 3 รุ่น โดยแต่ละรุ่นเริ่มต้น คือ Suzuki Swift GL ราคา 567,000 บาท รุ่นกลาง คือ Suzuki Swift GL NEXT ราคา 582,000 บาท และ รุ่นท็อป Suzuki Swift GLX ราคา 637,000 บาท
*ราคาอาจแตกต่างกันไปตามโปรโมชันของแต่ละร้านที่จำหน่าย
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการผ่อนรถ Suzuki Swift 2025 สามารถเช็คยอดดาวน์ ยอดจัด พร้อมรถ Suzuki Swift ตารางผ่อน ล่าสุด ได้ที่ ENNXO BLOG

สเปค Suzuki Swift 2025
สำหรับสเปค Suzuki Swift 2025 รุ่นใหม่ล่าสุดทั้ง 3 รุ่นย่อย ที่มีรายละเอียดต่างกันออกไป เพื่อให้เห็นความแตกต่างของแต่ละรุ่นอย่างชัดเจน มาดูกันว่าสเปครถซูซูกิ สวิฟท์แต่ละรุ่นย่อยเป็นอย่างไร ตั้งแต่ด้านเครื่องยนต์ มิติรถ เทคโนโลยี ไปจนถึงด้านการดีไซน์ ติดตามสเปคทั้งหมดของ Suzuki Swift 2025 ได้เลย




เครื่องยนต์
| เครื่องยนต์ | รุ่น Swift GL | รุ่น Swift GL NEXT | รุ่น Swift GLX |
|---|---|---|---|
| แบบ | DOHC 16‑Valve VVT | DOHC 12‑Valve | DOHC 16‑Valve |
| ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง | หัวฉีดมัลติพอยท์ (Multipoint injection) | ||
| ประเภทน้ำมัน | เบนซิน E20 | ||
| ความจุ (ซีซี) | 1,197 | ||
| อัตราส่วนกำลังอัด | 11.5 | ||
| กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์/รอบต่อนาที) | 61.1/6,000 | ||
| แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร/รอบต่อนาที) | 108/4,400 | ||
จากตารางเปรียบเทียบให้เห็นถึงสเปคเครื่องยนต์ของรถ Suzuki Swift ของทั้ง 3 รุ่น พบว่ามีเพียงระบบแบบเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างกัน โดยเครื่องยนต์รุ่น GL ถือว่าน่าสนใจที่สุดเพราะมีระบบ VVT ที่ช่วยเพิ่มความแรงของเครื่องยนต์ และยังทำให้ประหยัดน้ำมันอีกด้วย ถึงแม้ว่าในรุ่นอื่นๆ ไม่มีระบบ VVT แต่เครื่องยนต์แบบ DOHC คือ การใช้เพลาลูกเบี้ยวคู่ซึ่งในรถรุ่นใหม่ๆ จะนิยมใช้กัน เพราะช่วยให้รถวิ่งได้แรงขึ้น
ระบบส่งกำลัง มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่
| คุณสมบัติ | รุ่น Swift GL | รุ่น Swift GL NEXT | รุ่น Swift GLX |
|---|---|---|---|
| ระบบเกียร์ | เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT | ||
| เฟืองท้าย | 3.757 | ||
| มอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์) | 2.2 | ||
| มอเตอร์ไฟฟ้า แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร) | 60 | ||
| ชนิดแบตเตอรี่ | แบตเตอรี่ตะกั่วกรด (Lead‑acid) 12V | ||
จากข้อมูลในตารางที่แสดงเรื่องระบบส่งกำลัง มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ จะเห็นว่ารุ่น GL และรุ่น GL NEXT ไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้า มีเพียงรุ่นท็อป GLX ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุดที่ 2.2 กิโลวัตต์ และมีแรงบิดอยู่ที่ 60 นิวตันเมตร ซึ่งข้อดีของการมีระบบไฟฟ้าจะช่วยให้การขับรถมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งช่วยให้ประหยัดน้ำมัน ลดมลพิษ การขับขี่นุ่มขึ้น และช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
ระบบเบรก ระบบกันสะเทือน และระบบพวงมาลัย
| คุณสมบัติ | รุ่น Swift GL | รุ่น Swift GL NEXT | รุ่น Swift GLX |
|---|---|---|---|
| ระบบเบรกหน้า | ดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อน | ||
| ระบบเบรกหลัง | ดรัมเบรก แบบฝักนำและฝักตาม | ||
| ระบบกันสะเทือนหน้า | แม็กเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริง | ||
| ระบบกันสะเทือนหลัง | ทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง | ||
| ระบบพวงมาลัย | แร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า | ||
| พวงมาลัยหมุนสุด (รอบ) | 3 | ||
| รัศมีวงเลี้ยว | 4.8 | ||
สำหรับระบบเบรก ระบบกันสะเทือน และระบบพวงมาลัยของรถ Suzuki Swift ทั้ง 3 รุ่นย่อยนั้นมีรายละเอียดเหมือนกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวกับการขับขี่ที่ช่วยให้ปลอดภัย และช่วยควบคุมความแม่นยำมากขึ้น
มิติรถ
| คุณสมบัติ | รุ่น Swift GL | รุ่น Swift GL NEXT | รุ่น Swift GLX |
|---|---|---|---|
| ยาว x กว้าง x สูง (มม.) | 3,845 x 1,735 x 1,495 | ||
| ฐานล้อ (มม.) | 2,450 | ||
| ระยะห่างระหว่างล้อหน้าคู่/หลัง (มม.) | 1,530/1,520 | 1,530/1,525 | |
| ความสูงใต้ท้องรถ (มม.) | 120 | ||
| น้ำหนักรถ (กก.) | 875-910 | ||
| ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) | 37 | ||
ในส่วนของมิติรถ Suzuki Swift 2025 หากมองโดยภาพรวมของทั้ง 3 รุ่นนั้นจะเห็นได้ว่ามีความคล้ายคลึงกัน มีเพียงแค่ระยะห่างระหว่างล้อหน้า-หลังที่แตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น

การดีไซน์ Suzuki Swift 2025
เห็นสเปคของรถ Suzuki Swift 2025 ไปแล้วมาดูกันต่อที่ด้านดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกกันบ้างว่ามีรายละเอียดอะไรบ้างที่ทำให้รถซูซูกิ สวิฟท์มีความโดดเด่นอย่างมากบนท้องถนน ดังนี้
ดีไซน์ภายนอก
สำหรับตัวดีไซน์ภายนอกของรถ Suzuki Swift 2025 โดยภาพรวมของรถรุ่นนี้จะมีความสปอร์ต และดูโฉบเฉี่ยวอยู่แล้ว โดยเราจะพามาดูจุดเด่นหลักๆ ที่ทำให้รถซูซูกิ สวิฟต์นั้นมีความพิเศษไม่เหมือนใคร
- กระจังหน้า โดดเด่นด้วยลายเส้นคล้ายรังผึ้ง และเคลือบผิวโลหะด้วยชั้นโครเมียมสีดำ นอกจากเรื่องความสวยงาม ดูล้ำสมัยแล้วนั้นยังมีข้อดีเรื่องการใช้งานเพราะการเคลือบวัสดุด้วยโครเมียมจะช่วยให้ทนต่อการกัดกร่อนและสึกหรอได้ดีขึ้นด้วย
- ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยปัดเงา 16 นิ้ว ล้อดีไซน์ใหม่ที่ทั้งดูเท่แล้วยังมีน้ำหนักเบา ทำให้รถควบคุมง่ายขึ้น เร่งความเร็วได้ดีขึ้น และยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย
- ไฟหน้า LEDโปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light ที่สามารถปรับระดับสูงต่ำได้ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ดีขึ้นทั้งการขับขี่กลางวันและกลางคืน
- ไฟท้าย LED นอกจากเรื่องดีไซน์ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตแล้วนั้น ด้านการใช้งานของไฟ LED ก็มีข้อดีเยอะ ช่วยให้มองเห็นได้ชัด ลดการเกิดอุบัติเหตุ และยังมีอายุการใช้งานยาวไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ
- มือจับประตูด้านหลัง ในซูซูกิ สวิฟท์รุ่นใหม่ได้ย้ายมือจับประตูด้านหลังไปในตำแหน่งสูงขึ้น เมื่อมองผ่านๆ จะเป็นเรียบเนียนไปกับเส้น C-Pillar ของตัวรถ (เส้นที่เชื่อมระหว่างหลังคากับตัวถังรถ)
- Keyless Entry เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้น รถ Suzuki Swift สามารถเปิด-ปิดล็อคประตู โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมท และเมื่อเข้าไปในรถก็สามารถกดปุ่ม Push Start ได้ไม่จำเป็นต้องหยิบกุญแจออกมาให้ยุ่งยาก แถมยังเสริมความปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Double Door Lock System ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการงัดและโจรกรรมรถ
- หลังคาเมื่อมองดูแล้วเหมือนหลังคาลอยอยู่เหนือจากตัวถังเพราะใช้เส้น B‑pillar สีดำสนิททำให้ตัวหลังคาและตัวถังตัดกันอย่างชัดเจน ในด้านการดีไซน์ช่วยให้รถมีความปราดเปรียวและสปอร์ตมากขึ้น

ดีไซน์ภายใน
ดูภายนอกตัวถังไปแล้ว มาดูกันที่ฟังก์ชันภายในห้องโดยสารกันบ้างว่าในรถ Suzuki Swift 2025 นั้นมีการดีไซน์ภายในจุดไหนที่โดดเด่นและน่าสนใจบ้าง
- พวงมาลัยหุ้มหนังทรง D-shape มาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง จะเพิ่มลดเสียงก็สะดวก แถมยังสามารถสั่งการโทรศัพท์ผ่านพวงมาลัยได้ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายมากขึ้น
- พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำ, หน้า-หลัง ได้ทั้งหมด 4 ทิศทาง เพื่อช่วยซัพพอร์ตกับคนทุกสรีระ และลดอาการเมื่อยเมื่อต้องขับนานๆ
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มาพร้อมจอ LCD โดยเราสามารถตั้งอุณหภูมิภายในห้องโดยสารได้เอง ทำให้ตลอดการเดินทางมีอากาศคงที่ไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มลดแอร์ด้วยตัวเอง
- Keyless Push Start อำนวยความสะดวกด้วยการกดปุ่ดสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ด้วยการกดปุ่มเดียว
- ฐานเกียร์หุ้มหนัง เพิ่มดีไซน์สปอร์ต และความสวยงามให้กับรถได้มากขึ้น
- ช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI ที่มาพร้อมช่องจ่ายกระแสไฟ 12V บริเวณคอนโซลหน้ารถ จะใช้ชาร์จมือถือ หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ก็สะดวก
- เบาะนั่งสไตล์สปอร์ต ที่ดีไซน์มาให้โอบกระชับสรีระทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ช่วยให้ผ่อนคลายได้ตลอดการเดินทาง

สีภายนอกและภายใน Suzuki Swift 2025
สำหรับสีรถของ Suzuki Swift 2025 นั้นทั้ง 3 รุ่น มีสีภายนอกเหมือนกัน โดยมีทั้งหมด 6 สี ดังนี้
- สีแดง Ablaze Red Pearl
- สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic
- สีขาว Pure White Pearl
- สีเงิน Star Silver Metallic
- สีเทา Mineral Gray Metallic
- สีดำ Super Black Pearl
ส่วนสีภายในห้องโดยสารไม่มีการระบุที่แน่ชัด แต่จากหลายแหล่งข้อมูลพบว่าภายในห้องโดยสารมีการเลือกใช้สีดำเป็นหลักโดยเน้นความความคลาสสิก เรียบง่าย แต่ในรุ่นท็อปอย่าง GLX พบว่ามีการเลือกใช้วัสดุสีเงินเข้ามาช่วยเพิ่มความหรูหราได้มากขึ้น

ระบบเทคโนโลยี Suzuki Swift 2025
ถึงแม้ว่าในการรับรู้ของคนส่วนใหญ่จะมองว่ารถ Suzuki Swift 2025 โดดเด่นในด้านการดีไซน์และราคาที่เข้าถึงง่ายเป็นหลัก แต่ต้องบอกเลยว่าในรถสวิฟท์รุ่นใหม่ๆ นั้นได้พัฒนาด้านเทคโนโลยีทั้งด้านสมรรถนะและความปลอดภัยให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม โดยจะมีด้านไหนโดดเด่นเป็นพิเศษบ้าง เช็คเลย
เครื่องยนต์ K12M
เทคโนโลยีหัวฉีดคู่
ระบบหมุนเวียนไอดีและไอเสีย

- การใช้เทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (Dual Injector Technology) ช่วยทำให้ละอองน้ำมันกระจายตัวมากขึ้น และระบบการเผาไหม้ทำงานได้ดีขึ้น ลดการเกิดควันและมลพิษไอเสีย แถมยังประหยัดน้ำมันมากขึ้น
- ระบบหมุนเวียนไอดีและไอเสีย (EGR – Exhaust Gas Recirculation) ทำงานโดยการควบคุมเปิดปิดวาล์วเครื่องยนต์ไอดีและเครื่องยนต์ไอเสีย ช่วยลดการเกิดแก๊สไนโตรเจนที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
อ่านทั้งหมด
แพลตฟอร์ม HEARTECT
ผลิตจากเหล็กกล้า โครงสร้างถังเบาลง
แข็งแรงและประหยัดน้ำมันขึ้น

- ตัวถังใช้เหล็กกล้า (High-tensile) มีคุณสมบัติเรืองความแข็งแรงสูง ทนต่อแรงกระแทกได้ดี และยังช่วยดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- อายุการใช้งานนาน ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี และด้านการซ่อมบำรุงก็ไม่ซับซ้อน
อ่านทั้งหมด
AERODYNAMICS
เพิ่มความคล่องตัว ปราดเปรียว
สมรรถนะการขับขี่ดีขึ้นกว่าเดิม

ใช้หลักอากาศพลศาสตร์ ในการออกแบบตัวถังให้มีความปราดเปรียวและคล่องตัว ลดแรงเสียดทาน ช่วยให้รถขับเคลื่อนได้เร็ว และมั่นคงขึ้นกว่าเดิมอ่านทั้งหมด
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
ช่วยให้การขับขี่ไม่เสียการควบคุม
เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ

ระบบ ESP ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการทดสอบสมรรถนะ ระบบเบรกและระบบควบคุมเสถียรภาพ กรณีต้องเบรกฉุกเฉิน หรือต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วระบบ ESP จะทำงานให้รถทรงตัวอย่างมั่นคงอ่านทั้งหมด
โดยนี่คือรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับราคาและสเปคของรถยนต์ Suzuki Swift 2025 ที่มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ซึ่งแต่ละรุ่นย่อยก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป โดยภาพรวมแล้วรถซูซูกิ สวิฟท์ก็ยังมีความโดดเด่นทั้งในด้านราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสริมสมรรถนะการขับขี่ และความปลอดภัยได้ดีมากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจกำลังมองหาตารางผ่อน Suzuki Swift สำหรับการซื้อรถ ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่ง หรือต้องการซื้อรถ Suzuki Swift มือสอง สามารถเข้ามาดำเนินการได้ที่ ENNXO
Aston Martin DB12 Volante Super Tourer เปิดประทุน 680 แรงม้า เริ่มต้น 24.9 ล้านบาท
Aston Martin DB12 Volante Super Tourer เปิดประทุน ขุมพลัง V8 4.0 Bi-Turbo 680 แรงม้า เริ่มต้น 24,900,000 บาท
โดย Phalath2 ปีที่แล้ว1.8kผู้อ่าน

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ผู้นำเข้า และจำหหน่ายรถยนต์ แอสตัน มาร์ติน อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย เปิดตัว DB12 Volante (ดีบี12 โวลานเต้) ใหม่ รถสปอร์ต Super Tourer แบบเปิดประทุน ซึ่งเป็นรุ่นที่ต่อยอดจาก DB12 Coupe (ดีบี12 คูเป้) ที่ผสมผสานสมรรถนะของยนตรกรรมซูเปอร์ทัวเรอร์ เข้ากับความสุนทรีย์ของการขับรถเปิดประทุน นับเป็นยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรูที่มีระดับ ซึ่งมีความสง่างามและคุณลักษณะแบบสปอร์ตที่ยากจะหาใครมาเทียบ

สำหรับ Aston Martin DB12 Volante เป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในกลุ่มรถเปิดประทุนสมรรถนะสูงของ แอสตัน มาร์ติน ที่มาพร้อมความประณีตทุกรายละเอียด และรูปลักษณ์ที่อยู่เหนือกาลเวลา ผสานเทคโนโลยีและวิศวกรรมล้ำสมัย ขณะที่ประสบการณ์การขับ ก็ได้รับการปรับแต่งถึงขีดสุดแห่งความเป็นไปได้

ในด้านรูปลักษณ์ภายนอกนำเสนอการออกแบบที่กล้าแกร่ง และแน่วแน่ของยนตรกรรมสไตล์คูเป้ โครงสร้างตัวถังถูกผลิตขึ้นจากอะลูมิเนียมมีความแข็งแกร่งสูง ผสานกลไกหลังคาผ้าใบอัตโนมัติ ‘K-Fold’ ตั้งชื่อตามการพับเก็บสองขั้นตอน ทำให้มีความสูงเพียง 260 มิลลิเมตร รูปทรงเพรียวบางและดูงดงาม ใช้เวลาเปิด-ปิดเพียง 14 และ 16 วินาที ตามลำดับ พร้อมฉนวนมากถึง 8 ชั้น


ทำให้ DB12 Volante มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือรถเปิดประทุนทั่วไป โดยเมื่อเปิดใช้งาน หลังคาจะพับเก็บอัตโนมัติอยู่ใต้ฝาปิดหนังแท้ ผสานเส้นสายตัวถังที่เพรียวบาง นำสายตาสู่ห้องโดยสารอันหรูหรา ตัดกันกับตัวถังด้านท้ายที่ดูบึกบึนและทรงพลัง


ภายในห้องโดยสารมาพร้อมงานดีไซน์ที่ล้ำสมัย ผสายกับการออกแบบที่หรูหรา สะดุดตาทุกมิติ โดยห้องโดยสารของ DB12 Volante จะดูแตกต่างจากในรุ่นคูเป้ คือ แผงไม้หรือแผงคาร์บอนไฟเบอร์บนพนักพิง แบบเดียวกับขอบประตู สร้างมิติที่น่าดึงดูดใจ และความหรูหราแบบพิเศษ

มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ล้ำสมัย และ HMI (Human Machine Interface) แบบใหม่ ช่วยให้ผู้โดยสารไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ แสดงผลผ่านทัชสกรีนอเนกประสงค์ ‘Pure Black’ ขนาด 10.25 นิ้ว ควบคู่กับการติดตั้งปุ่มและสวิตช์ควบคุมระบบที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ขับสามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด เพิ่มความสุนทรีย์ยามขับเคลื่อน ด้วยเครื่องเสียง Bowers & Wilkins 390 วัตต์ 11 ลำโพง


ในด้านพละกำลังแรงที่สุดในคลาส ด้วยขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 680 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,750-6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ZF 8HP75 ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กม./ชม.

สำหรับระบบช่วงล่างของ Aston Martin DB12 Volante จะมีแฮนด์ลิงระดับเดียวกันกับซูเปอร์ทัวเรอร์ช่วงล่างหน้าจะเป็นแบบดับเบิลวิชโบน ขณะที่ด้านหลังจะมาฝในแบบมัลติลิงค์ พร้อมโช้กอัพอะแดปทีฟ ‘BILSTEIN DTX’ ที่มีความความยืดหยุ่น นุ่มหนึบ และความละเอียดในการขับมากขึ้นถึง 500% (เทียบกับ DB11 V8)

นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรก ที่มีการติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) กับยนตรกรรมสายพันธุ์ DB ควบคุมรถอย่างมั่นใจด้วยคาลิเปอร์เบรกหน้า 6 พ็อต หลัง 4 พ็อต จับคู่จานเบรกโลหะเจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 400 และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ พร้อมมีจานเบรก คาร์บอนเซรามิก เจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 410 และ 360 มิลลิเมตร เป็นออปชั่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชะลอความเร็ว และลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 27 กิโลกรัม

ปิดท้ายด้วยล้อฟอร์จขนาด 21 นิ้ว จับคู่กับยาง Michelin Pilot Sport S 5 แก้มยางระบุอักษร ‘AML’ บ่งบอกว่าผลิตมาสำหรับ แอสตัน มาร์ติน DB12 พิเศษกับโครงสร้างโฟมด้านใน ช่วยลดเสียงรบกวน และนุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยมีขนาดหน้า-หลัง 275/35/ZR21 และ 325/30/ZR21 ตามลำดับ

สำหรับราคาจำหน่าายของ Aston Martin DB12 Volante จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 24.9 ล้านบาท มาพร้อมการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
![[ครบชุด] T1006069 กหวย แต ทำไมย งจน (ละครส น)](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-253.png)
![[ครบชุด] T1006060 เม ยโทรมๆก วใจ (ละครส นต องมนต ม)](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-255.png)