EV เร็วที่สุดในโลกรุ่นใหม่มาแล้ว หลัง Rimac Nevera ทุบกำแพงสิถิติ 400 กม./ชม.สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
Patiphanw·2022-12-12 07:43:26
Rimac Nevera ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากค่าย EV ที่กำลังมาแรงในต่างประเทศ Rimac นอกจากรูปทรงและการออกแบบที่เตะตาแล้ว เขายังมีสมรรถนะที่เหลือเชื่อกันอีกด้วย
เพราะล่าสุดได้มีการทำลายกำแพงสถิติความเร็วสูงสุดของรถยนต์ที่ 400 กม./ชม.ได้แล้ว

เร็ว 412 กม./ชม.
Rimac Nevera สามารถทำความเร็วได้ 412 กม./ชม. ทำให้ได้ฉายารถยนต์ไฟฟ้าแบบขายจริงที่เร็วที่สุดในโลกไปครอง (fastest production electric vehicle) ด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ทันสมัย
ตัวรถจะมีมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 4 ตัว ที่ให้กำลังอยู่ที่ประมาณ 1,914 แรงม้า แรงบิด 2,360 นิวตันเมตร สามารถมีอัตราเร่ง 0-96 กม/ชม. ในเวลาเพียง 1.85 วินาที วิ่งได้ 489 กม.ต่อการชาร์จ
อ่านเพิ่มเติม วิศวกรเชื่อ รถจากโรงงานจะมีอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ต่ำกว่า 1 วินาที

คู่แข่งเยอะ
ตัวรถในการทดสอบนี้ถูกขับโดย Miro Zrnčević นักทดสอบและพัฒนาตัวรถ โดยใช้ Automotive Testing Papenburg ในเยอรมนีเป็นที่ทดสอบ
อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก เพราะเขายังมีคู่แข่งอย่าง Bugatti Chiron Super Sport 300+, Hennessey Venom, และ SSC Tartura.

SSC Tartura นั้นจะอยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยความเร็ว 431 กม./ชม. Hennessey Venom F5 ได้อันดับที่ 2 ด้วย 437 กม./ชม. ส่วนอันดับที่ 1 นั้นยังคงเป็นของ Bugatti Chiron Super Sport 300+ ที่ทำได้ถึง 489 กม./ชม.
ถึง Rimac Nevera จะไม่สามารถคว้าโพเดียมท็อป 3 มาได้ แต่ก็ยังเร็วกว่าไฮเปอร์คาร์หลาย ๆ คันอย่าง Aston Martin Valkyrie, McLaren Speed tail, Koenigsegg Regera, และ Pagani Huayra

ถ้าในอนาคต Rimac สามารถทำรถที่เร็วกว่ท็อป 3 นี้ได้ ก็จะไม่ได้เป็นความสำเร็จของ Rimac ของเท่านั้น แต่จะเป็นการพัฒนาในการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าไปด้วย
BMW เปิดตัว M2 CS และ M3 CS Touring กับ 5 จุดเด่นที่กลายเป็น Rare Edition
Sep, 30 2025 PHATRIPHAN SUKSOMPHROM
เจาะจุดเด่น BMW M2 CS และ M3 CS Touring เปิดตัวครั้งประวัติศาสตร์ในไทย Rare Edition ที่ทั้งแรงและหรูที่สุดในตระกูล M
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ชื่อของ BMW M มักถูกพูดถึงในฐานะสัญลักษณ์ของสมรรถนะ ที่รวมเอาเทคโนโลยีจากสนามแข่งเข้ากับรถที่ใช้ได้จริงบนถนน รุ่นในตำนานอย่าง M3 E30 ที่เปิดโลกคอมแพ็คสปอร์ตในยุค 80s หรือ M5 ที่พลิกโฉมซีดานหรูให้กลายเป็นรถแรงระดับซูเปอร์คาร์ ต่างก็ทำให้ BMW M กลายเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอในวงการคนรักรถ
และในวันนี้ BMW M กลับมาเขย่าตลาดไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวสองรุ่นลิมิเต็ดที่ทั้งทรงพลัง แม่นยำ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้แก่ BMW M2 CS รถคอมแพ็คสปอร์ตที่รีดสมรรถนะได้เกินขนาด และ BMW M3 CS Touring รถแวกอนที่เร็วที่สุดบนสนาม Nürburgring

สำหรับ BMW M2 CS แม้จะอยู่ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ แต่ M2 CS ไม่ได้มาเล่น ๆ ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร M TwinPower Turbo พละกำลังทะลุ 530 แรงม้า พร้อมแรงบิด 650 นิวตันเมตร เร่ง 0–100 กม./ชม. ในราว 3.4–3.8 วินาที และความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ชม. น้ำหนักเบาลง 30 กก. จากรุ่นมาตรฐาน ด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เต็มคัน ตั้งแต่ฝากระโปรง หลังคา ไปจนถึงสปอยเลอร์ Ducktail เรียกได้ว่าเป็นคอมแพ็คสปอร์ตที่ทั้งเบาและดุดัน
ภายในของ M2 CS ชัดเจน เป็นเบาะ Bucket Seat คาร์บอนไฟเบอร์พร้อมตรา CS เรืองแสง, คอนโซลกลางคาร์บอนไฟเบอร์, พวงมาลัย Alcantara แถบแดงตำแหน่ง 12 นาฬิกา และระบบ Active Sound Design NEXT ที่ปรับจูนมาเพื่อรุ่น CS โดยเฉพาะ ทุกดีเทลออกแบบมาเพื่อให้คนขับรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามแข่ง แม้ขับอยู่บนถนนจริง

อีกรุ่นที่เป็นไฮไลต์คือ BMW M3 CS Touring รถแวกอนที่ถูกบันทึกสถิติ Nürburgring 7:29.490 นาที เร็วที่สุดในโลกสำหรับทัวริ่งคาร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบ M TwinPower Turbo 551 แรงม้า เร่ง 0–100 กม./ชม. เพียง 3.5 วินาที (หรือ 3.2 วินาทีตามมาตรฐาน 1-foot rollout) ขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive ควบคู่ระบบ Active M Differential ให้การควบคุมแน่นหนึบทุกโค้ง ที่สำคัญคือยังใช้งานได้จริง พื้นที่เก็บสัมภาระ 500–1,510 ลิตร เหมาะทั้งการขับท่องเที่ยวและซัดลงแทร็ก
ทั้ง M2 CS และ M3 CS Touring ถูกสร้างขึ้นในจำนวนจำกัด โดยเฉพาะ M3 CS Touring ที่ผลิตเพียงปีเดียวเท่านั้น ดีไซน์จัดเต็มด้วยไฟหน้า Adaptive LED เรืองแสงสีเหลือง, ล้ออัลลอย M4 CS design, และเบาะหนัง Merino Black/Red พร้อมสัญลักษณ์ CS สะท้อนตัวตนรุ่นพิเศษชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น ราคาเริ่มต้นของ M2 CS อยู่ที่ 7,999,000 บาท และสามารถอัปเกรดจนถึงเกือบ 9 ล้านบาท สำหรับเวอร์ชัน Individual
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขายรถใหม่ แต่คือการยกระดับภาพลักษณ์ของ BMW M ในประเทศไทย จากรถที่เกิดมาเพื่อสนามแข่ง สู่การเป็นรถในชีวิตประจำวัน ที่ยังคงสมรรถนะเหนือชั้น เหมาะกับทั้งนักสะสมและคนที่รักการขับขี่
TAGS: #BMW #BMWM2CS #M3CSTouring #บีเอ็มดับเบิลยู #รถยนต์บีเอ็ม

