Singer Vehicle Design นำรถคลาสสิกอย่าง Porsche 911 Carrera Coupe มาปรับแต่งใหม่ด้วยเทคโนโลยีและสไตล์แบบร่วมสมัย ถอดแบบ SSE Widebody ยกขุมพลัง NA จาก Cosworth
สวย คลาสสิก แรง Porsche 911 Carrera Coupe ถอดแบบ SSE Widebody ขุมพลัง NA จาก Cosworth
Singer Vehicle Design คือชื่อที่คุ้นเคยกันดีในวงการรถยนต์ โดยเฉพาะผู้ที่หลงใหลใน Porsche 911 พวกเขาคือผู้บุกเบิกการ “Restomod” หรือการนำรถคลาสสิกมาบูรณะและปรับแต่งใหม่ด้วยเทคโนโลยีและสไตล์ร่วมสมัย จนกลายเป็นต้นแบบให้หลายเจ้าทำตามตลอด 15 ปีที่ผ่านมา แต่ Singer ก็ยังคงสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่ล้ำหน้าและทำให้เราทึ่งได้เสมอ
Porsche 911 Carrera Coupe by Singer
โปรเจกต์ Porsche 911 Carrera Coupe by Singer เป็นการนำแนวทางการสร้างรถแบบ Classic Turbo (ที่เน้นตัวถังกว้าง หรือ Widebody) ของพวกเขา มาผสมผสานกับ เครื่องยนต์แบบไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated – NA) ที่ปรับแต่งพิเศษโดย Cosworth ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ชื่อดัง

แรงบันดาลใจหลักของโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่ 911 Carrera รุ่นธรรมดาในยุค 80s นะคะ แต่เป็นรุ่นที่หายากกว่ามากอย่าง Carrera SSE (Super Sport Equipment) ซึ่งในยุคนั้นเป็นการนำเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร แบบ NA เดิมๆ ของ Carrera มาจับคู่กับชุดตัวถัง Widebody ทั้งซุ้มล้อหน้า-หลัง, สปอยเลอร์หน้า-หลังขนาดใหญ่, รวมถึงระบบเบรกและช่วงล่างที่ยกมาจากรุ่นพี่อย่าง 930 หรือ 911 Turbo รุ่นแรกนั่นเองค่ะ


Singer ผลิตรถในโปรเจกต์นี้เพียง 100 คัน เท่านั้น โดยแต่ละคันจะเริ่มต้นจากการนำรถ Porsche 911 รุ่น 964 (ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหม่กว่า G-Series ที่มีกันชนขนาดใหญ่ แต่ Singer จะนำมาปรับแต่งให้ดูคล้ายรุ่นเก่า) มาเป็นรถพื้นฐาน (Donor Car) จากนั้นจะถูกรื้อออกมาทั้งหมด ตัวถังจะได้รับการบูรณะและเสริมความแข็งแรงด้วยเทคนิคที่พัฒนาร่วมกับ Red Bull Advanced Technologies ก่อนที่จะติดตั้ง ชุดซุ้มล้อคาร์บอนไฟเบอร์ที่กว้างขึ้น
แต่หัวใจสำคัญคือเครื่องยนต์ แทนที่จะเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบคู่เหมือนในรุ่น 930 หรือ Singer Classic Turbo รุ่นปกติ โปรเจกต์นี้ Singer เลือกใช้ เครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-six) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ NA ที่มาพร้อมฝาสูบ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ และระบบวาล์วแปรผัน (Variable Valve Timing) ซึ่งถูกติดตั้งไว้ด้านหลังตามแบบฉบับ 911 เครื่องยนต์บล็อกนี้พัฒนาร่วมกับ Cosworth ให้กำลังสูงสุด 420 แรงม้า (426 PS) และลากรอบได้สูงถึง 8,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังทั้งหมดผ่าน เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไปยัง ล้อหลัง



นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้ง ชุดคันเกียร์แบบเปลือยยกสูง เหมือนที่เห็นในรุ่น DLS (ผลงานสุดพิเศษอีกรุ่นของ Singer) เป็นออปชันเสริมได้ และยังมีตัวเลือกอื่นๆ อีกมากมายให้เจ้าของรถได้ตัดสินใจ เช่น ไฟสปอตไลท์เสริมแบบ Pop-up บนฝากระโปรงหน้า และที่สำคัญคือ การเลือกระหว่าง สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่แบบยึดตายตัว หรือ สปอยเลอร์หลังแบบ Active ที่สามารถพับเก็บแนบไปกับตัวถังได้ เมื่อไม่ต้องการใช้งาน
เรื่องสปอยเลอร์หลังนี้ เป็นสิ่งที่แม้แต่คนซื้อ Carrera SSE รุ่นดั้งเดิมก็ต้องตัดสินใจ (ซึ่งส่วนใหญ่ก็เลือกแบบปีกใหญ่) แต่ถ้าลูกค้าของ Singer เลือกไม่ได้จริงๆ ว่าจะเอาแบบไหนดี Singer ก็มีทางออกสุดพิเศษคือ สามารถสั่งซื้อฝาท้ายทั้งสองแบบ แล้วนำไปสลับเปลี่ยนเองได้ตามใจชอบเลยค่ะ



สำหรับโปรเจกต์ Carrera ล่าสุดนี้ Singer ได้เผยภาพรถตัวอย่าง 2 คัน ที่มีสไตล์การตกแต่งต่างกันตามความต้องการของลูกค้า โดยที่ คันสีฟ้า จะเน้นการใช้งานบนถนน ตกแต่งด้วยสปอยเลอร์หลังแบบ Active และเบาะนั่งสปอร์ตหุ้มผ้าลูกฟูกกำมะหยี่ ส่วน คันสีส้ม ตกแต่งในแนวทางสำหรับลงสนามแข่ง มาพร้อมสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่, เบาะ Bucket Seat และค้ำตัวถังด้านหลัง (Cross-brace)



ส่วนเรื่องราคานั้นยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่บอกได้เลยค่ะว่าต้อง แพงมหาศาล ชนิดที่ว่าราคาของ Porsche 911 รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2025 อาจจะดูเหมือนรถราคาประหยัดไปเลย เมื่อนำมาเทียบกัน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
Hyundai IONIQ 5 N รถยนต์ไฟฟ้าฟิลลิ่งรถแข่ง รหัส N ความแรง 641 แรงม้า ราคา 3.79 ล้านบาท
Hyundai IONIQ 5 N แฮทช์แบ็คไฟฟ้าฟิลลิ่งรถแข่ง รหัสตัว N มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 641 แรงม้า เปิดตัวในไทย เคาะราคาจำหน่ายที่ 3.79 ล้านบาท
โดย Phalathประมาณหนึ่งปีที่แล้ว1.1kผู้อ่าน

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย Hyundai IONIQ 5 N แฮทช์แบ็คไฟฟ้า รหัสตัว N รุ่นตัวแรง ที่มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ให้่กำลังมากถึง 641 แรงม้า เสริมความหล่อด้วยชุดแต่งพาร์ทรอบคันที่สะท้อนอารมณ์ความสปอร์ตตามไตล์ของทางแบรนด์ N เคาะราคาจำหน่ายไว้ที่ 3.79 ล้านบาท

สำหรับ IONIQ 5 N ถูกเปิดตัวครั้งแรกที่ในงาน Goodwood Festival of Speed บนเกาะอังกฤษเมื่อช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา


ในด้านรูปลักษณ์จะถูกพัฒนาขึ้นจาก IONIQ 5 โดยตัวรถภายนอกจะเสริมภาพลักษณ์ให้ดูคล้ายกับรถแข่งในสนามด้วยชุดแต่งพาร์ทรอบคันที่สะท้อนอารมณ์ความสปอร์ตตามไตล์ของทางแบรนด์ N เริ่มจาก กันชนหน้ามาพร้อมสปลิตเตอร์ พร้อมช่องระบายอากาศแบบแอคทีฟที่ออกแบบใหม่ รวมถึงตกแต่งด้วนเส้นสายสีแดงที่อยู่รอบคันรถที่อยู่บริเวณสปอยเลอร์หน้า สเกิร์ตข้าง และดิวฟิวเซอร์หลังสีดำขนาดใหญ่

ด้านชุดล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมฟอร์จขนาด 21 นิ้ว รัดด้วยยาง Pirelli P Zero ขนาด 275/35 ที่โชว์ชุดคาลิปเปอร์เบรกคู่หน้าแบบ 4 พอร์ท และคาลิปเปอร์เบรกแบบ 1 พอร์ทที่ด้านหลัง มากับดิสก์เบรกหน้าขนาด 400 มม. (15.7 นิ้ว) แบะดิสก์หลังขนาด 360 มม. (14.1 นิ้ว) ส่งทำให้กลายเป็นชุดเบรกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ Hyundai เคยผลิตมา

นอกจากนั้นในส่วนของโครงสร้างตัวรถยังได้เพิ่มจุดยึดอีก 42 จุด และเสริมแนวกาวซิลิโคนเพิ่มอีก 2.1 เมตร เพื่อช่วยให้เสริมความแกร่งให้กับในส่วนของตัวถัง พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับคอพวงมาลัย และพัฒนาระบบที่เรียกว่า N Pedal ที่เป็นฟังก์ชันที่คล้ายคลึงกับระบบ i-Pedal ซึ่งระบบนี้จะเป็นซอฟแวร์ในการจัดการเรื่องของน้ำหนัก โดยจะแปรผันตามอัตราแรงเบรก เพื่อสร้างการถ่ายเทน้ำหนักที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าโค้งของรถ และสามารถออกจากโค้ง ด้วยการถ่ายน้ำหนักที่สมดุลราว กับรถแข่งในสนาม

อีกทั้งยังปรับแต่งในส่วนระบบการจายแรงบิดทั้งด้านหน้า และด้านหลัง หรือที่เรียกว่า Torque Distribution system ให้แปรผันได้เต็มถึง 11 ระดับ นอกจากนี้ตัวรถยังมีระบบ N Launch Control ซึ่งมีการตั้งค่าสำหรับระดับการยึดเกาะได้ถึง 3 ระดับ ช่วยให้ตัวรถสามารถออกตัวได้อย่างรวดเร็ว


รวมทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบ N Drift Optimizer ซึ่งทำหน้าที่ผสานการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้ากับล้อหลัง ในระหว่างการดริฟท์ และมาพร้อมกับระบบช่วยเหลืออย่างระบบ Torque Kick Drift ที่จะเป็นระบบช่วยให้ผู้ขับขี่มีความรู้สึกเหมือนกับการใช้คลัตช์บนขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปล้วน ๆ ในรถรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง


ในด้านมิติตัวรถของ IONIQ 5 N จะมีขนาดที่ใหญ่ และกว้างกว่ารุ่นมาตรฐาน โดยจะปรับให้กว้างขึ้น 440 มม. ยาวขึ้น 80 มม. แต่ความสูงจะลดลง 20 มม.




ภายในห้องโดยสารจะได้รับพวงมาลัย N ที่ออกแบบใหม่มาพร้อมปุ่ม N Grin Boost, เบาะที่นั่งบัคเก็ตซีทของทาง N, แพดเดิ้ลชิฟเตอร์โลหะที่อยู่หลังพวงมาลัย, แป้นคันเร่งใหม่



สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนที่จะเป็นไฮไลท์หลักของ Hyundai IONIQ 5 N จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 448 kW (601 แรงม้า) นอกจากนั้นยังสามารถเปิดโหมด N Grin Boost เพื่อเค้นสมรรถนะเพื่อขึ้นไปถึง 641 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 740 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 260 กม./ชม.

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ที่มีขนาด 84 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 448 กม. รองรับการชาร์จด่วนกำลังไฟสูงสุด 350kW ใช้ระยะเวลาชาร์จจาก 10 – 80% ใน 18 นาที อีกทั้งยังมาพร้อมระบบรองรับการชาร์จกำลังไฟ 800V รวมทั้งยังมีระบบปรับสภาพแบตเตอรี่ เพื่อให้สอดคล้องกับโหมดในการขับขี่

นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งระบบ N e-shift ซึ่งจะเป็นการจำลองความรู้สึกของการเข้าเกียร์ DCT 8 สปีด ที่ใช้งานในรถยนต์ ICE โดยจะให้ความรู้สึกกระตุกระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งจะทำให้การขับขี่มีความรู้สึกเหมือนกับขับรถในขุมพลังเครื่องยนต์สันดาป

และยังมากับระบบ N Active Sound+ ที่เป็นระบบเสียงสังเคราะห์ มาพร้อมพร้อมลำโพงภายใน 8 ตัว และลำโพงภายนอก 2 ตัว เพื่อจำลองเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ เช่นเสียงของการจุดระเบิด รวมทั้งเลียนแบบเสียงเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร อีกทั้งยังสามารถเลือก ‘Evolution’ ที่ให้เสียงคล้ายกับ RN22e และเลียนแบบเสียง Supersonic ที่เป็นเสียงของเครื่องยนต์เจ็ท ในเครื่องบินขับไส่ได้อีกด้วย

สำหรับ Hyundai IONIQ 5 N 2024 จะถูกผลิตขึ้นที่ในโรงงานประเทศเกาหลีใต้ โดยจะมีเฉดสีภายนอกให้เลือก 10 สี ได้แก่ สีฟ้า Performance Blue, สีดำ Abyss Black Pearl, สีเทา Cyber Grey Metallic, สีขาว Atlas White, สีเทา Ecotronic Grey Pearl, สีแดง Soultronic Orange Pearl, สีฟ้าแมทต์ Performanceแมทต์ Blue Matte, สีทองแมทต์ Gravity Gold Matte, สีเทาแมทต์ Ecotronic Grey Matte และสีขาวแมทต์
![[ครบชุด] T0810099 วหน าครอบคร วท องม การวางแผนในช](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-317.png)

![[ครบชุด] T0810104 เช อใจคนอ แต ไม เคยเช อคำเต อนของคนในครอบคร](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-318.png)