GWM เปิดตัวรถออฟโรดรุ่นใหม่ Tank 400 PHEV มาพร้อมดีไซน์ใหม่และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
โดย Sakura P.16 วันที่แล้ว921ดู
เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา GWM ได้เปิดตัวรถรุ่น Tank 400 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น และมาพร้อมกับรุ่น Hi4-Z ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชันที่ 3 ของ GWM
GWM เปิดตัวรถออฟโรดรุ่นใหม่ Tank 400 PHEV มาพร้อมดีไซน์ใหม่และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
GWM Tank 400 ใหม่ มีขนาดตัวถังอยู่ที่ความยาว 4,964 มม. กว้าง 1,970 มม. และสูง 1,905 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 2,850 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ตัวรถใหม่จะสั้นลง 21 มม. แต่กว้างขึ้น 10 มม. และสูงขึ้น 5 มม. ในขณะที่ระยะฐานล้อยังคงเดิม

การออกแบบภายนอกยังคงความดุดันสไตล์ออฟโรดไว้เช่นเดิม กระจังหน้ามีแถบโครเมียมแนวนอนสองเส้นเข้ากับไฟหน้าทรงเหลี่ยม กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่จากเดิมที่เป็นมุมแหลมเปลี่ยนมาใช้เส้นตรงมากขึ้นพร้อมตกแต่งด้วยสีดำ

ด้านข้างยังคงมีรายละเอียดแบบหมุดย้ำบริเวณซุ้มล้อ และรถรุ่นใหม่นี้ยังมีสีภายนอกใหม่คือ สีม่วงตุนหวง
สำหรับด้านท้าย ยังคงมียางอะไหล่ติดอยู่ด้านนอก แต่ไม่มีฝาครอบยางแล้ว ตำแหน่งของโลโก้ถูกปรับใหม่ โดยโลโก้ “WM TANK และ Great Wall Motors จะอยู่ด้านบน ส่วน Tank 400 และ Hi4-T / Hi4-Z จะอยู่ด้านล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มอุปกรณ์อย่าง LiDAR บนหลังคา รวมถึงกล้องด้านข้างและด้านหลังเพื่อรองรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชันที่ 3 ของ GWM ซึ่งทำให้สามารถขับขี่ในเมืองและบนทางหลวงโดยใช้ระบบ NOA ได้ และไฟท้ายยังมาพร้อมกับไฟสีฟ้าขนาดเล็กเพื่อแจ้งเตือนเมื่อระบบทำงาน


การออกแบบภายในของห้องโดยสารยังคงเหมือนกับรุ่นปัจจุบัน โดยมีแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 16.2 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, จอแสดงข้อมูลบนกระจกบังลม (HUD), กระจกมองหลังแบบดิจิทัล, หน้าจอเพดานด้านหลังขนาด 15.6 นิ้ว และตู้เย็นในรถ

GWM Tank 400 มาพร้อม 2 รุ่นย่อยคือ Hi4-Z และ Hi4-T
รุ่น Hi4-Z
ใช้ขุมพลังเดียวกันกับ Tank 500 Hi4-Z ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ P2 และ P4 พร้อมเกียร์ DHT แบบ 3 สปีด เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 185 kW (ประมาณ 248 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 380 Nm

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 215 kW (ประมาณ 288 แรงม้า) และ 240 kW (ประมาณ 322 แรงม้า) ตามลำดับ ตัวรถมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมแบบ Ternary ขนาด 59.05 kWh ทำให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 200 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
รุ่น Hi4-T
ยังคงใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมแบบ Ternary ขนาด 37.1 kWh เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 185 kW

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 120 kW (ประมาณ 161 แรงม้า) ทำให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 105 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 8.4 ลิตรต่อ 100 กม.
ที่มา carnewschina
แสดงความคิดเห็น
แมคลาเรน (McLaren) เผยโฉม “แมคลาเรน อาร์ทูรา” (McLaren Artura) ซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่แกะกล่อง
Share
FacebookTwitterPinterestWhatsApp

“ดิ ออล-นิว อาร์ทูรา” คือยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (High-Performance Hybrid – HPH) รุ่นแรกของแมคลาเรนที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาด Supercar (series production) เป็นการรังสรรค์ที่กลั่นจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแมคลาเรนกว่าครึ่งศตวรรษในด้านวิศวกรรมยานยนต์สำหรับสนามแข่ง F1 และยานยนต์สำหรับท้องถนน ผสมผสานสมรรถนะที่น่าตื่นเต้น พลวัตในการขับขี่ และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (EV)
McLaren Artura เป็นยนตรกรรมรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด
“McLaren Carbon Lightweight Architecture – MCLA” ซึ่งได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษให้สอดรับกับระบบส่งกำลังของซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (HPH) เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้น ณ ศูนย์ McLaren Composites Technology Center (MCTC) ของบริษัท ในเมืองเชฟฟิลด์ (Sheffield)

ตัวถังน้ำหนักเบาที่ประกอบขึ้นด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียมแบบซูเปอร์ฟอร์ม อวดโฉมสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของซูเปอร์คาร์ และปรัชญาการออกแบบ “form follows function” ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นตัวนำรูปแบบ ทำให้ยนตรกรรมมีรูปลักษณ์แบบฟิล์ม shrink wrap ที่เรียบหรูและสมดุล อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม 488PS/ตัน* (วัดจากน้ำหนักรถเปล่าเมื่อเบาที่สุดที่ 1,395 กก.*)
วิศวกรรมที่เน้นน้ำหนักเบาเป็นพิเศษทำให้อาร์ทูรามีน้ำหนักเบาที่สุดในยนตรกรรมระดับเดียวกัน
โดยมีน้ำหนักรถแบบไม่บรรทุกสัมภาระ (DIN) เพียง 1,498 กก.* ระบบส่งกำลังประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตรเทอร์โบคู่แบบใหม่ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (E-Motor) และชุดแบตเตอรี่พลังสูง ซึ่งให้กำลังขับรวมที่ 680PS (671bhp) และ 720Nm (530lb ft) กำลังขับ 585PS (577bhp) (เข้าใกล้ 200 แรงม้าต่อลิตร) และ 585Nm จากเครื่องยนต์ V6 ใหม่

มอเตอร์ไฟฟ้า 95PS ให้แรงบิดทันทีสูงสุด 225Nm เพื่อการตอบสนองต่อคันเร่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในซูเปอร์คาร์จากแมคลาเรน พร้อมอัตราเร่งที่ดุเดือด 0-100 กม./ชม. ใน 3 วินาที* 0-200 กม./ชม. ใน 8.3 วินาที* และ 0-300 กม./ชม. ใน 21.5 วินาที*
อาร์ทูราเป็นยนตรกรรม แมคลาเรน ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดเท่าที่เคยมีมา (อัตราการใช้เชื้อเพลิง 50+ ไมล์ต่อแกลลอน อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวม 129 กรัม/กม. วัดจากมาตรฐาน EU และ WLTP*) มีแบตเตอรี่ขนาด 7.4 kWh รองรับการวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 30 กม.* รับประกันยานพาหนะ 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ 6 ปี และรับประกันตัวถัง 10 ปี
ระบบเกียร์ 8 สปีดน้ำหนักเบาใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับระบบดิฟเฟอเรนเชียลแบบอิเล็กทรอนิกส์ E-DIFF ตัวแรกของแมคลาเรน ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบใหม่ และพวงมาลัยไฮดรอลิก และระบบกันสะเทือนแบบปรับไฟฟ้าอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ความเสถียรและสมรรถนะที่มีพลวัตยาง Pirelli P ZERO™ CORSA รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเทคโนโลยี Pirelli Cyber Tyre® มอบระดับการยึดเกาะที่เทียบเท่ากับยาง P ZERO™ Trofeo R ในรุ่น 600LT

การตกแต่งภายในโฉมใหม่มาพร้อมปุ่มควบคุมที่ไม่ต้องยกมือออกมาจากพวงมาลัย ระบบอินโฟเทนเมนต์ หน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 8 นิ้วที่ช่วยให้สามารถตั้งค่าระบบช่วยขับขั้นสูง (ADAS) และระบบแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟน (smartphone mirroring)
สถาปัตยกรรมไฟฟ้าที่ล้ำสมัยช่วยให้สามารถทำการอัปเดตผ่านดาวเทียม (Over-The-Air หรือ OTA) ได้ มีระบบติดตามยานพาหนะที่ถูกโจรกรรมในตัว (มีในยนตรกรรมที่วางจำหน่ายบางตลาดเท่านั้น) และระบบที่รองรับการอัปเกรดในอนาคต

McLaren Artura “ดิ ออล-นิว แมคลลาเรน อาร์ทูรา” เปิดตัวแล้วในวันนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทั้งสำหรับตัวบริษัทเองในฐานะผู้บุกเบิกยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ระดับหรู และทั้งสำหรับยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีและสมรรถนะของยานยนต์ซูเปอร์คาร์
ยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (High-Performance Hybrid – HPH) รุ่นแรกของแมคลาเรนที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาด Supercar (series production) นี้
เกิดจากการหลอมรวมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์สำหรับสนามแข่งและสำหรับท้องถนนกว่าครึ่งศตวรรษของบริษัท ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความทุ่มเทของแมคลาเรนที่มีต่อผู้ขับขี่อย่างแท้จริง
หยั่งรากอยู่บนปรัชญาทางวิศวกรรมของแมคลาเรนว่าด้วยยนตรกรรมน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ “ดิ ออล-นิว อาร์ทูรา” คือผลลัพธ์ที่กลั่นออกมาจากทุกอณูของความเป็นแมคลาเรน ทั้งการออกแบบที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือกว่า ความเป็นเลิศทางพลวัติการขับขี่ และนวัตกรรมด้านวิศวกรรม แล้วนำมาผสานเข้ากับระบบไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มข้อได้เปรียบให้กับยานยนต์ผ่านคันเร่งที่ด้วยการตอบสนองไวยิ่งขึ้น การปล่อยควันพิษที่ต่ำลง และความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 30 กม.* เพื่อการเดินทางที่ไร้มลภาวะ
ด้วยการปรับโฉมใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า “อาร์ทูรา” ได้เปิดโอกาสให้วิศวกรและนักออกแบบของแมคลาเรนใช้พลังสร้างสรรค์ และตอบโจทย์ที่ท้าทายที่สุดนั่นคือ จะทำอย่างไรเพื่อคงไว้ซึ่งปรัชญาวิศวกรรมน้ำหนักเบาที่เป็นเอกลักษณ์ของแมคลาเรน เมื่อระบบส่งกำลังแบบไฮบริดจำเป็นต้องมีองค์ประกอบเพิ่ม เช่น มอเตอร์ไฟฟ้าและและชุดแบตเตอรี่

ความมุ่งมั่นในการรังสรรค์ยนตรกรรมน้ำหนักเบาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายคือสิ่งที่สะท้อนออกมาจากทุกมิติของอาร์ทูรา จากแพลตฟอร์มแชสซี ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวสถาปัตยกรรมใหม่ของ
McLaren Artura แบรนด์ McLaren Carbon Lightweight Architecture (MCLA) ใหม่ ไปจนถึงระบบส่งกำลัง HPH ขนาดกะทัดรัดที่เป็นเอกลักษณ์ และน้ำหนักของสายเคเบิลในระบบไฟฟ้า (ซึ่งสามารถทำให้น้ำหนักเบาลงได้ถึงร้อยละ 10) ทั้งหมดนี้ทำให้อาร์ทูราเป็นยนตรกรรมที่มีน้ำหนักรถเปล่าเบาที่สุด เพียง 1,395 กก.* โดยที่น้ำหนักรวมของส่วนประกอบไฮบริดอยู่ที่ 130 กก. (ประกอบด้วยแบตเตอรี่ 88 กก. และมอเตอร์ไฟฟ้า 15.4 กก.) และน้ำหนักขณะไม่บรรทุกสัมภาระ (DIN kerb weight) อยู่ที่ 1,498 กก.* เทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์ในกลุ่มเดียวกันที่ไม่มีระบบส่งกำลังแบบไฮบริด นี่คือข้อได้เปรียบด้านน้ำหนักที่ทำให้อาร์ทูราเหนือกว่ายนตรกรรมใด ๆ
วิเคราะห์ เจาะลึก ทุกข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา กับผม นิธิ ท้วมประถม
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสาร ข่าวรถยนต์ รถใหม่ สกู๊ปพิเศษ ลองขับ อย่าลืมติดตามเรา ช่องยูทูป – auto lifethailand tv
ติดต่อโฆษณา
Project Manager (คุณแอม)
โทร. 089 533 5115
Email : autolifethailand@gmail.com
หรือ Inbox ได้ทาง Facebook Fanpage https://www.facebook.com/autolifethailand.tv
รีวิวรถยนต์ ข่าวแบรนด์รถยนต์ ไลฟ์สไตล์ รถใหม่
Ford Escort Mk1 และ RS200 เตรียมฟื้นคืนชีพ ผลิตให้แฟนพันธุ์แท้จำนวนจำกัด
- โดย : พิสน ลีละหุต
- 26 มิ.ย. 67 10:20
- 3,668 อ่าน
Ford Escort Mk1 Group 5 และ Ford RS200 Group B จะกลับมาผลิตอีกครั้งในรูปแบบ “Re-Master” โดย Boreham Motorworks ผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัด

Boreham Motorworks ได้รับการอนุมัติจากฟอร์ดให้ผลิตรถคลาสสิคสายพันธุ์สปอร์ต ทั้ง Ford Escort Mk1 Group 5 และ Ford RS200 Group B แล้ว ซึ่งรายละเอียดและสเปกจะประกาศในวันเปิดตัว โดย RS200 จะเป็นรุ่นแรกที่ผลิตด้วยวัสดุและส่วนประกอบทันสมัย

ในส่วนของ Ford Escort Mk1 Group 5 จะสานต่อหมายเลข VIN จากการผลิตเดิมในยุค 1960 พร้อมกับอุปกรณ์และไฟหน้า LED ที่ทันสมัย

![[ครบชุด] T1008060 Ep1](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-378.png)
![[ครบชุด] T1008056 คำก จน สองคำก จน กเข าไป (ละครส น)](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-379.png)