Bugatti W16 Mistral ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนรุ่นแรก ก่อนบอกลาขุมกำลัง W16 สู่โลกแห่งพลังงานไฟฟ้า
23 กุมภาพันธ์ 2566
คอยานยนต์สปอร์ตสายซูเปอร์คาร์อาจคุ้นเคยกับชื่อและดีไซน์อันเป็นเอกลักษ์ของค่ายหรูระดับตำนานจากแดนน้ำหอม แต่อาจไม่คุ้นเคยกับภาพลักษณ์ที่เป็น ‘รถไร้หลังคา’ (Open-Top-Car) หรือที่ในวงการรถสปอร์ตเรียกว่า ‘Cabriolet’ เพราะเจ้าความเร็วรูปโฉมโฉบเฉี่ยวคันนี้คือซูเปอร์คาร์เปิดประทุนคันแรกของแบรนด์บูกัตติ (Bugatti) ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อครึ่งปีหลังของปี 2022 ในชื่อ ‘บูกัตติ ดับเบิลยู 16 มิสตรอล’ (Bugatti W16 Mistral)
โดยชื่อรุ่น Mistral ของเจ้าความเร็วคันใหม่ได้แรงบันดาลใจจากกระแสลมที่พัดจากหุบเขาแม่น้ำโรน (Rhône River Valley) ผ่านเมืองโกตดาซูร์ (Côte d’Azur) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘เฟรนช์ริวีเอรา’ (French Riviera) ซึ่งเป็นชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส

บูกัตติ ดับเบิลยู 16 มิสตรอลคันนี้ไม่ได้เริ่มต้นการออกแบบจากศูนย์บนผืนกระดาษเปล่า หากแต่เป็นการหยิบเอายานยนต์ที่มีอยู่ในสายการผลิตตั้งแต่ปี 2016 อย่างบูกัตติ ชีรน (Bugatti Chiron) ซูเปอร์คาร์ทรงคูเป้ หลังคาแข็งมาพัฒนาต่อ พร้อมกับใส่ลูกเล่นและตัดหลังคาออกเพื่อเปลี่ยนรูปโฉมสู่การเป็น Cabriolet อย่างเต็มตัว
ดีไซน์ตัวรถมีการดึงแรงบันดาลใจมาจาก Bugatti Type 57 Roadster Grand Raid ในปี 1934 ซึ่งสมัยนั้นถือเป็นโรดสเตอร์ที่ล้ำและหรูเหนือโลก หากมองจากด้านหน้า มิสตรอลจะมีหน้าตาใกล้เคียงกับรุ่น La Voiture Noire ไฟหน้าเป็น LED เส้น 4 ชั้น ตัวกระจกบังลมโค้งรูปตัว V กรอบเสาบางพิเศษ ด้านข้างรถคงเอกลักษณ์ช่องลม C-line ไว้ แต่จะเล็กกว่าในรุ่น Chiron ส่วนบั้นท้ายเติมแต่งด้วยไฟท้าย X-Taillight ที่ไม่ได้มีไว้ดึงดูดสายตาเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเพิ่มช่องว่างสำหรับแผงระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ห้องโดยสารที่ตัดหลังคาออกแล้วมีการเพิ่มดีไซน์อย่างหนังแท้ทอสานกันบริเวณแผงข้างประตู เบาะนั่งทรงใหม่คล้ายดีไซน์ของกระเป๋าโบตเตก้า เวเนต้า (Bottega Veneta) แบรนด์แฟชั่นจากประเทศอิตาลี หัวเกียร์ทำจากอะลูมิเนียมปิดผิวด้วยไม้ ทั้งยังมีการฝังรูปปั้นช้าง ‘Dancing Elephant’ ที่สร้างโดยเรมบรันด์ บูกัตติ (Rembrandt Bugatti) ประติมากรชาวอิตาลี ติดตั้งอยู่บนฝากระโปรงโรดสเตอร์คลาสสิกจากรุ่น Type 41 Royale เมื่อปี 1927
ส่วนเครื่องยนต์และระบบเกียร์ที่ใช้ขับเคลื่อนนั้นยกมาทั้งชุดจากรุ่น Bugatti Chiron Super Sport 300+ เครื่องยนต์เบนซิน ดับเบิลยู 16 สูบ 64 วาล์ว ความจุ 7,993 ซีซี พร้อมติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์ 4 ชุด พละกำลังสูงสุด 1,176 กิโลวัตต์ ต่อ 1,600 แรงม้า และส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้ากับคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 จังหวะ ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติความเร็วระดับ 490 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
โดย Bugatti W16 Mistral รูปงามคันนี้จะผลิตให้จับจองเพียง 99 คันเท่านั้น พร้อมกับตั้งค่าตัวไว้ในประเทศฝรั่งที่ 5 ล้านยูโร หรือประมาณ 190 ล้านบาทไทย และพร้อมส่งมอบถึงมือว่าที่เจ้าของยานยนต์สปอร์ตเปิดประทุนรุ่นแรกของค่ายบูกัตติในปี 2024
RIMAC NEVERA รถสปอร์ทพลังไฟฟ้าที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก
10 Oct 2021

ส่งท้ายการชุมนุมรถพลังไฟฟ้าในเดือนแรกของปีงบประมาณประเทศไทยด้วย RIMAC NEVERA (รีแมค เนเวรา) รถสปอร์ทสุดไฮเทค ผลงานชิ้นโบว์แดงของ RIMAC AUTOMOBILI (รีแมค ออโตโมบิลี) ผู้ผลิตไฮเพอร์คาร์ และผู้ชำนัญการด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าของคโรเอเชีย ซึ่งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไปนี่เอง มีการประกาศข่าวว่า ได้บรรลุข้อตกลงในการรวมกิจการกับผู้ผลิตรถสปอร์ท BUGATTI (บูกัตตี) เป็นบริษัทเกิดใหม่ซึ่งมีชื่อว่า BUGATTI RIMAC LLC (บูกัตตี รีแมค แอลแอลซี) และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในคโรเอเชีย เป็นสปอร์ท ”ไฮเพอร์คาร์” ที่พัฒนาต่อกิ่งต่อยอดจากรถแนวคิด RIMAC C_TWO (รีแมค ซี_ทู) ซึ่งปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์เจนีวาเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2018 รวมทั้งเป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่แรงสุดๆ เร็วสุดๆ และสร้างสรรค์นวัตกรรมทางอากาศพลศาสตร์ไว้มากมายหลายรายการ เพื่อผลทางด้านการระบายความร้อน สมรรถนะการบังคับขับขี่ เสถียรภาพการทรงตัว ประสิทธิภาพโดยรวม ชื่อรุ่นของรถ คือ NEVERA มาจากชื่อคลื่นที่รุนแรงรวดเร็ว และเกิดขึ้นอย่างกระทันหันในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตัวถัง 2 ที่นั่ง ซึ่งยาว 4.750 ม. กว้าง 1.986 ม. สูง 1.208 ม. มีช่วงฐานล้อยาว 2.745 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.30 เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบ/พัฒนาด้วยเทคโนโลยีอันก้าวล้ำนำสมัย ส่วนของตัวรถที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า MONOCOQUE (โมโนคอค) ซึ่งรวมหลังคา กล่องบรรจุแบทเตอรี และโครงสร้างย่อยส่วนท้ายไว้ด้วยเป็นชิ้นเดียวกัน มีน้ำหนักไม่ถึง 200 กก. แต่ผู้ผลิตยืนยันว่า นี่คือ ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่อุตสาหกรรมรถยนต์เคยทำ กับบอกด้วยว่าเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ถึง 2,200 ชั้น และสอดแทรกด้วยอลูมิเนียม 222 ชิ้น ผลลัพธ์ในบั้นปลายก็คือ RIMAC NEVERA กลายเป็นรถยนต์นั่งที่มีโครงสร้างตัวถังแข็งแรงกว่ารถคันใดๆ ที่เคยสร้างในโลก ! เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า PERMANENT MAGNET ELECTRIC MOTOR จำนวน 4 ชุด ได้กำลังรวมสูงสุด 1,408 กิโลวัตต์/1,914 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 2,360 นิวตัน-เมตร/240.7 กก.-ม. โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 220 กิโลวัตต์/299 แรงม้า จำนวน 2 ชุด และระบบเกียร์จังหวะเดียว 2 ชุด ขับล้อคู่หน้า กับใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 480 กิโลวัตต์/653 แรงม้า จำนวน 2 ชุด และระบบเกียร์จังหวะเดียว 2 ชุด ขับล้อคู่หลัง ส่วนอุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้า เป็นแบทเตอรี LITHIUM MANGANESE NICKEL (ลิเธียม แมงกานีส นิคเคิล) ที่ค่ายนี้พัฒนาขึ้นเอง เป็นแบทเตอรีระบายความร้อนด้วยของเหลว แรงดัน 730 โวลท์ ขนาดความจุ 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่โครงสร้างตัวถังถึงร้อยละ 37 (เพราะรวมเป็นชิ้นเดียวกันกับตัวถังดังที่กล่าวข้างต้น) และชาร์จไฟเต็มแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลถึง 550 กม. เมื่อวัดตามมาตรฐาน WLTP การชาร์จไฟที่ว่านี้ทำได้ด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ 3-เฟส 22 กิโลวัตต์ หรือโดยวิธีเร่งด่วนด้วยไฟฟ้ากระแสตรงที่สถานีบริการ ซึ่งการชาร์จไฟ 0-80 % จะใช้เวลาเพียง 22 นาที ตามตัวเลขของผู้ผลิตไฮเพอร์คาร์สุดไฮเทคแบบนี้ ใช้เวลาเพียง 1.97 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และเพิ่มเป็น 9.3 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-300 กม. ส่วนความเร็วสูงสุด คือ 412 กม./ชม. เป็นตัวเร็วที่ทำให้กล่าวได้ในทันทีว่า นี่คือ รถพลังไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกขณะนี้ เป็นรถที่จะจำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 150 คัน กำหนดค่าตัวไว้ที่ 2,000,000 ยูโร หรือประมาณ 80 ล้านบาทไทย และผู้ผลิตยืนยันว่า จะไม่มีรถสองคันใดเลยที่มีรูปลักษณ์ และข้อมูลทางเทคนิคเหมือนกันทุกประการ เพราะจะเชิญผู้ซื้อทุกคนไปเยือนคโรเอเชีย แล้วให้ออกแบบรายละเอียดของรถด้วยตนเอง RIMAC NEVERA
- รถปอร์ทไฮเพอร์คาร์ ขับทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ น้ำหนักรถ 2,150 กก.
- มิติตัวถัง 4.750×1.986×1.208 ม. สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.30
- มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ชุด กำลังรวม 1,914 แรงม้า แบทเตอรี 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 1.97 วินาที ความเร็วสูงสุด 412 กม./ชม.
- ราคายังไม่รวมภาษีในยุโรป 2,000,000 ยูโร (ประมาณ 80 ล้านบาทไทย)




