Lamborghini Temerario (เทเมราริโอ) เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกพร้อมขุมพลังใหม่ PHEV V8 Bi-Turbo + 3 Motors 920 แรงม้า 730 นิวตันเมตร
Lamborghini Temerario
Temerario PHEV V8 Bi-Turbo 3 Motors เริ่มต้น 23,760,000 บาท
Lamborghini Temerario (เทเมราริโอ) นำเข้าโดยผู้แทนจำหน่าย Lamborghini ในประเทศไทยรายใหม่ Renazzo Motor (เรนาสโซ มอเตอร์) ในเครือ Sharich Holdings (ชาริช โฮลดิ้ง) ได้สิทธิ์ ” Lamborghini Bangkok ” จำหน่าย และ ให้บริการหลังการขายรถยนต์ Lamborghini รายเดียวในประเทศไทย


มิติตัวถัง Lamborghini Temerario
- ยาว 4,706 มิลลิเมตร
- กว้าง 1,996 มิลลิเมตร
- สูง 1,201 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ Wheelbase 2,658 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวรถ 1,690 กิโลกรัม

Engine เครื่องยนต์ Lamborghini Temerario
เครื่องยนต์เบนซิน V8 Hot V ขนาด 4.0 ลิตร 3,995 ซีซี. พ่วงเทอร์โบคู่ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 90.0 x 78.5 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 9.3 : 1 800 แรงม้า ที่ 9,000 – 9,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่ 4,000 – 7,000 รอบ/นาที
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว P1 eMotor รวมพละกำลังสูงสุด 920 แรงม้า ที่ 9,000 – 9,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่ 4,000 – 7,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Dual Clutch พร้อมระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ Plug-in Hybrid PHEV แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 3.8 kWh
ตัวเลขเคลมจากโรงงาน
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.7 วินาที
- อัตราเร่ง 0-200 km/h ภายใน 7.4 วินาที
- Top Speed ความเร็วสูงสุด 343 km/h
- ระยะเบรก 100-0 km/h ภายในระยะ 32 เมตร
- Red Line ที่ 10,000 รอบ/นาที
- รองรับที่ชาร์จ AC ขนาด 7kW ชาร์จไฟเต็มได้ภายใน 30 นาที
จุดเด่น Lamborghini Temerario
- Frame : Full Aluminium
- Body : Aluminium
- ล้อหน้า 20 นิ้ว x 9J
- ยาง Bridgestone Potenza Sport ขนาด 255/35 ZR20
- ล้อหลัง 21 นิ้ว x 11.5J
- ยาง Bridgestone Potenza Sport ขนาด 325/30 ZR21
- เบรก Carbon Ceramic Brakes Plus ด้านหน้า 10pot / ด้านหลัง 4pot
- คาลิปเปอร์เบรก fixed monoblock Aluminum
- จานเบรก ดิสก์เบรก ขนาด 410 x 38 มิลลิเมตร
- จานเบรก ดิสก์เบรก ขนาด 390 x 32 มิลลิเมตร


High Performance Electrified Vehicle: HPEV
Lamborghini Temerario เป็นรุ่นที่ 2 (High Performance Electrified Vehicle: HPEV) ของ ลัมโบร์กินี ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Revuelto (เรเวลโต้) โดย Temerario ติดตั้งขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด Plug-in Hybrid V8 Bi-Turbo เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ณ ฐานการผลิตของเราใน Sant’Agata Bolognese ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยติดตั้งที่เพลาหน้า 2 ตัว และในชุดเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 8 สปีด อีก 1 ตัว สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า100% ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán
Temerario มาด้วยตัวถัง สีน้ำเงิน Blu Marinus พร้อมผิวสัมผัสแบบด้าน (Matte) มาพร้อมกับยางแบรนด์พันธมิตรอย่างบริดจสโตน (Bridgestone) พร้อมเปิดประสบการณ์การปรับแต่งรถในแบบฉบับเฉพาะตัวผ่านโปรแกรม Ad Personam ของลัมโบร์กินี ที่นำเสนอตัวเลือกสีตัวถังภายนอกมากกว่า 400 เฉดสี การตกแต่งภายในที่เข้าชุดอย่างลงตัว และ Option พิเศษอีกหลากหลายรายการ


Aero Dynamic อากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม
Temerario ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อให้มีประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด โดยมุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ เสถียรภาพที่ระดับความเร็วสูง การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และ ประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ อาทิ ดวงไฟ DRL ทรงหกเหลี่ยมด้านหน้า ที่มาพร้อมแผงปรับทางลม และ ช่องรับลม ไปจนถึงอุปกรณ์สร้างการหมุนเวียนของลมใต้ท้องรถ ส่งผลให้แรงกดด้านท้ายเพิ่มขึ้นถึง 103% เมื่อเทียบกับรถรุ่น Huracán EVO (ฮูราแคน อีโว) และ สามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 158% เมื่อติดตั้งชุดวัสดุ Alleggerita Pack อีกทั้ง ช่องกลางหลังคาที่เชื่อมต่อกับสปอยเลอร์หลัง ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการไหลของอากาศ ในขณะที่ขอบฝากระโปรงเครื่องยนต์ด้านข้าง ที่มีดีไซน์โค้งมนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ แนวคิดใหม่ในการระบายความร้อนระบบเบรกยังเข้ามาช่วยยกระดับสมรรถนะโดยรวม ด้วยการระบายความร้อนที่คาลิเปอร์เพิ่มขึ้นถึง 50% และระบายความร้อนจานเบรกได้ดีขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán EVO
ห้องโดยสารภายใน ‘Feel like a pilot’
การออกแบบห้องโดยสารภายในของ Temerario สะท้อนแนวคิด ‘Feel like a pilot’ (ความรู้สึกเสมือนเป็นนักบิน) ของลัมโบร์กินีได้อย่างชัดเจน ผ่านตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำ แดชบอร์ดดีไซน์เพรียวบาง และพวงมาลัยที่เอียงในองศาที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ขับขี่เข้าถึงสไตล์การขับขี่ได้อย่างเต็มที่ เบาะนั่งสปอร์ตปรับไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มอบความสบายสูงสุด หรือสามารถเลือกเบาะนั่งแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และปรับแต่งได้หลากหลาย ทั้งระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และสีสันที่แตกต่างกัน



ภายในห้องโดยสารสะท้อนดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่น โดยผสมผสานประสบการณ์ดิจิทัลเข้ากับประสาทสัมผัสได้อย่างลงตัว โดยลัมโบร์กินีเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงสุด อาทิ คาร์บอน หนัง และไมโครไฟเบอร์ Dinamica® Corsatex Suede ทั่วทั้งห้องโดยสาร พร้อมกันนี้ องค์ประกอบการตกแต่งภายใน เช่น คอนโซลกลาง ช่องระบายอากาศ แผงประตู แดชบอร์ด พวงมาลัย และคอพวงมาลัย ยังมีให้เลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาเป็นออปชันเสริมอีกด้วย
Entertainment ระบบความบันเทิง
ห้องโดยสารของ Temerario จอแสดงผล 3 หน้าจอ ได้แก่ แดชบอร์ดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 8.4 นิ้ว และ หน้าจอสำหรับผู้โดยสารขนาด 9.1 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ และ ฟังก์ชันเสริมประสบการณ์ร่วมขับเสมือนเป็นผู้ช่วยนักบิน ผู้ขับสามารถเข้าถึงกล้องติดรถ ธีมอินเทอร์เฟซที่เปลี่ยนตามโหมดการขับขี่ และฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Telemetry 2.0 ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านทั้งแดชบอร์ดโฉมใหม่และบริเวณเบาะที่นั่ง ตามปรัชญา “ Feel like a pilot ” อย่างแท้จริง ช่องระบายอากาศทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์และคอนโซลกลางช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด พวงมาลัยติดตั้งปุ่มควบคุมโหมดการขับ ฟังก์ชันยกตัวรถ ปุ่ม “ Race Start ” ไฟเลี้ยว และ Launch Control เพื่อมอบสมาธิสูงสุดในทุกการขับขี่
โหมดการขับขี่ 13 รูปแบบ
Temerario มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายถึง 13 รูปแบบ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและความเร้าใจบนสนามแข่ง ด้วยความสามารถรอบด้านของซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันนี้ ผู้ขับสามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบไดนามิกผ่านระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent Management) ของลัมโบร์กินีได้ 5 โหมดหลัก ได้แก่ Città, Strada, Sport, Corsa และ Corsa Plus แต่ละโหมดจะปรับการส่งกำลัง ระบบช่วงล่าง อากาศพลศาสตร์ และประสิทธิภาพของระบบไฮบริดให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการเร่งเต็มพิกัดบนสนามแข่ง
นอกจากนี้ ยังมีโหมดจัดการพลังงานไฮบริดอีก 3 โหมด ได้แก่ Recharge, Hybrid และ Performance ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการชาร์จไฟจากแรงเบรก เสริมด้วยโหมดใหม่ล่าสุดอย่าง Drift Mode ที่สามารถควบคุมและปรับแรงบิดได้ 3 ระดับ ช่วยให้การควบคุมการหักเลี้ยวแบบโอเวอร์สเตียร์เป็นไปได้อย่างแม่นยำ มอบประสบการณ์ที่ทั้งเร้าใจและควบคุมได้อย่างมั่นใจ
การปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด
Temerario เปิดตัวด้วยสองสีพิเศษใหม่ ได้แก่ สีฟ้า Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius พร้อมมอบอิสระให้ลูกค้าปรับแต่งรถเพื่อสะท้อนตัวตนได้อย่างไม่รู้จบผ่านโปรแกรม Ad Personam ของลัมโบร์กินี ที่นำเสนอสีตัวถังกว่า 400 เฉด รวมถึงลวดลายพิเศษ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมล้อแมกรุ่นใหม่ถึง 3 ดีไซน์และวัสดุที่แตกต่างกัน พร้อมออปชันคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกหลากหลายชิ้นส่วน ไม่ว่าจะต้องการสื่อถึงความสปอร์ต ความหรูหรา หรือทั้งสองอย่างในแบบเฉพาะตัว ทุกการคัสตอมคือภาพสะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของอย่างแท้จริง


ยางรถ Bridgestone
ในฐานะพันธมิตรอันยาวนานของลัมโบร์กินี ผู้ผลิตยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับ Temerario คือ Bridgestone บริดจสโตนได้พัฒนาไลน์อัปยางครบวงจร เพื่อดึงสมรรถนะสูงสุดของซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันนี้ ทั้งในและนอกสนามแข่งตลอดทั้งปี พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่

บริดจสโตนเลือกใช้ยางสมรรถนะสูงระดับไอคอนจากตระกูล Potenza โดยนำเสนอยางรุ่น Potenza Sport และ Potenza Race ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับ Temerario เพื่อการขับขี่บนถนนและในสนามแข่งขัน ยาง Potenza Sport รุ่นพิเศษนี้มาพร้อมลายดอกยางที่ออกแบบมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการควบคุมบนถนนแห้ง การยึดเกาะบนถนนเปียก และสมรรถนะในความเร็วสูง ยกระดับความเร้าใจในการขับขี่สไตล์สปอร์ตให้ถึงขีดสุด
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
คันเดียวในโลก!! Hennessey Venom F5 Revolution LF ไฮเปอร์คาร์สั่งพิเศษ เกียร์ธรรมดา 2,031 แรงม้า
643 จำนวนผู้เข้าชม |

Hennessey Special Vehicles ผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์จากรัฐเท็กซัส เผยโฉม Venom F5 Revolution LF ที่งาน The Quail เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยรถคันนี้ถือเป็นผลงานแบบหนึ่งเดียวในโลกไม่เหมือนใคร สร้างโดยแผนกใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวด้วย
Venom F5 Revolution LF ผลงานหนึ่งเดียวในโลกตามคำขอลูกค้า ถือเป็น F5 คันแรกที่ประเดิมโดยแผนกใหม่ล่าสุด Maverick ซึ่งเอาไว้รองรับลูกค้าที่ต้องการรถแบบผลิตพิเศษตามสเปกตัวเองโดยเฉพาะ ชื่อรุ่น LF นั้นย่อมาจาก Louis Florey เจ้าของรถนักสะสมชาวอเมริกัน ตามเขาได้ที่ช่องยูทูป The Gentleman’s Garage เขามีส่วนร่วมกำหนดการออกแบบรายละเอียดรถด้วยตัวเอง ตัวถังภายนอกมาในสีแชมเปญสุดหรู River Sand Metallic ตัดกับเส้นกลางลำตัวรถ และงานคาร์บอนไฟเบอร์เปลือยสีน้ำตาล Coco Brown มีการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ ตั้งแต่สปลิตเตอร์หน้าใหม่ คานาร์ดใหม่ เสริมช่องระบายอากาศซุ้มล้อหน้า ปีกหลังถูกยกระดับให้สูงถึง 290 มม. ช่วงล่างก็ถูกปรับปรุงใหม่ด้วย
ห้องโดยสารเป็นแนวคิดแบบ “Analog Connection” คนขับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ มาพร้อมกับโครงสร้างแบบโมโนค็อกคาร์บอนเจเนอเรชันใหม่ ‘XCell_2’ คอนโซลกลางออกแบบใหม่มาพร้อมเกียร์ H-pattern แบบ gated shifter ที่กลึงจากอะลูมิเนียมทั้งก้อน ถัดขึ้นไปคือช่องแอร์คู่และช่องใส่กุญแจที่ถูกออกแบบได้อย่างเรียบหรู พวกปุ่มควบคุม สวิตช์ต่างๆ ยังถูกสร้างขึ้นด้วยมาตรฐานระดับเดียวกับพวกนาฬิกาหรู (Horology-Grade)
F5 Revolution LF มากับขุมพลัง Fury แบบ V8 6.6 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 2,031 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มอบสไตล์ดุดันแบบไฮเปอร์คาร์ยุคอดีต
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Hennessey Special Vehicles






























