เปิดตัว Lamborghini Temerario ขุมพลัง V8 ปลั๊กอินไฮบริด 920 แรงม้า เริ่ม 23,760,000 บาท
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 27 มิ.ย. 68 11:16
- 1,307 อ่าน
เรนาสโซ มอเตอร์ ผู้จำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เผยโฉม “Temerario” (เทเมราริโอ) ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูสัญชาติอิตาลี สุดยอดยนตรกรรมหนึ่งเดียวที่มาพร้อมขุมพลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบใหม่ล่าสุด ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มอบสมรรถนะการเร่งรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 10,000 รอบต่อนาที พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านประสิทธิภาพอันทรงพลัง ประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจ และสุนทรีย์แห่งการเดินทางอย่างเหนือชั้น

Temerario โดดเด่นอย่างเหนือชั้นในฐานะยนตรกรรมรุ่นที่สองในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (High Performance Electrified Vehicle: HPEV) ของลัมโบร์กินี ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นแห่งประวัติศาสตร์อย่าง Revuelto (เรเวลโต้) ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศ ผสานกับชุดเกียร์ดับเบิลคลัชต์ 8 สปีด และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ในขณะที่ Temerario ได้เปิดศักราชใหม่ด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบสุดล้ำ ถือเป็นการเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดของลัมโบร์กินีอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากการเปิดตัว Urus SE (อูรุส เอสอี) ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์เมื่อปีที่ผ่านมา
งานเปิดตัวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูงของ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี นำโดย มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มร.เฟเดอริโก ฟอสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด และ มร.ฟรานเชสโก้ สกาดาโอนิ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

มร. สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี เผยว่า “การเปิดตัวของ Temerario ได้สร้างตำนานบทใหม่ในฐานะผู้บุกเบิกเซกเมนต์ที่นำเสนอไลน์อัปรถยนต์ไฮบริดเต็มรูปแบบเป็นรายแรก Temerario คือยนตรกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นอย่างเหนือชั้น ด้วยขุมพลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ 920 แรงม้า ที่มอบทั้งสมรรถนะและความสะดวกสบายในระดับสูงสุด เพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ณ ฐานการผลิตของเราใน Sant’Agata Bolognese ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่มุ่งผลักดันความยั่งยืนและสร้างสรรค์เทคโนโลยี โดยผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับงานฝีมือชั้นสูงแบบอิตาเลียนอย่างลงตัว เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัว Lamborghini Temerario อย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยพลังงานอันมีชีวิตชีวา และได้ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ไปพร้อมกับกลุ่มคนผู้รักลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง”
ด้าน มร.ฟรานเชสโก้ สกาดาโอนิ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “Temerario ได้สะท้อนถึงดีเอนเอแบรนด์สัญชาติอิตาเลียนของเรา ทั้งดีไซน์อันโดดเด่น เทคโนโลยียานยนต์ไฮบริดสุดล้ำ และสมรรถนะระดับสูงสุด ที่มอบสุนทรีย์ในการขับขี่อย่างแท้จริง พร้อมเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังที่บ่งบอกความเป็นลัมโบร์กินีอย่างชัดเจน ความพิเศษอันเหนือชั้นของรถคันนี้ ไม่จำกัดเพียงในด้านสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสบายและพื้นที่ใช้สอยด้วย นับเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ปลดปล่อยศักยภาพได้อย่างเต็มที่ทั้งในสนามแข่งและบนถนนจริง ขณะเดียวกันยังมอบพื้นที่สำหรับผู้โดยสารและสัมภาระได้มากกว่ารถรุ่นอื่นๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอยนตรกรรมอันโดดเด่นรุ่นนี้สู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้”

Temerario ปรากฏโฉมในสีน้ำเงิน Blu Marinus พร้อมผิวสัมผัสแบบแมตต์ที่โดดเด่น สะกดทุกสายตาผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นแขกกลุ่มแรกที่ได้ยลโฉมและสัมผัสความพิเศษจากความร่วมมือระหว่างลัมโบร์กินีและแบรนด์พันธมิตร อย่างบริดจสโตน (Bridgestone) พร้อมเปิดประสบการณ์การปรับแต่งรถในแบบฉบับเฉพาะตัวผ่านโปรแกรม Ad Personam ของลัมโบร์กินี ที่นำเสนอตัวเลือกสีตัวถังภายนอกมากกว่า 400 เฉดสี การตกแต่งภายในที่เข้าชุดอย่างลงตัว และออปชันพิเศษอีกหลากหลายรายการ
ขุมพลังไฟฟ้าที่ปลุกสัมผัสการขับขี่เหนือระดับ
Temerario มาพร้อมขุมพลังใหม่ล่าสุด ด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ที่สามารถเร่งรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 10,000 รอบต่อนาที ซึ่งนับเป็นรอบเครื่องยนต์สูงสุดสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ผลิตออกจำหน่ายจริง ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า และแรงบิด 730 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยติดตั้งที่เพลาหน้า 2 ตัว และในชุดเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 8 สปีด อีก 1 ตัว มอบกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่ตอบสนองทันที การยึดเกาะถนนที่เหนือกว่า และประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้คู่แข่ง ที่ยังคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอของลัมโบร์กินีอย่างชัดเจน

สมรรถนะอันโดดเด่นนี้เกิดขึ้นจากการผสานเทคโนโลยีไฮบริดอย่างเต็มรูปแบบ โดย Temerario สามารถเร่งเครื่องยนต์จาก 0–100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และจาก 0–200 กม./ชม. ภายใน 7.4 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 343 กม./ชม. ขณะเดียวกัน มอเตอร์ไฟฟ้าบนเพลาหน้ายังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อน และทำให้ Temerario สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán
ดีไซน์ที่เสริมสมรรถนะเหนือระดับ
Temerario ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อให้บรรลุประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด โดยมุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ เสถียรภาพที่ระดับความเร็วสูง การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างแม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ อาทิ ดวงไฟ DRL ทรงหกเหลี่ยมด้านหน้าที่มาพร้อมแผงปรับทางลมและช่องรับลม ไปจนถึงอุปกรณ์สร้างการหมุนเวียนของลมใต้ท้องรถ ล้วนส่งผลให้แรงกดด้านท้ายเพิ่มขึ้นถึง 103% เมื่อเทียบกับรถรุ่น Huracán EVO (ฮูราแคน อีโว) และสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 158% เมื่อติดตั้งชุดวัสดุ Alleggerita Pack อีกทั้ง ช่องกลางหลังคาที่เชื่อมต่อกับสปอยเลอร์หลังยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการไหลของอากาศ ในขณะที่ขอบฝากระโปรงเครื่องยนต์ด้านข้างที่มีดีไซน์โค้งมนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แนวคิดใหม่ในการระบายความร้อนระบบเบรกยังเข้ามาช่วยยกระดับสมรรถนะโดยรวม ด้วยการระบายความร้อนที่คาลิเปอร์เพิ่มขึ้นถึง 50% และระบายความร้อนจานเบรกได้ดีขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán EVO แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง

ห้องโดยสารภายใน ‘Feel like a pilot’
การออกแบบห้องโดยสารภายในของ Temerario สะท้อนแนวคิด ‘Feel like a pilot’ (ความรู้สึกเสมือนเป็นนักบิน) ของลัมโบร์กินีได้อย่างชัดเจน ผ่านตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำ แดชบอร์ดดีไซน์เพรียวบาง และพวงมาลัยที่เอียงในองศาที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ขับขี่เข้าถึงสไตล์การขับขี่ได้อย่างเต็มที่ เบาะนั่งสปอร์ตปรับไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มอบความสบายสูงสุด หรือสามารถเลือกเบาะนั่งแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และปรับแต่งได้หลากหลาย ทั้งระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และสีสันที่แตกต่างกัน

ภายในห้องโดยสารสะท้อนดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่น โดยผสมผสานประสบการณ์ดิจิทัลเข้ากับประสาทสัมผัสได้อย่างลงตัว โดยลัมโบร์กินีเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงสุด อาทิ คาร์บอน หนัง และไมโครไฟเบอร์ Dinamica® Corsatex Suede ทั่วทั้งห้องโดยสาร พร้อมกันนี้ องค์ประกอบการตกแต่งภายใน เช่น คอนโซลกลาง ช่องระบายอากาศ แผงประตู แดชบอร์ด พวงมาลัย และคอพวงมาลัย ยังมีให้เลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาเป็นออปชันเสริมอีกด้วย
นอกจากนี้ ห้องโดยสารของ Temerario ยังสะท้อนประสบการณ์ดิจิทัลที่ล้ำสมัยที่สุดของลัมโบร์กินี ด้วยการจัดวางจอแสดงผล 3 หน้าจอ ได้แก่ แดชบอร์ดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 8.4 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารขนาด 9.1 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์และฟังก์ชันเสริมประสบการณ์ร่วมขับเสมือนเป็นผู้ช่วยนักบิน ผู้ขับสามารถเข้าถึงกล้องติดรถ ธีมอินเทอร์เฟซที่เปลี่ยนตามโหมดการขับขี่ และฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Telemetry 2.0 ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านทั้งแดชบอร์ดโฉมใหม่และบริเวณเบาะที่นั่ง ตามปรัชญา “Feel like a pilot” อย่างแท้จริง ช่องระบายอากาศทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์และคอนโซลกลางช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด พวงมาลัยติดตั้งปุ่มควบคุมโหมดการขับ ฟังก์ชันยกตัวรถ ปุ่ม “Race Start” ไฟเลี้ยว และ Launch Control เพื่อมอบสมาธิสูงสุดในทุกการขับขี่

สุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่ควบคุมได้ดั่งใจ
Temerario มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายถึง 13 รูปแบบ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและความเร้าใจบนสนามแข่ง ด้วยความสามารถรอบด้านของซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันนี้ ผู้ขับสามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบไดนามิกผ่านระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent Management) ของลัมโบร์กินีได้ 5 โหมดหลัก ได้แก่ Città, Strada, Sport, Corsa และ Corsa Plus แต่ละโหมดจะปรับการส่งกำลัง ระบบช่วงล่าง อากาศพลศาสตร์ และประสิทธิภาพของระบบไฮบริดให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการเร่งเต็มพิกัดบนสนามแข่ง
นอกจากนี้ ยังมีโหมดจัดการพลังงานไฮบริดอีก 3 โหมด ได้แก่ Recharge, Hybrid และ Performance ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการชาร์จไฟจากแรงเบรก เสริมด้วยโหมดใหม่ล่าสุดอย่าง Drift Mode ที่สามารถควบคุมและปรับแรงบิดได้ 3 ระดับ ช่วยให้การควบคุมการหักเลี้ยวแบบโอเวอร์สเตียร์เป็นไปได้อย่างแม่นยำ มอบประสบการณ์ที่ทั้งเร้าใจและควบคุมได้อย่างมั่นใจ

การปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด
Temerario เปิดตัวด้วยสองสีพิเศษใหม่ ได้แก่ สีฟ้า Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius พร้อมมอบอิสระให้ลูกค้าปรับแต่งรถเพื่อสะท้อนตัวตนได้อย่างไม่รู้จบผ่านโปรแกรม Ad Personam ของลัมโบร์กินี ที่นำเสนอสีตัวถังกว่า 400 เฉด รวมถึงลวดลายพิเศษ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมล้อแมกรุ่นใหม่ถึง 3 ดีไซน์และวัสดุที่แตกต่างกัน พร้อมออปชันคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกหลากหลายชิ้นส่วน ไม่ว่าจะต้องการสื่อถึงความสปอร์ต ความหรูหรา หรือทั้งสองอย่างในแบบเฉพาะตัว ทุกการคัสตอมคือภาพสะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของอย่างแท้จริง

6 รถสปอร์ตและรถซุปเปอร์คาร์สุดหรูที่คุณต้องลองเช่าขับสักครั้งในชีวิต
ในปัจจุบัน รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะที่ใช้สำหรับรองรับการเดินทางไปไหนมาไหนเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนเครื่องประดับเสริมบารมีสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของ โดยเฉพาะรถสปอร์ตและรถซุปเปอร์คาร์ที่มีการพัฒนาให้มีความเร็ว แรง และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีในการขับขี่อย่างล้ำสมัย และโดดเด่นในเรื่องของวัสดุเกรดพรีเมี่ยมและดีไซน์สุดเย้ายวนที่ไม่เหมือนใคร เรียกได้ว่าครบ จัดเต็มทั้งสมรรถนะ รูปโฉม ความล้ำ ความปลอดภัย และสุนทรียภาพในการขับขี่ รถสปอร์ตและรถซุปเปอร์คาร์จึงกลายมาเป็นรถหรูในฝันของใครหลาย ๆ และนี่คือ 6 รถสปอร์ตและรถซุปเปอร์คาร์สุดหรูระดับตำนานที่คุณต้องลองขับสักครั้งในชีวิต

McLaren 720S
ที่สุดแห่งซุปเปอร์คาร์ระดับตำนานที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจับจองเป็นเจ้าของกับสุดยอดวายร้ายอย่าง McLaren 720S รถซุปเปอร์คาร์เจน 2 ในตระกูล Super Series ที่ก้าวข้ามความเป็นซุปเปอร์คาร์ด้วยการรวมเอาเทคโนโลยีที่ใช้ในรถ F1 มาไว้ในที่เดียว McLaren 720S มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร 720 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 2.9 วินาที 0-200 กม./ชม. ใน 7.8 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 341 กม./ชม. เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่แรงเหนือชั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความเร็ว แรง และความหรูหราต้องห้ามพลาดเพราะมีเพียงแค่ 3 คันในประเทศไทยเท่านั้น

Ferrari 488 GTB
ทายาทสืบสานตำนานความแรงถัดจาก 458 Italia ที่สุดแห่งขุมพลังเพื่อสุนทรียภาพในการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยระบบวิศวกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด เพียบพร้อมด้วยดีไซน์ที่สวยงามเร้าใจ สุดโฉบเฉี่ยวและปราดเปรียวด้วยดีไซน์ที่เน้นย้ำความเรียบง่ายอย่างคลาสสิกตามแบบฉบับของ Ferrari เอาใจคนรักความแรงด้วยสมรรถนะอันทรงพลังและการตอบสนองที่เหนือชั้นของเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 670 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม. ได้อารมณ์ของความเป็น Ferrari แบบเต็ม 100%

Lamborghini Huracan Performante
ว่ากันว่าความสวยนั้นขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนมอง แต่ก็ปฏิเสธว่าซุปเปอร์คาร์บางคันนั้นก็โดดเด่นจนยากจะละสายตาอย่างซุปเปอร์คาร์ลูกรักจากค่ายกระทิงดุที่สามารถทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 325 กม./ชม. ด้วยขุมพลังระดับสุดยอด ผสานกับเทคโนโลยีโครงสร้างน้ำหนักเบา ระบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง พร้อมโครงตัวถังแบบใหม่ล่าสุดที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีดำทั้งผิวมันวาวและผิวด้าน ช่วยเพิ่มมิติความแตกต่างกับโทนสีด้านของตัวรถได้อย่างงดงาม มอบรูปทรงแนวสปอร์ตที่เด่นสะดุดตาจน Huracan Performante กลายเป็นสุดยอดรถในฝันของหนุ่มสาวสายสปอร์ตทั่วโลก

Porsche 911 GT2 RS
สัมผัสความเร็ว แรงไปกับ Porsche เวอร์ชั่นรถถนนที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยขุมพลัง 700 แรงม้า ทวินเทอร์โบ 3.6 ลิตร ประกอบกับการออกแบบที่สอดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อการพุ่งทะยานอย่างไร้ที่ติในรูปโฉมสุดดุดันที่ละม้ายคล้ายคลึงกับรถแข่งขนานแท้ ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 340 กม./ชม. สุดยอดทั้งหน้าตาและสมรรถนะ ต้องลองแล้วคุณจะรู้ว่าการขับขี่สไตล์รถสนามเต็มตัวด้วยจิตวิญญาณของตัวแข่งพลังแรงเต็มพิกัด แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

BMW i8 Roadster
จะมีอะไรดีไปกว่าการได้เปิดประทุนขับรถสมรรถนะยอดเยี่ยมไปบนเส้นทางอันแสนสงบ ปล่อยให้สายลมกระทบเส้นผมและใบหน้าไปกับซุปเปอร์คาร์สุดเท่และเป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างรถสปอร์ตขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่ขับเคลื่อนด้วยด้วยมอเตอร์และเครื่องยนต์ 231 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.6 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. ด้วยดีไซน์สุดหรู พร้อมตอบสนองต่อการควบคุมอย่างว่องไว ปราดเปรียว ปล่อย CO2 เพียง 52 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร BMW i8 Roadster จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดยานยนต์หนึ่งเดียวแห่งอนาคตที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดพลังงานแบบสุด ๆ

Ford Mustang GT
โดดเด่นเหนือใครบนท้องถนนด้วยม้าป่าคะนองตามสไตล์อเมริกันแท้ที่มีตำนานมาอย่างยาวนาน เพียบพร้อมทั้งความสวยงาม ดุดัน เครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ ขับสนุก มีเสน่ห์ในทุกการเดินทางด้วยเอกลักษณ์สะดุดตา ยากจะห้ามใจไหว เพียงแค่แตะคันเร่งเบา ๆ ก็กระหึ่มไปทุกทิศทาง เรียกได้ว่าระห่ำและดุดันแบบมีสไตล์จากพละกำลังมหาศาลของเครื่องยนต์และการขับเคลื่อนล้อหลังตามสไตล์รถสปอร์ตพันธุ์แท้ มอบความสนุกสุดเหวี่ยงบนท้องถนน หรูจนล้ำไปกับภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหราด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม ที่สุดแห่งนิยามของยานยนต์แห่งยุคที่ทุกคนจะต้องหลงรัก
สัมผัสนิยามสุดหรูไปกับ Richcars Rental #ที่1 ของบริการเช่ารถหรูระดับประเทศ ด้วยบริการเช่ารถหรู เช่ารถสปอร์ต เช่ารถซุปเปอร์คาร์ เช่ารถเบนซ์ เช่ารถเปิดประทุนที่มีรถหรูให้เลือกใช้บริการมากที่สุดกว่า 30 รุ่นจากทุกสัญชาติ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของคุณด้วยการเพิ่มดีกรีความหรูหราและเติมเสน่ห์ให้ทุกการเดินทางของคุณแบบเหนือระดับ มอบประสบการณ์ขีดสุดแห่งความหรูหราที่คุณต้องลองสักครั้งในการเป็นเจ้าของรถหรูที่สวย เงียบ เร็ว แรง ดีไซน์เท่จนทุกคนต้องเหลียวมอง พร้อมสัมผัสเครื่องยนต์อันทรงพลัง ช่วงล่างที่นุ่มนวล พร้อมสมรรถนะสุดล้ำของรถหรูระดับพรีเมียม สร้างประสบการณ์ใหม่สุดเร้าใจที่คุณจะต้องตกหลุมรัก
การันตีสุดยอดแห่งบริการที่จะมอบความสะดวกในทุกขั้นตอนตั้งแต่การให้คำปรึกษา เลือกรุ่นรถที่ใช่ ส่งมอบเอกสาร ส่งมอบรถ ไปจนถึงวันรับรถกลับ ง่ายและกระชับที่สุดในไทย แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานบริการโดยทีมงานมืออาชีพ ไม่ว่าคุณจะเช่ารถหรู เช่ารถสปอร์ต เช่ารถซุปเปอร์คาร์ เช่ารถเบนซ์ หรือเช่ารถเปิดประทุน Richcars ก็ใส่ใจดูแลคุณด้วยมาตรฐานเดียวกัน ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด
แล้วคุณล่ะ พร้อมแสดงออกถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณแล้วหรือยัง?
Tel: 098-796-1924
Official LINE:
Facebook: Richcars Rental
Instagram: Richcarsbangkok
E-mail: richcarsbangkok@gmail.com
Website: www.richcarsbangkok.net
Youtube: RICHCARS Bangkok

