Ferrari California T พร้อมทุกการเดินทางอย่างมีสไตล์
- โดย : Autodeft
- 18 มิ.ย. 57 00:00
- 14,646 อ่าน
สาวกม้าลำพองไทยได้เฮ Ferrari เปิดตัว Ferrari California T ใหม่ อย่างเป็นทางการ สามารถสัมผัสได้ด้วยค่าตัว 23.3 ล้านบาท ตอบสมรรถนะและความงาม
เมื่อครั้งใดที่เรานึกถึงว่ายนตกรรมสมรรถนะเยี่ยมสักคันที่เราอยากจะเป็นเจ้าของหากเรามีโอกาสสักครั้งในชีวิต Ferrari น่าจะเป็นชื่อที่เรานึกถึงแรกๆ ด้วยชื่อเสียงในด้านสมรรถนะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่พวกเขาก็มักถูกกังขาว่าสมรรถนะที่เร้าใจ อาจจะไม่เหมาขับทุกวันอย่างที่เราฝันไว้
เรื่องที่สบประมาทจากสาวกนี้ ทำให้ Ferrari มาสู่ความต้องการทำให้เห็นว่ารถยนต์ม้าลำพอง Ferrari ก็สามารถที่จะขับได้ทุกวัน รองรับทุกความต้องการในการเดินทาง ไม่ว่าจะเอาใจตุ๊ตาหน้ารถด้วยการขับขี่ที่สะดวกสบาย หรือจะถูกใจท่านชายด้วยสมรรถนะ รวมถึง ยังขนขงได้ในระดับหนึ่งเมื่อเดินทางไปต่างจังหวัด ทั้งหมดนั้นเป็นคำตอบที่ถูกลบข้อกังขาในรถยนต์ Ferrari California T
รถยนต์ Ferrari California T
สปอร์ตสมรรนถะสูง Ferrari California T เป็นการตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้รถยนต์ Ferrari ที่มองหารถยนต์ที่สามารถตอบความต้องการด้วยการเป็นรถที่มาพร้อมสไตล์ที่แตกต่างในแบบรถเปิดประทุนด้วยชุดหลังคาแข้งที่สามารถปรับพับได้ แต่เช่นเดียวกันนั้น ยังคงความเป็นสปอร์ต 2+2 ตอบความต้องการ พร้อมเส้นสายทันสมัย ใบหน้าที่ทันสมัยคงความเป็นตัวตนแบบเฟอร์รารี่อย่างแท้จริง
เช่นเดียวกับเส้นสายการออกแบบในเส้นสายที่ให้ความลงตัวสง่างาม ตั้งแต่ด้านหน้าจรดบั้นท้าย สะกดสายตาในทุกมุมมอง แล้วด้วยการถ่ายทอดตัวตนจากความแตกต่างและตำนานโดดเด่นในรุ่น GTO ในปี 1984 และ F40 ในปี 1987
ในห้องโดยสารรถยนต์ Ferrari California T ใหม่ ยังคงมาพร้อมความประณีตของการโดยสาร ให้ความละเอียดทุกความต้องการของลูกค้า รวมถึง ยังคงความแตกต่างด้วย ระบบติดต่อทางไกลของเฟอร์รารี่ ที่สามารติดต่อกับโรงงานที่อิตาลี ช่วยให้ถูกใจในการเลือกสรรมากที่สุด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อคุณ เลือกซื้อรถยนต์เฟอร์รารี่ สิ่งที่ต้องการก็น่าจะเป็นสมรรถนะการขับขี่โดย เฟอร์รารี่ใหม่ มาพร้อมการวิศวกรรมขุมพลังที่แตกต่าง ใน Ferrari California T ทางม้าลำพองแนะนำเครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.9 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุด 560 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และยังให้แรงบิดสูงสุด 755 นิวตันเมตร โดยสามารถเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที
และด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์เทอร์โบในเครื่องยนต์รถสูตร 1 ใหม่ ทำให้มีการพัฒนาเครื่องยนต์ที่สมรรถนะมากกว่า รวมถึง Ferrari California T ยังได้เพลาข้อเหวี่ยงแบบแฟลตเพลนจาก F1 มาใช้ รวมถึงยังมีการพัฒนานวัตกรรมระบบเทอร์แบบสองใบพัด รวมถึงยังควบคุมด้วยระบบ Variable Boost Management ช่วยในการปรับแรงบิดให้เหมาะสมกับแต่ละเกียร์ที่เลือกใช้จากผู้ขับขี่
การนำเทอร์โบชาร์จมาใช้ ทำให้รถเฟอร์รารี่ California T มีสมรรถนะดีขึ้น โดยมีแรงม้าเพิ่มขึ้น 70 แรงม้า และยังมีการบริโภคน่ำมันเชื่อเพลิงลดลง 15% รวมถึงปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ลดลง 20% และที่สำคัญทำให้สามารถวิ่งระยะทางเพิ่มขึ้นถึง 15 %
ไม่แพ้สมรรถนะของเครื่องยนต์ ก็คงเป็นเรื่องการควบคุมรถยนต์ และ Ferrari California T มาพร้อมระบบควบคุมใหม่ล่าสุด F1 Trac มั่นใจได้กับ ระบบควบคุมการทรงตัว ESP Premium 8.0 และม้าลำพองยังสามารถสยบเป็นลูกแมวได้ด้วยเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM3 ที่ทำให้การหยุดจาก 100-0 ใช้ระยะทางน้อยลงเพียง 34 เมตร เท่านั้น
รถยนต์ Ferrari California T พร้อมให้จับจองแล้ววันนี้ โดยการจำหน่ายของ คาวาลิโนมอเตอร์ โดย ราคาจำหน่าย แคลิฟอร์เนีย ที ใหม่ มีราคาอยู่ที่ 518,200 ยูโร หรือ สนนราคาที่ 23.3 ล้าน บาท
เจาะรถเด่น!! Mazda ส่ง 2 Crossover ตัวเด่น..จ่อเผยจริงในแดนสยาม
- โดย : Autodeft
- 11 เม.ย. 61 00:00
- 22,387 อ่าน
หลังจากที่ มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ประสบความสำเร็จจากผลการดำเนินธุรกิจประจำปีงบประมาณ 2560 (นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 ถึงเดือนมีนาคม 2561) ยอดขายพุ่งกระฉูดสร้างสถิติใหม่ทะลุ 56,379 คัน เพิ่มขึ้น 31% นำพา มาสด้า ประเทศไทย มียอดขายสูงเป็นอันดับที่ 7 ของโลก รองจากประเทศจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และเยอรมนี
ซึ่งพระเอกของค่ายไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น Mazda 2 เก๋งเล็กที่ประสบความสำเร็จกับยอดขายสูงกว่า 35,440 คัน เพิ่มขึ้น 47% และ Mazda CX-5 เจนใหม่ มียอดขายสะสมสูงถึง 6,411 คัน เพิ่มขึ้น 89% สำหรับภายในปีจนถึงปีหน้า Mazda พร้อมแล้วที่จะส่งยานยนต์รุ่นใหม่สองรุ่น (1รุ่นปรับโฉม กับ 1 รุ่นที่ไม่เคยทำตลาด) มาให้ชาวไทยได้สัมผัสเริ่มจาก

Mazda CX-3 Facelift มาดใหม่ Crossover น้องเล็กที่คราวนี้แต่งหน้าทาปากเริ่มจากกระจังหน้า แบบ Signature Wing พร้อมกรอบโครเมี่ยมดีไซน์ใหม่ ไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมไฟ LED Daytime ปรับอารมณ์ใหม่ให้สปอร์ตขึ้น ล้ออัลอลยสีทูโทนปัดเงาลายใหม่ขนาด 18 นิ้วพร้อมยางขนาด 215/50R18 คิ้วชายล่างโครเมี่ยมออกแบบใหม่ และไฟท้าย LED ใหม่รับกับความเท่รอบคัน

ภายในเหมือนเดิมตั้งแต่แผงคอนโซลหน้ายืดหลัก HMI หรือ Human Machine Interface ฟังก์ชั่นต่างๆที่สามารถหยิบจับใช้งานง่ายพร้อมออพชั่นที่ครบครันไม่ว่าจะเป็น ระบบ MZD Connect เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ มาตรวัดรอบเครื่องยนต์พร้อมจอแสดงเหนือพวงมาลัย Active Driving Display แบบสี พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านทรงสปอร์ต สำหรับรุ่น Facelift เพิ่มเติมด้วยช่องทรงกลมใหม่เพิ่มสีในวง คอนโซลเกียร์ออกแบบใหม่ พนักพิงศีรษะด้านหลังออกแบบใหม่ให้ประโยชน์ในการขนของด้วยการพับเบาะได้แบบ 60/40 วัสดุหุ้มหนัง Soft Touch ใหม่ ทั้งแผงประตูและคอนโซลหน้า ใหม่ด้วยระบบเบรกมือแบบปุ่มทำงานด้วยระบบไฟฟ้า หรือ Electronic Parking Brake พร้อม


ขุมพลังแรงด้วยยังคงเป็น เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที นิวตันเมตร 204 นิวตันเมตรที่ 2,800 รอบ/นาที กับ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ SKYACTIV-D 1.5 ลิตร 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 270 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,500 รอบ/นาที ทั้งสองขนาดทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด
*หรืออาจเซอร์ไพรส์ส่งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ SKYACTIV-D ขนาดใหม่ 1.8 ลิตร มาประจำการโดยมาแทนเครื่องเดิม 1.5 ลิตรให้พลังแรงสุด 116 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร มาก็เป็นได้ โดยจะเปิดตัวภายในปีนี้ (*ที่มา livedoor)

ส่วนปีหน้าเตรียมพบกับ Mazda CX-8 Crossover ที่มาแทรกกลางระหว่าง Mazda CX-5 และ Mazda CX-9 โดยภายนอกคล้ายกับรุ่น CX-5 เจนปัจจุบัน แต่ปรับรายละเอียดให้แตกต่างกันโดยเฉพาะกระจังหน้าเปลี่ยนเป็นทรงแนวนอนติดตราโลโก้ มาสด้า ไฟหน้าใหม่ทรงเรียวแบนแบบ LED และด้านท้ายคล้ายคลึงกับรุ่น Mazda CX-9 ไม่ว่าจะเป็นคิ้วขอบไฟท้ายตรงกลางฝากระโปรงพร้อมตำแหน่งโลโก้ ที่ต่ำลงมา และล้ออัลลอยดีไซน์เอกลักษณ์ขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 225/65R17 และขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/55R19


ภายในหรูด้วยโทนสี้นำตาลเข้มพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง เด่นด้วยเบาะตอนสองมีคอนโซลกลางคั่นกลางไว้เป็นที่พักแขนกับที่วางแก้วในตัว หุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ Nappa ส่วนเบาะตอนสาม นั่งสบายรองรับคนตัวใหญ่สูงถึง 170 ซม. ได้เต็มที่ และเมื่อพับแถวสามลงจะมีพื้นที่บรรทุกของมากสุด 572 ลิตร พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์ใช้งานง่าย แบบเดียวกับรุ่น Mazda CX-5 พร้อม multi-information gauge หน้าจอสี TFT รวมไปถึงจอ Active Driving Display ช่องปรับอากาศออกแบบในทรงเหลี่ยมคล้ายลูกศรชี้ หน้าจอขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบ MZD Connect ผ่านลำโพงคุณภาพ 10 ตัว จาก Bose พวงมาลัยดีไซน์จาก CX-9 เบาะนั่งโดยสารเพิ่มความสบายในทุกสัมผัสมากยิ่งขึ้น
ขุมพลังมีเพียงเครื่องเดียวคือ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ SKYACTIV-D ขนาด 2.2 ลิตร พัฒนาใหม่ เพิ่มพลังเป็น 190 แรงม้าที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิด 450 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD และขับเคลื่อนล้อหน้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด โดยสองรุ่นนี้เป็นความหวังที่ทำให้ มาสด้า สร้างยอดขายที่ทะลุเกิน 60,000 คัน ในปีงบประมาณ 2561 ได้หรือไม่ต้องติดตาม


![[ครบชุด] T1110013 วเลวท งเม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-420.png)
![[ครบชุด] T1110015 กคนอ นแล วได อะไร Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-421.png)