• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1110048 นสอดยอดบ Ep.2

admin79 by admin79
October 11, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T1110048 นสอดยอดบ Ep.2

Tesla หลบไป! เมื่อซูเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าจากจีนที่เร็วที่สุดในโลกกำลังจะมา!

In Focus

  • the NIO EP9 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากกลุ่มสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์จากจีน NextEV ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกจากการทำลายสถิติวิ่งรอบสนาม ‘Green Hell’ ได้ในระยะเวลาเพียง 7.5 นาที
  • วิลเลียม ลี (William Li) ประธานบริษัท NextEV มีความตั้งใจที่จะวัฒนาโลกแห่งยานยนต์ในอนาคตด้วยการพัฒนาให้ยานพาหนะบนท้องถนนสามารถวิ่งได้โดยไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ

เว็บไซต์ The Verge ได้รายงานว่า กลุ่มสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์จากจีน NextEV ได้เปิดตัวซีรีส์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก ‘the NIO EP9’ ที่อาร์ตแกลเลอรี ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากการทำสถิติใหม่ วิ่งครบรอบสนามแข่งรถในตำนานอย่าง Nürburgring Nordschleife ในสนาม ‘Green Hell’ ที่ระยะทาง 20.8 กิโลเมตร (12.9 ไมล์) ได้ภายในเวลาเพียง 7 นาที 5.12 วินาที!

NIO EP9 ถูกออกแบบมาให้มีความโก้หรูแบบจัดเต็ม ด้วยวงล้อขนาดใหญ่ ตัวรถที่สวยเงางาม ช่องไฟหน้าขนาดเล็ก และทรงบั้นท้ายของรถที่ยื่นออกมาให้อารมณ์เดียวกับรถของ McLaren

https://youtube.com/watch?v=F1SRpkeJV7E%3Fecver%3D2

ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลองจินตนาการว่าคุณสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดตราดได้ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมงสิ! (กรุงเทพ-ตราด: ระยะทาง 312 กม.) แม้จะฟังดูเวอร์เกินความเป็นจริงไปหน่อย แต่ในอนาคตก็อาจจะเป็นไปได้ก็ได้

กลุ่มสตาร์ทอัพจากจีนรายนี้ค่อนข้างให้ความสำคัญกับความเร็วและประสิทธิภาพของเจ้า NIO EP9 อยู่พอสมควร ด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงในตัวเครื่องจำนวน 4 ตัว, เกียร์ 4 กระปุก ทำให้ซูเปอร์คาร์คันนี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (0-124 ไมล์ต่อชั่วโมง) ได้ภายในระยะเวลาเพียง 7.1 วินาที และสามารถทำอัตราความเร็วสูงสุดได้ถึง 313 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (194 ไมล์ต่อชั่วโมง) พร้อมกับระบบแบตเตอรีของรถที่สามารถเปลี่ยนได้ ทั้งนี้ต่อการชาร์จแบตฯ ในระยะเวลา 45 นาที รถสามารถวิ่งได้มากกว่า 427 กิโลเมตร หรือประมาณ 265 ไมล์เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับ Tesla Model X ประสิทธิภาพของ NIO EP9 ก็ดูจะเป็นรองอยู่เล็กน้อย เมื่อ Model X จากฝั่ง Tesla สามารถวิ่งได้ต่อเนื่องถึง 507 กิโลเมตร และทำอัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตรได้ที่ 2.5 วินาทีเท่านั้น ขณะที่ NIO EP9 สามารถวิ่งได้ต่อเนื่องกันที่ 427 กิโลเมตร และทำอัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตรได้ที่ 2.7 วินาที ทั้งนี้เราคงไม่สามารถชี้วัดประสิทธิภาพของรถจากทั้งสองค่ายได้ด้วยชุดตัวเลขดังกล่าว จนกว่าทั้งสองคันจะลงประชันกันที่ ‘Green Hell’

NextEV ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหน้าใหม่ที่หวังต่อกรเทสลา?

NextEV คือหนึ่งในคลื่นลูกใหม่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่หวังจะต่อกรกับเทสลา ผู้นำในตลาดนี้ โดยมีแบรนด์อย่าง Faraday Future, LeEco, Lucid Motors และ Fisker Karma (ที่ตอนนี้กำลังล้มละลาย) แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่หวังจะดึงเทสลาและอีลอน มักส์ลงมาจากบัลลังก์ พวกเขาก็คงต้องงัดความสามารถทางการขายของตัวเองออกมาใช้เป็นพิเศษกันหน่อย (ข้อมูลจากบริษัท Tesla Motors  ระบุว่า ตลอดทั้งปี 2015 ที่ผ่านมา พวกเขาสามารถจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองได้มากกว่า 50,580 คัน)

ตอนนี้กลยุทธ์ของ NextEV ยังไม่มีความแน่ชัดสักเท่าไหร่ ว่าพวกเขาจะเน้นจับตลาดกลุ่มแมสเพื่อตอบรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป หรือจะกระโดดไปเล่นตลาดรถซูเปอร์คาร์สุดหรูที่อาจจะได้ยอดขายน้อยกว่า แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มต้นด้วยการทำตัวเองให้เป็นแบรนด์ที่ผลิตซูเปอร์คาร์จำนวนจำกัด เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ตลาด ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า NextEV จะใช้กลยุทธ์ใดในการยึดครองตลาดนี้

วิลเลียม ลี ประธานบริษัท NextEV กล่าวว่า “พวกเราเชื่อว่า เมื่อเจ้าของรถยนต์มีประสบการณ์มากกว่าความคาดหวัง รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะกลายเป็นทางเลือกธรรมชาติสำหรับคนทุกคน และจะนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนกว่า”

ความตั้งใจของลีคือการมุ่งหวังที่จะวัฒนาโลกให้เข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์ไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งพวกเขาก็ขยับเข้าไปใกล้เป้าหมายที่ว่ามากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเช่นกัน เพราะในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา NextEV ได้รับอนุญาตจากกรมยานยนต์แคลิฟอร์เนีย (California DMV) ในการทดลองวิ่งรถไร้คนขับบนท้องถนนสาธารณะ โดยฝั่งผู้ผลิตจากจีนได้กล่าวว่า “ฟีเจอร์อีคอนโทรลและแผนผังระบบเซ็นเซอร์ในตัวรถ NIO EP9 จะช่วยเบิกร่องให้กับระบบรถยนต์ไร้คนขับในอนาคตได้เป็นอย่างดี”

จีน = ผู้เล่นคนสำคัญคนใหม่ในตลาดเทคโนโลยีโลก?

ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา จีนถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตทางเทคโนโลยีรายใหม่ที่เรียกได้ว่ามาแรงพอสมควรในตลาดสายนี้ หลายๆ บริษัทในจีนเริ่มต้นโมเดลด้วยการเป็นฐานการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีให้กับบริษัทอื่นๆ จากทั่วทุกมุมโลกมาก่อน กระทั่งปัจจุบัน พวกเขาสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในวงการเทคโนโลยีได้เป็นจำนวนมาก วัดได้จากค่ายผู้ผลิตมือถือในประเทศจีนที่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้ง Oppo, Huawei, Xiaomi, Lenovo ฯลฯ น่าสนใจว่าสำหรับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแล้ว บริษัท NextEV จากจีนรายนี้จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ ณ จุดใด เพราะการเปิดตัวรถยนต์ NIO EP9 ของพวกเขาว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ค่อนข้างดี นับเป็นการสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้บริโภคได้พอสมควร รวมถึงสร้างแรงสั่นสะเทือนให้เจ้าพ่อเทคโนโลยีอย่าง อีลอน มักส์ และเทสลาได้ไม่มากก็น้อย

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ NextEV, Huawei หรือแบรนด์เทคโนโลยีจากจีนแบรนด์อื่นๆ ควรจะให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาเทคโนโลยี คือการเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคถึงคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าที่ได้รับการยกระดับแล้ว เพราะที่ผ่านมาสินค้าจากจีนมักจะถูกตีตราว่าเป็นสินค้าด้อยมาตรฐาน เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาและชำรุดได้ง่ายที่สุด แม้ว่าปัจจุบันคุณภาพในการผลิตสินค้าจากจีนจะได้รับการยกระดับมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ชุดความคิดดังกล่าวก็ยังคงเข้าไปเกาะติดกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่อยู่ดี

หากเหล่าผู้ผลิตเทคโนโลยีจากจีนและผู้บริโภคสามารถก้าวผ่านกำแพงแห่งความไม่ไว้ใจในตัวสินค้าได้ เมื่อนั้นโลกแห่งเทคโนโลยีคงจะคึกคัก ไร้พรมแดน และสนุกสนานมากขึ้นหลายเท่าตัว!

อ้างอิง:
     – http://www.theverge.com/2016/11/21/13698130/nextev-ep9-electric-supercar-world-fastest
– http://bgr.com/2016/01/03/tesla-model-s-sales-2015
– http://fortune.com/2016/10/13/nextev-valley-grand-opening
– 
http://en.wikipedia.org/wiki/NextEV_Formula_E_Team

FACT BOX:

วิลเลียม ลี (William Li) ก่อตั้ง NextEV บริษัทสตาร์ทอัพจากจีนขึ้นมาด้วยความตั้งใจแรกที่จะผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไร้คนขับเพื่อขายผู้บริโภคในจีนเท่านั้น ก่อนที่จะขยายฐานกลุ่มเป้าหมายไปทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยมีบริษัทขายรถออนไลน์ชื่อ BitAuto มาก่อน

ลีตั้งใจที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเนื่องจากเป็นห่วงเรื่องปัญหามลพิษทางอากาศที่ลูกของเขาทั้งสองคนต้องสูดดมในกรุงปักกิ่ง

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นสตาร์ทอัพมาก่อน แต่ NextEV ก็มีกลุ่มทุนรายใหญ่หนุนหลังเป็นจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ Tencent, Temasek, Sequoia Capital, Lenovo, TPG และอื่นๆ อีกมากมาย

DID YOU KNOW?

นอกจากจะพัฒนาซุปเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าแล้ว NextEV ยังมีทีมแข่งรถพลังงานไฟฟ้า NextEV Formula E Team เป็นของตัวเองอีกด้วย โดยทำการลงแข่งขันในรายการ FIA Formula E Championship ที่เปิดโอกาสให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าลงแข่งเท่านั้น ซึ่งจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรกในปี 2014 ที่กรุงปักกิ่ง และแชมป์ทีมแรกของรายการก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เมื่อ Nelson Piquet, Jr. นักแข่งชาวบราซิลจากทีม NextEV Formula E Team เป็นผู้คว้าชัยในรายการดังกล่าวไปครอง

8 แบรนด์รถจีนในไทยที่น่าสนใจ พร้อมรุ่นย่อย

  • รถยนต์ไฟฟ้า
8 แบรนด์รถยนต์จีน ในไทยที่น่าสนใจ 2022

แบรนด์รถจีน อุตสาหกรรมของยานยนตร์มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากหากพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยียานยนตร์ หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงรถยนต์จากญี่ปุ่น เกาหลี หรือฝั่งยุโรป แต่ในปัจจุบันอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของจีนเริ่มมีการขยับขยาย รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ล้ำหน้าเทียบเท่ากับเทคโนโลยีชั้นนำที่เราคุ้ยเคย ซึ่งตลาดรถยนต์ในไทยก็เริ่มเปิดรับรถยนต์จากจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าอย่างนั้นเราไปทำความรู้จักกันว่าจะมีแบรนด์รถจากจีนในไทยค่ายไหนบ้างที่เป็นแบรนด์ยอดนิยมในบ้านเรา

ซื้อรถยนต์มือสองกับ  Carsome.co.th การันตีคุณภาพรถยนต์ ผ่านการตรวจสภาพ 175 จุด พร้อมรับประกัน 1 ปีเต็ม ราคาคงที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซื้อไปแล้วไม่พอใจ การันตีคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 5 วัน
นึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th

ลิสต์ 8 แบรนด์รถยนต์จีน
BYDSAICMGGreat Wall MotorNIOGeelyCheryDFSK

8 แบรนด์รถจีน พร้อมรุ่นย่อย

BYD 

BYD แบรนด์รถจากจีน

credit : bydeurope.com

สำหรับ BYD หรือ Bulid Your Dream อุตสหากรรมยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีนได้ก่อตั้งปี 1995 โดย Wang Chuanfu ซึ่งเริ่มต้นมาจากบริษัทผลิตแบตเตอรี่โทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน เมื่อปี 2002 บริษัท BYD เข้าซื้อบริษัทรถยนต์ Tsinchuan Automobile เข้ามาเป็นบริษัทลูกแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “BYD Auto”

โดยในช่วงแรกยังคงผลิตรถยนต์น้ำมัน อิงตามรถยนต์ของญี่ปุ่นอยู่ จนกระทั่งในปี 2008 ทางค่ายได้มีการผลิตรถพลังไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) คันแรกของโลก ด้วยความชำนาญที่ทางบรษัทได้มีการผลิตด้านแบตเตอรี่มาก่อน ตั้งแต่นั้นมาจึงทำให้ทางค่ายเริ่มได้รับความสนใจในแวดวงรถยนต์โลก

ในปัจจุบันรถยนต์ของ BYD มีการวางจำหน่ายตั้งแต่รถขนาดเล็ก ขนาดคอมแพกต์ ไปจนถึงรถขนาดกลาง และยังมีทั้งรถแฮทช์แบ็ก ซีดาน เอ็มพีวี เอสยูวี รถไฟฟ้า ไฮบริด และรถที่ใช้เครื่องยนต์ปกติ ทำให้สามารถทำกำไรได้จากตลาดเกือบทุกทวีปทั่วโลก จึงทำให้บรษัทมีมูลค่าสูง 4.7 ล้านล้านบาท เป็นรองแค่ Tesla และ Toyota เท่านั้น

ถึงตอนนี้ BYD ได้มีการทำตลาดรถยนต์หลายสิบรุ่น ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าล้วน และรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน โดยจุดเด่นก็คือ การตั้งชื่อรุ่นให้เหมือนกับราชวงศ์ของจีน เช่น ฮั่น, ชิง, ซ่ง, ถัง และหยวน เป็นต้น ส่วนในประเทศไทย BYD มีการทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1 รุ่นคือ BYD e6 รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบ Mini-Van นั่นเองค่ะ

SAIC

SAIC แบรนด์รถจากจีน

credit : www.saicmotor.com

มาต่อกันที่ SAIC หรือ Shanghai Automotive Industry Corporation ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เก่าแก่ของจีน ที่มีการก่อตั้งเมื่อทศวรรษที่ 40 ก่อตั้งโดย Chen Hong  โดยทางบริษัทมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องเครื่องยนต์สันดาปภายใน และมีการเริ่มต้นจากธุรกิจโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นการผลิตรถยนต์จำหน่ายแทนในช่วงทศวรรษที่ 60s และปัจจุบันผลิตรถยนต์ครอบคลุมทั้งเครื่องสันดาปภายใน และรถยนต์ไฟฟ้า

สำหรับ แบรนด์ SAIC จะมีความแตกต่างกับ BYD ตรงที่จะมีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ โดยมีอีก 3 ราย คือ Changan Automobile, FAW Group และ Dongfeng Motor Corporation ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของเหมือนกัน นอกจากนี้ SAIC ยังทำตลาดภายใต้แบรนด์ย่อย ไม่ได้ใช้ชื่อตัวเอง คล้ายกับกรณีของ GM จากสหรัฐอเมริกา

โดยชื่อแบรนด์ก็มีตั้งแต่ Maxus, Roewe, MG รวมไปถึงการรับเป็นผู้ผลิตให้กับรถยนต์ต่างประเทศเพื่อขายในจีน เช่น กลุ่ม GM และ Volkswagen นอกจากนี้ SAIC ยังเริ่มออกไปทำตลาดต่างประเทศ  โดย SAIC มีมูลค่ากิจการ 33,000 ล้านหยวน (29 เม.ย. 2021) ยอดขาย 45,000 ล้านหยวน และกำไรจากการดำเนินงาน 2,872 ล้านหยวน

ในด้านการตลาดของไทย SAIC ได้ร่วมมือกับกลุ่ม CP เพื่อทำตลาดรถยนต์แบรนด์ MG ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์น้องใหม่ของตลาดไทยที่ตีตลาดได้ และได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่ม SUV ที่สามารถมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งได้ รวมถึงการกดราคารถยนต์ไฟฟ้าล้วนลงมาต่ำกว่า 1 ล้านบาทก็เป็นอีกเรื่องที่สร้างชื่อให้กับ MG

จากจุดนี้ทำให้กลายมาเป็นจุดเด่นของ SAIC โดยเฉพาะในเรื่องการประกอบยานยนตร์ ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา ทำให้เหล่าแบรนด์รถยนต์ระดับโลกจึงเข้ามาร่วมทุนและผลิตยนต์ส่งออกขาย และช่วยผลักให้ SAIC เติบโต มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนสามารถผลิตรถยนต์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 12 ของโลก ไม่ว่าจะเป็น รถน้ำมัน รถไฟฟ้า ทั้งระดับธรรมดาและพรีเมี่ยม รวมไปถึงรถบัส รถบรรทุก รถเมล์ ที่มีการส่งออกไปทั่วโลกด้วย

MG

MG แบรนด์รถจากจีน

credit : www.mgcars.com

ในส่วนของ MG นั้นถือว่าเป็นรถยนต์ระดับตำนานจากอังกฤษ ที่ให้กำเนิดโดย William R Morris ตั้งแต่ปี 1924 และได้มีการดำเนินกิจการธุรกิจภายใต้ชื่อตนเองและชื่อบริษัท Morris Motors Limited จนถึงปี 1952 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมารถ MG ได้เปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง จาก Morris มาสู่ British Motor Corporation, British Motor Holdings, British Leyland, Rover Group, British Aerospace, BMW, MG Rover Group และในที่สุดปี 2005 ก็ถูกซื้อโดยบริษัทจีน Nanjing Automobile Group (ซึ่งต่อมารวมเข้ากับ SAIC – Shanghai Automotive Industry Corporation ในปี 2008 ทำให้ปัจจุบัน MG เป็นของ SAIC)

หลังจากการเปลี่ยนผ่านมาหลายบริษัท MG ที่อยู่ในแดนจีนก็ได้เริ่มการผลิตใหม่ในปี 2007 จนนกระทั่งวันที่ 26 มิถุนายน 2011 MG ถึงได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ MG 6 อย่างเป็นทางการ นับแต่นั้น MG ก็เข้าสู่ยุคใหม่ ได้เริ่มบุกตลาดอย่างจริงจังอีกครั้ง และยังมีรถรุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดหลายรุ่นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในคราวนี้ MG ไม่ได้เน้นเฉพาะในอักฤษและในอีกไม่กี่ประเทศเท่านั้น แต่ MG ยังได้ขยายตลาดเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ  เช่น จีน, อินเดีย, ไทย และกลุ่มประเทศอาเซียนหลาย ๆ ประเทศด้วย

สำหรับ MG ถือว่าเป็นแบรนด์รถยนต์เจ้าแรกที่มาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากจีนในไทยนานถึง 7 ปี โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง เอสเอไอซี มอเตอร์ และ เครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) ซึ่งได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา มีกำลังการผลิตมากกว่า 100,000 คันต่อปี โดยมีรถยนต์จำหน่าย 5 รุ่น ได้แก่ MG HS, MG ZS, MG5, MG3, MG Extender และยังมีรถยนต์ไฟฟ้าจำหน่าย 2 รุ่น คือ MG ZS EV และ MG EP โดย MG นั้นเป็นรถยนต์ที่มีระบบเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษในทุกรุ่น ๆ อีกด้วย

Great Wall Motor 

ORA แบรนด์รถจากจีน

credit : www.gwm-global.com

สำหรับรถยนต์จากค่ายนี้ก็มีรุ่นที่โดดเด่นก็คือ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์สุดน่ารักที่มาในสไตล์วินเทจ ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ทำให้หลาย ๆ คนหันมาสนใจรถยนต์จากจีนมากขึ้น และยังเป็นการเปิดตัวตลาดรถยนต์ของจีนได้กว้างขึ้นด้วย สำหรับ GWM นั้นได้ก่อตั้งเมื่อปี 1984 โดย Wang Fengying ซึ่งมีการเริ่มต้นจากการผลิตรถบรรทุก ที่มีจุดเด่นด้านความทนทาน จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่รถกระบะและได้รับความนิยมจนตีตลาดในจีนแตก จนในปี 1998 ก็ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถปิคอัพ ในจีนได้สำเร็จ ทำให้ขยายไปสู่ประเภทรถยนต์อื่น ๆ ด้วย เช่น SUV

ในช่วงทศวรรษ 90s รถกระบะของ GWM ได้ถูกส่งออกไปยังตะวันออกกลาง จน GWM เริ่มตั้งตัวได้ และสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อปี 2003 และหลังจากนั้นอีก 10 ปี ได้ก่อตั้งแบรนด์ Haval เพื่อใช้ทำตลาดรถ SUV โดยเฉพาะ ครอบคลุมทุกขนาด และทุกความต้องการ

โดยในปัจจุบันทาง GMW ก็ได้ผลิตรถยนต์ออกมาหลายแบรนด์ โดยมีรถยนต์ 4 แบรนด์ที่ได้รับความนิยมและหลาย ๆ คนอาจจะเห็นบ่อย ๆ  ได้แก่ HAVAL เป็นแบรนด์รถยนต์ประเภท SUV ยอดขาดสูงสุดในจีน 11 ปีซ้อน, ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่เกิดจากการลงทุนวิจัยและพัฒนาของบริษัทนานกว่า 10 ปี, WEY แบรนด์รถยนต์ Smart SUV เป็นแบรนด์เจาะกลุ่มตลาดรถพรีเมี่ยม หรูหรา คุณภาพสูง และ GWM POER แบรนด์รถกระบะถึกทน ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ GMW ตั้งแต่สมัยบุกเบิก

ซึ่งถ้าหากถามว่ารถยนต์จากค่ายนี้มีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง ก็คงต้องบอกว่า เทคโนโลยีของจีนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้ทางค่ายได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนตร์ให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้  100 % อีกทั้งยังมีราคาที่จับต้องได้ บวกกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมายและดีไซน์อันล้ำสมัย ทำให้รถยนต์จากแดนมังกรค่ายนี้ก็เป็นอีกค่ายที่น่าจับตามองในบ้านเราเป็นพิเศษค่ะ

NIO 

NIO แบรนด์รถจากจีน

credit : www.nio.com

NIO ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามองของจีน ก่อตั้งโดย William Li  ซึ่งได้เริ่มต้นจากการทำ Startup ด้านอินเทอร์เน็ต และตามด้วยก่อตั้งบริษัท Bitauto Holdings Limited ที่ให้บริการข้อมูลด้านรถยนต์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน 

สำหรับในช่วงปี 2014 William Li ได้หันมาเริ่มจับธุรกิจรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าในปีภายใต้บริษัท NIO Inc. ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก จากกระแสรถ EV ที่กำลังมาแรงยิ่งทำให้นักลงทุนและกองทุนมาร่วมเป็นพันธมิตร เช่น Baillie Gifford, BlackRock, Temasek และ Tencent ใช้เวลาเพียง 4 ปี ก็สามารถพา NIO Inc. เข้าตลาดหลักทรัพย์ NYSE ได้สำเร็จ

ถ้าหากจะพูดถึงจุดเด่นของ NIO ก็อาจจะเป็นเรื่องราวของบริษัทที่ต้องการเติบโตได้เหมือน Tesla อย่างรวดเร็วและจากเรื่องราวนี้เอง ทำให้นับตั้งแต่ทางบริษัทสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ Nasdaq ได้เมื่อปี 2018 ทำให้ตัวมูลค่าหุ้นของ NIO ก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนมูลค่ากิจการนั้นมหาศาลนั่นเอง

ในส่วนของรถยนต์ที่ได้ทำการตลาดปัจจุบันมี 3 รุ่นด้วยกัน คือ EC6, ES6 กับ ES8 เป็น SUV ที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของขนาด Mid-Size และ Full-Size นอกจากนี้ NIO ยังมี EP9 รถสปอร์ตไฟฟ้าล้วนสมรรถนะสูง รวมไปถึงการส่งทีมลงแข่งรายการ Formula E เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ด้วย

สำหรับในประเทศไทย NIO ยังไม่มีความชัดเจน แต่ว่าในปัจจุบันได้มีแผนการทำ Marketing ในต่างประเทศมากขึ้น และล่าสุดยังได้มีการเปิดตัว ET7 รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบ Sedan รวมไปถึงเทคโนโลยีระบบรถยนต์ไร้คนขับประสิทธิภาพสูง และการสลับแบตเตอรี่ในกรณีที่แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเสื่อมสภาพด้วย

Geely 

Geely แบรนด์รถจากจีน

credit : global.geely.com

สำหรับแบรนด์รถยนต์ดังเดิมอย่าง Geely โดยมีการก่อตั้งเมื่อปี 1997 และผลิตรถยนต์รุ่นแรกออกมาในปี 1998  Geely เป็นบริษัทผลิตรถยนต์เอกชนถือหุ้นรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2001 ทั้งจากนั้นไม่นานยังเริ่มส่งออกรถยนต์ออกไปทำตลาดในต่างประเทศด้วย

ในส่วนของ Geely จะเน้นไปที่การสร้างรถยนต์ที่เน้นความปลอดภัยสูง ซึ่งช่วงนั้นทางค่ายได้เริ่มริเริ่มโปรเจคต์การซื้อกิจการ Volvo และสุดท้ายในปี 2010 ก็เป็นผลสำเร็จ ทำให้ทางค่ายเป็นผู้ผลิตรถยนต์จีนรายแรกที่เป็นเจ้าของแบรนด์รถยนต์จากต่างประเทศ ไม่ใช่แค่รับผลิต และจำหน่ายรถยนต์ของต่างประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ในปี 2017 ทาง Geely ก็ยังได้เข้าซื้อกิจการ Proton รถยนต์ของมาเลเซีย เพื่อบุกตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา ซึ่งการซื้อครั้งนั้นได้แบรนด์ Lotus จากอังกฤษมาด้วย สำหรับในปัจจุบัน Geely ไม่ได้ทำตลาดในประเทศไทย แต่ก็มี Volvo ที่ผลิตจากโรงงานมาเลเซียเข้ามาทำตลาดแทน ที่สำคัญ Geely ยังต้องการบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีใหม่ในรถยนต์มากขึ้น ถึงขั้นมีการตั้งเป้าหมายจำหน่ายแต่รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต รวมไปถึงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่เน้นทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ

Chery

Chery แบรนด์รถจากจีน

credit : www.cheryinternational.com

สำหรับกระแสข่าวการกลับมาอีกครั้งของแบรนด์รถยนต์เชอรี่ ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำจากเมืองจีนเมื่อ10 ปีที่แล้ว ได้กลายเป็นกระแสขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากมีการจับภาพรถยนต์ไฟฟ้าของเชอรี่กำลังวิ่งทดสอบในประเทศไทย แต่ภายหลังทราบว่าเป็นการวิ่งทดสอบระบบของทางกลุ่ม การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ซึ่งยังไม่มีคำยืนยันหรือปฏิเสธอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างเชอรี่กับปตท. ทำให้เป็นที่ลุ้นกันว่าเชอร์รี่นั้นจะได้เข้ามาทำการตลาดในไทยหรือไม่อย่างไร 

ในส่วนของเชอร์รี่นั้นก็มีจุดเด่นในด้านเครื่องยนต์ที่ติดอันดับ Top 10 ของจีนถึง 6 โมเดลด้วยกัน และในแง่ของเทคโนโลยีอัจฉริยะ Chery ก็ได้มีการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Huawei และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกรายอื่น ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนายานยนต์อัจฉริยะที่พร้อมรับกับโลกอนาคต ปัจจุบันได้มีการเปิดตัวเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L2.5 ในตลาดแล้ว และน่าจะพัฒนาจนได้เป็นเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L4 ได้ในปี 2025  และในแง่ของเทคโนโลยีพลังงานใหม่ Chery ได้เริ่มวิจัยและพัฒนามาตั้งแต่ปี 1999 และเป็นแบรนด์จีนเจ้าแรกที่เปิดตัวรถไฟฟ้าขนาดเล็ก (Little Ant) อย่างรุ่น EQ1 ที่มีตัวรถทำมาจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา

ส่วนการคาดการณ์ว่ารถยนต์เชอร์รี่ที่จะมาเปิดตัวในไทยนั้นน่าจะเป็น Chery Tiggo Series เอสยูวีรุ่นเด่นของค่าย และรุ่นที่คาดว่าจะนำมาขายนั่นคือ Chery Tiggo 7 PRO เอสยูวีระดับเดียวกับ MG ZS, Toyota Corolla Cross, Mazda CX-30 หรูสง่าสไตล์ เชอรี่ มาพร้อมกับความเท่กระจังหน้าลายเอกลักษณ์พร้อมไฟหน้า Martrix LED และไฟท้าย LED แนวยาว ที่มีการออกแบบคล้าย ๆ Geely พร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ และอีกรุ่น  Chery Tiggo PRO 8 เอสยูวีใหญ่ 7 ที่นั่ง เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร 197 แรงม้า พร้อมความหรูตามสไตล์ เชอรี่ ด้วยไฟแอมเบี่ยนไลท์ 7 สี และเครื่องปรับอากาศแยกส่วน 3 โซน ซึ่งเรามาดูกันว่ารุ่นที่กล่าวมานั้นจะมีการเปิดตัวในไทยปีหน้าหรือไม่ ต้องติดตามค่ะ

DFSK

DF SF แบรนด์รถจากจีน

credit : www.dfsk.com

แบรนด์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้ามาเปิดตัวในไทย แต่แท้ที่จริงแล้ว DFSK ที่จีนเป็นแบรนด์ในเครือของ ตงฟง มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับท็อป 5 ของประเทศจีนที่เก่าแก่ ซึ่งอดีต ตงฟง เคยทำตลาดรถยนต์ปิกอัพขนาดเล็กในประเทศไทยด้วย แต่ภายหลังได้มีการยุติการขายไป เหลือไว้เพียงส่วนของการบริการหลังการขายเท่านั้น

สำหรับรถยนต์รุ่นแรกที่จำหน่ายของทางค่ายก็คือ Glory iAuto ซึ่งเป็นรถยนต์แบบครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่ง ที่มีการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย เปิดตัวด้วยราคาแนะนำเพียง 899,000 บาท ซึ่งทำให้เป็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งไม่เสียภาษีนำเข้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน และยังมีการปรับดีไซน์ให้ดูมีความทันสมัย พร้อมด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ในราคาเข้าถึงง่าย มีความคุ้มค่าสูง สามารถสู้กับคู่แข่ง​ในตลาดได้

ทางค่ายยังได้มีการเพิ่มศูนย์บริการในไทยจากเดิมที่มีอยู่ 8 แห่ง เตรียมขยายเป็น 12 แห่งทั่วประเทศในปีหน้า รวมไปถึงการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่จะตามมาในปีถัดไป ทำให้เราจะได้เห็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยคึกคักกันมากขึ้นด้วย

หากคุณกำลังสนใจจะ ซื้อรถมือสอง หรือ ขายรถ แล้วล่ะก็… ที่ CARSOME เสนอราคาให้คุณได้ดีที่สุด! เรามีขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็ว และไม่มีขั้นตอนยุ่งยากใด ๆ คลิกที่เว็บไซต์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!

CTA Carsome ซื้อ ขาย รถยนต์

อ่านบทความต่อ: รวม Toyota Yaris มือสอง รถเล็กน่าใช้ในยุคน้ำมันแพง หรือ แอบส่อง! Tesla Model 3 รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุด พร้อมราคาในไทย 2022

Previous Post

[ครบชุด] T1110059 ำอะไรท ควรให Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1110052 เป นผ หญ งอย าเล ยงผ ชาย Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T1110052 เป นผ หญ งอย าเล ยงผ ชาย Ep.2

[ครบชุด] T1110052 เป นผ หญ งอย าเล ยงผ ชาย Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.