NIO รถยนต์ไฟฟ้าหรูจากจีน เปิด NIO ET5 ใหม่ ท้าชน Tesla Model 3!
MR.CARROธันวาคม 20, 2021
2 minutes read
การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของ NIO (นิโอ) ในแต่ละครั้งต้องบอกได้เลยว่าสร้างเสียงฮือฮา ให้กับคนที่สนใจในรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) กันได้ตลอด ซึ่งในครั้งนี้ ทาง NIO เปิดตัว Nio ET5 (นิโอ อีที5) เพื่อออกมาท้าชนกับ Tesla Model 3 และ Xpeng P7 แถมชูจุดเด่นที่แบตเตอรี่สามารถให้ระยะทางในการขับขี่ได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตร! ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง
NIO คนไทยหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับบริษัทสตาร์ทอัพ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนกันนัก ซึ่ง Nio มีจุดเด่นที่ด้านการออกแบบ นวัตกรรม เทคโนโลยี เรียกได้ว่าเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าจากฝั่งยุโรปเลยทีเดียว แถมยังได้ชื่อว่าเป็น Tesla (เทสล่า) แห่งประเทศจีนอีกด้วย!
อ่านเพิ่มเติม >> ประวัติย่อๆ ของ NIO และ William Li (วิลเลียม หลี่) หรือ หลี่ปิน มหาเศรษฐีที่ได้ชื่อว่าเป็น Elon Musk (อีลอน มัสก์) แห่งประเทศจีน

NIO ET5 เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 4 ประตูแบบ Fluid Fastback รุ่นล่าสุดของค่าย Nio ซึ่ง NIO ET5 ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ธันวาคม 2021 ที่ผ่านมา นับเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ D-Segment ที่พัฒนาให้เป็นรองจากรุ่นเรืองธงอย่าง NIO ET7 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ซึ่งโมเดลนี้ยังคงจุดเด่นด้วยรูปทรงล้ำสมัย ดีไซน์ด้านหน้าแบบ X-Bar กับชุดไฟหน้าแบบ LED รูปทรงเรียวเล็ก (แบบตาชั้นเดียวของคนจีน) ประตูกระจกไร้ขอบ มือจับประตูแบบซ่อนแนบสนิทข้างตัวรถ พร้อมชุดหลังคาแบบ Panoramic ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1.28 ตร.ม. และตัวรถมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd. = 0.24 เท่านั้น

มิติตัวรถกว้าง 4,790 มม. ยาว 1,960 มม. สูง 1,499 มม. และระยะฐานล้อ 2,990 มม.

ภายในห้องโดยสารของ Nio ET5 ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่พ่วงความทันสมัยเต็มที่ด้วย Panoramic Digital Cockpit หรือ PanoCinema ที่ฉายภาพขนาดใหญ่ได้ถึง 201 นิ้ว หรือประมาณ 6 เมตร พร้อมเทคโนโลยี VR ที่พัฒนาร่วมกับ NREAL สำหรับใช้งานในรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos 7.1.4
อีกหนึ่งความโดดเด่นภายในรถ นั่นคือ หน้าจอขนาดใหญ่บริเวณคอนโซลกลาง พร้อมหน้าจอมาตรวัดความเร็วแบบ HDR ขนาด 10.5 นิ้ว พร้อมระบบแสดงผลแบบเสมือนจริง และยังมีระบบไฟเรืองแสงภายในห้องโดยสาร ปรับได้ถึง 256 สี เป็นต้น

Nio ET5 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว บริเวณล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 203 แรงม้า และ 285 แรงม้า สำหรับล้อหลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 480 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบ All-Wheel Drive
สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.3 วินาทีเท่านั้น มั่นใจด้วยเบรกหน้าแบบ 4-Pot สามารถเบรกจากความเร็ว 100 กม./ชม. จนถึง 0 กม./ชม. ในระยะทางเพียง 33.9 เมตรเท่านั้น

สำหรับชุดแบตเตอรี่ก็มีด้วยกัน 3 แบบ ได้แก่
- แบตเตอรี่ Standard Range ขนาด 70 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 550 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC/CLTC ของประเทศจีน)
- แบตเตอรี่ Long Range ขนาด 100 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 700 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC/CLTC ของประเทศจีน) และ …
- แบตเตอรี่ Ultra Long Range ขนาด 150 kWh แบบ Solid-State ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 1,000 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง! (ตามมาตรฐาน NEDC/CLTC ของประเทศจีน)

สำหรับ Nio ET5 ได้ประกาศราคาตัวรถ (ซึ่งเป็นราคาก่อนที่รัฐบาลจีนจะให้เงินอุดหนุน) ไว้ที่ 328,000 หยวน (หรือประมาณ 1,729,200 บาท) และ 358,000 หยวน (ประมาณ 1,887,400 บาท) สำหรับรุ่น BaaS (Battery-as-a-Service) หรือระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกเก่าเป็นลูกใหม่ ที่สถานีแบตเตอรี่ของ NIO โดยไม่ต้องเสียเวลารอคอยในการชาร์จแบตนานๆ ซึ่งเป็นค่ายเดียวในโลก ที่ใช้หลักการเปลี่ยนแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว (Hot Swap) ให้บริการผู้ใช้รถ (แถมต้องจ่ายค่าสมาชิกทุกเดือนด้วยนะครับ)

ทาง NIO เอง พร้อมส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าได้ในเดือนกันยายน 2022 นี้ และก็ไม่หยุดอยู่แค่เพียงในประเทศจีน โดยเตรียมวางแผนส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปจำหน่ายในแถบยุโรป อย่างประเทศนอร์เวย์, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน และเดนมาร์ก กับอีก 25 ประเทศทั่วโลก ภายในปี 2025 นี้อีกด้วย

ถ้าใครอยากขายรถคันเดิม เพื่อนำเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

ส่วนช่วงปลายปีนี้ ใครเงินไม่พอซื้อรถ EV แต่อยากซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาสบายๆ CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลา 1 นาที!
ซึ่งรถของ CARRO Automall เรามีให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด รวมไปถึงการการปรับสภาพ (Car Reconditioning) ด้วยทีมช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการผึกอบรมตามมาตรฐานคาร์โรกว่า 40 คน พร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า 20 คัน/วัน
อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์
เรารับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! (CARRO Quality Assurance) อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall สิ!
สำหรับช่วงเปิดตัว Flagship Store แห่งแรกของ CARRO ช่วงปลายปี 2564 นี้ ขอมอบโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ รับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท พร้อมแจก Cash Back มูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท! และยังสามารถเลือกรับความคุ้มค่าได้อีกต่อ กับดอกเบี้ยต่ำ 2.69% หรือผ่อน 0% นานสูงสุด 6 เดือน
หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ
แหล่งที่มาบางส่วนจาก:
Fisker Karma สปอร์ตพลังไฟฟ้าทางเลือกใหม่
เผยแพร่: 4 ก.พ. 2552 09:25 โดย: MGR Online
ฟิสเคอร์ ออโต้โมทิฟ แบรนด์รถยนต์อิสระที่นำทัพโดยเฮนริก ฟิสเคอร์ อดีตนักออกแบบชื่อดังของแอสตัน มาร์ติน เขย่าตลาดครั้งใหม่ด้วยการส่งสปอร์ตซีดานระดับหรูรุ่นใหม่ในชื่อคาร์มาลงทำตลาด พร้อมความล้ำสมัยของระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด ปลั๊กอินที่สามารถเสียบปลั๊กเข้ากับไฟบ้านเพื่อชาร์จไฟได้
นี่เป็นผลผลิตรุ่นที่ 3 ของฟิสเคอร์ ออโต้โมทิฟ หลังจากที่ในปี 2006 ส่งรถสปอร์ต 2 รุ่นออกมาขายในชื่อลาติโก ซีเอส และทรามอนโต้ ซึ่งคาร์มาที่เปิดตัวต้นแบบในปี 2008 กลายเป็นประเด็นร้อนของแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์พลังสีเขียวพอสมควรเมื่อค่ายเทสล่า มอเตอร์จัดการยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2008 ว่าฟิสเคอร์ขโมยไอเดียในการออกแบบรถยนต์ของตัวเองไป เพราะก่อนหน้านั้นทางเทสล่าเคยว่าจ้างฟิสเคอร์ โคชบิลเดอร์ บริษัทแม่ของฟิสเคอร์ ออโต้โมบิลในการออกแบบรถยนต์ซีดานในชื่อโมเดล เอสขึ้นมา และบริษัทนี้ได้ขโมยไอเดียของตัวเองมาปรับปรุงและพัฒนามาเป็นรุ่นคาร์มา แต่สุดท้ายเมื่อวัน 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฟิสเคอร์ ออโต้โมทิฟแถลงข่าวว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดตกไป และทางบริษัทสามารถเดินหน้าพัฒนารถยนต์ซีดานไฮบริด ปลั๊กอินรุ่นนี้ได้แล้ว
โปรเจ็กต์นี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฟิสเคอร์ ออโตโมทิฟ กับแควนตัม เทคโนโลยี ซึ่งใต้ฝากระโปรงของรถยนต์ซีดาน 4 ประตูขนาด 4.97 เมตรมาดสปอร์ตรุ่นนี้ มีการติดตั้งขุมพลังไฮบริดแบบปลั๊กอินเอาไว้ โดยหน้าที่หลักในการทำงานเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในรหัส Ecotec ของค่ายจีเอ็ม ซึ่งเป็นแบบ 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว 2,000 ซีซี เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุด 260 แรงม้า และมีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวซึ่งมีกำลังรวมกัน 201 แรงม้าเข้ามามีส่วนช่วยในการขับเคลื่อน
จุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้คือ สามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฟฟ้าด้วยโหมดที่เรียกว่า Stealth Mode ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวจะรับหน้าที่ขับเคลื่อนโดยอาศัยกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ซึ่งสามารถเสียบปลั๊กกับไฟบ้านชาร์จกระแสไฟฟ้าได้ทุกเวลาที่ไม่ได้ใช้รถยนต์โดยสามารถขับได้ระยะทาง 50 ไมล์ หรือ 80 กิโลเมตร เรียกว่าใครที่มีที่ทำงานอยู่ใกล้บ้าน ก็แทบจะไม่ต้องพึ่งเครื่องยนต์เลย แค่ใช้โหมดนี้ในการขับเคลื่อนก็พอแล้ว เมื่อถึงที่ทำงานหรือที่บ้านก็เสียบปลั๊กชาร์จไฟเพื่อชดเชยกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ที่เสียไป
ส่วนอีกโหมดเรียกว่า Sport Mode ซึ่งเป็นการทำงานอย่างเต็มรูปแบบร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินกับมอเตอร์ไฟฟ้าในการรีดสมรรถนะขับเคลื่อน และทำให้คาร์มามีความเร้าใจด้วยอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.7 วินาที และทำความเร็วปลายได้ 201 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในโหมดนี้สามารถแล่นทำระยะทางต่อการเติมน้ำมัน 1 ถังและการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้งด้วยระยะทาง 300 ไมล์ หรือ 482 กิโลเมตร
นอกจากนั้นทางบริษัทยังมีออพชั่นสุดพิเศษด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา เพื่อช่วยในการเก็บสะสมกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่เวลาที่แล่นในช่วงกลางวัน และยังช่วยในเรื่องของการส่งกระแสไฟฟ้าให้กับระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารอีกด้วยการผลิตของคาร์มาจะอยู่ที่โรงงานของวัลเมท ออโตโมทิฟ ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้รับหน้าที่ผลิตรถยนต์ของพอร์ชทั้งรุ่นเคย์แมนและบ็อกสเตอร์ ราคาของคาร์มาจะอยู่ที่ประมาณ 85,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 2.9 ล้านบาท
คาดว่าในช่วง 2 ปีนี้จนถึงปี 2010 จะมีการผลิตออกมา 15,000 คัน เพื่อขายทั้งในสหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยในยุโรปซึ่งฟิสเคอร์ยังไม่ได้วางขาย แต่มีการเปิดเผยว่าได้รับความสนใจเกินคาด เพราะมียอดจองเข้ามาแล้วถึง 800 คัน
![[ครบชุด] T1110077 ขส ดท าย Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-477.png)
![[ครบชุด] T1110064 องเช าไร ำใจ Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-478.png)