MG ZS Hybrid+ 196 แรงม้า เปิดตัวใน UK ลุ้นเข้าไทยปลายปี
6,856อ่าน
MG ZS Hybrid+ รถยนต์อเนกประสงค์แบบไฮบริดขนาดซับคอมแพกต์ 5 ที่นั่ง เปิดตัวใน UK เป็นที่แรก กำลัง 196 แรงม้า มีระบบ ADAS ลุ้นเข้าไทยทันสิ้นปี
MG ZS Hybrid+ 196 แรงม้า เปิดตัวใน UK ลุ้นเข้าไทยปลายปี
6,856อ่าน

MG ZS Hybrid+ รถยนต์อเนกประสงค์แบบไฮบริดขนาดซับคอมแพกต์ 5 ที่นั่ง เปิดตัวใน UK เป็นที่แรก กำลัง 196 แรงม้า มีระบบ ADAS ลุ้นเข้าไทยทันสิ้นปี

MG ZS Hybrid+ (เอ็มจี แซดเอส ไฮบริด พลัส) รถยนต์ไฮบริดแบบ Crossover SUV ขนาดซับคอมแพกต์ 5 ที่นั่ง เปิดตัวในสหราชอาณาจักรเป็นที่แรก ใช้เทคโนโลยี Hybrid+ ร่วมกับ MG3 Hybrid+ ให้กำลังและแรงบิดสูง โดยแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ SE กับ Trophy ซึ่งติดตั้งระบบช่วยขับขี่ MG Pilot รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ MG iSmart มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
MG ZS Hybrid+ ดีไซน์ภายนอก
ดีไซน์ภายนอกของ MG ZS Hybrid+ ไปในทิศทางเดียวกับ MG3 Hybrid+ รวมถึง MG HS โฉมใหม่ ด้วยกระจังหน้าทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่และอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงเพื่อให้มีบุคลิกที่สปอร์ตขึ้น ขณะที่ด้านท้ายเน้นสันขอบฝากระโปรงเพิ่มความทะมัดทะแมง ไฟส่องสว่างเป็น LED รอบคัน พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ส่วนล้ออัลลอยให้มาเป็นขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น SE และ 18 นิ้ว ในรุ่น Trophy


MG ZS Hybrid+ ดีไซน์ภายใน
ภายใน MG ZS Hybrid+ ค่อนข้างเรียบง่ายและอนุรักษนิยม แต่มาตรวัดให้มาเป็นดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว ฝังอยู่ในคอนโซล ส่วนจออินโฟเทนเมนต์มีขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม MG iSmart รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay รวมถึง Android Auto ระบบแอร์เป็นแบบอัตโนมัติ กุญแจ Keyless ลำโพง 6 ตัว หากเป็นรุ่นสูงสุดใน UK จะมีเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ระบบอุ่นสำหรับเบาะคู่หน้ากับพวงมาลัย เบาะหุ้มหนังสีดำ และกระจก Privacy Glass แต่ดูเหมือนว่าทั้ง 2 รุ่นจะไม่มีที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายติดตั้งมาให้

MG ZS Hybrid+ เครื่องยนต์และสมรรถนะ
MG ZS Hybrid+ มาพร้อมเทคโนโลยี Hybrid+ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยทั้งสองระบบให้กำลังสูงสุด 196 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 465 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-AT ขับเคลื่อนล้อหน้า
MG ZS Hybrid+ เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย
MG ZS Hybrid+ ทั้ง 2 รุ่นย่อยจะติดตั้งระบบช่วยขับขี่ MG Pilot ที่ประกอบด้วย ระบบหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า, ระบบช่วยให้รถวิ่งอยู่ในเลน พร้อมเตือนเมื่อออกนอกเลน, ระบบช่วยขับขี่ที่ความเร็วต่ำ, ระบบจำกัดความเร็ว, ระบบรักษาความเร็วแปรผัน, ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนการจราจรขณะถอย เป็นต้น
MG ZS Hybrid+ ราคาจำหน่าย
MG ZS Hybrid+ ที่เปิดตัวในสหราชอาณาจักร (UK) ตั้งราคาทั้ง 2 รุ่นย่อย ดังนี้
- MG ZS Hybrid+ รุ่น SE ราคา 21,995 ปอนด์ (ประมาณ 9.88 แสนบาท)
- MG ZS Hybrid+ รุ่น Trophy ราคา 24,495 ปอนด์ (ประมาณ 1.1 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ราคารถใน UK จะสูงกว่าที่จำหน่ายในประเทศไทย และหากเทียบกับ MG3 Hybrid+ ที่ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 18,495 ปอนด์ หรือประมาณ 8.3 แสนบาท ก็จะแพงกว่าไทยอยู่เกือบ 3 แสนบาท
สำหรับกำหนดวางจำหน่าย MG ZS Hybrid+ ในไทยแม้จะยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการในตอนนี้ แต่มีโอกาสลุ้นว่าจะเปิดตัวทันงาน Motor Expo 2024 หรืออย่างช้าก็ไม่น่าจะเกินช่วงงาน Motor Show 2025 ต้นปีหน้า
บทความที่เกี่ยวข้องกับรถใหม่ 2024

Volvo XC60 ปี 2018 โฉมใหม่ ยืนยันเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ 8 พฤศจิกายน 2560 โดยในช่วงแรก Volvo XC60 ปี 2018 โฉมใหม่ คงยังไม่ได้นำเข้าจากมาเลเซียก็ต้องลุ้นกันว่าจะเปิดราคาได้เร้าใจแค่ไหน
บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จำกัด เตรียมแถลงข่าวเปิดตัว Volvo XC60 ปี 2018ใหม่ รถครอสโอเวอร์ เอสยูวี พรีเมียมขนาดคอมแพคท์ ในไทยวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 ด้วยรูปโฉมใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดท้ายพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งกวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลก ส่วน Volvo XC60 ปี 2018 ใหม่ จะมีให้เลือกกี่รุ่นย่อยและยังคงใช้ขุมพลังดีเซล 190 แรงม้า เหมือนเดิมหรือไม่รวมถึงราคาจำหน่ายเป็นเท่าไรนั้นโปรดอดใจรอ



ทั้งนี้ในเรื่องของการดีไซน์ Volvo XC60 ปี 2018 ใหม่ เป็นไปในแนวทางเดียวกับรถครอสโอเวอร์รุ่นพี่อย่าง Volvo XC90 ปี 2017 ตั้งแต่ไฟหน้า Thor Hammer และกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม รวมถึงไฟท้ายทรง L-Shaped ส่วนขนาดกะทัดรัดกว่านิดหน่อย แต่ Volvo XC60 ปี 2018 ก็ไม่ใช่รถที่เล็กนักด้วยขนาดตัวถังยาว 4,688 มม. กว้าง 1,902 มม. สูง 1,658 มม. และฐานล้อยาว 2,865 มม. ซึ่งดูสปอร์ตปราดเปรียวจากการพยายามออกแบบให้เสา A, C และ D เอียงลาดมากขึ้นเมื่อเทียบกับ Volvo XC90 ปี 2017 โดยในต่างประเทศ Volvo XC 60 ปี 2018 ใหม่ จะมีให้เลือก 3 ระดับการตกแต่ง ดังนี้

– Momentum เป็นระดับการตกแต่งแบบพื้นฐาน เรียบง่ายที่สุด เบาะหุ้มด้วยผ้า ล้ออัลลอย 18 นิ้ว

– Inscription ระดับการตกแต่งเน้นความหรูหรา เช่น ภายนอกประดับคิ้วโครเมียม, ล้ออัลลอย 19 นิ้ว, เบาะหนัง

– R Design ระดับการตกแต่งที่เน้นความสปอร์ต อย่างล้อ 19 นิ้ว สปริงแบบสปอร์ต กระจังหน้าสีดำ เบาะหุ้มหนังนูบัค เป็นต้น
แต่ Volvo XC60 ปี 2018 ในไทย โดยเฉพาะช่วงแรกน่าจะมีให้เลือกเฉพาะบางระดับการตกแต่ง เพราะเท่าที่สังเกต Volvo ประเทศไทย มักนำรุ่น Inscription มายืนพื้นก่อนซึ่งเป็นการนำเข้าจากยุโรป (ราคาจึงสูงแต่ก็คุ้มถ้าแลกกับคุณภาพการประกอบ ซึ่งหลายคนก็ยอมเลือกแบบนี้แม้จะแพงกว่า) ส่วนระดับการตกแต่ง Momentum คงมีให้หลังจากที่ Volvo XC60 ปี 2018 เริ่มประกอบในมาเลเซีย (ตอนนี้มาเลเซียก็ยังไม่เปิดตัว Volvo XC60 ปี 2018 ใหม่ เช่นกัน) และส่งมาจำหน่ายในไทยซึ่งส่งผลให้ราคาถูกลงด้วยแน่นอน (ไม่ว่าจะระดับการตกแต่งใด) เพราะเป็นประเทศในกลุ่มการค้าเสรีอาเซียน
ทั้งนี้ในส่วนของเครื่องยนต์ Volvo XC60 ปี 2018 ใหม่ ในตลาดโลก มีให้เลือกหลายขุมพลังทั้งแบบ เบนซิน ดีเซล และปลั๊กอินไฮบริด ดังนี้

– เครื่องยนต์ T8 ปลั๊กอินไฮบริด ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 320 แรงม้า ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 87 แรงม้า ให้พละกำลังรวมกันทั้งระบบสูงสุด 407 (320+87) แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400+240 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.3 วินาที

– เครื่องยนต์เบนซิน T5 ขนาดความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 254 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-4,800 รอบ/นาที ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.8 วินาที
– เครื่องยนต์เบนซิน T6 ขนาดความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 2,200-5,100 รอบ/นาที ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.9 วินาที

– เครื่องยนต์ดีเซล D4 ขนาดความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8.4 วินาที (เกียร์อัตโนมัติ)
– เครื่องยนต์ดีเซล D5 ขนาดความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 235 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,250 รอบ/นาที ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.2 วินาที

ส่วนขุมพลัง Volvo XC60 ปี 2018 ใหม่ ในไทยจะเป็นแบบใด (โฉมปัจจุบันตอนนี้มีเฉพาะ D4 แต่สำหรับรุ่นใหม่ขุมพลัง Plug-in Hybrid ก็น่าจะมีลุ้น) ระดับการตกแต่งไหน รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานมีอะไรบ้างคงต้องรอชมกันต้นเดือนพฤศจิกายน สำหรับราคาจำหน่ายในช่วงแรกถ้านำเข้ามาจากยุโรปคงไม่ถูกอยู่แล้วแต่ได้เปรียบในเรื่องของคุณภาพ แต่ถ้าต้องการราคาที่เป็นมิตรขึ้นคงต้องรอรุ่นที่ประกอบจากมาเลเซียเป็นคำตอบสุดท้าย






![[ครบชุด] T1110069 กหล งร าน Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-485.png)
![[ครบชุด] T1110069 กหล งร าน Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-486.png)