Toyota เปิดตัว Fortuner Leader Edition 2025 รุ่นพิเศษสุดสปอร์ต สำหรับสายลุยในอินเดีย
ถึงจะมีอายุครบ 10 ปีเต็ม! แล้ว แต่ Toyota ก็ยังไม่ยอมให้ Fortuner แห่งตำนาน SUV ตัวแรงต้องดูเก่า เพราะล่าสุดเปิดตัวรุ่นพิเศษ “Leader Edition” ที่จัดเต็มทั้งชุดแต่งสปอร์ตภายนอก และอัปเกรดภายในให้ดูหรูขึ้นอีกระดับ
ทำไมถึงเรียกว่า “Leader Edition”?
เพราะ Toyota อยากให้ Fortuner รุ่นนี้เป็นเหมือน “ผู้นำของถนน” ทั้งในภาพลักษณ์ ความดุดัน และสมรรถนะ โดยรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อ ต่ออายุความนิยมของ Fortuner เจเนอเรชันปัจจุบัน ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2015 (และเคยปรับโฉมใหญ่ในปี 2020) ก่อนรุ่นใหม่จะมาถึงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
Toyota อินเดีย หรือ Toyota Kirloskar Motor (TKM) เผยว่า รุ่นพิเศษปีที่แล้วได้รับ “เสียงตอบรับล้นหลาม” จึงตัดสินใจสานต่อความแรง ด้วย Leader Edition 2025 ที่ยกระดับความสปอร์ตและหรูหราขึ้นอีกขั้น

ภายนอกสุดเท่ สปอร์ตทุกองศา
- กระจังหน้าใหม่ดีไซน์พิเศษ พร้อมแถบโครเมียมเน้นหรู
- กันชนหน้าพร้อม Splitter โครเมียม เพิ่มความดุดัน
- สเกิร์ตข้างพร้อมโลโก้ Fortuner ตัวโต
- กันชนหลังดีไซน์ใหม่ เพิ่มความหนาแน่นสปอร์ต
- ล้ออัลลอย 6 ก้านสีดำเงา (Glossy Black) ให้ลุคดุดันแต่หรู
สีตัวถัง มีให้เลือกทั้งหมด 4 เฉด ได้แก่
- สี Attitude Black
- สี Pearl White
- สี Silver Metallic
- สี Super White
ทุกสีจะมาพร้อม หลังคาสีดำตัดกับตัวถัง (Black Roof) เพิ่มความพรีเมียมแบบ Two-Tone เหมือนรถยุโรปเลยทีเดียว

ภายในอัปเกรดใหม่ ดูแพงขึ้นอีกระดับ
- โทนสีภายในแบบ Bi-Tone ดำ-แดงเข้ม (Black & Maroon) ทั้งเบาะและแผงประตู
- แผ่นกันรอยบันไดมีไฟเรืองแสง (Illuminated Scuff Plates)
- เพิ่มจอแสดงแรงดันลมยาง (TPMS) แบบติดตั้งเสริมหน้ากระจกหน้า
- ที่นั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ยังครบสำหรับครอบครัวใหญ่
สมรรถนะยังคงจัดเต็ม!
- เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร
- แรงม้าสูงสุด 201 แรงม้า (204 PS / 150 kW)
- แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร
- มีให้เลือกทั้ง เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ อัตโนมัติ 6 สปีด
- ระบบขับเคลื่อน RWD (ขับหลัง)
พร้อมเปิดจองในอินเดียเร็ว ๆ นี้
Toyota เตรียมเปิดให้จอง Fortuner Leader Edition 2025 ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยยังไม่เปิดเผยราคาแน่ชัด แต่คาดว่าจะอยู่ “กลาง ๆ” ของไลน์อัป Fortuner ที่จำหน่ายในอินเดียตอนนี้
ส่วนราคาปัจจุบันของ Toyota Fortuner ในอินเดีย อยู่ระหว่าง 3,902,000 – 5,780,000 รูปี หรือราว 1,437,000 – 2,128,000 บาท
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
*เฉพาะภาพบนสุดเท่านั้นที่เป็นรุ่น Leader Edition 2025
Fisker Karma Sunset รับสายลมแบบรักษ์โลก
เผยแพร่: 18 ก.ค. 2552 11:43 โดย: MGR Online
แม้จะเปิดตัวให้เห็นกันมาตั้งแต่งานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2009 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ชื่อของต้นแบบรุ่น Karma Sunset ของค่าย Fisker ก็กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง เมื่อต้นแบบรุ่นนี้ได้รับเลือกให้คว้ารางวัล North American Concept Vehicle of the Year Awards เป็นรางวัลประดับตู้ก่อนที่จะขึ้นไลน์ผลิตจริงในปี 2011
Karma Sunset หรือ Karma S เป็นต้นแบบที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยแชร์พื้นฐานทั้งตัวถังและในทางวิศวกรรมของระบบขับเคลื่อนร่วมกับรถยนต์ซีดานรุ่น Karma แต่ถูกปรับปรุงรายละเอียดให้กลายเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุน 4 ที่นั่งแบบหลังคาแข็งพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้า
ในช่วงที่เปิดตัวออกมา Fisker Automotive ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยเฮนริก ฟิสเคอร์ นักออกแบบชื่อดังของโลกยานยนต์ ๆได้ยืนยันถึงการผลิตรถสปอร์ตรุ่นนี้ออกสู่ตลาดอย่างแน่นอน แต่จะมาตามหลังการเริ่มบุกของซีดานรุ่น Karma ในปลายปีนี้
ตัวรถจะขับเคลื่อนด้วยระบบที่เรียกว่า Q-Drive ซึ่งมีพื้นฐานการทำงานและส่วนประกอบของระบบในแบบ E-REV หรือ Extended Ranged Electeic Vehicle คล้ายกับระบบที่ใช้ในเชฟโรเลต โวลต์ ซึ่งระบบนี้ได้รับการออกแบบโดยบริษัท Quantum Technologies เพื่อทาง Fisker โดยเฉพาะ
การขับเคลื่อนหลักจะเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวขนาด 201 แรงม้าซึ่งจะรับกระแสไฟฟ้าที่มาจากแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ขณะที่เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบ 4 สูบ 2,000 ซีซี เทอร์โบรหัส ECOTEC ของจีเอ็ม ที่มีกำลัง 260 แรงม้าจะทำหน้าที่เป็นตัวปั่นกระแสไฟฟ้า และสามารถเสียบปลั๊กเข้ากับไฟบ้านเพื่อชาร์จกระแสไฟฟ้าได้
ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือก 2 แบบ คือ Stealth Mode ซึ่งใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว สามารถแล่นทำระยะทางได้ 50 ไมล์ หรือ 80 กิโลเมตรเมื่ออาศัยกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จจนเต็ม หรืออีกโหมดคือ Sport Mode ซึ่งจะเพิ่มระยะทางในการขับเคลื่อนขึ้นเป็น 300 ไมล์ หรือ 482 กิโลเมตร เพราะเป็นการปลุกให้เครื่องยนต์สันดาปภายในตื่นขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่เพื่อชดเชยในส่วนที่ถูกใช้ไป
แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขของสมรรถนะ แต่เชื่อว่า Karma S คงทำได้ดีไม่แพ้รุ่นซีดาน ซึ่งมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร 5.8 วินาทีและความเร็วสูงสุด 201 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ผลิตขายแน่นอนในปี 2011 ส่วนหน้าตาของตัวรถที่ยังไม่ระบุว่าจะแตกต่างจากเวอร์ชันต้นแบบมากน้อยแค่ไหน เช่นเดียวกับราคาที่คาดว่าน่าจะแพงกว่ารุ่นซีดาน ซึ่งจะขายในปลายปีนี้ด้วยตัวเลข 87,900 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 3.07 ล้านบาทตามสไตล์รถสปอร์ต

