• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1310051 กรรมกรผ กสด Ep.2

admin79 by admin79
October 13, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T1310051 กรรมกรผ กสด Ep.2

MDs’ CARS | Mercedes-AMG GT C Roadster ปะทะ GT 63 S Coupé กับ 2 รุ่นตัวจบจาก AMG

ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบความเร็ว MenDetails เชื่อว่า คุณต้องรู้จัก Mercedes-AMG แน่นอนครับ กับค่าย Aufecht, Melcher, and Großaspach ที่ถือเป็นหนึ่ง Division ของแบรนด์ Mercedes-Benz ก่อนจะชูขึ้นเป็นรุ่นรถ Performance ภายในชื่อเต็มว่า Mercedes-AMG ซึ่งมี Headquarter อยู่ที่เมือง Affalterbach ในประเทศเยอรมัน วันนี้เรามีโอกาสได้ทดลองขับตัวจบ 2 รุ่นอย่าง รถ Mercedes-AMG GT Coupé and Roadster และ Mercedes-AMG GT 63 S Coupé และขอเล่าความรู้สึกจากการลองขับในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่า “คันไหนเหมาะกับกิจกรรมใด” ว่าแล้วก็ตามมาเลยครับ

-รถ Mercedes-AMG GT 63 Coupé-

0-100 กิโลเมตร ภายในเวลาไม่เกิน 4 วินาทีทั้งคู่

-ฝาครอบเครื่องยนต์ Mercedes-AMG GT C Roadster-

รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นที่เราได้ลองนั้น มีอัตราเร่งที่สูงมาก ๆ ครับ ทั้ง 2 รุ่นทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร ในเวลาที่ตำ่กว่า 4 วินาทีทั้งคู่ (Mercedes-AMG GT C Roadster 3.7 วินาที / Mercedes-AMG GT 63 S Coupé 3.9 วินาที) แต่ความรู้สึกจริง ๆ หลังพวงมาลัยเลยคือ แรงแบบไม่น่าเชื่อ เหยียบแล้วพุ่ง หลังติดเบาะแบบเต็ม ๆ ซึ่งพอเห็นอัตราเร่งแบบนี้แล้ว น่าจะขับแบบโฉบเฉี่ยวได้สนุกสนานจริงมั้ยครับ แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น คุณอาจไม่คุ้นชินจนกะระยะการเร่งแซงไม่ถูกนั่นเอง

รถยนต์ 2 ประตู และ 4 ประตู
กับ Function การใช้งานที่ไม่เหมือน

-รูปลักษณ์ภายในของ Mercedes-AMG GT 63 S Coupé ซึ่งปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้มาอยู่ตรงกลาง แทนที่จะเป็นก้านหลังพวงมาลัยด้านขวา พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขนาด 10.25 นิ้ว 2 จอต่อกัน-

สำหรับ Mercedes-AMG GT C Roadster คือรถยนต์ 2 ประตู ส่วน Mercedes-AMG GT 63 S Coupé จะเป็นรถยนต์ 4 ประตู ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งถือเป็นการแบ่งแยกกลุ่มการใช้รถยนต์อย่างเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่รูปทรงละครับ อย่าง GT C Roadster ถือเป็นรถขับเพื่อความเร็วเป็นหลัก เน้นการใช้งานแบบนั่ง 2 คน มีพื้นที่เก็บของในห้องโดยสารน้อย ส่วน GT 63 S Coupé คือรถที่เหมาะกับการใช้งานกึ่งครอบครัว นั่งได้ 4-5 คน และมีพื้นที่ในห้องโดยสารค่อนข้างกว้าง นั่งสบาย

-ภายใน Mercedes-AMG GT C Roadster บอกเลยว่า Sporty กว่ามาก-

ขับสบาย ปะทะ ขับสนุก

ส่วนตัวที่ได้ทดลองขับทั้ง 2 รุ่น ขอสรุปอย่างสั้น ๆ ว่า ทั้ง 2 รุ่นมีจุดแข็งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ภายใต้จุดร่วมคือความแรงและอัตราเร่งที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งถ้าถามว่าคันไหนขับสนุกกว่ากัน ก็ต้องยกให้ Mercedes-AMG GT C Roadster ชนะขาด ๆ เลยครับ ด้วยช่วงล่างที่ใกล้พื้น จุดศูนย์ถ่วงจึงทำได้ดีเยี่ยม เกาะถนน พร้อม Feeling แบบขับรถแข่งเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าคุยกันเรื่องขับสบาย Mercedes-AMG GT 63 S Coupé คือคำตอบ ด้วยช่วงล่างที่นุ่มนวลกว่า ขับแล้วรู้สึกถึงถนนน้อยกว่า พื้นที่ Head Room ที่มากกว่า ทำให้รู้สึกสบายมากกว่าแบบชัดเจน

ปัญหาคือสภาพพื้นผิวถนนในบ้านเรา
ทำให้ GT C Roadster นั้น ขับแล้วเหนื่อย

เนื่องจากช่วงล่างที่ถูกตั้งมาให้ใกล้ชิดกับถนน ทำให้เวลาขับ คุณจะรู้สึกได้ถึงหลุม ความหยาบของพื้นถนน แม้แต่ความลาดเอียงของผิวถนนด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งพอขับบนสภาพถนนแบบบ้านเรา อันมีหลุมและพื้นผิวที่ไม่เรียบเสมอกันตลอดทั้งเส้น มีการซ่อมบำรุงเป็นช่วง ๆ ทำให้การขับรถ Mercedes-AMG GT C Roadster ดูจะเหนื่อยกว่าปกติที่ควรจะเป็น แต่หากลองจินตนาการรถคันนี้ ไปโล่นแล่นบนถนนในต่างประเทศที่พื้นผิวการจราจรเรียบเนียนแล้ว คันนี้ต้องเป็นอันดับหนึ่งในดวงใจแน่นอนครับ ทำให้ MenDetails คิดเองว่าเจ้า GT C Roadster เนี่ย เหมาะกับการขับในถนนแข่งเสียมากกว่า

ทั้ง 2 คันนี้ ถือเป็นตัวจบของค่าย Mercedes-AMG ด้วยอัตราเร่งที่เหนือคำบรรยาย คันหนึ่งให้ความรู้สึก Sport ทั้งรูปลักษณ์และความรู้สึกหลังพวงมาลัย ส่วนอีกคันหนึ่ง ได้ความสบาย ช่วงล่างนุ่ม แต่แฝงด้วยพละกำลังที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

ขอให้จำไว้ขึ้นใจนะครับว่า ความเร็ว และความแรง ยิ่งมากเท่าใดก็ตาม ยิ่งต่อขับด้วยสติและสมาธิที่สูง รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นจึงควรขับด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยนะครับ

ถ้าให้เราเลือกขับได้เพียงคันเดียวจากทั้ง 2 รุ่นนี้ เราคงต้องถามตัวเองเสียก่อนว่า วันนี้ต้องขับไปไกลแค่ไหน ขับไปทำอะไร หากเป็นการขับในชีวิตประจำวัน ระยะทางสัก 10-20 กิโลเมตร ขับไปเส้นที่ถนนโล่ง ๆ หรือออกต่างจังหวัดที่ถนนไม่พังมากนัก GT C Roadster คือความสนุกอย่างแท้จริงครับ แต่ถ้าชีวิตคุณต้องขับเข้าเมืองอยู่เป็นประจำ อาจต้องแวะซื้อของบ้าง ออกต่างจังหวัดกับครอบครัว GT 63 S Coupé คือตัวเลือกที่ Multi-Functional มากกว่าแบบไม่ต้องสงสัยเลย

BMW M5 Touring ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5

Sunuttinee Phumbanyen

โดย Sunuttinee Phumbanyen

โพสต์เมื่อ 21 February 2568


หลังจากเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ในฐานะรถเซฟตี้คาร์คันล่าสุดของการแข่งขัน MotoGP ในงาน MotoGP Season Launch BMW M5 Touring ใหม่ เตรียมเผยโฉมในโชว์รูมและท้องถนนทั่วไทย พร้อมกับการลงทำหน้าที่ในสนามแข่งครั้งแรกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ กับรายการ MotoGP Thailand Grand Prix ที่จังหวัดบุรีรัมย์ 


BMW M5 Touring ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5

  • BMW M5 Touring ใหม่ (ราคาจำหน่ายจะประกาศในเร็วๆ นี้)
  • BMW M5 Touring พร้อมเบรกเซรามิค ใหม่ (ราคาจำหน่ายจะประกาศในเร็วๆ นี้)
BMW M5 Touring เทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5

การออกแบบภายนอก M5 Touring

บีเอ็มดับเบิลยู M5 Touring ใหม่ สรรสร้างมาเพื่อการขับขี่ทุกรูปแบบ ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและทริปเดินทางไกล ทั้งยังมอบสมรรถนะที่เป็นเลิศควบคู่กับทางเลือกในการขับขี่แบบไฟฟ้าล้วน คุณสมบัติทั้งหมดนี้รวบรวมไว้ภายใต้งานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งพันธุ์แท้ โดยรูปทรงของตัวถังด้านข้างผ่านการปรับแต่งให้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นซุ้มล้อที่นูนเด่นหรือเส้นหลังคาที่ทอดยาวไปด้านท้าย ส่วนด้านหน้ารถแสดงคาแรกเตอร์ความแรงเต็มที่ด้วยช่องรับลมขนาดใหญ่ กระจังหน้าไตคู่แบบ M พร้อมไฟส่องสว่าง BMW Iconic Glow ขณะที่ท้ายรถประดับด้วยแถบไฟท้ายที่โค้งรับกับทุกสัดส่วน ตั้งอยู่เหนือดิฟฟิวเซอร์คู่และชุดท่อไอเสีย 4 ท่อที่ยิ่งขับเน้นความสง่างามและน่าเกรงขามให้ชัดเจน ติดตั้งล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา ขนาด 20 นิ้ว (หน้า) / 21 นิ้ว (หลัง) แบบ Double Spoke และพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,630 ลิตร พร้อมระบบเปิดประตูท้ายอัตโนมัติ

BMW M5 Touring รูปทรงของตัวถังด้านข้าง
BMW M5 Touring รูปทรงด้านหลัง

ภายในห้องโดยสาร 

ห้องโดยสารที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่เป็นพิเศษ ครบครันด้วยงานออกแบบสุดสปอร์ตสไตล์ M ทั้งพวงมาลัยหนัง M เบาะนั่ง M multifunction พร้อมเข็มขัดนิรภัย M ระบบไฟภายในแบบเฉพาะรุ่น M และระบบเสียงเซอร์ราวด์จาก Bowers & Wilkins โดยทั้งหมดนี้ เสริมความหรูหราโฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่ง Dark Silver M ที่ผสมผสานสีเงินเข้มเข้ากับคาร์บอนไฟเบอร์ได้อย่างพอดี

2025 BMW M5 Touring ภายใน
2025 BMW M5 Touring ปุ่มปฏิบัติการ
2025 BMW M5 Touring ภายใน (2)
2025 BMW M5 Touring เบาะโดยสาร M

ติดตั้งระบบควบคุม BMW iDrive เวอร์ชันล่าสุด พร้อมด้วยระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.5 ที่รองรับการควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านทั้งหน้าจอสัมผัสและการสั่งการด้วยเสียง ติดตั้งมาคู่กับแพ็คเกจ BMW Live Cockpit Professional ซึ่งรวมถึงระบบนำทาง BMW Maps และฟังก์ชัน Augmented View และระบบช่วยการขับขี่มากมายจาก Driving Assistant Professional ครอบคลุมทั้งระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยและการเปลี่ยนเลน, Active Cruise Control และตัวช่วยนำทางแบบ Active Navigation ขณะที่ Parking Assistant Professional ช่วยให้ควบคุมการจอดรถผ่านสมาร์ทโฟนจากภายนอกตัวรถได้

BMW M5 Touring เจเนอเรชั่นที่ 5 (1)
BMW M5 Touring เจเนอเรชั่นที่ 5 (2)

ขุมพลังขับเคลื่อน M HYBRID

ระบบขับเคลื่อน M HYBRID ในบีเอ็มดับเบิลยู M5 Touring ใหม่ ผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมด้วยชุดเกียร์ 8 สปีด M Steptronic โดยตัวเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียวให้กำลังสูงสุด 430 กิโลวัตต์ / 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตรที่ 1,800-5,400 รอบต่อนาที ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้า เทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 ให้กำลังเพิ่มอีก 145 กิโลวัตต์ / 197 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร โดยรวมแล้ว ระบบ M HYBRID ในบีเอ็มดับเบิลยู M5 Touring ใหม่ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 535 กิโลวัตต์ / 727 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด
ที่น่าทึ่งถึง 1,000 นิวตันเมตร 

ขุมพลังขับเคลื่อน M HYBRID ใน BMW M5 Touring

ด้วยสมรรถนะระดับนี้จากระบบส่งกำลัง บีเอ็มดับเบิลยู M5 Touring ใหม่ จึงต้องมีแชสซีที่ออกแบบมาด้วยนวัตกรรมจากบีเอ็มดับเบิลยู M เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง พร้อมด้วยช่วงล่าง Adaptive M เพื่อมอบความแม่นยำสูงสุดในทุกสภาพถนนและเส้นทาง M5 รุ่นใหญ่ตัวนี้เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกอัปเกรดประสบการณ์ไปอีกขั้นด้วยระบบเบรก เซรามิก M Carbon ceramic ที่ช่วยลดระยะเบรก เพิ่มความไวในการตอบสนองในกรณีขับขี่เต็มสมรรถนะโดยใช้ทั้งคันเร่งและเบรกคู่กัน

BMW M5 Touring เจเนอเรชั่นที่ 5 (3)

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษกับแคมเปญ “BMW M Racetrack Training” ที่ BMW Advanced Driving Centre ในประเทศเกาหลีใต้ ในช่วงเดือนตุลาคม 2025 นี้ โดยโอกาสพิเศษนี้เปิดให้เฉพาะลูกค้า 30 ท่านแรกที่จองและรับรถยนต์ BMW M หรือ BMW M Performance รุ่นที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึง 30 เมษายน 2025 ลูกค้า 30 ท่านแรกที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งรวมค่าเครื่องบิน ไป-กลับและที่พัก ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสรถยนต์ BMW M และ BMW M Performance หลากหลายรุ่น เช่น BMW M340i รวมถึง BMW M3 และ M4 สำหรับกิจกรรมการขับรถในสนามจะครอบคลุมการฝึกฝนทักษะการขับขี่ในด้านต่างๆ เช่น การควบคุมรถ การใช้ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) และการทดสอบทักษะการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง การควบคุมการดริฟต์ และประสบการณ์ในสนามแข่งเต็มรูปแบบ

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

Previous Post

[ครบชุด] T1310053 คนหวงรถ Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1310064 อตาปากหมา Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T1310051 กรรมกรผ กสด Ep.2

[ครบชุด] T1310064 อตาปากหมา Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.