Audi e-tron GT 2023 รถสปอร์ตไฟฟ้า สเปคและราคา
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 24 July 2566
Audi e-tron GT รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ต ประสิทธิภาพสูง อันเป็นรุ่นเรือธงที่สุดในตระกูล e-tron รหัสรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ Audi โดยในประเทศไทยมีการจัดจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ในราคาเริ่มต้น 6,849,000 บาท
Audi e-tron GT
Audi e-tron GT คือรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตซีดานจากแบรนด์ Audi โดยตัวถังของรถคันนี้ใช้พื้นฐาน J1 Platform เช่นเดียวกับ Porsche Taycan รถสปอร์ตไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในประเทศไทย แต่ถ้าหากคุณต้องการความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าระดับหัวแถวที่คนไทยนิยมใช้กัน Audi e-tron GT คือทางเลือกที่น่าสนใจไม่เบา
ราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นของ Audi e-tron GT ในประเทศไทย เริ่มต้นที่รุ่น quattro ขับเคลื่อน 4 ล้อ เปิดราคา 6,849,000 บาท อัพเกรดขึ้นมาจะเป็นรุ่น Audi e-tron GT quattro Performance ที่เติมออปชั่นและของแต่งเข้ามาอีกหลายชิ้น กับราคาจำหน่ายอยู่ที่ 7,249,000 บาท
และรุ่นท็อปที่สุด Audi RS e-tron GT ที่อัพเกรดพละกำลังขึ้นไปเป็น 598 แรงม้า เปิดราคาที่ 10,190,000 บาท

ด้านหน้าของตัวรถ กระจังหน้าปิดทึบตามสไตล์ของรถยนต์ไฟฟ้า ชุดใช้ไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อมไฟ Audi laser และเอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า (Light staging) เต็มระบบ มาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และไฟสูงอัตโนมัติ


บริเวณด้านข้างของกันชนหน้า มีการเซาะร่อง เพื่อประโยชน์ทางด้านอากาศพลศาสตร์

ฝากระโปรงหน้าสามารถเปิดออกได้ โดยจะพบกับที่เก็บสัมภาระ (Frunk) ความจุมากถึง 85 ลิตร
ด้านข้างของตัวรถ มีลักษณะเตี้ย แบนราบไปกับพื้น ทำให้ตัวรถดูมีความสปอร์ตไปอีกขั้น ด้วยลายเส้นโค้งที่ลากจากด้านหน้าจรดไปที่ด้านหลัง กับความยาวตัวรถเกือบ 5 เมตร และมีฐานล้อยาวถึง 2.9 เมตรด้วยกัน

กระจกแบบ Frameless

ล้อ ใช้เป็นล้ออัลลอย ในรุ่น Standard ใช้ล้อขนาด 20 นิ้ว ด้านหน้ารัดยางขนาด 245/45 R20 ส่วนด้านหลัง รัดยางขนาด 285/40 R20
ด้านรุ่น Performance และ RS ใช้ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ด้านหน้ารัดยางขนาด 265/35 R21 ส่วนด้านหลัง 305/30 R21


บริเวณซุ้มล้อ จะมีการเซาะร่อง เพื่อประโยชน์ทางด้านอากาศพลศาสตร์

ด้านท้ายของตัวรถมีลักษณะลาดลง ทำให้ตัวรถได้ประโยชน์ด้านอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุด โดยชิ้นหลังคาของรถจะเป็นกระจกทั้งคันแบบพาโนรามิกกลาสรูฟ

ไฟท้าย เป็นแบบ LED Light Guiding เต็มระบบ ตามสมัยใหม่

พื้นที่เก็บสัมภาระในฝากระโปรงหลัง มีความจุสูงสุด 405 ลิตร โดย Audi e-tron GT เวอร์ชั่นไทย มาพร้อมกับล้ออะไหล่ด้วย

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความเรียบแบบพรีเมี่ยมสไตล์สปอร์ตตามแบบฉบับของ Audi มาพร้อมไฟเสริมบรรยากาศภายในห้องโดยสาร

เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตหุ้มหนัง ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง มาพร้อมระบบอุ่นเบาะ และสามารถจดจำตำแหน่งเบาะนั่งได้

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นขนาดใหญ่ ควบคุมแทบทุกอย่างของตัวรถไว้ที่นี่ ส่วนปุ่ม Paddle Shift ทำหน้าที่หลักคือการปรับระดับการคืนพลังงาน โดยตำแหน่งของพวงมาลัยสามารถปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง

หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน

หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay/ Andriod Auto โดยหน้าจอกลางจะเป็นตำแหน่งสำหรับใช้ปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถด้วยเป็นหลัก และยังมีแผงควบคุมภายในห้องโดยสาร ทั้งระบบแอร์ และระบบขับขี่ของรถ

ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ

ช่องชาร์จแบตเตอรี่ของ Audi e-tron GT มี 2 ฝั่ง โดยฝั่งซ้ายจะเป็น CCS2 Combo ส่วนฝั่งขวาจะเป็น AC Type 2 รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุด 22 kW ทั้ง 2 ฝั่ง


6 เรื่องเด่นในรอบปีของวงการ Motor Sport
- โดย : พิสน ลีละหุต
- 29 ธ.ค. 59 00:00
- 6,733 อ่าน
https://www.facebook.com/v15.0/plugins/share_button.php?app_id=114827815277178&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Df5260e47335a91ff0%26domain%3Dwww.autodeft.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.autodeft.com%252Ffc6b76bfbaafb794e%26relation%3Dparent.parent&container_width=78&href=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fvarietyscoop%2F6-stories-for-motor-sport-in-2016&layout=button_count&locale=en_US&sdk=joey
https://platform.twitter.com/widgets/tweet_button.2f70fb173b9000da126c79afe2098f02.th.html#dnt=false&id=twitter-widget-0&lang=th&original_referer=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fvarietyscoop%2F6-stories-for-motor-sport-in-2016&size=m&text=6%20%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20Motor%20Sport%20%7C%20AUTODEFT%20%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%20%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%96%20%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%20%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%88&time=1760403350954&type=share&url=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fvarietyscoop%2F6-stories-for-motor-sport-in-2016
เรื่องราวมากมายที่ผ่านมาในปี 2016 เกี่ยวกับการแข่งขันด้านความเร็วของวงการรถยนต์ ทั้งเรื่องน่ายินดีและเรื่องน่าตกใจ วันนี้เลยขอรวบรวม 6 เหตุการณ์ที่น่าสนใจในวงการแข่งรถมาฝากครับ

1. Audi ประกาศถอนตัวจากการแข่งขัน 24 Hours Le Mans
จากการร่วมลงแข่งทั้งหมด 18 และชนะการแข่งขันได้ 13 ครั้ง ของทีม Audi ในสนาม 24 Hours Le Mans จู่ๆเมื่อเดือนตุลาตมที่ผ่านมา ทาง Audi ก็ได้ประกาศขอถอนทีมออกจากการแข่งขัน โดยจะไม่มีการส่งรถลงสนามแข่งในรายการนี้อีก ทำเอาแฟนๆของการแข่งขันนี้ตกใจไปตามๆกัน ซึ่งสาเหตุของการยุติทีมในครั้งนี้ น่าจะมาจากที่ทาง Audi ต้องการรักษาสถานภาพในด้านยอดขายกับคู่แข่งยี่ห้ออื่นมากกว่า แต่ทาง Audi ก็ยังแย้มๆว่า อาจจะได้เห็นทางทีมไปลงแข่งขัน Formula E แทนก็เป็นได้

2. Volkswagen ถอนทีมออกจากการแข่งขัน World Rally Championship
หลังการประกาศเลิกแข่งขันของ Audi ไม่นาน ก็มีข่าวช็อควงการออกมาอีกครั้งเมื่อ Volkswagen อดีตแชมป์ 4 สมัยในการแข่งขันแรลลี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง World Rally Championship ก็ประกาศถอนทีมออกจากการแข่งขันในปีหน้าเช่นกัน ซึ่งก็น่าจะมาจากผลกระทบของเรื่องที่บริษัทกำลังถูกฟ้องร้องให้จ่ายค่าเสียหายจากการโกงค่าไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล จนทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายร่วม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

3. Nico Rosberg ประกาศแขวนพวงมาลัยหลังคว้าแชมป์ F1
หลังจากผ่านมา 10 ปี ในการแข่งขัน F1 ของ Nico Rosberg โดยเริ่มจากการร่วมทีม Williams เมื่อปี 2006 แล้วย้ายมาร่วมทีม Mercedes ในปี 2010 จนในฤดูกาลล่าสุด Nico Rosberg ก็สามารถคว้าแชมป์โลก F1 ไปได้ แต่หลังจากการแสดงความยินดีได้ไม่นาน เขาก็ประกาศแขวนพวงมาลัยในทันที ทำเอาแฟนๆตกใจกับการประกาศครั้งนี้ไม่ใช่น้อย

4. Jaguar ประกาศร่วมลงสนามแข่งอีกครั้งในการแข่งขัน Formula E
หลังจากหายไปจากวงการ Motor Sport นาน Jaguar ก็กลับมาลงสนามแข่งอีกครั้งเพื่อเข้าร่วมแข่งขัน Formula E ในนาม Jaguar’s Formula E team โดยใช้ทีมงานวิศวกรของทาง Jaguar Land Rover มาทำงานร่วมกับทีมแข่งขันโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะเอาเทคโนโลยีในการแข่งขันรถแข่งไฟฟ้านี้ ไปพัฒนากับรถยนต์ที่เตรียมวางจำหน่ายต่อไป

5. ทีม Williams โชว์ความเร็วในการจัดการรถแข่งเข้าพิทใน 1.92 วินาที
อย่างที่รู้กันอยู่ว่า การเข้าพิทของรถแข่ง F1 จะต้องทำงานให้เร็วที่สุด ทั้งการเปลี่ยนล้อ, เปลี่ยนอุปกรณ์ และเติมน้ำมันในคราวเดียว ซึ่งจากการแข่งขันในปีที่ผ่านมา ทางทีม Williams ได้โชว์ความเร็วที่บันทึกได้ว่า มีการเข้าพิทที่เร็วที่สุดของทีมคือ 1.92 วินาที ซึ่งเป็นการเข้าพิทที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมกับทีม Redbull เมื่อปี 2013 แถมทาง Williams ยังบอกด้วยอีกว่า ถ้าวัดจากนาฬิกาของทีมที่บันทึกได้ จะเป็นเวลา 1.89 วินาทีด้วยซ้ำ

6. สนามแข่ง Nurburgring เปลี่ยนเจ้าของเป็นมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย
สนามแข่งอีกแห่งที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง Nurburgring ในเยอรมนี ล่าสุดได้ถูกมหาเศรษฐีชาวรัสเซียที่ชื่อว่า Viktor Kharitonin ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทยายักษ์ใหญ่ในรัสเซีย Pharmstandard เข้าถือหุ้นแล้วรวม 99% ซึ่งคาดว่าการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ ใช้เงินไปราว 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,100 ล้านบาทเลยทีเดียว
ข้อมูลจาก NDTV
![[ครบชุด] T1310082 นดานแก ยาก Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-613.png)
![[ครบชุด] T1310072 เร อนหอ ไม อเจ าสาว Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-614.png)