ผู้ผลิตรถสปอร์ตจากเนเธอร์แลนด์ Donkervoort นำเสนอ F22 Final Five เพื่อเป็นรถรุ่นพิเศษผลิตจำกัดปิดท้ายการใช้เครื่องยนต์ 5 สูบ เทอร์โบจาก Audi เป็นขุมพลัง หลังจากที่ใช้เครื่องยนต์นี้ประจำการในรถที่ผลิตมานานถึง 25 ปี โดยรถรุ่นพิเศษมีความโดดเด่นด้วยการลดน้ำหนักของรถลงจาก F22รุ่นปกติ

แน่นอนว่าตามจุดประสงค์ของรถที่ถูกทำออกมา Donkervoort F22 Final Five มีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 5 สูบ 2.5 ลิตร เทอร์โบ ที่สร้างกำลังขับเคลื่อนออกมา 500 แรงม้า แต่รถถูกลดลน้ำหนักของรถลงจากรุ่นปกติ 34 กิโลกรัมเหลือ 716 กิโลกรัม ทำให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักอยู่ที่ 698 แรงม้าต่อ 1 ตัน โดยน้ำหนักของรถเบาลงเป็นผลมาจากการใช้ตัวถังรถคาร์บอนไฟเบอร์ที่ถูกผลิตขึ้นโดยเฉพาะ

การที่น้ำหนักของรถลดลงนอกจากมาจากการใช้คาร์บอนไฟเบอร์กับตัวถังรถแล้ว ทางผู้ผลิตรถสปอร์ตจากเนเธอร์แลนด์ยังใช้เบรกคาร์บอนเซรามิกกับรถที่ลดน้ำหนักลง 2.5 กิโลกรัมในแต่ละมุมของรถ รวมไปถึงมีล้อคาร์บอนไฟเบอร์และระบบระบายไอเสียไทเทเนียมที่ลดน้ำหนักลงอีก 4 กิโลกรัม

รถสปอร์ตที่มีฝากระโปรงหน้ายาวในสไตล์รถแข่งโบราณใช้ระบบส่งกำลังแมนนวล 5 สปีดเพื่อนำกำลังจากเครื่องยนต์สู่ล้อหลังของรถผ่าน Torsen Limited-slip Differential โดยทางผู้ผลิตระบุว่ารถของตนใช้เวลาแค่ 2.5 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. และทำความเร็วได้สูงสุด 290 กม./ชม. นอกจากนี้รถยังให้แรงจีถึง 2.3G ในโค้ง

เพื่อรองรับสมรรถนะรถยังมากับโช๊ก TracTive ปรับได้ มีช่วงล่างดับเบิลวิชโบนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ใช้ยาง Nankang AR1 ขนาด 235/40 ที่ล้อหน้า และขนาด 275/35 ที่ล้อหลัง รวมไปถึงมีออปชันต่างๆ ให้เลือกอย่างระบบเพิ่มความสูงของรถ อัปเกรดระบบปรับอากาศ เบาะปรับความอุ่น กล้องหน้า-หลัง เบาะ Recaro คาร์บอนไฟเบอร์ และการแต่งห้องโดยสารโดยเฉพาะ

ราคาของรถเริ่มต้นที่ 315,000 ยูโร โดยมีการผลิตจำกัดแค่ 5 คันตามชื่อรุ่น
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th
MDs’ CAR | รถยนต์ไฟฟ้า Nissan : EV ที่พัฒนายุคหลัง WW2 สู่รถ EV ขายดีที่สุดแบรนด์หนึ่ง
ในช่วง 10 ปีหลัง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) นั้นมีบทบาทต่ออุตสาหกรรมและการบริโภคของมนุษย์อย่างมาก ทุกค่ายรถ ต่างพยายามพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเป็นของตนเองให้มีคุณภาพที่โดดเด่น คุ้มค่าต่อการลงทุน ทนทาน ใช้งานง่าย และสำคัญที่สุด คือ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระแสการลดมลพิษที่เกิดจากการสันดาปของเครื่องยนต์ปกตินั้น มีการเพิ่มความน่าสนใจจาก “คนยุคใหม่” อย่างรวดเร็วและจริงจัง ซึ่งทำให้ความรู้และข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของ รถยนต์ไฟฟ้านั้น เป็นสิ่งที่ “ทุกคนควรจะทราบ” ในยุคปัจจุบัน และหนึ่งในนั้นที่ MenDetails อยากนำเสนอนั่นคือ รถยนต์ไฟฟ้า Nissan บนก้าวสำคัญของ EV แห่งเอเชียสู่ระดับโลก

กำเนิดแห่ง รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีมาก่อนเครื่องยนต์สันดาปจาก 140 ปีก่อน
แม้ว่ากระแสความนิยม รถยนต์ไฟฟ้านั้นจะบูมมากในช่วง 10 ปีหลัง จากยอดขาย EV แต่ละแบรนด์นั้น ทว่า ประวัติของรถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นต้องย้อนกลับไปไกลถึงกว่า 140 ปีเลยทีเดียว และนั่นคือก่อนยุคแห่งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปด้วยซ้ำ จากการผลิตไดนาโมปั่นไฟ ทำให้ความคิดรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในปี 1830 และมีอีกหลายรูปแบบที่พัฒนาต่อมา จนกระทั่ง แบตเตอรี่ลิเที่ยมถูกผลิตในปี 1859 และปี 1880 ก็มีการนำสิ่งนี้มาใช้กับการผลิตรถอย่างจริงจัง กระทั่งปี 1884 Thomas Parker วิศวกรไฟฟ้าชาวอังกฤษ ได้สร้างรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของเขาในประเทศอังกฤษ เป็นรถแบบสี่ล้อ พร้อมทั้งวิธีชาร์จที่เขาออกแบบเอง และได้นำไปใช้ทดสอบวิ่งใน Liverpool และ Birmingham จนต่อมารถไฟฟ้านี้เองก็ถูกนำเข้ามาใช้ในระบบขนส่งมวลชนที่นั่น
แม้ว่าจะมีการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าก่อนเครื่องยนต์สันดาปนานถึง 12 ปี และได้รับความนิยมอย่างสูงในอังกฤษ และสหรัฐ แต่เมื่อมีการค้นพบแหล่งปิโตรเลียมมากมาย ระหว่างช่วงปี 1910 เรื่อยมา ทำให้บทบาทของรถยนต์ไฟฟ้าถูกลดทอนลงไปชั่วขณะ และสิ่งที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าหวนคืนกลับสู่ความนิยมได้ นั่นคือ ยุคหลังสงครามโลก แม้ว่าสงครามไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว สงครามโลกก็เป็นตัวจุดประกายของรถยนต์ไฟฟ้ายุคปัจจุบัน และนั่น คือความน่าสนใจ ของรถยนต์ไฟฟ้า จากเอเชียอย่าง Nissan
รถยนต์ไฟฟ้า Nissan กับต้นกำเนิด EV รุ่น Tama Electric Vehicle
ในช่วงปี 1946-1947 สงครามโลกทำให้ประเทศญี่ปุ่นขาดทรัพยากรสำคัญอย่างน้ำมันเบนซิน ทำให้การมองหาพาหนะพลังงานอื่นเป็นสิ่งเร่งด่วนเพื่อการขนส่งสาธารณะ บริษัท Nissan Motor จึงได้เอาความคิดเรื่อง Battery มาปรับใช้กับรถยนต์รูปแบบใหม่ ในรุ่นแรกนั้น Nissan เลือกใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกับรถยนต์ทดลอง ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากไม่สามารถเก็บพลังงานได้เพียงพอ และยังมีต้นทุนที่สูงกว่าการผลิตเครื่องยนต์สันดาปเชื้อเพลิงเบนซิน แต่ถึงกระนั้น Nissan ก็ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ ออกจำหน่ายในปี 1947 ได้สำเร็จ ในชื่อรุ่น Tama Electric Vehicle

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้น จะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับช่วงปี 1900-1910 แต่ว่าจากจุดนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจให้ค่ายรถต่าง ๆ เริ่มพัฒนารถยนต์พลังงานทางเลือกมากขึ้น และ Nissan ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์เหล่านั้นที่มุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ และแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพเป็นของตนเอง เริ่มจากการพัฒนาแบตเตอรี่นิกเกิล-ไฮไดรต์เป็นของตนเอง รวมไปถึงลิเธียมไอออน ที่ให้พลังงานมากกว่า และมีระยะเวลาเก็บพลังงานที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่แบบอื่น ทำให้ Nissan ตัดสินใจนำลิเธียมไอออนมาใช้เป็นพลังงานหลักกับรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง ในที่สุด Nissan ก็ประสบความสำเร็จ เมื่อปี 1996 Nissan ได้เปิดตัวรถยนต์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นแหล่งพลงงานหลัก และออกรุ่นปรับปรุงต่อมาในปี 1999 กับชื่อว่า Hypermini นั่นเองครับ

Nissan Leaf กับบทบาท หนึ่งในรถยนต์ EV ขายดีที่สุดตลอดกาล
หลังจากความสำเร็จการพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ในช่วงปี 1990-2000 ทำให้ Nissan เลือกที่จะผลิตรถรุ่นใหม่ ให้มีความตอบโจทย์กับวิถีชีวิตคนปัจจุบันมากขึ้น และจากการตลาดของรถรุ่นใหม่ไฟฟ้าล้วนอย่าง Nissan Hypermini บริษัทจึงได้ทำการเปิดตัว รถแฮทช์แบ็ค 5 ประตูขนาดเล็ก ระหว่างปี 2010-2011 ภายใต้ชื่อรุ่น Nissan Leaf โดยรุ่นแรกที่เปิดตัวออกมานั้น เมื่อชาร์จเต็ม สามารถวิ่งได้ไกลถึง 117 กิโลเมตร ที่ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. ซึ่งถือว่าโดดเด่นอย่างมากสำหรับ EV ในยุคนั้น และเป็นรถที่ตอบโจทย์สำหรับตลาดยุคใหม่ ที่เน้นเรื่องการเดินทางร่วมกันเพื่อประหยัดพลังงาน นั่นคือ รถครอบครัวครับ หลังจากนั้น Nissan ก็ได้พัฒนาสมรรถนะของรถรุ่น Leaf มาตลอด ทั้งส่วนของประสิทธิภาพความจุแบตเตอรี่ และส่วนของกำลังมอเตอร์ จนรุ่นปี 2016 Nissan Leaf สามารถวิ่งได้ไกลถึง 172 กิโลเมตร ด้วยขนาดแบตเตอรี่ 30kWh บนการรับประกันที่ 160,000 กิโลเมตร ใน 96 เดือน ในปี 2019 Nissan ได้พัฒนารุ่นใหม่ขึ้นมา นั่นคือ รุ่น Leaf e+ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนส่วนมอเตอร์ขนาด 160 kW ทำให้วิ่งได้สูงสุดในระยะทางถึง 364 กม. ซึ่งควบคุมและปรับแต่งการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบ Nissan Intelligent Mobility เทคโนโลยีอัฉริยะ ที่มาพร้อมกับระบบความบันเทิงภายในมากมาย

ในช่วงก่อนที่จะมีการโปรโมท Tesla model 3 รถยนต์ Nissan Leaf ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน ที่มียอดขายรวมทั่วโลกสูงที่สุดตลอดกาล จากการที่ Nissan Motor พยายามพัฒนารถ EV รุ่นใหม่ ให้ตอบโจทย์ในเรื่องของความประหยัด และสมรรถนะที่สมแก่ต้นทุน ทำให้เป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก หากนับถึงปี 2020 ในวันแห่งยานพาหนะ EV หรือ World EV day วันที่ 9 กันยายน 2020 Nissan เปิดเผยว่า รถยนต์รุ่น Leaf ได้ทำการผลิต และจำหน่ายรวมทั่วโลกไปแล้วกว่า 500,000 คัน
![[ครบชุด] T1510014 คนหมดใจร งให ตาย ไปอย Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-635.png)
![[ครบชุด] T1510019 อก บน องโกงบ านท นซ](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-637.png)