อาวดี้ ประเทศไทย ปลื้ม ยอดขายทะลุ 17,000 ล้านบาท ภายใน 4 ปีครึ่ง
โดย Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 21 October 2564
อาวดี้ ประเทศไทย ปลื้ม ยอดขายทะลุ 17,000 ล้านบาท ภายใน 4 ปีครึ่ง ขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่น เดินหน้าสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เสริมทัพตระกูล RS และรุ่นใหม่อีก 10 รุ่น เผย Audi EV ใหม่ มาแน่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำยนตรกรรมหรูพลังงานไฟฟ้า

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานตลอดกว่า 4 ปีครึ่ง หลังจากได้รับการแต่งตั้ง จาก Audi AG ให้เป็นผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายยนตรกรรมอาวดี้อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งได้รับผลตอบรับและความเชื่อมั่นของลูกค้า ร่วมถึงการสนับสนุนของบริษัทแม่อย่าง Audi AG เป็นอย่างดี การทำการตลาดเชิงรุกที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง มีการสร้างเซอร์ไพรส์ให้ลูกค้าได้ตื่นเต้น สนุกสนานไปพร้อมกับแบรนด์อาวดี้ตลอดเวลา ส่งผลทำให้อาวดี้ ประเทศไทย ประสบความสำเร็จมียอดขายและยอดผู้ใช้บริการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายสะสมตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2560 ถึง เดือนกันยายน 2564 มากถึง 4,500 คัน รวมเป็นมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของบริการหลังการขายมีปริมาณลูกค้านำรถเข้ามาเซอร์วิสกว่า 41,500 งานซ่อม เติบโตมากกว่า 10 เท่า ทั้งนี้รวมถึงลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ของอาวดี้ นี่เป็นบทพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อ อาวดี้ ประเทศไทย เป็นอย่างดี
สำหรับผลการดำเนินงานของปี 2564 ที่แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่อง แต่ส่วนงานขาย งานบริการ และงานโอเปอร์เรชั่นต่างๆ ของ อาวดี้ ประเทศไทย ก็ไม่หยุดนิ่ง โดยมีการปรับแผนกลยุทธ์การทำงานและการตลาดให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดให้ผู้ใช้บริการ ส่งผลทำให้ปีนี้ อาวดี้ ประเทศไทย สร้างสถิติการเติบโตสวนกระแสอีกครั้ง คาดว่าสิ้นปีนี้ยอดจัดจำหน่ายรวมทั้งงานขาย งานบริการหลังการขาย และอะไหล่ จะเติบโตขึ้น 15-20% เมื่อเทียบกับปี 2563
ทำให้ปี 2564 เป็นอีกปีที่อาจเรียกได้ว่า เป็นปีที่ดีที่สุดของชาว อาวดี้ ประเทศไทย เพราะเมื่อรวมผลการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบันที่สามารถสร้างสถิติยอดจำหน่ายรวมทะลุ 17,000 ล้านบาท ในเวลาเพียง 4 ปีครึ่ง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันความสำเร็จ เป็นผลมาจากนโยบาย Customer Centric การขยายโมเดลไลน์อัพที่ทำได้อย่างรวดเร็ว กลยุทธ์เขย่าพอร์ตที่จับต้องได้จริง การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานงานบริการหลังการขาย ความพร้อมของอะไหล่ ความเยี่ยมยอดของคุณภาพ ยนตรกรรมอาวดี้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะ quattro ที่สร้างความมั่นใจให้ทุกการขับขี่ สามารถสัมผัสถึงความแตกต่างทันทีที่ได้ทดลองขับ นอกจากนี้ยังเป็นผลที่มาจากความตั้งใจจัดมาเต็มของ Super Car ในราคาที่จับต้องได้ อย่างในตระกูล RS ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม สามารถทำยอดขายได้ 200 คันภายใน 1 ปี และการนำยนตรกรรมพลังงานไฟ้ฟ้า Audi e-tron รุ่นใหม่ เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว นับได้ว่า อาวดี้ ประเทศไทย เป็นผู้นำยนตรกรรมหรูพลังงานไฟฟ้าที่มีรถ EV ให้ลูกค้าได้เลือกมากถึง 5 รุ่น ซึ่งมีการส่งมอบ Audi e-tron ให้ลูกค้าไปแล้วมากกว่า 100 คัน

ในส่วนของนโยบาย Customer Centric อาวดี้ได้ประกาศตั้งแต่วันแรก การให้ความสำคัญและเน้นสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้พิสูจน์ด้วยการกระทำ ทำให้คะแนนความพึงพอใจในส่วนการบริการหลังการขายล่าสุดสูงถึง 97% ควบคู่ไปกับการคัดสรรยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ตลอดทั้งปีมีการจัดแคมเปญที่ให้ความคุ้มค่าและหน้าดึงดูดแบบหลากหลายอย่างต่อเนื่อง
ด้านการขยายโมเดลไลน์อัพ หากย้อนไปดูในปีแรกที่เริ่มเปิดดำเนินการ อาวดี้นำรถรุ่นใหม่มาให้เลือกหลากหลายรุ่น การขยายโมเดลไลน์อัพด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Performance Car และยนตรกรรมหรูอีกหลากหลาย ซึ่งเติบโตจากปีแรกถึง 300% โดยปัจจุบันอาวดี้มีรถให้เลือกสรรมากถึง 36 รุ่นย่อย ตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ ในเซกเมนต์ที่แตกต่าง ทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ ออฟชั่น ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า สามารถทำยอดขายได้ดีทุกรุ่น โดยเฉพาะ Audi Q7, A5, Q3, A4 Avant และ TT ไอคอนตลอดกาล

และที่ช่วยเสริมแกร่งให้กับยนตรกรรมแบรนด์อาวดี้ ช่วยผลักดันยอดขายของอาวดี้ให้สูงขึ้นทะลุเป้า กับการมาของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า Audi e-tron ซึ่งอาวดี้เป็นผู้นำตลาด ปัจจุบันมีให้เลือกถึง 5 รุ่นย่อย และ Hi Performance Cars ตระกูล RS ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่รักความเร็ว ในราคาจับต้องได้ โดยมีให้เลือกถึง 6 รุ่น โดยเฉพาะ Audi RS 4 Avant และ Audi RS 6 Avant ที่ลูกค้าเห็นชัดเจนว่าเมื่อเทียบราคากับแรงม้าแล้วถือว่าทั้งสองรุ่นคือ Super Cars ในราคาจับต้องได้จริงๆ

นอกจากนี้กลยุทธ์ Product Offensive มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า และทำให้ลูกค้าเห็นถึงความแตกต่าง ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ความปลอดภัย และดีไซน์ อันเป็นจุดเด่นของอาวดี้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะ quattro ที่ทำให้พรีเมียมเอสยูวี สุดหรู เหนือระดับ อย่าง Audi Q7 และ Audi Q5 มียอดขายดีต่อเนื่อง
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ อาวดี้ ประเทศไทย เติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นผลมาจากกลยุทธ์เขย่าพอร์ต เพื่อให้ Audi เป็นรถที่ Attractive & Affordable เปลี่ยนภาพจำของลูกค้า จาก Audi เป็นรถหรู นำเข้า ราคาแพง จับต้องยาก เป็น Audi รถหรู นำเข้า คุณภาพดี สวย แต่ซื้อไหว ซึ่งอาวดี้ได้มีการขยับปรับพอร์ตทันที นำเข้ารถที่มีราคาจับต้องได้เข้ามาจำหน่ายเพิ่ม ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลาย และสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างลงตัว
“กลยุทธ์นี้สร้างความสำเร็จให้อาวดี้อย่างมาก โดยปัจจุบันรถในกลุ่มที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เช่น Audi Q3 และ Audi A5 มียอดขายรวมถึง 50% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด ขณะที่รถในกลุ่มที่มีราคาเกิน 5 ล้านบาท ขึ้นไป รวมรถในตระกูล RS ก็มียอดขายดีต่อเนื่อง โดยในปีนี้มียอดจองรถที่มีราคาเกิน 5 ล้านบาท ในสัดส่วนที่มากถึง 34%”
ปัจจัยที่สร้างความแข็งแกร่งสุดๆ ให้กับแบรนด์อาวดี้และขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างไม่ยากนัก คือ กลยุทธ์ After Sale นำ Sale ซึ่งอาวดี้ให้ความสำคัญตั้งแต่วันแรก โดยมีการทุ่มงบประมาณไปแล้วรวมกว่า 300 ล้านบาท ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน คลังอะไหล่ ศูนย์ตรวจสอบรถยนต์ก่อนส่งมอบ ระบบการจัดการ เทคโนโลยี เครื่องมือ การบริหารจัดการ และการฝึกอบรมเสริมสร้างทักษะ ทีมช่าง และบุคลากร เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการหลังการขายให้ได้มาตรฐานสากล รองรับและสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ไปพร้อมๆ กัน รวมถึงทีมช่างฝีมือไว้รองรับการบริการ เช่น การซ่อมบำรุงยนตรกรรมไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีการขยายเครือข่ายโชว์รูมศูนย์บริการออกไปในภูมิภาคต่างๆ เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ยอดขายรถอาวดี้ในจังหวัดอุดร ภูเก็ต พัทยา และฝั่งธน เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย ยังเปิดเผยถึงแผน ทิศทาง และแนวโน้มการเติบโตในปีหน้า ว่า ยังคงมีการทำงานร่วมกับ Audi AG อย่างใกล้ชิด เพื่อนำยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ในปีหน้า อีกประมาณ 10 รุ่น เบื้องต้นที่ยืนยันแล้ว คือ มีรถในตระกูล RS เข้ามาอีก 2-3 รุ่น และจะมีการนำยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง Audi A6 e-tron เข้ามาเปิดตัวเพิ่มอีกแน่นอน ตามนโยบายของบริษัทแม่ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่า Future is Electric
สำหรับโค้งสุดท้ายของปีนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนมาอย่างดี อาวดี้ ประเทศไทย เดินหน้าเสนอ Motor Expo Campaign ก่อนใคร ด้วยแคมเปญพิเศษสุดท้ายปลายปี ก่อนปรับราคาขึ้น โดยลูกค้าสามารถเลือกระหว่างประกันภัยชั้น 1 ฟรี สูงสุด 3 ปี หรือ ดอกเบี้ย 0%
ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car
อยากให้มาไทย!! ชมคันจริง New Honda Freed ส่งตรงจาก Tokyo motor show 2019
- โดย : Autodeft
- 23 ต.ค. 62 00:00
- 42,398 อ่าน
https://www.facebook.com/v15.0/plugins/share_button.php?app_id=114827815277178&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Df4fe6d149382e8cc8%26domain%3Dwww.autodeft.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.autodeft.com%252Ffe7941b63aec604a0%26relation%3Dparent.parent&container_width=78&href=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdeftreport%2Fhonda-freed-facelift-mpv-launch-official-tokyo-motor-show-2019&layout=button_count&locale=en_US&sdk=joey
https://platform.twitter.com/widgets/tweet_button.2f70fb173b9000da126c79afe2098f02.th.html#dnt=false&id=twitter-widget-0&lang=th&original_referer=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdeftreport%2Fhonda-freed-facelift-mpv-launch-official-tokyo-motor-show-2019&size=m&text=%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2!!%20%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%20New%20Honda%20Freed%20%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%20Tokyo%20motor%20show%202019%20%7C%20AUTODEFT%20%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%20%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%96%20%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%20%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%88&time=1760518260678&type=share&url=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdeftreport%2Fhonda-freed-facelift-mpv-launch-official-tokyo-motor-show-2019
4 ปีของการทำตลาดรถครอบครัวอย่าง Honda Freed เจเนอเรชั่นที่ 2 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมและกลายเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลายรูปแบบและนิยมกันในประเทศญี่ปุ่น และบางประเทศที่เข้าจำหน่าย

ล่าสุด ฮอนด้า จับมาปรับโฉมให้หล่อขึ้น เริ่มที่ฝากระโปรงหน้าออกแบบใหม่รับกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้า LED กันชนหน้าใหม่พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ล้ออัลลอยลายทูโทนขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/65 R15 ด้านท้ายยังคงเดิม นอกจากนี้ยังแนะนำรุ่นใหม่ Crosstar เติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ด้วยความสนุกสนานและสมรรถนะที่ทรงพลังในสไตล์ครอสโอเวอร์ด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน พร้อมราวหลังคาดีไซน์เฉียบ


ภายในยังคงสไตล์ 6 หรือ 7 ที่นั่ง (รุ่น Freed) และรุ่น 2 ตอน 5 ที่นั่ง (รุ่น Freed พร้อมเบาะตอน 2 สามารถปรับเลื่อนได้ 360 มม. มากกว่ารุ่นเดิม 120 มม. สามารถพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนสัมภาระ ทั้งตอน 2 และตอน 3 รวมถึง รุ่น 5 ที่นั่ง สามารถพับแยกแบบ 60/40 ได้ ที่มีพื้นที่บรรทุกของมากขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมการตกแต่งใหม่ เน้นให้ผู้ใช้รับรู้การทำงานได้ง่าย


ขุมพลังเจ้าเอ็มพีวี ปรับโฉมยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน I-VTEC Direct Injection 1.5 ลิตร รหัส L15 B 129แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 153 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT กับเครื่องยนต์เบนซิน I-VTEC Atkinson-cycle 1.5 ลิตร รหัส LEB-H1 ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 134 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ในภาคเครื่องยนต์จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 29.5 แรงม้า แรงบิด160นิวตันเมตร และระบบแบตเตอรี่แบบ ithium-ion battery พร้อมให้กำลังรวมสูงถึง 137 แรงม้า จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ทั้งสองขนาดความแรงเลือกได้ทั้งแบบรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้ากับขับเคลื่อน 4 ล้อ
ทุกรุ่นติดตั้งระบบ Honda Sensing ทั้ง ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS), ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW) ,ระบบเตือนการชนด้านหน้ากับตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS) and Forward Collision Warning (FCW) ,ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) ใหม่เพิ่มระบบป้องกันการถอยหลังโดยไม่ตั้งใจ และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน


Honda Freed รุ่นปรับโฉมมีทั้งหมด 20 รุ่นย่อย ในราคาเริ่มต้น 1,997,600 – 3,040,400 yen หรือราว 559,000 – 850,000 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้าของเมืองไทย)

