All New SsangYong Rexton ที่สุดอเนกประสงค์หรูสุด เด่นสุดจากแดนกิมจิ
- โดย : Autodeft
- 31 มี.ค. 60 00:00
- 8,463 อ่าน
ไม่คิดไม่ฝันว่า SsangYong เอาจริงกับตลาดรถอเนกประสงค์ ด้วยการถ่ายทอด เทคโนโลยี ดีไซน์ รูปแบบใหม่ ลงในรถทกรุ่นที่จำหน่ายจนได้เสียงตอบรับอย่างดียิ่งเรื่อยๆ
ล่าสุดอเนกประสงค์รุ่นใหญ่อย่าง SsangYong Rexton ได้เผยโฉมเจนสี่ อย่างเป็นทางการและสานต่อความเกรียงไกรจากเจนแรก ที่ลากขายมานานถึง 16 ปี ด้วยการนำต้นแบบ LIV-2 Concept มาขัดเกลา พัฒนาดีไซน์ภายใต้โครงการ Y400 จนออกมาเป็น รถที่ให้ความหรูคู่ความลุยในคันเดียวกัน ออกแบบเทียบชั้น แบรนด์ดังหัวกะทิตั้งแต่กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม พร้อมไฟหน้า Projector และ LED ที่อยู่ในโคมเดียวกันช่วยให้ตัวรถดูดขึ้น พร้อมไฟตัดหมอกทรงแนวนนอนประทับไว้ในกันชนหน้าทรงสปอร์ต มิติตัวรถที่ใหญ่ขึ้น ด้วยความยาว 4,850 มม. ความกว้าง 1,920 มม. ความสูง 1,800 มม. และฐานล้อ 2,865 มม.

โดดเด่นด้วยภายใน 7 ที่นั่ง ที่ใหญ่โตเช่นเดิมพร้อมออพชั่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ infotainment พร้อมจอสัมผัสความละเอียดสูง HD ขนาด 9.2 นิ้ว รองรับทั้ง Apple Carplay และ Android Auto พร้อมระบบ device mirroring สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ Smart Phone พร้อมกล้องรอบคัน 3D Around View Monitoring (AVM) ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ 220V/115V ประตูท้ายเปิดอัตโนมัติ smart tailgate
ขุมพลังเลือกได้ทั้งจะมีให้เลือกทั้งเครื่องดีเซลเทอร์โบ E-XDi 2.2 ลิตร 181 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7-สปีด จาก Mercedes-Benz และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 224 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ธรรมดา และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ All-wheel drive
พร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ Quad-Frame body structure โดยใช้วัสดุโลหะ 1.5 Gpa เสริมความแข็งแกร่งให้ตัวรถมากขึ้นทนต่อทุกการใช้งาน นอกจากนี้ยังใช้เหล็กกล้า advanced high strength steel (AHSS) ที่มีความแข็งแรงมากถึง 63 % เพื่อทนต่อการบิดตัวและยังทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิม พร้อมความปลอดภัยทั้ง ถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 จุด ระบบ Autonomous Emergency Braking ระบบ Lane Change Assist ระบบ Rear Cross Traffic Alert และระบบ Blind Spot Detection การจำหน่ายจะบุกตลาดเกาหลีบ้านเกิด ช่วงครึ่งปีแรกนี้ และส่งจำหน่ายไปยังตลาดโลกก่อนสิ้นปี 2017 ส่วนเมืองไทยมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าจำหน่าย


ที่มา Themotorreport
10 อันดับ รถ 5 ประตู ยี่ห้อไหนดี ปี 2025 เครื่องยนต์ดี ประหยัดน้ำมัน
รถยนต์ 5 ประตูเป็นรถยนต์ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ท้ายตัดอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมาพร้อมกับประตูหลังที่เปิดออกได้ ทำให้คุณมีพื้นที่ด้านหลังกว้างขวาง เพื่อจัดเก็บสัมภาระได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริเวณห้องผู้โดยสารแถวหลังก็มีเพดานค่อนข้างสูง จึงมอบความรู้สึกโปร่งสบายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม รถยนต์ 5 ประตูแต่ละยี่ห้อก็มีสมรรถนะในการขับขี่และฟังก์ชันอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป คุณจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุดค่ะ
ในบทความนี้ เราขอพาทุกคนมารู้จักกับวิธีการเลือกรถยนต์ 5 ประตูให้ตรงกับความต้องการของคุณ พร้อมทั้งแนะนำ 10 อันดับ รถยนต์ 5 ประตูยอดนิยม ซึ่งก็มีทั้งรถยนต์ 5 ประตูแบบ Hatchback และรถยนต์ 5 ประตูแบบ SUV ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีรถยนต์ 5 ประตูแบบ Eco Car ที่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากประหยัดน้ำมันด้วย โดยทางทีมงานได้ตั้งใจคัดสรรมาจากหลายแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น TOYOTA, HONDA, MAZDA และอื่น ๆ อีกมากมาย
อัปเดตล่าสุดเมื่อ 17/03/2023รีวิวและการจัดลำดับสินค้าของเราเป็นไปอย่างอิสระ โดยไม่ได้รับอิทธิพลจากการสนับสนุนของแบรนด์หรือการจ่ายเงินเพื่อโปรโมตสินค้าแต่อย่างใด แต่หากคุณเลือกซื้อสินค้าผ่านลิงก์ของเรา ทางเว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการซื้อดังกล่าว นโยบายกองบรรณาธิการ
Top 5 รถยนต์ 5 ประตู ยอดนิยม
1
TOYOTA
รถยนต์ 5 ประตุ รุ่น Veloz

รถครอบครัวที่เน้นความคุ้มค่าของค่ายรถใหญ่ในราคาที่เอื้อมถึง
2
MAZDA
รถยนต์ 5 ประตู รุ่น CX-30

ดีไซน์เรียบง่าย มีเทคโนโลยียานยนต์และความปลอดภัยที่ล้ำสมัย
3
HONDA
รถยนต์ 5 ประตู รุ่น City Hatchback

ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ขับขี่เร้าใจด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ ฟังก์ชันครบครัน
4
Nissan
รถยนต์ 5 ประตู รุ่น KICKS e-POWER

รถไฮบริดที่ให้การขับขี่แบบรถไฟฟ้า เปิดประสบการณ์ขับขี่ใหม่
5
SUZUKI
รถยนต์ 5 ประตู รุ่น Swift

ขับขี่คล่องตัว เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยครบ

มายเบสท์ เว็บไซต์แนะนำสินค้าที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 4 ล้านคนต่อเดือน หัวใจของภารกิจของเราคือ ความมุ่งมั่นที่จะให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือได้ เราได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในหมวดหมู่สินค้าที่หลากหลาย การเดินทางของเราเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่เรียบง่าย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือได้ และใช้งานได้จริง เราเข้าใจดีว่า การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีความต้องการที่แตกต่างกัน นั่นเป็นเหตุผลที่เราทุ่มเทในการนำเสนอคำแนะนำที่ชัดเจน กระชับ มีการวิจัยมาเป็นอย่างดี และตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ ทีมงานของเราประกอบด้วยบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในหมวดหมู่ต่าง ๆ เจาะลึกลงไปในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท นำเสนอข้อมูลเชิงลึก เราเชื่อในพลังของวิธีการเลือกสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วน เราเป็นมากกว่าเว็บไซต์ เราเป็นชุมชนของบุคคลที่มีความกระตือรือร้นซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพในการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยทำให้โลกของการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นประสบการณ์ที่ง่ายและสนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest
…อ่านต่อ
สารบัญ
- Why You Can Trust Us
- วิธีการเลือกรถยนต์ 5 ประตู1เลือกรถยนต์ 5 ประตูตามการใช้งาน2เลือกรถยนต์ 5 ประตูตามสมรรถนะและความปลอดภัย3เลือกรถยนต์ 5 ประตูแบบ Eco Car เพื่อประหยัดน้ำมัน
- 10 อันดับ รถ 5 ประตู ยี่ห้อไหนดี เครื่องยนต์ดี ประหยัดน้ำมันNo. 1TOYOTA | รถยนต์ 5 ประตุ รุ่น VelozNo. 2MAZDA | รถยนต์ 5 ประตู รุ่น CX-30No. 3HONDA | รถยนต์ 5 ประตู รุ่น City HatchbackNo. 4Nissan | รถยนต์ 5 ประตู รุ่น KICKS e-POWERNo. 5SUZUKI | รถยนต์ 5 ประตู รุ่น Swiftอื่น ๆ จำนวน 5 รายการ
- บทส่งท้าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
วิธีการเลือกรถยนต์ 5 ประตู
การเลือกรถยนต์ 5 ประตูสักหนึ่งคันนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เราขอแนะนำให้คุณเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด โดยคุณสามารถพิจารณาตามเคล็ดลับง่าย ๆ ที่เรานำมาฝาก ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
1
เลือกรถยนต์ 5 ประตูตามการใช้งาน
โดยทั่วไปรถยนต์ 5 ประตูสามารถออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Hatchback และ SUV ซึ่งรถยนต์แต่ละประเภทก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนั้น คุณจึงควรเลือกให้ตอบโจทย์กับการใช้งานและ Lifestyle ของคุณค่ะ
รถยนต์ 5 ประตูแบบ Hatchback สำหรับขับขี่ทั่วไป
เริ่มต้นที่ประเภทแรกคือ รถยนต์ 5 ประตูแบบ Hatchback ซึ่งมองเผิน ๆ แล้วจะค่อนข้างคล้ายกับรถเก๋ง (Sedan) 4 ประตู แต่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คือ ตอนท้ายแบบตัดสั้นเช่นเดียวกับรถตู้ และมีประตูด้านหลังที่เปิดออกได้ เพื่อใช้จัดเก็บสัมภาระต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเบาะด้านหลังยังมีฟังก์ชันพับได้ คุณจึงเลือกปรับเปลี่ยนได้เหมาะกับการใช้งาน หากคุณกำลังมองหารถขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูงสำหรับขับขี่ทั่วไปอย่างการใช้งานในเขตเมือง รถยนต์ 5 ประตูแบบ Hatchback เป็นทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ
รถยนต์ 5 ประตูแบบ SUV ยกสูง สำหรับสายลุย
สำหรับรถยนต์ 5 ประตูแบบ SUV (Sports Utility Vehicle) หรือรถอเนกประสงค์ ซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกขนาดใหญ่ ตัวถังยกสูงกว่าแบบ Hatchback ส่วนภายในห้องโดยสารก็มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้างขวาง มอบความโปร่งสบาย โดยทั่วไปจะมี 5 ที่นั่ง หรือบางยี่ห้ออาจมี 7 ที่นั่งก็ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสมรรถนะในการขับขี่สูง มาพร้อมเครื่องยนต์ทรงพลัง จึงเหมาะกับการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่หลากหลายหรือการเดินทางไกล หากใครที่เป็นสายลุยแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดรถยนต์ 5 ประตูแบบ SUV เลยนะคะ
2
เลือกรถยนต์ 5 ประตูตามสมรรถนะและความปลอดภัย
นอกจากการเลือกรถยนต์ 5 ประตูตามการใช้งานแล้ว คุณสามารถพิจารณาตามสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัยได้อีกด้วย โดยเริ่มจากประเภทของเครื่องยนต์ ซึ่งมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล รวมถึงระบบส่งกำลังหรือเกียร์ ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ไปจนถึงกำลังสูงสุดด้วย ส่วนอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามก็คือ ระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น ถุงลมนิรภัย, ระบบ Adaptive Cruise Control ที่ช่วยควบคุมรถแบบอัจฉริยะ, กล้องมองถอยหลัง และกล้องมองภาพรอบทิศทาง เป็นต้น
3
เลือกรถยนต์ 5 ประตูแบบ Eco Car เพื่อประหยัดน้ำมัน
หากคุณกังวลกับค่าใช้จ่ายจากการเติมน้ำมันแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำรถยนต์ 5 ประตูแบบ Eco Car (Ecology Car) หรือรถยนต์รักษาสิ่งแวดล้อมเลยค่ะ ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้กำหนดไว้ ดังนี้
- Eco Car Phase 1 ต้องมีเครื่องยนต์เบนซินไม่เกิน 1,300 CC ส่วนเครื่องดีเซลไม่ต้องไม่เกิน 1,400 CC มีอัตราสิ้นเปลืองไม่ต่ำกว่า 20 KM/L และผ่านมาตรฐานเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ EURO4
- Eco Car Phase 2 ต้องเป็นเครื่องยนต์เบนซินไม่เกิน 1,300 CC ส่วนเครื่องดีเซลไม่เกิน 1,500 CC มีอัตราสิ้นเปลืองไม่ต่ำกว่า 23.25 KM/L ผ่านมาตรฐาน EURO5 และต้องติดตั้งระบบความปลอดภัยอย่าง ABS และระบบควบคุมการทรงตัวทุกรุ่นด้วย
นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว รถยนต์ Eco Car ยังเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย จึงไม่แปลกใจที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถระยะใกล้หรือภายในเขตเมืองค่ะ
![[ครบชุด] T1610028 คนจนสอนคนรวย Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-727.png)
![[ครบชุด] T1610029 เจ าหน ตกอ Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-717.png)