• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2510051 เจ าหน ตกอ Ep.2

admin79 by admin79
October 25, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2510051 เจ าหน ตกอ Ep.2

ตำนานบทใหม่บนท้องถนนไทย: Lamborghini Temerario 2025 กำเนิดสุดยอด HPEV 920 แรงม้า ที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด

ในโลกที่ความเร็วไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวในการวัดสมรรถนะ แต่ความยั่งยืนกลับเข้ามามีบทบาทสำคัญ มหาเทพกระทิงดุจาก Sant’Agata Bolognese ได้ฤกษ์เปิดตัวทายาทผู้สานต่อจิตวิญญาณแห่งความเร้าใจอย่าง Lamborghini Temerario 2025 ยานยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียง Supercar แต่คือการปฏิวัติวงการ สู่ยุคสมัยแห่ง High Performance Electrified Vehicle (HPEV) อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 23,760,000 บาท ผ่านการนำเข้าและจัดจำหน่ายโดย เรนาสโซ มอเตอร์ (Renazzo Motor) ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหนึ่งเดียวในประเทศไทย นับเป็นการประกาศยุคใหม่ที่พลังดิบผสานกับเทคโนโลยีไฟฟ้าอย่างไร้รอยต่อ ชวนให้เราผู้หลงใหลในยนตรกรรมสมรรถนะสูงต้องมาสำรวจเจาะลึกถึงหัวใจของกระทิงหนุ่มสุดดุดันคันนี้

แก่นแท้แห่งขุมพลัง: V8 Twin-Turbo Hybrid 920 แรงม้า บทเพลงแห่งอนาคต

Temerario ไม่ได้เป็นแค่เพียงชื่อใหม่ที่มาแทนที่ Huracán แต่คือวิศวกรรมที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ทั้งหมด หัวใจของมันคือเครื่องยนต์ L411 ซึ่งเป็นรหัสใหม่ล่าสุดสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน V8 แบบ “Hot V” 90 องศา ขนาด 4.0 ลิตร (3,995.2 ซีซี) ที่ได้รับการออกแบบให้มีกระบอกสูบ x ช่วงชัก 90 x 78.5 มิลลิเมตร และอัตราส่วนกำลังอัด 9.3 : 1 ขุมพลังนี้ทำงานร่วมกับระบบอัดอากาศ Bi-Turbo ที่สามารถสร้างแรงดันบูสท์สูงสุดถึง 36 psi พลังที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์สันดาปภายในนี้มหัศจรรย์อย่างยิ่ง สามารถผลิตกำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์สูงถึง 9,000 – 9,750 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดมหาศาล 730 นิวตันเมตร ในช่วง 4,000 – 7,000 รอบ/นาที สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lamborghini ในการผลักดันขีดจำกัดของเครื่องยนต์ V8 ให้ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน

แต่ความเร้าใจยังไม่จบเพียงแค่นั้น Temerario ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยของ HPEV อย่างแท้จริง ด้วยระบบ Plug-in Hybrid ที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว มอเตอร์ตัวแรกถูกติดตั้งในตำแหน่ง P1 ซึ่งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์ V8 และกระปุกเกียร์ ทำหน้าที่สร้างกำลังเสริมสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดเหลือเชื่อถึง 1,075 นิวตันเมตร ถัดมาคือมอเตอร์ไฟฟ้าอีกสองตัวที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเพลาหน้าในรูปแบบ e-Axle ซึ่งจะเข้ามาทำงานเมื่อต้องการใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์คู่นี้สามารถสร้างกำลังรวมสูงสุดได้ถึง 300 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 2,150 นิวตันเมตร เมื่อรวมพลังทั้งหมดเข้าด้วยกัน เครื่องยนต์ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสามตัวจะหลอมรวมกันเป็นพลังขับเคลื่อนสูงสุดถึง 920 แรงม้า ณ รอบเครื่องยนต์ 9,000 – 9,750 รอบ/นาที นี่คือตัวเลขที่บ่งบอกถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด

ระบบกักเก็บพลังงานของ Temerario มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 3.8 kWh ซึ่งรองรับการอัดประจุด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 7 kW ทำให้สามารถชาร์จจาก 0-10% ได้ภายใน 30 นาที เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างพลังไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืนและการตอบสนองที่ฉับไว ระบบส่งกำลังถ่ายทอดสู่ล้อทั้งสี่ผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD และเกียร์อัตโนมัติ AMT Dual Clutch 8 จังหวะ (DCT) ซึ่งเป็นชุดเกียร์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบากว่าเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดของรุ่น Huracán อย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้น เกียร์ DCT ใหม่นี้ยังสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วกว่า มีขนาดกะทัดรัดเป็นพิเศษ ด้วยความยาวเพียง 560 มม. กว้าง 750 มม. และสูง 580 มม. ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดพื้นที่ติดตั้งได้อย่างมาก

สิ่งที่ทำให้ Temerario เหนือกว่า Supercar ทั่วไป คือโหมดการขับขี่แบบ Hybrid ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ประกอบด้วย Recharge, Hybrid และ Performance ซึ่งสามารถเลือกปรับใช้ร่วมกับโหมดเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini อย่าง Città (City), Strada, Sport และ Corsa การปรับตั้งค่าทั้งหมดสามารถทำได้ผ่านโรเตอร์สองตัวบนพวงมาลัยที่ออกแบบใหม่ ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับตั้งค่าไดนามิกได้มากถึง 13 รูปแบบ เพื่อให้ Temerario แสดงบุคลิกและศักยภาพที่แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ สภาพพื้นผิวถนน หรือแม้กระทั่งบนสนามแข่งขัน ราวกับว่าคุณกำลังควบคุมสัตว์ร้ายที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ตามใจนึก นี่คือความอัจฉริยะที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสุดล้ำและสัญชาตญาณดิบของการขับขี่

ทะยานสู่พิกัดความเร็ว: ตัวเลขสมรรถนะที่น่าทึ่ง

ในฐานะ Supercar แห่งยุค 2025 Temerario ไม่ได้มีดีแค่พลังงานทางเลือก แต่ตัวเลขสมรรถนะยังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ภายในเวลาเพียง 2.7 วินาที ซึ่งเร็วกว่า Huracán Tecnica ที่ทำได้ 3.2 วินาทีอย่างเห็นได้ชัด และความเร็วสูงสุด Top Speed ก็ทะยานไปได้ถึง 343 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (เทียบกับ Huracán Tecnica ที่ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า Temerario คือผู้นำด้านประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ท้าทายทุกคำจำกัดความของความเร็ว

แน่นอนว่าพลังมหาศาลย่อมมาพร้อมกับระบบหยุดยั้งที่ทรงประสิทธิภาพ Temerario มาพร้อมระบบห้ามล้อ Carbon Ceramic Brakes Plus (CCB Plus) จานเบรกคู่หน้ามีขนาดใหญ่ถึง 410 x 38 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์แบบ Fixed Monoblock 10 พอต ส่วนจานเบรกคู่หลังมีขนาด 390 x 32 มิลลิเมตร จับคู่กับคาลิเปอร์แบบ Fixed Monoblock 4 พอต ยาง Bridgestone Potenza Sport แบบ Run-Flat ขนาด 255/35 ZR20 สำหรับล้อหน้า และ 325/30 ZR21 สำหรับล้อหลัง เป็นตัวช่วยสร้างแรงเสียดทานสูงสุดกับพื้นถนน เพื่อให้การควบคุมเป็นไปอย่างมั่นใจ ด้วยระบบเบรกขั้นสุดนี้ Temerario จึงสามารถหยุดรถจากความเร็ว 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในระยะทางเพียง 32 เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจและมอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่

พลิกโฉมหลักอากาศพลศาสตร์: ทุกเส้นสายล้วนมีเหตุผล

การออกแบบของ Temerario ไม่ได้เป็นเพียงความสวยงาม แต่คือการรังสรรค์ที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ในทุกมิติ เพื่อสร้างสมรรถนะสูงสุด ทุกองค์ประกอบถูกคิดค้นมาอย่างพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่ดวงไฟหกเหลี่ยมแบบ DRL ที่ไม่ได้มีแค่ความโดดเด่น แต่ยังมีช่องลมเข้าและแผงปรับทางลมที่ทำหน้าที่นำกระแสลมจากกันชนไปยังหม้อน้ำด้านข้างอย่างมีประสิทธิภาพ ครีบกระจังหน้าบนซุ้มล้อช่วยถ่ายเทอากาศให้ไหลไปยังด้านนอกของล้อ ลดการเกิด Air Turbulence พร้อมมอบผลลัพธ์สองประการในเวลาเดียวกัน กระจกมองข้างก็ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อลดแรงต้านและช่วยนำอากาศไปยังหม้อน้ำด้านข้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้กับชิ้นส่วนกลไกต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่วนท้องรถเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ ด้วยการติดตั้งระบบอัดเรียงอากาศที่ช่วยเพิ่มแรงอากาศพลศาสตร์บริเวณส่วนท้ายรถ และเสริมการทำงานของดิฟฟิวเซอร์ซึ่งมีพื้นที่ผิวที่มากขึ้นถึง 70% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Huracán EVO แถมยังมีมุมที่เพิ่มขึ้น 4 องศา จึงช่วยเพิ่มการสกัดลมแนวตั้งจากด้านล่างได้มากขึ้นอย่างมหาศาล การออกแบบเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ Temerario เฉือนอากาศได้อย่างหมดจดและยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงในทุกย่านความเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุด Temerario ยังมีแพ็คเกจเสริม “Alleggerita” ซึ่งหมายถึง “วัสดุน้ำหนักเบา” ซึ่งสามารถลดน้ำหนักรถลงได้ถึง 12.65 กิโลกรัม หากนับรวมส่วนประกอบต่างๆ ของตัวรถเพียงอย่างเดียว และจะสามารถลดลงได้มากกว่า 25 กิโลกรัม หากเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในน้ำหนักเบาและขอบล้อคาร์บอน แพ็กเกจ Alleggerita นี้ประกอบด้วยสปลิตเตอร์ที่ทำจากโพลีเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ CFRP (-0.19 กิโลกรัม) แผงใต้ท้องรถคาร์บอนไฟเบอร์รีไซเคิล (-0.55 กิโลกรัม) สเกิร์ตข้างแบบใหม่ที่ใช้วัสดุ CFRP ช่วยลดน้ำหนักได้อีก 0.6 กิโลกรัม เช่นเดียวกับฝากระโปรงหลัง (-9.2 กิโลกรัม) และแผงสำหรับติดตั้งสปอยเลอร์รับน้ำหนัก (-1.6 กิโลกรัม) ทุกชิ้นส่วนถูกออกแบบมาเพื่อความเบาและแข็งแกร่งสูงสุด เพื่อให้คุณสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

โครงสร้างและตัวถัง: รากฐานแห่งความแข็งแกร่งและคล่องตัว

โครงสร้างแชสซีของ Temerario ได้รับการออกแบบให้มีความกว้างมากขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ซึ่งกว้างขวางกว่า Huracán อย่างเห็นได้ชัด แชสซีผลิตจากอะลูมิเนียมทั้งหมด โดยใช้วัสดุโลหะผสมที่มีความแข็งแรงสูงชนิดใหม่สำหรับงานหล่อแรงดันสูง เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดความซับซ้อนในเชิงโครงสร้างของสเปซเฟรมและช่วยให้โครงมีน้ำหนักที่เหมาะสม นอกจากนี้ โครงสร้างของ Temerario ยังลดจำนวนรอยเชื่อมลงอย่างมาก โดยความยาวแนวเชื่อมรวมลดลงกว่า 80% เมื่อเปรียบเทียบกับ Huracán ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างมีความแข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เป็นการแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมยานยนต์ที่ก้าวล้ำ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

มิติตัวถังของ Temerario สะท้อนถึงสัดส่วนที่ลงตัวสำหรับ Supercar แห่งยุคสมัยใหม่ มีความยาว 4,706 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,996 มิลลิเมตร (รวมกระจกมองข้าง 2,246 มิลลิเมตร) ความสูง 1,201 มิลลิเมตร ฐานล้อ Wheelbase 2,658 มิลลิเมตร ความกว้างล้อคู่หน้า Front Track 1,722 มิลลิเมตร และความกว้างล้อคู่หลัง Rear Track 1,670 มิลลิเมตร น้ำหนักรถเปล่า Dry Weight อยู่ที่ 1,690 กิโลกรัม โดยมีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า / หลัง อยู่ที่ 43.4% / 56.6% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมต่อการควบคุมและเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

งานดีไซน์ภายนอก: ลายเซ็นหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์

ภายนอกของ Lamborghini Temerario ได้รับการรังสรรค์ขึ้นภายใต้ภาษาการออกแบบใหม่ล่าสุด ที่ยังคงรักษา DNA อันดุดันของ Lamborghini ไว้ได้อย่างครบถ้วน พร้อมกับยกระดับสู่ความล้ำสมัยในสไตล์ยุค 2025 มีการนำเส้นสายทรง 6 เหลี่ยม (Hexagonal) มาใช้ในหลายจุดเพื่อสร้างความโดดเด่นและเป็นที่จดจำในระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นเส้นไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (DRL) ที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นสายบนตัวถังหลัก ช่องรับอากาศด้านข้าง เส้นไฟท้าย และปลายท่อไอเสีย Mitja Borkert หัวหน้าทีมออกแบบของ Lamborghini ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ลายเซ็นไฟหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์นี้ช่วยสร้างการจดจำสำหรับรถ Lamborghini และสามารถระบุได้ชัดเจนในระยะไกล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของ Lamborghini นับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ที่ผสานกับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ทำให้ Temerario เป็น Supercar ที่ไม่เพียงดึงดูดสายตา แต่ยังคงคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม

ห้องโดยสาร: ประสบการณ์นักบินในยุคดิจิทัล

นอกเหนือจากด้านสมรรถนะและการออกแบบภายนอก Temerario ยังได้รับการออกแบบโครงสร้างตัวถังแบบ Spaceframe ให้มีขนาดใหญ่โตขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารอย่างไม่เคยมีมาก่อน พื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มขึ้น 34 มิลลิเมตร และพื้นที่วางขาเพิ่มขึ้น 46 มิลลิเมตร ทำให้ Temerario สามารถรองรับคนขับและผู้โดยสารที่มีความสูงถึง 200 เซนติเมตร ขณะสวมหมวกกันน็อคได้อย่างสบายๆ นี่คือการยกระดับความสะดวกสบายในการใช้งาน Supercar ให้ไปอีกขั้น

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Feel Like a Pilot” ที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังก้าวเข้าสู่ห้องนักบินของเครื่องบินเจ็ตสุดหรู มาพร้อมระบบอินเตอร์เฟส Human Machine Interface (HMI) ที่ออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียด ประกอบด้วยจอแสดงผล 3 ตำแหน่ง ได้แก่ จอบริเวณแผงหน้าปัด ขนาด 12.3 นิ้ว จอแสดงผลกลาง ขนาด 8.4 นิ้ว และจอเสริมสำหรับผู้โดยสาร ขนาด 9.1 นิ้ว สิ่งที่น่าทึ่งคือ จอแสดงผลทั้ง 3 ตำแหน่งนี้ถูกควบคุมโดย “สมองกล” ตัวเดียว ซึ่งใช้ดีไซน์อินเตอร์เฟซแบบเดียวกันทุกจอ ทำให้ผู้ใช้ไม่เกิดความสับสนกับอินเตอร์เฟซบนจอต่างๆ ทั้งในเรื่องสีสัน รูปภาพ และการตอบสนองที่สอดคล้องกัน สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและเป็นหนึ่งเดียว

ระบบอินโฟเทนเมนต์รูปแบบใหม่ของ Temerario มาพร้อมฟังก์ชันที่ช่วยให้นักขับสามารถปรับแต่งและสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่โดยใช้เพียงการลากสองนิ้วไปบนหน้าจอ ผู้ใช้สามารถย้ายเนื้อหาอินโฟเทนเมนต์ไปยังจอต่างๆ ทั้งจอบริเวณแผงหน้าปัดหรือจอฝั่งผู้โดยสาร ด้วยการปัดหน้าจอแบบเดียวกัน นอกจากนี้ ยังสามารถบันทึกฟีเจอร์การใช้งานโปรดได้ เพื่อให้ครั้งต่อไปสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว นี่คือการมอบอำนาจและอิสระในการปรับแต่งการขับขี่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

งานออกแบบพวงมาลัยใหม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปฏิกิริยาระหว่างนักขับกับพวงมาลัยในรถแข่งรุ่น Squadra Corse ซึ่งให้ความรู้สึกราวกับห้องนักบิน อุปกรณ์ควบคุมที่เพิ่มเติมเข้ามาช่วยให้สามารถควบคุมไดนามิกของตัวรถและคำสั่งมัลติมีเดียได้อย่างง่ายดายด้วยการขยับมือเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังมีจอแสดงผลข้อมูลไดนามิกการขับขี่บนฝั่งผู้โดยสาร ให้ความรู้สึกราวกับเป็นนักบินร่วมบนเส้นทางเดียวกัน นี่คือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่กับ Supercar คันโปรดอย่างแท้จริง สะท้อนถึงปรัชญา “การลงทุน Supercar” ที่คุณจะได้รับมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่เหนือระดับ

บทสรุป: ความท้าทายแห่งอนาคตที่จับต้องได้

Lamborghini Temerario 2025 ไม่ได้เป็นเพียง Supercar รุ่นใหม่ แต่คือการประกาศกร้าวถึงทิศทางของแบรนด์ Lamborghini ที่มุ่งมั่นสู่ยุคแห่ง HPEV ด้วยการผสมผสานพลังเบนซิน V8 Twin-Turbo อันดุดันเข้ากับเทคโนโลยี Hybrid อันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยพละกำลังรวม 920 แรงม้า ดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา โครงสร้างที่แข็งแกร่งแต่เบา ห้องโดยสารที่กว้างขวางและทันสมัย พร้อมระบบ HMI ที่ใช้งานง่าย ทำให้ Temerario เป็น Supercar ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในตลาด ณ เวลานี้ และเป็นสุดยอด Supercar ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์สมรรถนะสูงทั่วโลก

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา Supercar แห่งอนาคต ที่ไม่เพียงแค่ให้ความเร็วและแรง แต่ยังตอบโจทย์ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน Lamborghini Temerario 2025 คือคำตอบที่ใช่ที่สุดในปีนี้ การเป็นเจ้าของยานยนต์ระดับตำนานบทใหม่นี้ไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์ แต่คือการลงทุนในประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเหนือใคร สัมผัสประสบการณ์ขับ Lamborghini ที่แตกต่างและเร้าใจยิ่งกว่าที่เคย

อย่ารอช้า! หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่พร้อมจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่ง Supercar และสัมผัสกับพลังขับเคลื่อน 920 แรงม้าอันน่าทึ่งของ Lamborghini Temerario ด้วยตัวคุณเอง ติดต่อ เรนาสโซ มอเตอร์ (Renazzo Motor) ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันนี้ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคตคันนี้ด้วยตาของคุณเอง.

Previous Post

[ครบชุด] T2510042 กรรมกรผ กสด Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2510034 กคนละแม ใครแย กว าก Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2510034 กคนละแม ใครแย กว าก Ep.2

[ครบชุด] T2510034 กคนละแม ใครแย กว าก Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.