• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2510028 กคนละแม ใครแย กว าก Ep.2

admin79 by admin79
October 25, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2510035 รางว ลท ไร งส งคม Ep.2

Lamborghini Temerario: ปฏิวัติวงการซูเปอร์คาร์ PHEV 920 แรงม้า เปิดราคา 23.76 ล้านบาทในไทย พร้อมบุกเบิกยุคใหม่ปี 2025

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมากว่าทศวรรษ ผมขอยืนยันว่ายุคสมัยแห่งซูเปอร์คาร์กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ที่น่าตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และในปี 2025 นี้ ไม่มีรถยนต์รุ่นไหนที่จะสะท้อนภาพอนาคตอันเจิดจรัสนี้ได้ดีเท่ากับ Lamborghini Temerario “กระทิงดุ” สายพันธุ์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คันล่าสุดที่เพิ่งอวดโฉมในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยขุมพลังมหาศาลถึง 920 แรงม้า พร้อมการออกแบบที่หลอมรวมความดุดันเข้ากับนวัตกรรมล้ำยุค Temerario ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานยนต์ แต่คือการประกาศกร้าวถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการซูเปอร์คาร์ระดับโลก

Renazzo Motor ผู้จำหน่าย Lamborghini อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ด้วยการนำเสนอ Temerario สู่สายตาสาธารณชน ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 23.76 ล้านบาท ซูเปอร์สปอร์ตคาร์สัญชาติอิตาลีคันนี้ไม่ได้มาเพื่อแทนที่ แต่มาเพื่อยกระดับมาตรฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านสมรรถนะอันร้อนแรง ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ หรือแม้แต่ความหรูหราที่ผสานกับการเดินทางอย่างมีสุนทรีย์ นี่คือบทสรุปของวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นของ Lamborghini ในการผลักดันขีดจำกัดและสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกของ ซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง

หัวใจกระทิงดุแห่งอนาคต: ขุมพลัง PHEV 920 แรงม้า

การพูดถึง Temerario จะไม่สมบูรณ์หากไม่กล่าวถึงหัวใจหลักที่ทำให้มันโดดเด่นเหนือใคร นั่นคือระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid ที่เป็นการผสมผสานอันลงตัวระหว่างวิศวกรรมเครื่องยนต์สันดาปภายในขั้นสูงและมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่านี่คือทิศทางที่ถูกต้องและจำเป็นสำหรับ ยานยนต์ล้ำสมัยแห่งปี 2025 Lamborghini ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.0 ลิตรบล็อกใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถันเพื่อรีดพละกำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิด 730 นิวตันเมตร โดยที่สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญในการจัดการแรงเฉื่อยของเทอร์โบและสมดุลของเพลาข้อเหวี่ยง

พลังจากเครื่องยนต์ V8 นี้ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Axial flux อีก 3 ตัว โดยสองตัวติดตั้งอยู่ที่เพลาหน้า และอีกหนึ่งตัวถูกรวมเข้ากับชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ผลลัพธ์ที่ได้คือพละกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า ที่ถูกส่งผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) อันชาญฉลาด ทำให้ Temerario สามารถทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 343 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถิติ แต่คือบทพิสูจน์ถึงความสุดยอดของ นวัตกรรมยานยนต์ไฮบริด ที่ผสานการตอบสนองทันทีของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับความเกรี้ยวกราดของเครื่องยนต์ V8 ได้อย่างไร้ที่ติ

ระบบแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 3.8 kWh ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานหนักในสภาวะที่หลากหลาย พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 7 kW ซึ่งไม่เพียงแค่เสริมพละกำลัง แต่ยังช่วยให้ Temerario สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้อย่างเต็มรูปแบบในระยะทางสั้นๆ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองใหญ่หรือเมื่อต้องการลดมลพิษ การที่ Lamborghini PHEV คันนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ทิ้งหัวใจของซูเปอร์คาร์ไป

สุนทรียะแห่งอากาศพลศาสตร์: การออกแบบที่หลอมรวมฟังก์ชันเข้ากับความงาม

ปรัชญาการออกแบบของ Lamborghini Temerario ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสวยงาม แต่คือการหลอมรวมศิลปะเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์อย่างไม่มีที่ติ เพื่อให้บรรลุประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด ทุกเส้นสาย ทุกองค์ประกอบ ล้วนได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างแม่นยำภายใต้เป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ เสถียรภาพที่ระดับความเร็วสูง, การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด

เราจะเห็นได้จากดวงไฟ DRL ทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ด้านหน้าที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ไฟส่องสว่าง แต่ยังมาพร้อมแผงปรับทางลมและช่องรับลมที่ทำหน้าที่ควบคุมกระแสลมเข้าสู่ระบบระบายความร้อนและสร้างแรงกดได้อย่างชาญฉลาด ไปจนถึงอุปกรณ์สร้างการหมุนเวียนของลมใต้ท้องรถ (underbody vortex generators) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนส่งผลให้แรงกดด้านท้ายเพิ่มขึ้นถึง 103% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับ ซูเปอร์คาร์แห่งอนาคต ที่ต้องการเสถียรภาพสูงสุดบนความเร็วสูง

ชุดวัสดุ Alleggerita Pack และช่องกลางหลังคาที่เชื่อมต่อกับสปอยเลอร์หลัง ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการไหลของอากาศให้ดียิ่งขึ้น ลดแรงต้านอากาศ (drag) ในขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกด (downforce) ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ขอบฝากระโปรงเครื่องยนต์ด้านข้างที่มีดีไซน์โค้งมนยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอากาศพลศาสตร์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นี่คือการผสมผสานระหว่างความงามและความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมที่ทำให้ Temerario มีรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบได้

ยึดเกาะทุกพื้นผิว: ระบบช่วงล่าง ล้อ และระบบเบรกเหนือระดับ

เมื่อพละกำลังมหาศาลมาบรรจบกับความเร็วสุดขีด ระบบยึดเกาะถนนและระบบเบรกย่อมต้องแข็งแกร่งและแม่นยำไร้ที่ติ Temerario มาพร้อมล้อ Full Aluminium ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยคู่หน้ามีขนาด 20 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Bridgestone Potenza Sport ขนาด 255/35 ZR20 ส่วนด้านหลังเป็นล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการถ่ายเทกำลังและเสริมการยึดเกาะ หุ้มด้วยยาง Bridgestone Potenza Sport เช่นกัน แต่มีขนาดยางอยู่ที่ 325/30 ZR21 การเลือกใช้ยางสมรรถนะสูงนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lamborghini ในการมอบการควบคุมที่เฉียบคมและมั่นคงในทุกสภาวะ

ระบบเบรกคืออีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สะท้อนถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพขั้นสุด Temerario ติดตั้งคาลิเปอร์เบรกแบบ Fixed Monoblock Aluminum พร้อมจานเบรกคาร์บอนเซรามิก CCB Plus ที่ด้านหน้าถึง 10 พ็อต และด้านหลัง 4 พ็อต เทคโนโลยีเบรกคาร์บอนเซรามิก (CCB Plus) ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่ยอดเยี่ยม ลดระยะเบรกได้อย่างน่าทึ่ง ทนทานต่อความร้อนสูงจากการใช้งานหนัก และมีน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยลดมวลใต้สปริง (unsprung mass) ส่งผลดีต่อการควบคุมและสมรรถนะโดยรวม นี่คือมาตรฐานสูงสุดของ ระบบเบรกซูเปอร์คาร์ ที่เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุม ยานยนต์สมรรถนะสูง ระดับนี้

ในส่วนของมิติตัวถัง Temerario มีความยาว 4,706 มม. ความกว้าง 1,996 มม. ความสูง 1,201 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,658 มม. ด้วยน้ำหนักตัวเพียง 1,690 กก. แสดงให้เห็นถึงการใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างกว้างขวาง ทำให้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม ส่งผลต่อความคล่องตัวและการตอบสนองในการขับขี่ที่เหนือชั้น

ห้องโดยสารนักบิน: การเชื่อมโยงคนกับเครื่องจักรที่สมบูรณ์แบบ

เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Temerario คุณจะสัมผัสได้ถึงแนวคิด “Feel like a pilot” อย่างแท้จริง การออกแบบภายในไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังถูกหลักการยศาสตร์ (ergonomics) อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางและสามารถเข้าถึงทุกฟังก์ชันได้อย่างง่ายดาย วัสดุที่เลือกใช้ล้วนแล้วแต่เป็นพรีเมียมเกรด ทั้งคาร์บอนไฟเบอร์ หนังคุณภาพสูง และไมโครไฟเบอร์ Dinamica Corsatex Suede ที่หุ้มอยู่ทั่วทั้งห้องโดยสาร สะท้อนถึงความประณีตและกลิ่นอายของ รถหรูไฮบริด ระดับโลก

แผงแดชบอร์ดล้ำสมัยมาพร้อมหน้าจอถึง 3 จอ ประกอบด้วย:

แดชบอร์ดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญและปรับเปลี่ยนธีมได้ตามโหมดการขับขี่

จอแสดงผลส่วนกลางแบบแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว: ฝังอยู่บนคอนโซลกลาง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมระบบ Infotainment และฟังก์ชันต่างๆ

หน้าจอสำหรับผู้โดยสารทรงอัลตร้าไวด์ขนาด 9.1 นิ้ว: แสดงข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้โดยสารร่วมสามารถติดตามข้อมูลสำคัญและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างเต็มที่

ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงกล้องติดรถ, ธีมอินเทอร์เฟซที่เปลี่ยนตามโหมดการขับขี่ และฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Telemetry 2.0 ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านทั้งแดชบอร์ดโฉมใหม่และบริเวณเบาะที่นั่ง ฟังก์ชัน Telemetry 2.0 เป็นเครื่องมืออันล้ำค่าสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ในสนามแข่ง ช่วยในการบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลสมรรถนะอย่างละเอียด เพื่อปรับปรุงทักษะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันติดตั้งปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่ ปุ่มฟังก์ชันยกตัวรถ (lift system) ปุ่ม “Race Start” ไฟเลี้ยว และ Launch Control ทุกอย่างถูกจัดวางในตำแหน่งที่แม่นยำเพื่อให้ผู้ขับมีสมาธิกับการขับขี่สูงสุด ไม่ต้องละสายตาจากถนน ช่องระบายอากาศทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ และคอนโซลกลางยังช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นและพัฒนาอย่างรอบด้านสำหรับ รถสปอร์ตไฮบริด คันนี้

นอกจากนี้ Temerario ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Lamborghini Vision Unit (LAVU) ที่สามารถบันทึกวีดิโอด้วยชุดกล้อง Hi-def 3 ตัว ซึ่งมีมุมมอง 3 รูปแบบ คือ ด้านหน้า, ในห้องโดยสารจากฝั่งผู้โดยสาร และจากด้านหลังเหนือไหล่ของผู้ขับ ฟังก์ชันนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกประสบการณ์การขับขี่อันน่าตื่นเต้น หรือใช้ในการวิเคราะห์เส้นทางในสนามแข่ง

อิสระในการควบคุม: โหมดการขับขี่ 13 รูปแบบ เพื่อทุกสถานการณ์

Lamborghini Temerario มอบอิสระในการควบคุมและปรับแต่งประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยโหมดการขับขี่ให้เลือกมากถึง 13 รูปแบบ ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และความเร้าใจบนสนามแข่ง ในฐานะผู้ใช้งาน ซูเปอร์คาร์ V8 มานาน ผมชื่นชมการที่ Lamborghini ให้ความสำคัญกับความหลากหลายในการใช้งานจริง

ผู้ขับสามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบไดนามิกผ่านระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent Management) ของลัมโบร์กินีได้ 5 โหมดหลัก ได้แก่ Città (เมือง), Strada (ถนน), Sport, Corsa (สนามแข่ง) และ Corsa Plus (สนามแข่งขั้นสุด) ซึ่งเลือกปรับได้จากปุ่มที่อยู่บนพวงมาลัย โดยแต่ละโหมดจะปรับการส่งกำลัง, ระบบช่วงล่าง, อากาศพลศาสตร์ และประสิทธิภาพของระบบไฮบริดให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองที่ต้องการความนุ่มนวลไปจนถึงการเร่งเต็มพิกัดบนสนามแข่งที่ต้องการการตอบสนองที่เฉียบคมที่สุด

นอกจากนี้ยังมีโหมดจัดการพลังงานไฮบริดอีก 3 โหมด ได้แก่ Recharge (ชาร์จไฟ), Hybrid (ไฮบริด) และ Performance (สมรรถนะ) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการชาร์จไฟจากแรงเบรก เพื่อให้ผู้ขับสามารถบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าได้อย่างชาญฉลาด

สิ่งที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษคือโหมดใหม่ล่าสุดอย่าง Drift Mode ที่สามารถควบคุมและปรับแรงบิดได้ 3 ระดับ ช่วยให้การควบคุมการหักเลี้ยวแบบโอเวอร์สเตียร์เป็นไปได้อย่างแม่นยำ มอบประสบการณ์ที่ทั้งเร้าใจและควบคุมได้อย่างมั่นใจ นี่คือฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อนักขับผู้มีประสบการณ์ที่ต้องการสัมผัสขีดสุดของ อัตราเร่งซูเปอร์คาร์ และการควบคุมที่เหนือชั้นอย่างแท้จริง

สะท้อนตัวตน: การปรับแต่งเฉพาะบุคคล Ad Personam

Lamborghini Temerario ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือผืนผ้าใบให้เจ้าของสามารถสะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยโปรแกรม Ad Personam ของลัมโบร์กินี ซึ่งเป็นบริการปรับแต่งเฉพาะบุคคลที่เหนือระดับ

สำหรับ Temerario มีให้เลือก 2 สีพิเศษใหม่ ได้แก่ สีฟ้า Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius ที่ไม่เหมือนใคร แต่ถ้าแค่นั้นยังไม่พอ โปรแกรม Ad Personam นำเสนอสีตัวถังกว่า 400 เฉด รวมถึงลวดลายพิเศษที่สามารถออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ยังมีล้อแมกรุ่นใหม่ถึง 3 ดีไซน์และวัสดุที่แตกต่างกัน พร้อมออปชันคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกหลากหลายชิ้นส่วน ไม่ว่าจะต้องการสื่อถึงความสปอร์ตขั้นสุด ความหรูหราสง่างาม หรือการผสมผสานทั้งสองอย่างในแบบเฉพาะตัว ทุกการคัสตอมคือภาพสะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของอย่างแท้จริง ทำให้ Temerario แต่ละคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร นี่คือจุดเด่นของ การปรับแต่งรถยนต์เฉพาะบุคคล ที่มอบให้กับลูกค้า Lamborghini ประเทศไทย

บทสรุปและอนาคตของซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย

Lamborghini Temerario คือการมาถึงของยุคใหม่แห่ง ซูเปอร์คาร์ 2025 ที่ผสานพละกำลังอันมหาศาลเข้ากับเทคโนโลยีไฮบริดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมและการออกแบบ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Lamborghini ในการก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยสมรรถนะ 920 แรงม้า การออกแบบอากาศพลศาสตร์ที่ไร้ที่ติ ห้องโดยสารที่เน้นผู้ขับขี่ และตัวเลือกการปรับแต่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด Temerario พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด รถหรูไฮบริด ของประเทศไทย

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่า Temerario จะสร้างมาตรฐานใหม่และเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการยานยนต์สมรรถนะสูงทั่วโลก นี่คือโอกาสที่คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ เป็นเจ้าของ อนาคตซูเปอร์คาร์ ที่ไม่เหมือนใคร

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสและเป็นเจ้าของสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์แห่งยุคสมัยนี้

เชิญสัมผัสประสบการณ์สุดยอดแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง Lamborghini Temerario ได้ที่ Renazzo Motor ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเปิดประตูสู่โลกแห่งความเร้าใจที่ไม่เหมือนใคร

Previous Post

[ครบชุด] T2510035 รางว ลท ไร งส งคม Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2510047 วช นผ อย Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2510028 กคนละแม ใครแย กว าก Ep.2

[ครบชุด] T2510047 วช นผ อย Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.