• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2810110 กผ วเก าเค าไม Ep.2

admin79 by admin79
October 29, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2810110 กผ วเก าเค าไม Ep.2

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดวิสัยทัศน์แห่งลักชัวรี พร้อมต้อนรับมิตรแท้ “Friend with Benz” สู่จักรวาล AMG และ MANUFAKTUR ที่งาน Motor Show 2025

ในโลกยานยนต์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การสร้างความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างแบรนด์กับลูกค้าคือหัวใจสำคัญที่กำหนดทิศทางของความสำเร็จ และสำหรับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ผู้นำแห่งยนตรกรรมลักชัวรีระดับโลก แนวคิดนี้ได้ถูกหล่อหลอมและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นรากฐานของกลยุทธ์การตลาดอันทรงพลัง “Friend with Benz” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญ หากแต่คือการสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ที่มี “Passion for Benz” ให้มารวมตัวกัน แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษร่วมกันอย่างแท้จริง

ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ฤกษ์เปิดตัววิสัยทัศน์แห่งอนาคต นำเสนอ 3 ยนตรกรรมเพื่อนใหม่จากตระกูล Mercedes-AMG ที่พร้อมจะมาเขย่าวงการ ด้วยสมรรถนะเหนือระดับและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ และ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ นอกจากนี้ ยังเป็นการประเดิมศักราชใหม่ของการปรับแต่งยนตรกรรมหรูแบบเฉพาะบุคคล ด้วยโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ที่จะพลิกโฉมความหมายของคำว่า “สั่งตัด” ให้กับรถยนต์ระดับ Top-End Luxury อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่คือโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบที่จะได้สัมผัสกับนวัตกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ณ บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ใช่แค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำถึงพันธกิจในการสร้าง “ประสบการณ์” และ “ความสัมพันธ์” ที่ยั่งยืนกับลูกค้า การเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง “ผู้ผลิตรถยนต์” สู่การเป็น “ผู้สร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์” และ “ศูนย์รวมของกลุ่มคนที่มีรสนิยมเดียวกัน” สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดลักชัวรีของประเทศไทย ที่ไม่ได้มองหารถยนต์เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ รสนิยม และตัวตนที่แท้จริง

จาก “The Meaning of Benz” สู่ “Friend with Benz”: สานสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงแก่นแท้ของปรัชญาการสร้างแบรนด์ที่น่าสนใจยิ่ง โดยเน้นย้ำว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์และจุดร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้าเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้แบรนด์แตกต่างและโดดเด่นในตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน

หากย้อนกลับไปในงาน Motor Show 2024 แคมเปญ “The Meaning of Benz” ได้สร้างแรงกระเพื่อมทางอารมณ์อย่างมาก ด้วยการชวนคนไทยมาค้นหาความหมายเบื้องหลังชื่อ “เบนซ์” ผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่เข้าถึงจิตใจ ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมและผูกพันกับแบรนด์อย่างลึกซึ้ง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งในการต่อยอดสู่ปี 2025 กับแนวคิด “Friend with Benz” ที่ต้องการสร้างคอมมูนิตี้ให้เมอร์เซเดส-เบนซ์และลูกค้าได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการ ผมมองว่านี่คือการยกระดับกลยุทธ์การตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) ไปอีกขั้น จากเดิมที่เน้นการสื่อสารทางเดียว แบรนด์ได้ปรับเปลี่ยนเป็นการสร้างแพลตฟอร์มให้ลูกค้าได้มีปฏิสัมพันธ์กันเองและกับแบรนด์ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การตลาดดิจิทัลและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” และ “ความเป็นส่วนหนึ่ง” มากกว่าแค่ “การครอบครอง” ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดโอกาสให้ผู้ที่มี “Passion” เดียวกันได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความหลงใหล ถือเป็นการสร้าง “Brand Advocacy” ที่ทรงพลังที่สุด เพราะไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่ลูกค้ากลายเป็นกระบอกเสียงและผู้ส่งต่อเรื่องราวของแบรนด์ด้วยความรู้สึกจากภายใน

MANUFAKTUR Exclusive: ศิลปะแห่งการรังสรรค์ยานยนต์เฉพาะบุคคล

นอกจากการเปิดตัวยนตรกรรม AMG โฉมใหม่แล้ว สิ่งที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือการนำเสนอโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ซึ่ง มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ได้กล่าวถึงว่าเป็น “บรรทัดฐานใหม่” ของการปรับแต่งรถยนต์ระดับลักชัวรีในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “MADE TO MEASURE” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าระดับ Top-End Luxury สามารถรังสรรค์รถยนต์ของตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ในฐานะผู้ที่เข้าใจตลาดลักชัวรีเป็นอย่างดี ผมขอย้ำว่าโปรแกรม MANUFAKTUR ไม่ใช่แค่การเลือกออปชันเพิ่มเติม แต่คือการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไปสู่ “งานศิลปะเฉพาะบุคคล” เปรียบเสมือนการสั่งตัดชุดสูทโอต์กูตูร์ หรือนาฬิกาเรือนเดียวในโลก สำหรับลูกค้าในกลุ่ม S-Class, ไลน์อัพระดับ Flagship ของ Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach รวมถึง G-Class ซึ่งเป็นโมเดลต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR การได้เลือกสีตัวถังกว่า 50 แบบ สีภายในอีกกว่า 20 แบบ หรือแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่สามารถตกแต่งได้รอบคันทั้งภายในและภายนอกตามความต้องการสูงสุด คือการเติมเต็มจินตนาการให้เป็นจริง

ประเด็นที่น่าทึ่งคือ มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ได้เน้นย้ำว่าสำหรับ G-Class ลูกค้าสามารถออกแบบรถยนต์ให้มีความแตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านแบบ ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงขีดสุดของความเป็นไปได้ในการปรับแต่ง และทำให้ G-Class ทุกคันที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนนมี “เอกลักษณ์เฉพาะตัว” ที่สะท้อนถึงเจ้าของรถได้อย่างชัดเจน โปรแกรมนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มมูลค่าให้กับรถยนต์ แต่เป็นการเพิ่ม “คุณค่าทางอารมณ์” และ “ความภาคภูมิใจ” ในการเป็นเจ้าของยนตรกรรมที่ไม่มีใครเหมือน

ในตลาดรถยนต์หรู การสร้างความแตกต่างและความพิเศษเฉพาะบุคคลคือปัจจัยสำคัญในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มบน MANUFAKTUR เข้ามาตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นมากกว่าการซื้อรถยนต์ แต่มันคือการลงทุนใน “ตัวตน” และ “สไตล์” ที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้ ทำให้รถยนต์คันนั้นเป็น “ส่วนขยาย” ของบุคลิกและรสนิยมของเจ้าของอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นคุณค่าที่ประเมินไม่ได้ด้วยราคา

“Friend get Friend”: สิทธิพิเศษแห่งมิตรภาพ

เพื่อตอกย้ำแนวคิดของแคมเปญ “Friend with Benz” ที่ต้องการสร้างคอมมูนิตี้ให้แข็งแกร่ง เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงได้นำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Friend get Friend” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการขยายฐานลูกค้าผ่านเครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนตัว

เงื่อนไขการรับข้อเสนอสุดพิเศษนี้ง่ายดาย เพียงแค่คุณชวนเพื่อนมาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่งาน Motor Show 2025 หรือที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ คุณก็จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่ไม่สามารถหาได้ในช่วงเวลาปกติ โปรโมชั่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแรงจูงใจในการซื้อขาย แต่ยังเป็นการสร้าง “คุณค่าทางสังคม” ให้กับการเป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะมันสะท้อนว่าการเป็น “Friend with Benz” ไม่ได้ให้แค่รถยนต์ แต่ยังให้ “โอกาส” ในการแบ่งปันสิ่งดีๆ กับคนใกล้ชิด และได้รับ “รางวัล” ตอบแทนจากแบรนด์อีกด้วย ถือเป็นการสร้างวงจรแห่งความภักดีและมิตรภาพที่ยั่งยืน

เปิดตัว 3 ยนตรกรรมเพื่อนใหม่จากครอบครัว Mercedes-AMG: พลังที่ไร้ขีดจำกัด

และแน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญที่เหล่าคนรักความแรงเฝ้ารอคอย คือการเปิดตัว 3 ยนตรกรรมใหม่จาก Mercedes-AMG ที่เข้ามาเสริมทัพไลน์อัพ Top-End Luxury ของแบรนด์ให้แข็งแกร่งและหลากหลายยิ่งขึ้น แต่ละรุ่นต่างมีเอกลักษณ์และสมรรถนะที่โดดเด่นสะท้อนปรัชญา “One Man, One Engine” อันเป็นตำนานของ AMG

Mercedes-AMG G 63: ผู้พิชิตเส้นทาง Off-Road เหนือกาลเวลา (ราคาเริ่มต้น 18,800,000 บาท)

ในฐานะผู้ที่ได้สัมผัสและขับขี่ยานยนต์มาหลากหลายรุ่น ผมกล้าพูดได้ว่า Mercedes-AMG G 63 คือหนึ่งในไอคอนที่แท้จริงของวงการยานยนต์โลก มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็น “ตำนานที่มีชีวิต” ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งดุดัน ความหรูหราเหนือระดับ และสมรรถนะที่ไร้ข้อกังขาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

G 63 ใหม่นี้ยังคงรักษาดีเอ็นเอที่เป็นเอกลักษณ์ของ “พี่ใหญ่สายลุย” แห่งตระกูล G-Class แต่ได้รับการยกระดับทั้งขีดความสามารถและความประณีต เครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบและประกอบขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยทีมวิศวกร AMG ภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” คือหัวใจสำคัญที่มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 850 นิวตันเมตร ผสานการทำงานกับเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ลื่นไหลและแม่นยำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4.5 วินาที ซึ่งเป็นอัตราเร่งที่น่าทึ่งสำหรับรถยนต์ในเซกเมนต์นี้

สิ่งที่ทำให้ G 63 เจเนอเรชันนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นคือการผนวกรวมระบบ Mild Hybrid เข้ามา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง แต่ยังช่วยเสริมพลังการออกตัวให้เฉียบคมและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของ Mercedes-Benz ในปี 2025 ที่มุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับความยั่งยืน การที่ G 63 ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์ออฟโรดหรูด้วยราคา Mercedes-AMG G 63 ที่สะท้อนถึงคุณค่าที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องของความหรูหรา แต่เป็นเรื่องของสมรรถนะ ความทนทาน และสถานะทางสังคมที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: สุนทรียะแห่งสปอร์ตเปิดประทุนที่สมบูรณ์แบบ (ราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท)

การกลับมาของ SL (Sport Leicht) ในรูปแบบของ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ คือการประกาศศักดาครั้งสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการนำเสนอ “เพื่อนใหม่สายสปอร์ต” ที่ผสานเสน่ห์ของยนตรกรรมเปิดประทุนสุดหรูเข้ากับความเป็นที่สุดในทุกด้านจาก Mercedes-AMG นี่คือรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเพลิดเพลินไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะบนถนนหลวงหรือในสนามแข่ง

หัวใจหลักของ SL 55 คือเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร อันทรงพลังที่ประกอบขึ้นด้วยมือของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวตามปรัชญา “One Man, One Engine” เช่นกัน ให้พละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความสามารถในการทำความเร็วระดับรถสปอร์ตพันธุ์แท้

นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อนแบบ AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ที่ถูกปรับแต่งมาเป็นพิเศษ ทำให้ SL 55 มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะต้องการความนุ่มนวลในการเดินทาง หรือความดุดันในสนามแข่ง ระบบช่วงล่าง AMG ACTIVE RIDE CONTROL ที่มาพร้อมระบบกันโคลงแบบแอ็คทีฟ ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ Mercedes-AMG SL 55 ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ราคา Mercedes-AMG SL 55 ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในรุ่นเริ่มต้นนี้ ทำให้รถสปอร์ตเปิดประทุนระดับตำนานคันนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาความพิเศษและสมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบได้

Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: ขีดสุดแห่งพลังและความเร้าใจ (ราคาเริ่มต้น 15,900,000 บาท)

สำหรับผู้ที่ต้องการความเร้าใจระดับซูเปอร์คาร์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและความสะดวกสบายในการใช้งาน Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ คือ “เพื่อนใหม่สายทรงพลัง” ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างไร้ที่ติ นี่คือเจนเนอเรชันที่ 2 ของยนตรกรรมตระกูล GT ที่กลับมาเปิดตัวในประเทศไทยภายใต้รหัสตัวถัง C192 ซึ่งได้รับการออกแบบภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” เพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น

เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo และการติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ “hot inside V” ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างพละกำลังได้สูงถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 800 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้คือการบ่งบอกถึงศักยภาพที่แท้จริงของการเป็นยนตรกรรมสมรรถนะสูง ทำให้ Mercedes-AMG GT 63 สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.2 วินาที และทะยานไปได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นอัตราเร่งที่จัดอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

สิ่งที่น่าสนใจคือรถรุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์อย่างละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราการตอบสนองให้ถึงขีดสุด ด้วยการควบคุมระบบอัดอากาศให้เหมาะสมตามสภาวะการขับขี่ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือการปลดปล่อยพลังเต็มพิกัดในสนามแข่ง ฝาครอบเครื่องยนต์ที่ประดับด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบคือสัญลักษณ์ของความพิเศษเฉพาะตัวและงานฝีมือระดับปรมาจารย์ของ AMG ทำให้ Mercedes-AMG GT 63 ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นผลงานทางวิศวกรรมที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ ราคา Mercedes-AMG GT 63 ที่เริ่มต้น 15,900,000 บาท สะท้อนถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและประสบการณ์การขับขี่ที่หาใครเทียบได้ยาก

บทสรุปและคำเชิญชวน

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในแวดวงยานยนต์ลักชัวรีมาอย่างยาวนาน ผมสามารถยืนยันได้ว่าปี 2025 คือปีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์จะยกระดับมาตรฐานของยนตรกรรมและประสบการณ์การเป็นเจ้าของไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่การนำเสนอรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะ แต่ยังเป็นการสร้าง “คุณค่าทางอารมณ์” และ “ความผูกพัน” กับลูกค้าผ่านแนวคิด “Friend with Benz” และโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ที่จะทำให้รถยนต์ของคุณเป็น “หนึ่งเดียวในโลก”

งาน Motor Show 2025 จึงไม่ใช่แค่เพียงงานแสดงรถยนต์ประจำปี แต่เป็นเวทีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เปิดวิสัยทัศน์แห่งอนาคต นำเสนอการผสานรวมระหว่างสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์จาก Mercedes-AMG โปรแกรมการปรับแต่งส่วนบุคคลระดับอัลตราลักชัวรี และการสร้างสรรค์คอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ผมขอเชิญชวนทุกท่านที่มี Passion for Benz ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ลักชัวรีคันแรก หรือผู้ที่ต้องการอัปเกรดประสบการณ์การขับขี่ในระดับสูงสุด ให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ “Friend with Benz” และสัมผัสปรากฏการณ์ยานยนต์ครั้งสำคัญนี้ด้วยตัวคุณเอง

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้พบกับ 3 ยนตรกรรมเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG ได้แก่ Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ และ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ รวมถึงสำรวจความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดกับโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive และรับข้อเสนอสุดพิเศษ “Friend get Friend” และอื่นๆ อีกมากมาย ที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 หรือเยี่ยมชมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250

นี่คือโอกาสของคุณที่จะได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมที่สะท้อนถึงตัวตนและรสนิยมอย่างแท้จริง มาร่วมสร้างประสบการณ์ยานยนต์ระดับลักชัวรีที่เหนือความคาดหมายไปกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว “Friend with Benz” ที่งาน Motor Show 2025 นี้ครับ

Previous Post

[ครบชุด] T2810111 รวยไม จร อย าล มต ว! Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2810097 100เด ยวเล กรา Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2810097 100เด ยวเล กรา Ep.2

[ครบชุด] T2810097 100เด ยวเล กรา Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.