• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0111083 รางว ลท ไร งส งคม Ep.2

admin79 by admin79
October 31, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0111083 รางว ลท ไร งส งคม Ep.2

ย้อนรอยความเร้าใจในยุค 2025: ประสบการณ์สุดพิเศษกับ Aston Martin V12 Vantage S และ Vanquish – เมื่อตำนานเครื่องยนต์ V12 ยังคงก้องกังวานในสนามพีระฯ

ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็วของปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีดิจิทัลสุดล้ำ การได้หวนคืนสู่รากเหง้าของยานยนต์สมรรถนะสูงที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในอันบริสุทธิ์ ถือเป็นโอกาสอันล้ำค่าที่นักเลงรถทุกคนใฝ่หา และในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการรถยนต์สมรรถนะสูงมากว่าทศวรรษ ผมขอยืนยันว่าประสบการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทดลองขับ แต่เป็นการเดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งความดิบดุดันและความหรูหราอันประณีตของสองตำนานจากสหราชอาณาจักร: Aston Martin V12 Vantage S และ Vanquish ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

โลกในวันนี้อาจพูดถึงแต่ค่า Co2 ที่ลดลง หรืออัตราเร่ง 0-100 ในเวลาไม่ถึง 2 วินาทีของรถ EV Supercar แต่สำหรับผู้ที่เคยสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเครื่องยนต์ V12 ที่ส่งเสียงคำรามก้องฟ้า เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในใจเสมอ การได้นำ “modern classics” สองคันนี้กลับมาโลดแล่นบนแทร็กในปี 2025 จึงไม่ใช่แค่การระลึกถึงอดีต แต่เป็นการตอกย้ำว่าบางสิ่งที่ “ดีเยี่ยม” จะยังคงเป็นเช่นนั้นเสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม Aston Martin คือหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่เหนือกาลเวลาได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะรุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็น “ยุคทอง” ของเครื่องยนต์ V12 ที่ยังไม่ถูกบีบรัดด้วยข้อจำกัดด้านมลพิษเท่าปัจจุบัน

ในปี 2025 ตลาดรถยนต์ซูเปอร์คาร์หรูและรถสปอร์ตสมรรถนะสูงได้เข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทว่า Aston Martin V12 Vantage S และ Vanquish จากช่วงกลางทศวรรษ 2010s กลับถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในรถสะสมที่น่าจับตา ด้วยคุณค่าทางวิศวกรรมที่หาได้ยากและเสน่ห์ของเครื่องยนต์ V12 อันเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เครื่องยนต์ V12 ธรรมชาติกำลังกลายเป็นของหายากขึ้นทุกที การสัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนการจิบไวน์วินเทจชั้นเลิศที่ยิ่งนานวันยิ่งมีคุณค่า และสำหรับผมแล้ว นี่คือการกลับมาทบทวนความรู้สึกเดิมๆ ที่ประทับใจไม่รู้ลืม และค้นพบมิติใหม่ๆ ที่น่าประหลาดใจ

V12 Vantage S: บทเพลงแห่งความดุดันที่ไม่เคยจางหาย

Aston Martin V12 Vantage S คันสีเงินวาววามที่จอดสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าในปี 2025 ยังคงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นสุดยอดรถสปอร์ตสมรรถนะสูงสำหรับนักขับขี่สายดิบตัวจริง การออกแบบภายนอกยังคงความดุดันและเน้นฟังก์ชันการใช้งานแบบรถแข่งได้อย่างลงตัว ไม่มีชิ้นส่วนโครเมียมฟุ่มเฟือยให้เห็น มีเพียงกระจังหน้าตาข่ายสีดำที่บ่งบอกถึงการรีดลมเข้าระบายความร้อนเครื่องยนต์ V12 ขนาดมหึมา และช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงหน้าสี่ช่องที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน ล้ออัลลอย Forged สีดำขนาด 19 นิ้วที่รัดด้วยยาง Pirelli P Zero Corsa ก็ยังคงเป็นภาพที่คุ้นตา และตอกย้ำว่านี่คือรถที่ออกแบบมาเพื่อสนามแข่งโดยเฉพาะ

เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ V12 Vantage S ในปี 2025 ความรู้สึก “ดิบ” ก็ยังคงถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจน เบาะนั่งแบบ Sport Bucket Seat หุ้ม Alcantara สลับหนังแท้เย็บด้วยด้ายสีแดงสด ยังคงให้ความกระชับและยึดเหนี่ยวร่างกายผู้ขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะไม่ได้ให้ความนุ่มสบายแบบรถยนต์หรูในยุคปัจจุบัน แต่จุดประสงค์ของมันคือการรองรับแรง G ในโค้งความเร็วสูง ไม่ใช่การเดินทางท่องเที่ยวระยะไกล การออกแบบภายในที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันยังคงน่าประทับใจ พวงมาลัย Alcantara แบบ 3 ก้าน ให้การยึดจับที่มั่นคง และ “เบรกมือ” แบบคันโยกข้างลำตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Aston Martin ยังคงเป็นกิมมิคที่สร้างความแปลกใจและเสน่ห์ให้กับห้องโดยสารนี้ไม่เสื่อมคลาย ผมยังคงต้องเตือนตัวเองให้ปลดเบรกมือที่กลับไปอยู่ในตำแหน่งราบกับเบาะหลังจากดึงขึ้นล็อกทุกครั้ง นี่คือเสน่ห์ที่รถยนต์ยุคใหม่ที่ใช้เบรกมือไฟฟ้าไม่สามารถมอบให้ได้

หัวใจสำคัญของ V12 Vantage S คือเครื่องยนต์ AM28 V12 DOHC 5,935 ซีซี ที่ได้รับการปรับจูนจนให้กำลังสูงสุด 573 แรงม้า ที่ 6,750 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาล 620 นิวตันเมตร ในยุคที่รถยนต์หลายรุ่นหันไปใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ หรือระบบไฮบริด เสียงคำรามอันกึกก้องและธรรมชาติการตอบสนองของเครื่องยนต์ V12 หายใจเองแบบนี้คือ “ของจริง” ที่แท้ทรู ระบบส่งกำลัง Sportshift 3 AMT แบบ 7 จังหวะ แม้จะไม่ได้ราบรื่นเท่าเกียร์ Dual-Clutch หรือเกียร์อัตโนมัติ 8-9 สปีดของรถซูเปอร์คาร์ปี 2025 แต่มันกลับให้ความรู้สึก “ดิบ” และ “มีส่วนร่วม” กับการขับขี่อย่างเต็มที่ ทุกครั้งที่เปลี่ยนเกียร์ แรงกระตุกที่เกิดขึ้นไม่ใช่ข้อด้อย แต่มันคือการประกาศให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงพลังที่ถูกส่งผ่านล้อหลังอย่างตรงไปตรงมา อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่เคยทำได้ใน 3.9 วินาทีจากโรงงาน ยังคงเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ และแม้ในการทดสอบจริงในสภาพอากาศร้อนของไทยในปี 2015 จะได้ตัวเลข 5.65 วินาที แต่แรงดึงที่เกิดขึ้นก็ยังคงกระชากแผ่นหลังให้จมติดเบาะอย่างไร้ความปรานี

การควบคุมรถ V12 Vantage S เปรียบเสมือนการกำราบม้าป่าที่พยศ พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฮดรอลิก มีน้ำหนักที่มากพอจะสื่อสารกับพื้นผิวถนนได้อย่างละเอียดอ่อน ระยะฟรีน้อยมาก และให้ความแม่นยำสูง แม้จะต้องออกแรงหมุนมากกว่ารถยุคใหม่ แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับรถสมรรถนะสูงในสนามแข่ง ระบบกันสะเทือนแบบ Double Wishbone พร้อมโช้คอัพปรับความหนืดได้ 3 ระดับ (Normal, Sport, Track) นั้น “แน่นหนึบ” ทุกโหมด ในโหมด Track นั้นแข็งจนแทบจะรู้สึกถึงทุกรายละเอียดของพื้นผิวถนน แต่ความแข็งนี้แลกมาด้วยการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม และการตอบสนองที่ฉับไว ผมยังคงยืนยันว่า V12 Vantage S ไม่ใช่รถสำหรับผู้เริ่มต้น หากคุณไม่มีประสบการณ์ในการขับรถสปอร์ตมาก่อน คุณอาจรู้สึกว่ามันพร้อมจะ “ดื้อ” กับคุณได้ง่ายกว่าที่คิด แต่สำหรับนักขับที่คุ้นเคยกับความดิบเถื่อน มันคือยาที่กระตุ้นอะดรีนาลีนได้อย่างดีเยี่ยม

ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก 4 ล้อ ขนาดใหญ่ ที่เบากว่าจานเบรกเหล็กถึง 12 กิโลกรัม ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการหยุดยั้งพละกำลังมหาศาลนี้ แม้แป้นเบรกจะค่อนข้างหนักและต้องใช้แรงเหยียบพอสมควร โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนจัด แต่เมื่อถึงจุดทำงาน มันก็ยังคงให้ความมั่นใจในการชะลอความเร็วจากย่านความเร็วสูงได้อย่างยอดเยี่ยม ระบบ DSC (Dynamic Stability Control) ที่สามารถปรับได้ถึง 3 โหมด ตั้งแต่โหมดปกติที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพ ไปจนถึงโหมด Track ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้เล่นกับอาการท้ายปัดได้อย่างอิสระ หรือจะปิดระบบช่วยเหลือทั้งหมดเพื่อแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่ เหล่านี้คือฟีเจอร์ที่ตอกย้ำว่า V12 Vantage S คือรถที่สร้างมาเพื่อ “นักขับ” โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ผู้โดยสารที่ต้องการความสบาย

Vanquish: ความสง่างามที่มาพร้อมกับพละกำลังอันล้ำลึก

หาก V12 Vantage S คือนักแข่งอารมณ์ดิบ Vanquish คันสีแดงเลือดนกที่อยู่ถัดไปในปี 2025 ก็เปรียบเสมือนเจ้าของทีมแข่งผู้สุขุม สง่างาม แต่แฝงไว้ด้วยพละกำลังอันล้ำลึกที่พร้อมจะกำราบทุกสิ่ง การออกแบบภายนอกของ Vanquish ยังคงสะท้อนความหรูหราและสง่างามในสไตล์ Grand Touring ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันได้รับแรงบันดาลใจจาก One-77 ซูเปอร์คาร์ลิมิเต็ดสุดพิเศษ และยังคงความร่วมสมัยได้อย่างน่าทึ่ง โครงสร้างตัวถังอลูมิเนียมผสานกับแผ่นตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน, ประตูแมกนีเซียม และฝากระโปรงหน้าไทเทเนียม ไม่เพียงช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังคงให้ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นที่เหมาะสม ล้ออัลลอย 10 ก้านขนาด 20 นิ้วที่รัดด้วยยาง Pirelli P-Zero ขนาดใหญ่บ่งบอกถึงสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหรูหรานั้น

ภายในห้องโดยสารของ Vanquish ในปี 2025 คือนิยามของ “Luxury Grand Tourer” เบาะนั่ง Comfort Seat หุ้มหนังแท้แบบ Full-Grain ที่ตัดเย็บอย่างประณีต มอบความนุ่มสบายและโอบกระชับที่เหนือกว่า V12 Vantage S อย่างชัดเจน แม้พนักพิงศีรษะจะรวมเป็นชิ้นเดียวกับพนักพิงหลัง แต่กลับให้ความรู้สึกที่สบายกว่ามาก เพดานและเสาหลังคาบุด้วย Alcantara เพิ่มสัมผัสแห่งความหรูหรา ระบบเครื่องเสียง AMi (Aston Martin infotainment) พร้อมหน้าจอพับเก็บได้ 6.5 นิ้ว และระบบนำทาง Garmin HDD ซึ่งเคยล้ำสมัยในปี 2015 แม้จะไม่ได้มีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่และฟังก์ชันเชื่อมต่อไร้สายอันแพรวพราวเทียบเท่ารถยนต์ปี 2025 แต่ก็ยังคงมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ครบครัน และเป็นเครื่องเตือนใจว่าความหรูหราบางอย่างไม่จำเป็นต้องหวือหวาเพื่อสร้างความประทับใจ

ขุมพลังของ Vanquish คือเครื่องยนต์ AM29 V12 DOHC 5,935 ซีซี ที่ให้กำลังสูงสุด 576 แรงม้า ที่ 6,650 รอบ/นาที และแรงบิด 630 นิวตันเมตร ซึ่งเหนือกว่า V12 Vantage S เล็กน้อย การที่ Aston Martin เลือกใช้กล่อง ECU สองกล่องแยกควบคุมฝั่งซ้าย-ขวาของเครื่องยนต์ V12 เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดด้านวิศวกรรมเพื่อการรีดสมรรถนะสูงสุด เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ยังคงเป็นบทเพลงที่ไพเราะ และทรงพลัง ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Touchtronic 3 จาก ZF ซึ่งพัฒนาให้เปลี่ยนเกียร์ได้ฉับไวใน 130 มิลลิวินาที (จากเดิม 6 จังหวะในปีแรกๆ) มอบความราบรื่นและต่อเนื่องในการขับขี่ที่แตกต่างจาก Sportshift 3 AMT ของ Vantage S อย่างสิ้นเชิง แรงดึงจากการออกตัวและการเร่งแซงยังคงทรงพลังและดึงดูดใจไม่แพ้กัน อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.8 วินาที (จากโรงงาน) ซึ่งใกล้เคียงกับ Vantage S และความเร็วสูงสุด 324 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตอกย้ำว่า Vanquish ไม่ได้มีดีแค่ความหรู แต่ยังคงเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงตัวจริง

ในด้านการขับขี่ Vanquish มอบประสบการณ์ที่ผ่อนคลายแต่ยังคงเร้าใจ พวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิกที่สามารถปรับน้ำหนักตามความเร็วได้ ให้ความแม่นยำและน้ำหนักที่เหมาะสมกับการขับขี่ทั้งในชีวิตประจำวันและการซิ่งในสนาม น้ำหนักพวงมาลัยเบากว่า V12 Vantage S เล็กน้อย ทำให้การบังคับควบคุมในโค้งเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป ระบบกันสะเทือนแบบ Double Wishbone พร้อมโช้คอัพปรับความหนืด 3 ระดับ (Normal, Sport, Track) ถูกเซ็ตมาให้มีความแน่นหนึบ แต่ยังคงความนุ่มนวลที่เหมาะสมกับรถยนต์ Grand Touring มันซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้อย่างน่าพอใจ ทำให้การเดินทางไกลเป็นไปอย่างสะดวกสบาย แต่ก็ยังคงความมั่นใจในการยึดเกาะถนนเมื่อเข้าโค้งในสนาม ความยืดหยุ่นของโครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยให้รถมีการให้ตัวที่ดีขึ้น ทำให้ Vanquish เป็นรถที่ขับสนุกและมีสมดุลที่ดีระหว่างความสบายและสมรรถนะ

ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกเช่นเดียวกับ V12 Vantage S แต่จากการทดสอบในครั้งแรกเมื่อปี 2015 ในสภาพอากาศร้อนจัดและผ่านการขับขี่มาหลายรอบ ผมเคยตั้งข้อสังเกตว่าระบบเบรกของ Vanquish อาจไม่ “เหลือเฟือ” เท่าที่ควรสำหรับพละกำลังของมัน และยังคงต้องเว้นระยะเบรกเผื่อไว้บ้าง แม้ในปี 2025 ระบบเบรกของ Vanquish ที่ผ่านการดูแลรักษามาอย่างดีจะยังคงทำงานได้ดีเยี่ยม แต่ความรู้สึก “หนักแน่น” และ “กัดจิก” ของ V12 Vantage S ยังคงสร้างความมั่นใจที่เหนือกว่าเล็กน้อยสำหรับการขับขี่ในสนามแบบสุดขีด แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปและเดินทางไกล ระบบเบรกของ Vanquish ก็ยังคงประสิทธิภาพที่น่าเชื่อถือ

สองจิตวิญญาณแห่ง V12 ที่ยังคงตรึงใจในปี 2025

การได้สัมผัส Aston Martin V12 Vantage S และ Vanquish อีกครั้งในปี 2025 ณ สนามพีระฯ คือการยืนยันว่ารถยนต์สองคันนี้คือตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของปรัชญา Aston Martin ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน V12 Vantage S คือความดิบเถื่อนที่ยังคงเร้าใจ ความแข็งกร้าวที่พร้อมจะปลุกอะดรีนาลีนในตัวคุณให้พลุ่งพล่าน มันคือซูเปอร์คาร์สำหรับนักขับที่ต้องการการเชื่อมโยงกับเครื่องจักรอย่างแท้จริง เป็นรถที่สร้างมาเพื่อสนามแข่งและถนนที่คดเคี้ยว เป็นของสะสมที่นักเลงรถผู้หลงใหลในความบริสุทธิ์ของเครื่องยนต์สันดาปภายในต้องมีไว้ในครอบครอง

ส่วน Vanquish คือความสง่างามที่เปี่ยมด้วยพละกำลัง ความหรูหราที่ยังคงสร้างความประทับใจและความสบายที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางไกล แต่ก็ยังสามารถปลดปล่อยความเร็วและสมรรถนะอันน่าทึ่งออกมาได้อย่างง่ายดาย มันคือ Grand Tourer ที่แท้จริง เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่มองหารถสะสมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เป็นรถที่สามารถไล่บี้กับซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ๆ ได้อย่างไม่เคอะเขิน

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในรถยนต์ทุกมิติ การได้หวนคืนสู่สองตำนาน V12 คู่นี้ เป็นการตอกย้ำว่าเสน่ห์ของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่คำรามกึกก้องนั้นยังคงมีมนต์ขลัง และความแตกต่างทางบุคลิกของ V12 Vantage S ที่เปรียบดั่งนักแข่งอารมณ์ร้อน กับ Vanquish ที่เป็นดั่งเจ้าของทีมแข่งผู้สุขุม ก็ยังคงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักขับขี่ทุกคน

ในตลาดรถยนต์หรูปี 2025 ที่เต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้าแรงสูงและซูเปอร์คาร์ไฮเทค รถยนต์อย่าง V12 Vantage S และ Vanquish ได้ก้าวขึ้นสู่สถานะของ “ของหายาก” ที่มีแต่จะเพิ่มมูลค่า คุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่อยู่ที่ประสบการณ์การขับขี่อันบริสุทธิ์ จิตวิญญาณของเครื่องยนต์ V12 ที่ใกล้จะสูญหาย และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา นี่คือรถยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและความหลงใหลที่แท้จริง

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาสิ่งที่มากกว่ายานพาหนะ หากคุณปรารถนาที่จะสัมผัส “ศิลปะแห่งการขับขี่” ที่แท้จริง ผมขอเชิญชวนให้คุณได้เปิดใจสัมผัสกับ Aston Martin รุ่นใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น “modern classics” อย่าง V12 Vantage S หรือ Vanquish หรือแม้แต่รุ่นปัจจุบัน ที่ยังคงรักษา DNA แห่งความพิเศษนี้ไว้ ร่วมเดินทางไปกับตำนานแห่งความเร้าใจที่ไม่เคยจางหายไปจากโลกยานยนต์นี้

ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับตำนานเครื่องยนต์ V12 หรือ Aston Martin ในดวงใจของคุณได้ที่นี่ – เพราะการขับขี่ไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่คือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่น่าจดจำ.

Previous Post

[ครบชุด] T0111069 ไม เคยม ใครได เพราะนอกใจ จำไว

Next Post

[ครบชุด] T0111061 อย าด กครอบคร วต วเอง

Next Post
[ครบชุด] T0111061 อย าด กครอบคร วต วเอง

[ครบชุด] T0111061 อย าด กครอบคร วต วเอง

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.