Ferrari 458 Speciale A: บทเพลงสุดท้ายแห่งเครื่องยนต์ V8 ไร้เทอร์โบ – มรดกที่ยังคงเร้าใจในปี 2025
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอันรวดเร็วและเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด แทบทุกวันเราจะได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ ๆ หรือซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมระบบไฮบริดที่ซับซ้อน แต่ท่ามกลางกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ยังมี “ดารา” บางดวงที่เปล่งประกายเจิดจรัสไม่เสื่อมคลาย ดุจเพชรเม็ดงามที่ถูกเจียระไนอย่างสมบูรณ์แบบ หนึ่งในนั้นคือ Ferrari 458 Speciale A (ซึ่งตัว “A” ย่อมาจาก Aperta หรือเปิดประทุนในภาษาอิตาลี) รถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ เป็นงานศิลปะ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่ของวิศวกรรมเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ไร้การปรุงแต่ง
ในฐานะผู้คลุกคลีอยู่ในวงการรถสปอร์ตและซูเปอร์คาร์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นรถยนต์มากมายหมุนเวียนเปลี่ยนผัน แต่มีเพียงไม่กี่คันที่สามารถยึดครองสถานะ “ตำนาน” ไว้ได้อย่างมั่นคง และ Ferrari 458 Speciale A คือหนึ่งในนั้น แม้ในวันนี้ ปี 2025 มันก็ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาด รถยนต์เพื่อการลงทุน และเป็น ของสะสม Ferrari ที่นักสะสมทั่วโลกต่างหมายปอง บทความนี้จะเจาะลึกถึงเหตุผลว่าทำไม Aperta คันนี้ถึงยังคงเป็น ซูเปอร์คาร์คลาสสิกแห่งอนาคต และเป็นหนึ่งในประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ที่สุดที่คุณจะหาได้
กำเนิดแห่งตำนาน: การเฉลิมฉลองครั้งสุดท้ายของเครื่องยนต์ V8 ไร้เทอร์โบ
ย้อนกลับไปในปี 2014 เมื่อ Ferrari เปิดตัว 458 Speciale A มันคือการประกาศกร้าวถึงจุดสูงสุดของแพลตฟอร์ม 458 ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และเป็นเครื่องยืนยันถึงปรัชญาของ Ferrari ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ รถสปอร์ตหรู ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจ โดยผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 499 คันทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตอกย้ำถึงความพิเศษและสถานะของมันในฐานะ รถยนต์ผลิตจำนวนจำกัด โดยธรรมชาติ
ในยุคที่เทคโนโลยีเครื่องยนต์กำลังมุ่งสู่ระบบอัดอากาศและการลดขนาดเครื่องยนต์ Ferrari 458 Speciale A ถือเป็นตัวแทนของยุคทองแห่ง เครื่องยนต์ V8 ไร้ระบบอัดอากาศ อันบริสุทธิ์ของมาราเนลโล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มันกลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในปัจจุบัน ในปี 2025 นี้ ที่เครื่องยนต์ V8 ไร้ระบบอัดอากาศแทบจะกลายเป็นของล้ำค่าที่หาไม่ได้อีกแล้ว การได้ครอบครอง Speciale A จึงไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการเก็บรักษาส่วนหนึ่งของ มรดกยานยนต์ อันยิ่งใหญ่ของ Ferrari ไว้กับตัว
พละกำลังอันบริสุทธิ์: บทเพลงของ V8 รอบสูง
หัวใจของ 458 Speciale A คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.5 ลิตร ที่ไม่มีระบบอัดอากาศใดๆ เข้ามาปรุงแต่ง ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับรางวัลมากมาย มันถูกปรับจูนให้รีดเค้น พละกำลังมหาศาล ได้ถึง 605 แรงม้า (HP) ที่ 9,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไม่สูงเท่าซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ๆ ในปี 2025 ที่อาจมีกำลังแตะหลักพันแรงม้าจากระบบไฮบริดหรือเครื่องยนต์เทอร์โบ แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่แท้จริงคือ “การส่งกำลัง” ที่เป็นเส้นตรง ไร้ซึ่งอาการรอรอบ และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ไต่ระดับไปจนถึงรอบสูงสุดได้อย่างดุดันและไพเราะราวกับบทเพลงซิมโฟนี
ในฐานะผู้ขับขี่ที่ผ่านประสบการณ์มาหลากหลาย การได้ยินเสียงเครื่องยนต์ V8 ของ Ferrari ปลดปล่อยพลังงานโดยปราศจากเสียงหวีดหวิวของเทอร์โบ หรือเสียงกระหึ่มของมอเตอร์ไฟฟ้า มันคือความรู้สึกที่บริสุทธิ์และดิบเถื่อนอย่างแท้จริง การเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3 วินาทีนั้นไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่มันคือประสบการณ์ที่ทำให้หัวใจเต้นรัว การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมและฉับไว ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องจักร ราวกับว่าความคิดของคุณถูกแปลงเป็นคำสั่งให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าทันที
การขับขี่ในสภาพถนนจริงหรือในสนามแข่ง ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วสูงสุด แต่คือเรื่องของ “การเชื่อมโยง” ระหว่างคนกับรถ และ 458 Speciale A มอบสิ่งนี้ได้อย่างไร้ที่ติ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยอัตราการปล่อย CO2 ที่ 275 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ V8 ขนาดเดียวกันในยุคนั้น ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในประสิทธิภาพที่ไม่ใช่แค่ด้านสมรรถนะ แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเท่าที่เทคโนโลยีในยุคนั้นจะทำได้
ศิลปะแห่งอากาศพลศาสตร์: เมื่อการออกแบบพบกับสมรรถนะ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Ferrari 458 Speciale A สามารถทำความเร็วรอบสนาม Fiorano ได้ภายใน 1 นาที 23 วินาที ซึ่งเป็นสถิติที่น่าประทับใจ คือการออกแบบที่พิถีพิถันตามหลักอากาศพลศาสตร์ Ferrari ลงทุนอย่างมหาศาลในการพัฒนาชิ้นส่วนตัวรถให้เหมาะสมกับกระแสลม ทำให้มันเป็น Ferrari Spider ที่มีการจัดการด้านอากาศพลศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ Ferrari เคยมีมาในเวลานั้น
ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีองค์ประกอบทางอากาศพลศาสตร์แบบแอคทีฟ ซึ่งปรับเปลี่ยนการทำงานตามความเร็วและสภาวะการขับขี่ เพื่อสร้างแรงกด (downforce) ที่เหมาะสมที่สุดในทุกช่วงความเร็ว ตั้งแต่ลิ้นหน้าแบบปรับได้ สปอยเลอร์หลังที่ถูกดีไซน์มาอย่างลงตัว ไปจนถึงพื้นใต้ท้องรถที่เรียบ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้รถเกาะถนนได้อย่างมั่นคงในขณะที่ทำความเร็วสูง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มความเร็ว แต่ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงและควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ทำให้ ประสบการณ์การขับขี่สมรรถนะสูง มีความปลอดภัยและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
ในยุค 2025 ที่ นวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ ด้านอากาศพลศาสตร์ยังคงพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง การมองย้อนกลับไปที่ 458 Speciale A เราจะเห็นได้ว่า Ferrari ได้วางรากฐานสำคัญไว้แล้ว ด้วยการนำแนวคิดที่ซับซ้อนมาประยุกต์ใช้ในรถโปรดักชัน แสดงให้เห็นถึงความล้ำหน้าทางวิศวกรรมของแบรนด์
โครงสร้างอันแข็งแกร่งและเทคโนโลยีเพื่อการควบคุม
ภายใต้รูปโฉมที่สวยงามและดุดัน 458 Speciale A ซ่อนโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ เพื่อรองรับพละกำลังอันมหาศาลและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ Ferrari เสริมความแข็งแกร่งของแชสซีส์ด้วยการใช้วัสดุอะลูมิเนียมใน 10 จุดสำคัญทั่วโครงสร้าง ทำให้รถมีความบิดตัวน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมรถที่แม่นยำและการตอบสนองของพวงมาลัยที่ดีเยี่ยม
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบ Side Slip Angle Control (SSC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Ferrari พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถในสภาวะที่ลื่นไถลได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนานยิ่งขึ้น ระบบ SSC ไม่ได้จำกัดการลื่นไถลอย่างเด็ดขาดเหมือนระบบควบคุมเสถียรภาพทั่วไป แต่จะช่วย “จัดการ” มุมสไลด์ด้านข้างของรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถในขณะที่ท้ายรถกำลังออกได้อย่างเป็นธรรมชาติและคาดเดาได้ โดยยังคงรักษา “ความสนุกสนานในการขับขี่” ตามแบบฉบับ Ferrari ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม
ในโลกที่รถยนต์สมรรถนะสูงมักจะเต็มไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนจนอาจบดบังความรู้สึกในการขับขี่ ระบบ SSC ของ 458 Speciale A โดดเด่นในฐานะเทคโนโลยีที่ช่วย “เสริม” ประสบการณ์ของผู้ขับขี่ แทนที่จะเข้ามา “แทนที่” ทักษะการขับขี่ของผู้ใช้ นี่คือตัวอย่างของการออกแบบที่เน้น Driver-focused design อย่างแท้จริง
ประสาทสัมผัสแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุน
จุดเด่นสำคัญของ 458 Speciale A คือความเป็น รถเปิดประทุนสมรรถนะสูง โครงสร้างหลังคาแบบพับเก็บได้ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ใช้เวลาเพียง 14 วินาทีในการเปิดหรือปิด ซึ่งเป็นเวลาที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง แม้จะเป็นรถเปิดประทุน แต่ด้วยวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม ทำให้มันมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากรุ่นคูเป้ (458 Speciale) เพียงประมาณ 50 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อพิจารณาถึงกลไกที่ซับซ้อนของหลังคา
การขับขี่ Speciale A แบบเปิดประทุนคือประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ที่ 9,000 รอบต่อนาทีจะดังกระหึ่มเข้ามาในห้องโดยสารอย่างไม่ลดทอนความเข้มข้น ลมที่พัดผ่านเข้ามาขณะพุ่งทะยานไปข้างหน้า กลิ่นของยางมะตอยและอากาศบริสุทธิ์ ทุกอย่างรวมกันเป็นความรู้สึกที่ดิบและเร้าอารมณ์ ซึ่งรถคูเป้ไม่อาจเทียบได้ นี่คือเสน่ห์ที่แท้จริงของ High-performance convertible ที่ Speciale A มอบให้ได้อย่างเต็มเปี่ยม
ภายในที่ถอดจิตวิญญาณสนามแข่งสู่ความหรูหราเฉพาะตัว
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ 458 Speciale A คุณจะสัมผัสได้ถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างฟังก์ชันการใช้งานแบบรถแข่งและความประณีตในแบบ Ferrari ภายในถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง แต่ยังคงรักษาความหรูหราตามแบบฉบับของแบรนด์ไว้
วัสดุน้ำหนักเบาถูกนำมาใช้ในหลายส่วน โดยเฉพาะแผงแดชบอร์ด แผงประตู และแผงคอนโซลกลางที่ผลิตจาก คาร์บอนไฟเบอร์เนื้อผิวสีฟ้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรุ่น Aperta ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังเพิ่มความสปอร์ตและทันสมัยให้กับห้องโดยสารได้อย่างโดดเด่น เบาะนั่งได้รับการออกแบบใหม่ ห่อหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara คุณภาพสูง พร้อมเทคนิคการตัดเย็บด้วยด้ายตัดสีตัดกัน และการใช้เทคนิค 3 มิติ เพื่อให้เบาะโอบกระชับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการออกแบบ Bespoke interior ที่เป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari ในการมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและพิเศษสุด
ทุกรายละเอียดภายในแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในคุณภาพและความพิถีพิถันของช่างฝีมือชาวอิตาลี ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับมรดกอันยาวนานของ Ferrari และความหลงใหลในการสร้างสรรค์ ความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของ Ferrari
มรดกที่คงอยู่: สถานะในตลาดรถยนต์ปี 2025
ในโลกแห่ง ตลาดรถยนต์ Exotic และ ซูเปอร์คาร์สะสม ปี 2025 Ferrari 458 Speciale A ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่น่าจับตามองและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาในตลาดรองได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่เปิดตัว และมีแนวโน้มที่จะยังคงเติบโตต่อไป นี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็น รถยนต์เพื่อการลงทุน ที่มั่นคง
สาเหตุหลักที่ทำให้ Speciale A มีมูลค่าสูงขึ้นคือ:
ความหายาก: ผลิตเพียง 499 คันทั่วโลก ทำให้ความต้องการมีมากกว่าอุปทานอย่างเห็นได้ชัด
เครื่องยนต์ V8 ไร้ระบบอัดอากาศ: มันคือหนึ่งในรถ Ferrari รุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์ V8 แบบนี้ ก่อนที่ Ferrari จะหันไปใช้ระบบอัดอากาศและไฮบริด ทำให้มันเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัยที่กำลังจะผ่านไป
สมรรถนะและประสบการณ์: มันมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดิบ บริสุทธิ์ และเชื่อมโยงกับผู้ขับขี่อย่างที่ไม่สามารถหาได้จากรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้น
เอกลักษณ์เฉพาะตัว: การออกแบบที่โดดเด่นและรายละเอียดเฉพาะรุ่น Aperta ทำให้มันเป็นที่จดจำและเป็นที่ปรารถนา
สำหรับนักสะสม Ferrari ownership experience ของ Speciale A นั้นเป็นมากกว่าแค่การขับขี่ มันคือการได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ เป็นการได้ครอบครองชิ้นส่วนของ ตำนานเครื่องยนต์ V8 ของ Ferrari ที่ไม่มีวันหวนกลับ การแข็งค่าของ มูลค่าซูเปอร์คาร์ที่เพิ่มขึ้น นี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะของ Speciale A ในฐานะหนึ่งใน Ferrari ที่สำคัญที่สุดแห่งยุค
ประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีวันลืมเลือน: มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษในการขับขี่และประเมินซูเปอร์คาร์หลากหลายรุ่น ผมกล้าพูดได้เลยว่า Ferrari 458 Speciale A มอบ ประสบการณ์การขับขี่สมรรถนะสูง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง
เมื่อผมได้นั่งลงในเบาะ Alcantara ที่กระชับมือและออกตัวไป เสียงเครื่องยนต์ V8 ที่คำรามอยู่ด้านหลังคุณคือบทเพลงที่ทำให้ขนลุก การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมราวกับเครื่องจักรที่รับรู้ทุกความตั้งใจของคุณ การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและไร้รอยต่อของเกียร์ F1 แบบคลัตช์คู่ ทำให้ทุกการเข้าโค้งและการเร่งออกจากโค้งเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าตื่นเต้น
แต่สิ่งที่ทำให้ Speciale A เหนือกว่ารถรุ่นอื่นๆ คือ “ความรู้สึก” ในการควบคุมรถ พวงมาลัยที่สื่อสารกับถนนได้อย่างตรงไปตรงมา การรับรู้ถึงขีดจำกัดของยางและการยึดเกาะถนนอย่างชัดเจน ระบบ SSC ที่ช่วยให้คุณสามารถควบคุมท้ายรถที่กำลังสไลด์ออกได้อย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้สึกว่าถูกระบบเข้ามาแทรกแซงมากเกินไป ทั้งหมดนี้สร้างประสบการณ์ที่ทำให้คุณรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถอย่างแท้จริง มันคือการเต้นรำที่เร้าใจระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
ในยุค 2025 ที่ซูเปอร์คาร์หลายรุ่นมุ่งเน้นไปที่การทำเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ขับขี่มากขึ้นเรื่อยๆ 458 Speciale A ยังคงยืนหยัดในฐานะรถที่มอบ ความบริสุทธิ์ของการขับขี่ ที่เน้นความรู้สึกและทักษะของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันถึงยังคงเป็นที่รักของนักขับตัวจริง
บทสรุป: ตำนานที่ยังคงสถิตอยู่ในใจ
Ferrari 458 Speciale A ไม่ใช่แค่รถยนต์อีกคันหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จ แต่เป็นบทสรุปของยุคทองแห่งเครื่องยนต์ V8 ไร้ระบบอัดอากาศของ Ferrari และเป็นผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันดุดัน การออกแบบอันล้ำสมัย และประสบการณ์การขับขี่อันบริสุทธิ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ในปี 2025 นี้ แม้เวลาจะผ่านมานับสิบปี Speciale A ยังคงเป็น benchmark ที่ซูเปอร์คาร์หลายรุ่นใฝ่หา มันคือ ซูเปอร์คาร์คลาสสิกแห่งอนาคต ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความหลงใหลในวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมและศิลปะการออกแบบเหนือกาลเวลา สามารถคงคุณค่าและสร้างความเร้าใจได้อย่างไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปไกลแค่ไหนก็ตาม
หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในความบริสุทธิ์ของการขับขี่ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ไร้การปรุงแต่ง และความพิเศษของรถยนต์ผลิตจำนวนจำกัด Ferrari 458 Speciale A คือหนึ่งในรถยนต์ที่ควรค่าแก่การพิจารณาและเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันของคุณ มันคือมรดกทางยานยนต์ที่ไม่ใช่แค่เพียงรถ แต่เป็นความทรงจำที่ยังคงมีชีวิต
หากคุณมีความสนใจในการครอบครองซูเปอร์คาร์ระดับตำนานเช่น Ferrari 458 Speciale A หรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนใน รถยนต์เพื่อการลงทุน ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์หายากของเรา เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำและช่วยคุณค้นพบสุดยอด ของสะสม Ferrari ที่ตรงใจคุณที่สุด เพราะการลงทุนในตำนาน ไม่ใช่แค่การซื้อรถ แต่เป็นการซื้อประสบการณ์และมรดกอันล้ำค่าที่ส่งต่อได้ไม่รู้จบ
![[ครบชุด] T0111086 อผ วใจร าย บแม ยายใจเสาะ](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1485.png)
![[ครบชุด] T0111084 ไม ชอบหน าสด](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1486.png)