Ferrari 296 GTB รู้จักซุปเปอร์คาร์จากค่ายม้าลำพอง ที่คุณต้องลองขับให้ได้สักครั้ง
รถซุปเปอร์คาร์ที่ถือเป็นหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของแบรนด์เฟอร์รารี่ ซึ่งมีการผสมผสานทั้งเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำสมัยออกมาอย่างลงตัว มันไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่า แต่ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนรักรถด้วยความสวยงามและสมรรถนะที่ไม่ธรรมดา ถ้าคุณกำลังมองหารถ Super Car ที่ทั้งสวยงามและมีความสามารถสูง Ferrari 296 GTB อาจจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด
ในบทความนี้ Prime Cars Rental จะพาคุณไปสำรวจในทุกด้านของรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอก, ความหรูหราในห้องโดยสาร, สมรรถนะเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น และฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จะทำให้การขับขี่ของคุณเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไปอีกนาน
ดีไซน์ภายนอก ความสปอร์ตและความงามที่ผสมผสานอย่างลงตัว
Ferrari 296 GTB ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตใน Generation ใหม่ที่ดึงดูดสายตา ไม่เพียงแต่เน้นความสวยงามและความหรูหรา แต่ยังคำนึงถึงสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ทุกการเดินทาง

- กระจังหน้าของ ถูกออกแบบใหม่ให้มีช่องระบายอากาศที่เหมาะสมที่สุด ช่วยในการระบายความร้อนและเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ

- ไฟหน้า LED คมชัด: การใช้ไฟหน้า LED สร้างความชัดเจนในทุกสภาพแสง พร้อมทั้งเพิ่มสไตล์สปอร์ตที่ดึงดูดสายตา

- ล้อและยางขนาดใหญ่: ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ที่ช่วยให้การเกาะถนนมั่นคงและเพิ่มการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น

- การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์: เส้นสายที่ลื่นไหลและมีความคล่องตัว เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการขับขี่

- ช่องระบายอากาศที่ด้านข้าง: ช่องระบายอากาศที่ด้านข้างของตัวรถช่วยลดแรงต้านอากาศ เพิ่มความเสถียรในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

- กระจกหลังที่ดีไซน์มาแบบเฉียบขาด: กระจกหลังได้รับการออกแบบให้ดูเพรียวบางและเพิ่มความสปอร์ตโดยรวมให้กับตัวรถ
การดีไซน์ภายนอกของซุปเปอร์คาร์คันนี้ จึงไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องความสวยงาม แต่ยังส่งเสริมการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพถนน ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายในสนามแข่งแต่เพียงอย่างเดียว
ภายในห้องโดยสารที่หรูหราและทันสมัยที่สุดของ Ferrari
Ferrari 296 GTB มีห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราและสะดวกสบาย ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะทำให้การขับขี่ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

- วัสดุคุณภาพสูง: การใช้วัสดุอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทนทาน ช่วยให้ภายในรถดูหรูหราและมีความทนทานสูง

- ที่นั่งแบบสปอร์ต: ที่นั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อรองรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างสบายตลอดการเดินทาง

- คอนโซลกลางที่มีความทันสมัย: คอนโซลกลางมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสที่ใช้งานง่าย ช่วยควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถได้อย่างสะดวก

- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่ออกแบบให้เข้ากับการควบคุมของผู้ขับขี่ พร้อมระบบปรับระดับที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มีท่าทางการขับขี่ที่สะดวกสบาย

- เครื่องเสียงระดับพรีเมียม: ระบบเสียงที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับคุณภาพเสียงที่ชัดเจนและสมจริง

- ที่เก็บของอเนกประสงค์: มีที่เก็บของในห้องโดยสารหลายจุดที่สามารถเก็บของใช้ส่วนตัวได้อย่างสะดวก
สมรรถนะเครื่องยนต์ V6 120 องศา นิยามของพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เครื่องยนต์ของ Ferrari 296 GTB เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถสปอร์ตคันนี้โดดเด่นเหนือคู่แข่งทั้งปวง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้ได้สมรรถนะที่ไม่มีที่สิ้นสุด รวมไปถึงการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่ เครื่องยนต์มีการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความสนุกในทุกการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วบนทางตรง หรือการขับขี่ในสนามแข่งที่มีการควบคุมที่ท้าทาย

- เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร: เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร วางเอียงทำมุม 120 องศา ให้พละกำลังสูงสุด 663 แรงม้า (hp) ช่วยให้การขับขี่มีความสมดุลและการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยม กับเสียงเครื่องยนต์ที่เรียกได้ว่าคล้ายกับ V12 มากที่สุด
- ระบบ Plug-in Hybrid (PHEV): ระบบ Plug-in Hybrid มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 167 แรงม้า ซึ่งเพิ่มพลังรวมสูงสุดถึง 830 แรงม้า พร้อมการลดมลพิษและประหยัดพลังงาน
- ระบบเกียร์ Dual Clutch 8 สปีด (F1 DCT): ระบบเกียร์ F1 DCT ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและราบรื่น ช่วยให้การเร่งความเร็วและควบคุมรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD): การใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังเพิ่มความสนุกในการขับขี่และทำให้การควบคุมรถมีความแม่นยำ
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที: สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.9 วินาที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการเร่งความเร็วสูง และ 0-200 กม./ ชม. ได้ในเวลาเพียง 7.3 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม.: ความเร็วสูงสุดที่ 330 กม./ชม. แสดงถึงความสามารถในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและความทนทานในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Range) 25 กิโลเมตร: ระบบ EV ช่วยให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ถึง 25 กิโลเมตร ในการเดินทางระยะสั้นและช่วยประหยัดพลังงาน
- ระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูง: ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้การหยุดรถแม่นยำและปลอดภัยในทุกสถานการณ์
สมรรถนะเครื่องยนต์นั้นเป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่และความแรงที่ไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยการใช้เครื่องยนต์ V6 ที่ทรงพลัง ระบบ Plug-in Hybrid ที่ประหยัดพลังงาน ระบบเกียร์ F1 DCT ที่ตอบสนองทันที และความสามารถในการเร่งความเร็วที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความตื่นเต้นทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง จึงเป็นรถที่สร้างมาตรฐานใหม่ในการขับขี่อย่างแท้จริง
ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีของ Ferrari 296 GTB: ความหรูหราที่รองรับการขับขี่ในยุคใหม่
ไม่เพียงแค่เน้นเรื่องสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่เหนือชั้นในทุกการขับขี่ การใช้งานที่สะดวกสบายและความปลอดภัยถูกนำมาใช้ร่วมกับความหรูหราและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์
- ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ทันสมัย: มาพร้อมกับระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ใช้งานง่าย รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานสมาร์ตโฟนได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
- หน้าจอดิจิทัลเต็มรูปแบบ: มี จอแสดงผลดิจิทัล ที่ออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดแสดงผลได้อย่างชัดเจนและใช้งานได้ง่าย ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ความเร็ว อัตราเร่ง และข้อมูลการทำงานของระบบต่างๆ ได้ทันที
- ระบบเสียงระดับพรีเมียม: ระบบเครื่องเสียงที่มีคุณภาพสูงเพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนที่เงียบหรือขับด้วยความเร็วสูง ถึงแม้ว่าคุณจะอยากฟังแค่เสียงเครื่องก็ตามที
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS): มาพร้อมกับ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ที่ทันสมัย เช่น ระบบเตือนการชน ระบบควบคุมการเบรกอัตโนมัติ และระบบควบคุมการขับขี่ในเลน ซึ่งช่วยให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์เป็นไปอย่างปลอดภัย
- การปรับแต่งและการควบคุมความสะดวกสบาย: มาพร้อมกับ ฟังก์ชั่นการปรับที่นั่ง ที่รองรับการปรับระดับได้หลายรูปแบบ รวมถึงการปรับที่นั่ง, พวงมาลัย และความสูงของเกียร์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับท่านั่งให้เหมาะสมกับสรีระได้
- ไฟหน้า LED แบบ Adaptive: ติดตั้ง ไฟหน้า LED แบบ Adaptive ที่สามารถปรับทิศทางและความสว่างได้ตามการหมุนของพวงมาลัย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ในที่มืดหรือทางโค้ง
เช่า Ferrari 296 GTB ได้แล้วที่ Prime Cars Rental ราคาเริ่มต้นเพียง 150,000 บาท/วัน เท่านั้น!

สัมผัสประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืม จากราคารถรวมออปชั่นที่ 31,900,000 บาท แต่ที่ Prime Cars Rental บริษัทเช่ารถหรูชั้นนำของประเทศไทย เราให้คุณสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีรถหรูรุ่นใดเทียบเคียงได้ เริ่มต้นเพียงวันละ 150,000 บาท เท่านั้น!
พร้อมรับบริการสุดพิเศษจาก Prime Cars Rental ที่จะทำให้รถ Ferrari คันนี้เป็นรถที่ช่วยทำให้วันธรรมดาของคุณกลายเป็นวันพิเศษ สามารถเช่ารถเฟอร์รารี่ ขับกับเราได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางต่อไปนี้
- เบอร์โทรศัพท์: 081-954-2451
- ช่องทางออนไลน์ที่ Line: @primecarsrental หรือ คลิกที่นี่
- WhatsApp : (+66) 62 892 4414
เช่ารถหรูกับ Prime Cars Rental สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเตรียมเอกสารเยอะ ไม่ว่าจะเช่ารถประเภทไหน เช่ารถหรู, เช่ารถสปอร์ต, เช่ารถซุปเปอร์คาร์, หรือ เช่ารถเปิดประทุน, ไม่ว่าจะแบรนด์ไหน Lamborghini, Mercedes-Benz, BMW หรือ Porsche ที่ Prime Cars Rental ก็พร้อมให้คุณเช่าเพื่อเปิดประสบการณ์อันล้ำค่าแล้วตั้งแต่วันนี้
Mercedes-Benz GLC รถสัญชาติเยอรมันอีกรุ่นที่โดนใจคนขับสไตล์สปอร์ตสุด ๆ
วันที่ประกาศ : 11 ก.ค. 2567
หากใครกำลังมองหารถแบบ SUV และ Coupe สไตล์สปอร์ต Mercedes-Benz GLC ถือว่าเป็นคำตอบที่ดี กับตัวเลือก 2 รุ่นย่อยสไตล์คูเป้ พร้อมอีก 3 รุ่นย่อยสไตล์ SUV ดังนั้นเพื่อค้นหารถที่ใช่มาเช็กกันว่ารถ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส รุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจไปพร้อมกัน ด้วยข้อมูลดี ๆ ที่ผมรวบรวมมาให้ทุกรายละเอียด ส่วนใครที่กำลังหารถมือสองราคาโดนใจผมแนะนำเข้าไปชมได้ที่ Roddonjai.com แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพดี ผ่อนถูก ทุกรุ่นทุกยี่ห้อได้เลยครับ
รุ่นย่อยและราคา Mercedes-Benz GLC ราคา ปี 2023
Coupé มี 2 รุ่นย่อย
- Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 3.699,.000 บาท
- Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 4,090,000 บาท
SUV มี 3 รุ่นย่อย
- Mercedes-Benz GLC 220 d ราคา 3,390,000 บาท
- Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic ราคา 3,800,000 บาท
- Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,830,000บาท
Mercedes-Benz GLC 2023 สีตัวถัง
- สีขาว Polar White
- สีดำ Obsidian Black
- สีเทา Graphite Grey
- สีแดง Red
Mercedes-Benz GLC สไตล์ Coupé
Mercedes-Benz GLC Coupé
ขุมพลัง
- เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า
- 1,950 ซีซี
- กำลังสูงสุดเมื่อทำงานร่วมกันทั้ง 2 ระบบ 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด
ดีไซน์
ดีไซน์ภายใน Mercedes-Benz GLC Coupé
- ภายใน: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสปอร์ต และเน้นลวดลายไม้สีดำกับหนังสีดำ ระบบเสียงลำโพงธรรมดา
- ภายนอก: กระจังหน้าแบบไดมอนด์กริล พร้อมชุดแต่ง AMG Bodystyling และไฟน้าแบบ Multibeam LED จุดเด่นมีกล้องติดตั้งอยู่ในใต้โลโกตราดาวแบรนด์ เป็น 1 ใน 4 ของระบบกล้อง 360 องศา พร้อมกระจกมองข้างกรองแสงมีกล้องติดมาให้ 2 ฝั่ง และล้ออัลลอย
อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
- ระบบไฟสูงระยะไกลพิเศษ 650 เมตร
- โหมดการขับขี่ 5 แบบคือ ECO, Comfort, Individual, Sport และ Sport+
- adaptive cruise control
ระบบพลังงาน
- เครื่องยนต์เบนซิน
- มอเตอร์ไฟฟ้า
ความปลอดภัย
- ถุงลมนิรภัยรอบคัน
- ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ
- ระบบเบรก ABS
- ระบบ Hold Brake
- ระบบการเตือนการชน พร้อมระบบช่วยเบรก
- ระบบเตือนมุมอับสายตา
- ระบบเตือนแรงดันลมยาง
- ระบบเซนเซอร์รอบคัน
- ระบบช่วยนำจอดอัตโนมัติ
- ระบบล็อกความเร็ว และระบบจำกัดความเร็ว
- ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าในการขับขี่
Mercedes-Benz GLC สไตล์ SUV
Mercedes-Benz GLC SUV
ขุมพลัง
- เหมือนกับรุ่น สไตล์ Coupé
ดีไซน์
ดีไซน์ภาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส
- ภายใน: เหมือนกับรุ่นคูเป้ทุกอย่าง
- ภายนอก: เหมือนกับรุ่นคูเป้ ส่วนที่ต่างคือดีไซน์ของรถจะมาในแบบรถอเนกประสงค์
อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- เหมือนกับรุ่นคูเป้ แต่ไม่มี adaptive cruise control ในรุ่น 220 d
ระบบพลังงาน
- เหมือนกับรุ่นคูเป้
ความปลอดภัย
- ความปลอดภัยในระดับมาตรฐานมีเหมือนกับรุ่น Coupe
อัตราความประหยัดน้ำมัน
- อัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.1 ลิตร/100 กิโลเมตร เหมาะกับการเดินทางไกล เพราะขับสบาย ช่วงล่างแน่น แถมระบบความปลอดภัยได้มาตรฐานสูง อีกทั้งยังมีระบบไฮบริดเข้ามายิ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเจ้าของรถมากขึ้น
เปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่าง Coupé VS SUV
- ทั้ง 2 แบบแทบจะไม่มีอะไรต่างกันเลย เพราะสเปคที่มากับรถไม่ได้ฉีกหนีจากกันมากนัก แต่สิ่งที่จะต่างกันชัด ๆ คือรูปโฉมที่ส่งเข้าสู่ตลาดรถยนต์ในไทย ทำให้ใครที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกรุ่นไหนดี น่าจะใช้เวลาตัดสินใจนานแน่นอน
ข้อดี-ข้อเสีย
ข้อดี
- ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากขึ้นเพราะมี 2 สไตล์ให้เลือก แถมยังมีรุ่นย่อยลงไปอีก
- ความปลอดภัยยังคงอยู่ในมาตรฐานสูง
- การตกแต่งทั้งภายในและภายนอกเพิ่มความเร้าใจสุด ๆ
- ประหยัดพลังงานสูงมาก
ข้อเสีย
- สิ่งที่เป็นปัญหาของรถคือ การตัดฟังก์ชันบางอย่างออกไปในบางรุ่น อย่างเช่น adaptive cruise control เป็นต้น
- ค่าบริการเซอร์วิสและอะไหล่ค่อนข้างสูง
ราคา เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส ปี 2566
เช็กราคารถมือหนึ่ง-มือสองได้ที่ Roddonjai
ถูกใจกันไหมครับสำหรับ Mercedes-Benz GLC รุ่นนี้ ใช่รถที่คุณกำลังมองหาอยู่รึเปล่า มีให้เลือกทั้งแบบ Coupé และ SUV กับระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น และเทคโนโลยีใหม่ ๆ แถมกำลังขับเคลื่อนสูง อีกทั้งสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 แบบตามสไตล์ของคนขับ ทำให้รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ใช้งานไม่ว่าจะเป็นระยะทางใกล้หรือไกล หากคุณกำลังมองหารถยนต์ระดับท็อปสไตล์สปอร์ต เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส คันนี้ตอบโจทย์สำหรับคุณแน่นอน ในราคาเริ่มต้นที่ 3.69 ล้านบาทเท่านั้นครับ
#MercedesBenz,#GLC,#Benz
![[ครบชุด] T1109043 เม ยไม ใช ภาระ Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-374.png)
![[ครบชุด] T1109045 นจะไม ทน ชายห วยๆ Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-373.png)