Mercedes-Benz GLC รถสัญชาติเยอรมันอีกรุ่นที่โดนใจคนขับสไตล์สปอร์ตสุด ๆ
วันที่ประกาศ : 11 ก.ค. 2567
หากใครกำลังมองหารถแบบ SUV และ Coupe สไตล์สปอร์ต Mercedes-Benz GLC ถือว่าเป็นคำตอบที่ดี กับตัวเลือก 2 รุ่นย่อยสไตล์คูเป้ พร้อมอีก 3 รุ่นย่อยสไตล์ SUV ดังนั้นเพื่อค้นหารถที่ใช่มาเช็กกันว่ารถ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส รุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจไปพร้อมกัน ด้วยข้อมูลดี ๆ ที่ผมรวบรวมมาให้ทุกรายละเอียด ส่วนใครที่กำลังหารถมือสองราคาโดนใจผมแนะนำเข้าไปชมได้ที่ Roddonjai.com แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพดี ผ่อนถูก ทุกรุ่นทุกยี่ห้อได้เลยครับ
รุ่นย่อยและราคา Mercedes-Benz GLC ราคา ปี 2023
Coupé มี 2 รุ่นย่อย
- Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 3.699,.000 บาท
- Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 4,090,000 บาท
SUV มี 3 รุ่นย่อย
- Mercedes-Benz GLC 220 d ราคา 3,390,000 บาท
- Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic ราคา 3,800,000 บาท
- Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,830,000บาท
Mercedes-Benz GLC 2023 สีตัวถัง
- สีขาว Polar White
- สีดำ Obsidian Black
- สีเทา Graphite Grey
- สีแดง Red
Mercedes-Benz GLC สไตล์ Coupé
Mercedes-Benz GLC Coupé
ขุมพลัง
- เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า
- 1,950 ซีซี
- กำลังสูงสุดเมื่อทำงานร่วมกันทั้ง 2 ระบบ 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด
ดีไซน์
ดีไซน์ภายใน Mercedes-Benz GLC Coupé
- ภายใน: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสปอร์ต และเน้นลวดลายไม้สีดำกับหนังสีดำ ระบบเสียงลำโพงธรรมดา
- ภายนอก: กระจังหน้าแบบไดมอนด์กริล พร้อมชุดแต่ง AMG Bodystyling และไฟน้าแบบ Multibeam LED จุดเด่นมีกล้องติดตั้งอยู่ในใต้โลโกตราดาวแบรนด์ เป็น 1 ใน 4 ของระบบกล้อง 360 องศา พร้อมกระจกมองข้างกรองแสงมีกล้องติดมาให้ 2 ฝั่ง และล้ออัลลอย
อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
- ระบบไฟสูงระยะไกลพิเศษ 650 เมตร
- โหมดการขับขี่ 5 แบบคือ ECO, Comfort, Individual, Sport และ Sport+
- adaptive cruise control
ระบบพลังงาน
- เครื่องยนต์เบนซิน
- มอเตอร์ไฟฟ้า
ความปลอดภัย
- ถุงลมนิรภัยรอบคัน
- ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ
- ระบบเบรก ABS
- ระบบ Hold Brake
- ระบบการเตือนการชน พร้อมระบบช่วยเบรก
- ระบบเตือนมุมอับสายตา
- ระบบเตือนแรงดันลมยาง
- ระบบเซนเซอร์รอบคัน
- ระบบช่วยนำจอดอัตโนมัติ
- ระบบล็อกความเร็ว และระบบจำกัดความเร็ว
- ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าในการขับขี่
Mercedes-Benz GLC สไตล์ SUV
Mercedes-Benz GLC SUV
ขุมพลัง
- เหมือนกับรุ่น สไตล์ Coupé
ดีไซน์
ดีไซน์ภาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส
- ภายใน: เหมือนกับรุ่นคูเป้ทุกอย่าง
- ภายนอก: เหมือนกับรุ่นคูเป้ ส่วนที่ต่างคือดีไซน์ของรถจะมาในแบบรถอเนกประสงค์
อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- เหมือนกับรุ่นคูเป้ แต่ไม่มี adaptive cruise control ในรุ่น 220 d
ระบบพลังงาน
- เหมือนกับรุ่นคูเป้
ความปลอดภัย
- ความปลอดภัยในระดับมาตรฐานมีเหมือนกับรุ่น Coupe
อัตราความประหยัดน้ำมัน
- อัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.1 ลิตร/100 กิโลเมตร เหมาะกับการเดินทางไกล เพราะขับสบาย ช่วงล่างแน่น แถมระบบความปลอดภัยได้มาตรฐานสูง อีกทั้งยังมีระบบไฮบริดเข้ามายิ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเจ้าของรถมากขึ้น
เปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่าง Coupé VS SUV
- ทั้ง 2 แบบแทบจะไม่มีอะไรต่างกันเลย เพราะสเปคที่มากับรถไม่ได้ฉีกหนีจากกันมากนัก แต่สิ่งที่จะต่างกันชัด ๆ คือรูปโฉมที่ส่งเข้าสู่ตลาดรถยนต์ในไทย ทำให้ใครที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกรุ่นไหนดี น่าจะใช้เวลาตัดสินใจนานแน่นอน
ข้อดี-ข้อเสีย
ข้อดี
- ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากขึ้นเพราะมี 2 สไตล์ให้เลือก แถมยังมีรุ่นย่อยลงไปอีก
- ความปลอดภัยยังคงอยู่ในมาตรฐานสูง
- การตกแต่งทั้งภายในและภายนอกเพิ่มความเร้าใจสุด ๆ
- ประหยัดพลังงานสูงมาก
ข้อเสีย
- สิ่งที่เป็นปัญหาของรถคือ การตัดฟังก์ชันบางอย่างออกไปในบางรุ่น อย่างเช่น adaptive cruise control เป็นต้น
- ค่าบริการเซอร์วิสและอะไหล่ค่อนข้างสูง
ราคา เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส ปี 2566
เช็กราคารถมือหนึ่ง-มือสองได้ที่ Roddonjai
ถูกใจกันไหมครับสำหรับ Mercedes-Benz GLC รุ่นนี้ ใช่รถที่คุณกำลังมองหาอยู่รึเปล่า มีให้เลือกทั้งแบบ Coupé และ SUV กับระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น และเทคโนโลยีใหม่ ๆ แถมกำลังขับเคลื่อนสูง อีกทั้งสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 แบบตามสไตล์ของคนขับ ทำให้รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ใช้งานไม่ว่าจะเป็นระยะทางใกล้หรือไกล หากคุณกำลังมองหารถยนต์ระดับท็อปสไตล์สปอร์ต เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส คันนี้ตอบโจทย์สำหรับคุณแน่นอน ในราคาเริ่มต้นที่ 3.69 ล้านบาทเท่านั้นครับ
#MercedesBenz,#GLC,#Benz
FERRARI ROMA ซุปเปอร์คาร์สำหรับไลฟ์สไตล์เหนือระดับ


FERRARI ROMA ซุปเปอร์คาร์แบบคูเป้ขนาด 2+2 ที่นั่ง จากเฟอร์รารี่ ซึ่งจากชื่อรุ่นที่เป็นชื่อเมืองหนึ่งในอิตาลี ก็สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบให้รถสปอร์ตคันนี้มีความโดดเด่นแบบแฟชั่นอิตาลีขนานแท้ เหมาะกับผู้ชับขี่และนักสะสมรถยนต์ที่ชอบความมีสไตล์เป็นของตัวเอง และครั้งนี้ก็มีข้อมูลน่าสนใจทั้งในด้านคอนเซปการดีไซน์รวมถึงสมรรถนะความแรง เร็ว ของเฟอร์รารี่ โรม่าคันนี้มาฝาก ดังนี้

คอนเซปในการออกแบบภายนอกและภายใน
FERRARI ROMA ได้ชื่อเป็นสุดยอดยนตรกรรมที่มีดีไซน์ภายใต้คอนเซป THE NEW SWEET LIFE หรือ ชีวิตอันสมบูรณ์แบบกับความสง่างามเหนือกาลเวลาของรูปโฉมซุปเปอร์คาร์รุ่นนี้ โดยส่วนหนึ่งของแนวคิดการออกแบบตั้งใจให้มีกลิ่นอายที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตอันสมบูรณ์ด้วยความสุขในกรุงโรมยุค ปี 50 ผสมผสานกับโมเดลรถยนต์เฟอร์รารี่ 250 GT LUSSO ที่ได้รับความนิยมมากในยุคปี 60 จึงเป็นที่มาของชื่อ ROME นั่นเอง
ด้านการออกแบบภายนอก เริ่มที่ตัวถังที่เรียบหรูด้วยเส้นสายลากยาวจากฝากระโปรงหน้าเน้นแสงเงา ไปยังส่วนของโดยสารที่มีขนาดกะทัดรัดและลาดเอียงไปทางท้ายรถ ชุดไฟหน้า FULL LED ปรับลำแสงได้ แบ่งครึ่งด้วยแถบไฟแนวนอน ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งตัดกับความโค้งมนของตัวรถได้อย่างลงตัว กระจกหลังส่วนท้ายของรถดูแนบเนียนพร้อมทั้งเก็บซ่อนสปอยเลอร์แบบแอคทีฟเข้าไว้ได้อย่างกลมกลืนและชุดไฟท้ายแบบคู่ก็มองดูคล้ายอัญมณีส่องประกาย
สำหรับภายในห้องโดยสาร มีการดีไซน์แยกพื้นที่ระหว่างฝั่งผู้ขับและผู้โดยสารออกจากกันเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน เบาะที่นั่งทำจากวัสดุหนัง FULL GRAIN และ ALCANTARA พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ภายใต้แนวคิด สายตาอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า มือจับบนพวงมาลัย อีกทั้งยังมีฟังก์ชันหลักที่ผู้ขับสามารถสั่งการได้ง่ายด้วยระบบสัมผัส โดยไม่จำเป็นต้องละมือออกจากพวงมาลัย
ส่วนของหน้าปัดเป็นจอแสดงผลดิจิตอลขนาด 16 นิ้ว ส่วนจอแสดงผลตรงกลางมีขนาด 8.4 นิ้ว แนวตั้ง พร้อมการระบบการแสดงผลที่จำเป็นครบถ้วน จอฝั่งผู้โดยสารก็ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวกและเข้าใจง่ายมีระบบอินโฟเทนเมนท์ขณะเดินทางไกลให้ได้เพลิดเพลินตามต้องการ นอกจากนี้ ความพิเศษอีกอย่างคือ กุญแจแบบใหม่ที่มาพร้อมฟังก์ชัน COMFORT ACCESS ให้ผู้ขับเปิดรถได้ด้วยการสัมผัสปุ่มซึ่งติดตั้งอยู่ถัดจากมือเปิดประตูแบบใหม่ที่แนบสนิทไปกับตัวรถ
ภาพลักษณ์สวยงามเรียบหรูของเฟอร์รารีคันนี้เปรียบเสมือน รถฟอร์มูล่าวันในชุดราตรี ที่เต็มไปด้วยความหรูหราคลาสสิคเหนือระดับและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจึงเหมาะกับทั้งการขับในชีวิตประจำวัน และการขับขี่ทางไกล
สมรรถนะเครื่องยนต์อันทรงพลัง
FERRARI ROMA ใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบ 3,855 CC แบบวางกลางด้านหน้า และการันตีด้านคุณภาพด้วยการเป็นเครื่องยนต์เฟอร์รารีที่เคยได้รางวัลชนะเลิศ INTERNATIONAL ENGINE OF THE YEAR ถึง 4 ปีติดต่อกัน มีกำลังสูงสุด 620 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที พร้อมกับระบบควบคุมแรงบูสต์แบบแปรผัน ทำให้คันเร่งตอบสนองอย่างฉับไวในทุกจังหวะความเร็ว โดยสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 3.4 วินาที ทำอัตราเร่งจาก 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 9.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีระบบส่งกำลังใหม่แบบ 8 สปีด คลัทช์คู่ ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมถึงการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนจังหวะได้รวดเร็วและนุ่มนวล สร้างความสะดวกสบายเมื่อขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่งตลอดเวลา

เทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัย
เทคโนโลยีใหม่ๆ และระบบความปลอดภัยในการขับขี่ของ FERRARI ROMA ก็มีทั้ง ระบบช่วยเหลือขณะขับขี่ภายใต้ชื่อ ADAS หรือ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM ที่ครอบคลุมไปถึงระบบการควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับความเร็วตามคันหน้า เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัตินั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี ระบบควบคุมประสิทธิภาพการทรงตัวรูปแบบใหม่ๆ เช่น ระบบควบคุมการลื่นไถลด้านข้าง (SIDE SLIP CONTROL) ถือได้ว่าเป็นซุปเปอร์คาร์คันแรกของเฟอร์รารีที่ใช้ระบบนี้และระบบเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว (FERRARI DYNAMIC ENHANCER) ซึ่งจะควบคุมองศาการเอียงของตัวรถด้วยการปรับแรงดันน้ำมันเบรกที่คาลิเปอร์โดยตรง จึงมั่นใจได้ในเรื่องการชับขี่ปลอดภัยทุกสภาพถนน
![[ครบชุด] T1509053 กไม กด Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-478.png)
![[ครบชุด] T1509045 เป นได แค](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-479.png)