Ferrari 296 GTB รู้จักซุปเปอร์คาร์จากค่ายม้าลำพอง ที่คุณต้องลองขับให้ได้สักครั้ง
รถซุปเปอร์คาร์ที่ถือเป็นหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของแบรนด์เฟอร์รารี่ ซึ่งมีการผสมผสานทั้งเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำสมัยออกมาอย่างลงตัว มันไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่า แต่ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนรักรถด้วยความสวยงามและสมรรถนะที่ไม่ธรรมดา ถ้าคุณกำลังมองหารถ Super Car ที่ทั้งสวยงามและมีความสามารถสูง Ferrari 296 GTB อาจจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด
ในบทความนี้ Prime Cars Rental จะพาคุณไปสำรวจในทุกด้านของรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอก, ความหรูหราในห้องโดยสาร, สมรรถนะเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น และฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จะทำให้การขับขี่ของคุณเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไปอีกนาน
ดีไซน์ภายนอก ความสปอร์ตและความงามที่ผสมผสานอย่างลงตัว
Ferrari 296 GTB ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตใน Generation ใหม่ที่ดึงดูดสายตา ไม่เพียงแต่เน้นความสวยงามและความหรูหรา แต่ยังคำนึงถึงสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ทุกการเดินทาง

- กระจังหน้าของ ถูกออกแบบใหม่ให้มีช่องระบายอากาศที่เหมาะสมที่สุด ช่วยในการระบายความร้อนและเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ

- ไฟหน้า LED คมชัด: การใช้ไฟหน้า LED สร้างความชัดเจนในทุกสภาพแสง พร้อมทั้งเพิ่มสไตล์สปอร์ตที่ดึงดูดสายตา

- ล้อและยางขนาดใหญ่: ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ที่ช่วยให้การเกาะถนนมั่นคงและเพิ่มการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น

- การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์: เส้นสายที่ลื่นไหลและมีความคล่องตัว เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการขับขี่

- ช่องระบายอากาศที่ด้านข้าง: ช่องระบายอากาศที่ด้านข้างของตัวรถช่วยลดแรงต้านอากาศ เพิ่มความเสถียรในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

- กระจกหลังที่ดีไซน์มาแบบเฉียบขาด: กระจกหลังได้รับการออกแบบให้ดูเพรียวบางและเพิ่มความสปอร์ตโดยรวมให้กับตัวรถ
การดีไซน์ภายนอกของซุปเปอร์คาร์คันนี้ จึงไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องความสวยงาม แต่ยังส่งเสริมการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพถนน ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายในสนามแข่งแต่เพียงอย่างเดียว
ภายในห้องโดยสารที่หรูหราและทันสมัยที่สุดของ Ferrari
Ferrari 296 GTB มีห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราและสะดวกสบาย ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะทำให้การขับขี่ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

- วัสดุคุณภาพสูง: การใช้วัสดุอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทนทาน ช่วยให้ภายในรถดูหรูหราและมีความทนทานสูง

- ที่นั่งแบบสปอร์ต: ที่นั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อรองรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างสบายตลอดการเดินทาง

- คอนโซลกลางที่มีความทันสมัย: คอนโซลกลางมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสที่ใช้งานง่าย ช่วยควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถได้อย่างสะดวก

- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่ออกแบบให้เข้ากับการควบคุมของผู้ขับขี่ พร้อมระบบปรับระดับที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มีท่าทางการขับขี่ที่สะดวกสบาย

- เครื่องเสียงระดับพรีเมียม: ระบบเสียงที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับคุณภาพเสียงที่ชัดเจนและสมจริง

- ที่เก็บของอเนกประสงค์: มีที่เก็บของในห้องโดยสารหลายจุดที่สามารถเก็บของใช้ส่วนตัวได้อย่างสะดวก
สมรรถนะเครื่องยนต์ V6 120 องศา นิยามของพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เครื่องยนต์ของ Ferrari 296 GTB เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถสปอร์ตคันนี้โดดเด่นเหนือคู่แข่งทั้งปวง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้ได้สมรรถนะที่ไม่มีที่สิ้นสุด รวมไปถึงการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่ เครื่องยนต์มีการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความสนุกในทุกการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วบนทางตรง หรือการขับขี่ในสนามแข่งที่มีการควบคุมที่ท้าทาย

- เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร: เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร วางเอียงทำมุม 120 องศา ให้พละกำลังสูงสุด 663 แรงม้า (hp) ช่วยให้การขับขี่มีความสมดุลและการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยม กับเสียงเครื่องยนต์ที่เรียกได้ว่าคล้ายกับ V12 มากที่สุด
- ระบบ Plug-in Hybrid (PHEV): ระบบ Plug-in Hybrid มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 167 แรงม้า ซึ่งเพิ่มพลังรวมสูงสุดถึง 830 แรงม้า พร้อมการลดมลพิษและประหยัดพลังงาน
- ระบบเกียร์ Dual Clutch 8 สปีด (F1 DCT): ระบบเกียร์ F1 DCT ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและราบรื่น ช่วยให้การเร่งความเร็วและควบคุมรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD): การใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังเพิ่มความสนุกในการขับขี่และทำให้การควบคุมรถมีความแม่นยำ
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที: สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.9 วินาที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการเร่งความเร็วสูง และ 0-200 กม./ ชม. ได้ในเวลาเพียง 7.3 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม.: ความเร็วสูงสุดที่ 330 กม./ชม. แสดงถึงความสามารถในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและความทนทานในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Range) 25 กิโลเมตร: ระบบ EV ช่วยให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ถึง 25 กิโลเมตร ในการเดินทางระยะสั้นและช่วยประหยัดพลังงาน
- ระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูง: ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้การหยุดรถแม่นยำและปลอดภัยในทุกสถานการณ์
สมรรถนะเครื่องยนต์นั้นเป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่และความแรงที่ไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยการใช้เครื่องยนต์ V6 ที่ทรงพลัง ระบบ Plug-in Hybrid ที่ประหยัดพลังงาน ระบบเกียร์ F1 DCT ที่ตอบสนองทันที และความสามารถในการเร่งความเร็วที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความตื่นเต้นทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง จึงเป็นรถที่สร้างมาตรฐานใหม่ในการขับขี่อย่างแท้จริง
ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีของ Ferrari 296 GTB: ความหรูหราที่รองรับการขับขี่ในยุคใหม่
ไม่เพียงแค่เน้นเรื่องสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่เหนือชั้นในทุกการขับขี่ การใช้งานที่สะดวกสบายและความปลอดภัยถูกนำมาใช้ร่วมกับความหรูหราและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์
- ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ทันสมัย: มาพร้อมกับระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ใช้งานง่าย รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานสมาร์ตโฟนได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
- หน้าจอดิจิทัลเต็มรูปแบบ: มี จอแสดงผลดิจิทัล ที่ออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดแสดงผลได้อย่างชัดเจนและใช้งานได้ง่าย ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ความเร็ว อัตราเร่ง และข้อมูลการทำงานของระบบต่างๆ ได้ทันที
- ระบบเสียงระดับพรีเมียม: ระบบเครื่องเสียงที่มีคุณภาพสูงเพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนที่เงียบหรือขับด้วยความเร็วสูง ถึงแม้ว่าคุณจะอยากฟังแค่เสียงเครื่องก็ตามที
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS): มาพร้อมกับ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ที่ทันสมัย เช่น ระบบเตือนการชน ระบบควบคุมการเบรกอัตโนมัติ และระบบควบคุมการขับขี่ในเลน ซึ่งช่วยให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์เป็นไปอย่างปลอดภัย
- การปรับแต่งและการควบคุมความสะดวกสบาย: มาพร้อมกับ ฟังก์ชั่นการปรับที่นั่ง ที่รองรับการปรับระดับได้หลายรูปแบบ รวมถึงการปรับที่นั่ง, พวงมาลัย และความสูงของเกียร์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับท่านั่งให้เหมาะสมกับสรีระได้
- ไฟหน้า LED แบบ Adaptive: ติดตั้ง ไฟหน้า LED แบบ Adaptive ที่สามารถปรับทิศทางและความสว่างได้ตามการหมุนของพวงมาลัย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ในที่มืดหรือทางโค้ง
เช่า Ferrari 296 GTB ได้แล้วที่ Prime Cars Rental ราคาเริ่มต้นเพียง 150,000 บาท/วัน เท่านั้น!

สัมผัสประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืม จากราคารถรวมออปชั่นที่ 31,900,000 บาท แต่ที่ Prime Cars Rental บริษัทเช่ารถหรูชั้นนำของประเทศไทย เราให้คุณสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีรถหรูรุ่นใดเทียบเคียงได้ เริ่มต้นเพียงวันละ 150,000 บาท เท่านั้น!
พร้อมรับบริการสุดพิเศษจาก Prime Cars Rental ที่จะทำให้รถ Ferrari คันนี้เป็นรถที่ช่วยทำให้วันธรรมดาของคุณกลายเป็นวันพิเศษ สามารถเช่ารถเฟอร์รารี่ ขับกับเราได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางต่อไปนี้
- เบอร์โทรศัพท์: 081-954-2451
- ช่องทางออนไลน์ที่ Line: @primecarsrental หรือ คลิกที่นี่
- WhatsApp : (+66) 62 892 4414
เช่ารถหรูกับ Prime Cars Rental สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเตรียมเอกสารเยอะ ไม่ว่าจะเช่ารถประเภทไหน เช่ารถหรู, เช่ารถสปอร์ต, เช่ารถซุปเปอร์คาร์, หรือ เช่ารถเปิดประทุน, ไม่ว่าจะแบรนด์ไหน Lamborghini, Mercedes-Benz, BMW หรือ Porsche ที่ Prime Cars Rental ก็พร้อมให้คุณเช่าเพื่อเปิดประสบการณ์อันล้ำค่าแล้วตั้งแต่วันนี้
10 รถเก๋งยอดนิยม คนไทยไว้ใจ เลือกแล้วไม่มีผิดหวัง (2025)

โพสต์เมื่อ 26 May 2568
รถเก๋งรุ่นไหนดี 2025 บทความนี้รวมพล 10 รถเก๋งตัวเต็งที่กุมหัวใจคนไทยมาให้แล้ว สเปกและราคาเป็นยังไง คันไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณที่สุด ตามมาดูกันเลย
รถเก๋งรุ่นไหนดี | มัดรวม 10 รถเก๋งดาวเด่น ที่คนไทยเทใจให้จนถึงวันนี้
1. Honda City
Honda City ไม่ได้เป็นแค่รถเก๋งขนาดเล็ก แต่คือยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และประหยัดน้ำมัน ทำให้ City เป็นหนึ่งในรถเก๋งที่นิยมมากที่สุดในไทย ปัจจุบันมียอดจดทะเบียนเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม Eco Car อีกด้วย มีให้เลือกทั้ง City 1.0 Turbo และ City e:HEV ราคาเข้าถึงง่ายกว่ารุ่นพี่ Accord แต่ฟังก์ชันการใช้งานไม่แพ้กันเลย
อย่างไรแล้ว แม้ว่ารถเก๋งฮอนด้าซิตี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถเก๋งคันเล็ก แต่ก็ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง นั่งสบาย ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเดินทางไกลหรือในเมืองก็สบาย
อ่าน รีวิว Honda City e:HEV กับบททดสอบความประหยัดน้ำมัน ทั้งในเมืองและนอกเมือง
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร TURBO DOHC VTEC
- กำลังสูงสุด: 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด: 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที
- อัตราการประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตร/ลิตร
- เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-MMD Hybrid (สำหรับรุ่น e:HEV)
- มอเตอร์ไฟฟ้า: 2 ตัว
- กำลังสูงสุดของระบบ: 109 แรงม้า (จากมอเตอร์ไฟฟ้า)
- แรงบิดสูงสุดของระบบ: 253 นิวตันเมตร (จากมอเตอร์ไฟฟ้า)
- อัตราสิ้นเปลือง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร

ราคารถเก๋ง Honda City
- รุ่น S ราคา 599,000 บาท
- รุ่น V ราคา 629,000 บาท
- รุ่น SV ราคา 679,000 บาท
- รุ่น RS ราคา 749,000 บาท
- รุ่น e:HEV SV ราคา 729,000 บาท
- รุ่น e:HEV RS ราคา 799,000 บาท
2. Toyota Yaris ATIV
ถ้าคุณต้องการรถเก๋งราคาถูกที่ครบเครื่อง Toyota Yaris ATIV ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาด เพราะเขามาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัย อัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่เพียงพอต่อการใช้งาน หากคุณกำลังมองหารถขนาดเล็กที่คุ้มค่า คุ้มราคา ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว Yaris ATIV คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร (รหัส 3NR-FKE) Dual VVT-iE
- กำลังสูงสุด: 94 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด: 110 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที
- อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

ราคารถเก๋ง Toyota Yaris ATIV
- รุ่น Sport ราคา 549,000 บาท
- รุ่น Smart ราคา 594,000 บาท
- รุ่น Premium ราคา 669,000 บาท
- รุ่น Nightshade ราคา 699,000 บาท
- รุ่น Premium Luxury ราคา 699,000 บาท
3. Nissan Almera
ถ้าคุณมองหารถเก๋งเล็กที่คุ้มค่าด้านราคาและประหยัดน้ำมัน Nissan Almera คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ Almera Minorchange 2023 ออปชันเหนือกว่า Eco Car ทั่วไป แถมตัวปัจจุบันยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ที่เข้ามาช่วยเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่
สิ่งที่ทำให้ Nissan Almera โดดเด่นเป็นพิเศษอีกอย่าง คือ การใช้เครื่องยนต์ 1.0 Turbo ซึ่งในตลาด Eco Car ของไทย มีเพียง 2 รุ่นเท่านั้นที่ใช้ขุมพลังแบบนี้ โดยอีกรุ่นก็คือ Honda City นั่นเอง แน่นอนว่านอกจากจะให้พละกำลังเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ยังให้อัตราประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม NISSAN Almera รถดี ที่ถูกลืม
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร CVT with D-Step Logic ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า (FWD)
- กำลังสูงสุด: 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด: 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบต่อนาที
- อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

ราคารถเก๋ง Nissan Almera
- รุ่น E ราคา 549,000 บาท
- รุ่น EL ราคา 589,000 บาท
- รุ่น V ราคา 669,000 บาท
- รุ่น VL ราคา 699,000 บาท
4. Honda Civic
Honda Civic คือหนึ่งในรถเก๋ง C-Segment ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาด ไม่ว่าจะเปิดตัวมากี่เจเนอเรชันก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยรูปลักษณ์ที่เน้นความสปอร์ตและสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ทำให้ Civic เป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ที่มองหารถยนต์ที่ ขับสนุก ตอบสนองได้ดี อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ไม่ได้เป็นภาระค่าใช้จ่ายจนเกินไป ยิ่งเป็น Civic e:HEV ยิ่งประหยัด
อีกจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Honda Civic ยืนหนึ่งในใจผู้ใช้งาน คือ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง โปร่งสบาย ใช้วัสดุคุณภาพสูง และยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย Civic จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคนไทยนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม รีวิว Honda Civic e:HEV RS แรง นุ่ม ประหยัด ของดีที่ต้องลอง
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร VTEC TURBO 4 สูบ 16 วาล์ว (DOHC)
- กำลังสูงสุด: 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 240 นิวตันเมตร ที่ 1,700-4,500 รอบ/นาที
- อัตราการประหยัดน้ำมัน 17.2 กิโลเมตร/ลิตร
- เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC (สำหรับรุ่น e:HEV)
- มอเตอร์ไฟฟ้า: 2 ตัว
- กำลังสูงสุด: 184 แรงม้า (จากมอเตอร์ไฟฟ้า)
- แรงบิดสูงสุด: 315 นิวตันเมตร (จากมอเตอร์ไฟฟ้า)
- อัตราการประหยัดน้ำมัน 25 กิโลเมตร/ลิตร
อ่านต่อ Honda Civic e:HEV เหนือกว่า 1.5 Turbo หรือไม่?

ราคารถเก๋ง Honda Civic
- รุ่น EL+ ราคา 1,039,000 บาท
- รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท
- รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท
5. Mazda 3
Mazda 3 รถเก๋งที่คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีมานักต่อนัก ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion ที่ถูกพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นลง แต่คงไว้ซึ่งความเรียบหรู แม้จะเป็นรถเก๋งญี่ปุ่นแต่คุณภาพเทียบเท่ารถยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเสียง วัสดุที่ใช้ หรือการออกแบบห้องโดยสาร
นอกจากนี้ เบาะนั่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับสรีระ ทำให้คุณนั่งสบายแม้ขับขี่ทางไกล ช่วงล่างให้ความรู้สึกมั่นคง มีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง รักษาเสถียรภาพการทรงตัวได้ดีมาก ๆ
อ่านรีวิว ทดสอบสมรรถนะ New Mazda3 2.0 SP Sports บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-เขาใหญ่
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv-G 2.0 DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์ว แปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT และระบบไอเสีย 4-2-1 พร้อมระบบ i-STOP
- กำลังสูงสุด: 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด: 213 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
- อัตราสิ้นเปลือง 15-17 กิโลเมตร/ลิตร

ราคารถเก๋ง Mazda 3
- รุ่น 2.0 C ราคา 979,000 บาท
- รุ่น 2.0 S ราคา 1,069,000 บาท
- รุ่น 2.0 SP ราคา 1,198,000 บาท
- รุ่น Edition Carbon ราคา 1,210,000 บาท
Civic / Mazda3 / Altis ตัวตนชัดเจน มีดีคนละอย่าง
6. Toyota Corolla Altis
หนึ่งในรถเก๋งโตโยต้ารุ่นที่ฮิตมาตลอด นั่นก็คือ Toyota Corolla Altis ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาอย่างยาวนานเรื่องความน่าเชื่อถือและความทนทาน ไม่จุกจิก ซ่อมบำรุงง่าย อะไหล่หาง่าย ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในระยะยาวเลย
นอกจากนี้ ห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบายยังตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลก็ไปได้หมด อีกทั้งยังมีตัวเลือกเครื่องยนต์หลายขนาด ทำให้ Altis เป็นรถที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างลงตัว
รีวิว Toyota Corolla Altis 1.8 Sport ทางเลือกใหม่ ในราคาที่ประหยัดขึ้น
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i
- กำลังสูงสุด: 125 แรงม้า ที่ 6,050 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 156 นิวตันเมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที
- อัตราสิ้นเปลือง 16.6 กิโลเมตร/ลิตร
- เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i
- กำลังสูงสุด: 140 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 177 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
- อัตราสิ้นเปลือง 16.7 กิโลเมตร/ลิตร
- เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ VVT-i (สำหรับรุ่น HEV)
- กำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์: 98 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุดจากเครื่องยนต์: 142 นิวตันเมตร
- กำลังสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า: 72 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า: 163 นิวตันเมตร
- กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ: 122 แรงม้า
- อัตราสิ้นเปลือง 23.3 – 23.8 กิโลเมตร/ลิตร

ราคารถเก๋ง Toyota Corolla Altis
- รุ่น 1.6 G ราคา 894,000 บาท
- รุ่น 1.8 Sport ราคา 979,000 บาท
- รุ่น HEV Premium ราคา 1,009,000 บาท
- รุ่น HEV GR Sport ราคา 1,129,000 บาท
ระหว่าง Honda Civic Gen11 กับ Toyota Corolla Altis เลือกรุ่นไหนดี
7. Toyota Camry
Toyota Camry ยังคงเป็นรถเก๋ง D-Segment ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างชื่อเสียงอันยาวนาน สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบายเหนือระดับ และดีไซน์ที่หรูหรา พร้อมการตกแต่งภายในที่พิถีพิถัน ทำให้ Camry เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกด้าน ที่สำคัญ ยังคงรักษามูลค่าขายต่อได้ดีในระยะยาวอีกด้วย
อ่านรีวิวเปรียบเทียบ All New Toyota Camry 2024 vs Toyota Camry 2022
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i
- กำลังสูงสุด: 186 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที
- มอเตอร์ไฟฟ้า: Synchronous Permanent Magnet Electric Motor
- กำลังสูงสุด: 100 กิโลวัตต์
- แรงบิดสูงสุด: 208 นิวตันเมตร
- กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ: 227 แรงม้า
- อัตราสิ้นเปลือง: 25 กม./ลิตร

ราคารถเก๋ง Toyota Camry
- รุ่น HEV Smart ราคา 1,475,000 บาท
- รุ่น HEV Premium ราคา 1,659,000 บาท
- รุ่น HEV Premium Luxury ราคา 1,809,000 บาท
8. Honda Accord
รถเก๋งฮอนด้า D-Segment ที่เรารู้จักกันดี นั่นก็คือ Honda Accord วันนี้เดินทางมาถึง Generation 11 แล้ว สิ่งที่ทำได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็คือความนุ่มนวลของช่วงล่าง การตอบสนองของเครื่องยนต์ไฮบริดที่ดีมาก ๆ กล้าพูดเลยว่าเสียงเงียบขึ้นเยอะ ถ้าคุณต้องการรถเก๋งกว้าง ๆ ขับดี นั่งสบาย ประหยัดน้ำมัน คันนี้ตอบโจทย์มาก ดีไซน์หรูขึ้น ด้านท้ายลาดเอียงคล้ายรถยุโรป ทำให้รถดูพรีเมียม
อ่านเพิ่มเติม Honda Accord e:HEV ใหม่ ขับดีกว่าที่คิด
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว แบบ Atkinson Cycle
- กำลังสูงสุด: 147 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 182 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที
- มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว: AC Synchronous Permanent Magnet Electric Motor
- กำลังสูงสุด: 184 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 335 นิวตันเมตร ที่ 0 – 2,000 รอบ/นาที
- กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ: 207 แรงม้า
- อัตราสิ้นเปลือง: 25 กม./ลิตร

ราคารถเก๋ง Honda Accord
- รุ่น e:HEV E ราคา 1,529,000 บาท
- รุ่น e:HEV EL ราคา 1,669,000 บาท
- รุ่น e:HEV RS ราคา 1,799,000 บาท
อ่านต่อ Honda Accord e:HEV Vs Toyota CAMRY HEV เลือกใครดี
9. BMW 320d
รถเก๋งแบรนด์ยุโรปรุ่นไหนดี นาทีนี้คงไม่มีอะไรฮิตไปกว่า BMW 320d อีกแล้ว เพราะเขามีจุดเด่นเรื่องความหล่อ เครื่องดีเซลสุดประหยัดและคงทน มาพร้อมกับช่วงล่างที่ปรับเปลี่ยนตามโหมดการขับขี่ เกาะถนนดีเยี่ยม หากคุณกำลังมองหารถเก๋งพรีเมียมที่ขับสนุก ดีไซน์เท่ ของแต่งเยอะ เทคโนโลยีครบครัน ราคาเข้าถึงง่ายกว่ารถหรูรุ่นอื่น ไม่ควรพลาดคันนี้
อ่านรีวิว BMW 320d (G20) LCI ใหม่ หล่อขึ้น ออปชันเต็ม ประหยัดจริง
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ BMW TwinPower Turbo
- กำลังสูงสุด: 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที
- อัตราสิ้นเปลือง: 22.7 กม./ลิตร

ราคารถเก๋ง BMW 320d
- รุ่น 320d M Sport ราคา 2,799,000 บาท
10. Mercedes-Benz C220d
รถเก๋งเบนซ์รุ่นไหนดี ถ้าให้แนะนำตัวฮิตก็ต้อง C-Class รุ่น C220d จุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ภายนอกที่มีเส้นสายพลิ้วไหวแต่ยังคงความแข็งแกร่ง ทำให้รถดูโดดเด่นสะดุดตา ขณะที่ภายในห้องโดยสารก็แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด รถเก๋งคันนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความเรียบหรูและเทคโนโลยีทันสมัย และยังตอบโจทย์คนที่มองหารถที่ขับขี่นุ่มนวลแต่ยังกระฉับกระเฉงในการใช้งาน
อ่าน รีวิว Mercedes Benz C220d (W206) นุ่มขึ้น หรูขึ้น เนียนขึ้น
สมรรถนะ
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
- กำลังสูงสุด: 200 แรงม้า ที่ 3,600-4,200 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที
- อัตราสิ้นเปลือง: 20-21.3 กม./ลิตร

ราคารถเก๋ง Mercedes-Benz C220d
- รุ่น C220d Advantgrade ราคา 2,730,000 บาท
- รุ่น C220d AMG Line ราคา 2,880,000 บาท
อ่านบทความเปรียบเทียบ BMW 320d vs Benz 220d คู่ปรับตลอดกาล
อ่านเพิ่มเติม
- รถยนต์เครื่อง 1,500 cc รุ่นไหนประหยัดน้ำมันที่สุด
- รถ Hybrid รุ่นไหนน่าสนใจ พร้อมเปรียบเทียบราคารถไฮบริดแต่ละรุ่น
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
ห้ามพลาด! 3 ซูเปอร์คาร์รุ่นโด่งดังที่สุดของ Lamborghini

ลัมโบร์กีนี (Lamborghini) แบรนด์รถสปอร์ตชื่อดังที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในรถสปอร์ตที่ดีที่สุดในโลก ด้วยพละกำลังความแรงของรถสปอร์ตแลมโบกินี่ ดีไซน์เท่ดุดันตามสไตล์กระทิงดุ และราคาที่สูงแตะหลักสิบล้านบาท บ่งบอกถึงสไตล์ของคนขับได้เป็นอย่างดี ทำให้แลมโบกินี่กลายเป็นสปอร์ตคาร์สุดหรูที่คนกระเป๋าหนาทั้งหลายหมายปอง
Lamborghini สปอร์ตคาร์สายเลือดอิตาเลียน ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปกระทิง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ราศีเกิดของ Ferruccio Lamborghini ผู้ก่อตั้งแบรนด์นั่นเอง ส่วนชื่อของสปอร์ตคาร์แต่ละรุ่นได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อของกระทิงตัวแกร่งที่เข้าร่วมสังเวียนในศึกต่อสู้กระทิงที่ประเทศสเปน หากคุณกำลังสนใจสปอร์ตคาร์แบรนด์นี้ มาเริ่มบทเรียนแรกด้วยการทำความรู้จักกับยานยนต์ 3 รุ่นที่ฮอตที่สุดของ Lamborghini กันค่ะ
ซื้อรถยนต์มือสองกับ CARSOME การันตีคุณภาพรถยนต์ ผ่านการตรวจสภาพ 175 จุด พร้อมรับประกัน 1 ปีเต็ม ราคาคงที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซื้อไปแล้วไม่พอใจ การันตีคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 5 วัน
นึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th
Lamborghini Gallardo

ลัมโบร์กีนี กัลลาร์โดเป็นรถรุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดของลัมโบร์กีนี ตลอดหนึ่งทศวรรษที่โลดแล่นอยูในวงการสามารถทำยอดขายได้ถึง 14,022 คัน ลัมโบร์กีนี กัลลาร์โด ชื่อรุ่นของรถถูกนำมาจากชื่อของกระทิงที่มีชื่อเสียงจากศึกต่อสู้กระทิงในสเปน กัลลาร์โดเริ่มอวดโฉมครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2003 ทาง Lamborghini ได้ประกาศยกเลิกการผลิตรถรุ่นนี้ในปีค.ศ. 2013 Lamborghini Gallardo เป็นรถ 2 ประตู 2 ที่นั่ง วางเครื่องยนต์กลางลำท้าย ขับเคลื่อนสี่ล้อ (M4) และขับเคลื่อนสองล้อ (RMR) ใช้เครื่องยนต์ V10 ที่ถูกพัฒนามาจากเครื่องยนต์ V8 ของ Audi ถึงแม้จะเลิกผลิตไปแล้ว 4 ปี แต่สปอร์ตคาร์รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นรุ่นยอดนิยมในปัจจุบัน
Lamborghini Aventador

ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์ สปอร์ตคาร์สมรรถนะสูง วางเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) 2 ประตู 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์ V12 โดยรถรุ่นนี้สร้างขึ้นมาทดแทนลัมโบร์กีนีรุ่น Murciélago แน่นอนว่าตามธรรมเนียมของลัมโบร์กีนี ชื่อรุ่นของรถได้มาจากกระทิงที่ชนะเลิศในการต่อสู้เมื่อปีค.ศ. 1993 ราวกับจะมาบอกว่านี่คือแชมป์สปอร์ตคาร์ตัวจริงเสียงจริง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ปีค.ศ. 2011 Lamborghini Aventador ก็เป็นที่กล่าวขานถึงหน้าตาที่เท่ดุดันและขุมพละกำลังที่แรงไม่แพ้ใคร โดยมีอัตราเร่ว 0-100 ในเวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น
ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘สปอร์ตคาร์ที่ดีที่สุดเท่าที่แลมโบกินี่เคยมีมา’ และยังชนะเลิศรางวัล ‘ซูเปอร์คาร์แห่งปี 2011’
Lamborghini Huracán

ลัมโบร์กีนี ฮูราแคน เป็นสปอร์ตคาร์รุ่นที่มาแทนที่ลัมโบร์กีนี กัลลาร์โด ซึ่งก็เปิดตัวได้อย่างสวยงามด้วยการคว้ารางวัล Supercar of The Year 2014 ไปครอบครองในปีแรกที่เปิดตัว โดย Lamborghini Huracán เป็นรถ 2 ประตูซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบคูเป้และแบบสไปเดอร์หรือแบบเปิดประทุน เครื่องยนต์วางกลางลำท้าย ขับเคลื่อน 4 ล้อ (M4) และขับเคลื่อน 2 ล้อ (RMR) ระบบเกียร์ดูโอคลัช 7 จังหวะ ใช้เครื่องยนต์ 5.2 ลิตรชนิด V10 602 แรงม้า จุดเด่นของ Lamborghini Huracán อยู่ที่การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา และเครื่องยนต์สมรรถนะสูง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ผสานนักขับกับรถให้เป็นหนึ่งเดียวกันแบบที่คุณคาดไม่ถึง
นึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th
ประวัติความเป็นมาของ Lamborghini
ลัมโบร์กีนีก่อตั้งในปี 1963 ต่อจากนั้นจึงถูกซื้อไปโดย Audi ในปี 1998 และถือว่าเป็นบริษัทในเครือ Volkswagen ซึ่งผู้ก่อตั้งบริษัทรถแลมโบกินี่ คือ เฟร์รุชชิโอ ลัมโบร์กีนี โดยที่ตัวเขาเองนั้นเกิดในราศีพฤษ จึงทำให้ตราสัญลักษณ์กระทิงดุกลายเป็นรุ่นรถของลัมโบร์กีนีทุกรุ่นอีกด้วย
นอกจากนี้โดยเริ่มแรกของการก่อตั้งบริษัทนั้น ลัมโบร์กีนียังเป็นผู้ผลิตรถไถมาก่อนและในปัจจุบันก็ยังมีแผนกรถไถที่ชื่อว่า Lamborghini Trattori หรือ Lamborghini Tractors โดยทีมออกแบบนั้นเคยมีผลงานในลัมโบร์กีนี กัลลาร์โด (Lamborghini Gallardo) ที่เป็นผลงานชิ้นเยี่ยมของแลมโบกินี่อีกด้วย
สำหรับการดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini นั้น การตัดเย็บเบาะและแผงคอนโซลต่าง ๆ เป็นฝีมือของช่างตัดเย็บหญิงเท่านั้น ผู้ชายจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในส่วนนี้ นอกจากเรื่องการดีไซน์ที่ Lamborghini จะมีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เรื่องของการขับขี่ได้มีศูนย์ฝึกการขับขี่ในฤดูหนาว โดยมีการสอนเทคนิคการขับขี่บนพื้นน้ำแข็งและหิมะ ซึ่งมีไม่กี่ที่บนโลกเท่านั้นด้วย
ผู้ที่ชื่นชอบ Lamborghini สีแดง อาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มในส่วนของการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสีตัวถัง ก้ามเบรก หรือส่วนอื่น ๆ เพราะว่าสีแดงนั้นเป็นสีที่เป็นสัญลักษณ์ของคู่แข่งอย่าง Ferrari นั่นเอง ส่วนใครที่เป็นแฟนประตูปีกนกนั้นอาจจะต้องมองหา Lamborghini V 12 เพราะประตูนี้ถูกสงวนไว้ให้รุ่น V12 โดยเฉพาะค่ะ
ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานหลายปีแต่ Supercar กระทิงดุอย่าง Lamboghini ก็ยังได้รับความสนใจมาตลอดเวลาและดูเหมือนว่ามูลค่าจะไม่ตกเลยอีกด้วย และถึงจะมีวิกฤติอย่าง Covid เข้าทำ disrupt เศรษฐกิจให้ซบเซา แต่ปรากฏว่ารถสปอร์ต Supercar อย่าง Lamborghini กลับมียอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ทางบริษัทให้ความสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์กลุ่มแฟน Lamborghini ตลอดมาจึงไม่เป็นที่แปลกใจเท่าไหร่ว่าทำไมถึงได้ครองใจผู้คนมาอย่างเหนียวแน่น และเร็ว ๆ นี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีการออกรุ่นพิเศษออกมาด้วย สำหรับใครที่เป็นแฟน Supercar อย่างกระทิงดุก็อย่าลืมอัปเดตข่าวด้วยนะคะ
หากคุณกำลังสนใจจะ ซื้อรถมือสอง หรือ ขายรถ แล้วล่ะก็… ที่ CARSOME เสนอราคาให้คุณได้ดีที่สุด! เรามีขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็ว และไม่มีขั้นตอนยุ่งยากใด ๆ คลิกที่เว็บไซต์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!
อ่านบทความต่อ: 7 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ราคาไม่ถึงล้าน วางขายในไทย ปี 2022 หรือ ซื้อรถมือสองกับ CARSOME ได้รถคุ้มค่าราคาถูกใจ!
![[ครบชุด] T1809105 แม านท โดนด Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-651.png)


![[ครบชุด] T1809097 สวยสกปรก Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-650.png)