เช่ารถ Lamborghini Aventador LP 700-4 50th Anniversary
หากต้องการลองขับรถซุปเปอร์คาร์ ที่เป็นที่สุด ด้วยเสียงเครื่อง V12 N/A หรือ Naturally Aspirated แบบไม่ต้องพึ่งพาระบบอัดอากาศ ที่ไพเราะเสนาะหูที่สุด เราขอแนะนำให้คุณ เช่ารถ Lamborghini Aventador LP 700-4 รุ่นพิเศษ 50th Anniversary คันนี้ดู
ที่สุดแห่ง Supercar เครื่อง V12 ที่เดียวในไทย เมื่อ เช่ารถ Lamborghini Aventador
สุดยอดแห่งกระทิงดุ รถ Supercar ในฝันของใครหลายๆคน ด้วยเครื่องยนต์ V12 เสียงเพราะคำราม 6.5 ลิตร 700 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 700 นิวตันเมตร และแน่นอนว่า เครื่อง N/A ให้ความแรงได้ทันที ตั้งแต่กดคันเร่งไปยัน Red Line ที่กว่า 9,000 rpm
ที่สุดแห่ง Supercar เครื่อง V12 ที่เดียวในไทย เมื่อ เช่ารถ Lamborghini Aventador
สุดยอดแห่งกระทิงดุ รถ Supercar ในฝันของใครหลายๆคน ด้วยเครื่องยนต์ V12 เสียงเพราะคำราม 6.5 ลิตร 700 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 700 นิวตันเมตร และแน่นอนว่า เครื่อง N/A ให้ความแรงได้ทันที ตั้งแต่กดคันเร่งไปยัน Red Line ที่กว่า 9,000 rpm

Lamborghini Aventador 50th Anniversary ใช้ Chassis แบบ Monocoque Carbon Fibre รวมทั้งระบบ Aerodynamics ทำให้อัตราเร่ง 0-100 km/h เกิดขึ้นภายใน 2.9 วินาที เท่านั้น กับความเร็วสูงสุด 350 km/h แบบสะใจ พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Strada, Corsa, Sport, และ Race
รายละเอียดทางเทคนิคของ Lamborghini Aventador LP700-4 50th Anniversary
- เครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12
- แรงม้า 700PS แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร
- เกียร์ Dual Clutch 7 จังหวะ ISR ที่มีจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้รู้สึกถึงความเป็นกระทิงดุ
- ขับเคลื่อน 4 ล้อ
- ระบบเบรคแบบ Carbon Ceramic Composite แบบ 6 Pot ด้านหน้า และ 4 Pot ด้านหลัง
- ช่วงล่างมี ใช้เทคโนโลยี Push-Rod System จากเทคโนโลยีในรถแข่ง
- Shock Absorber แบบ Mono-tube ของ Ohlins ตามขวาง
- อัตราเร่ง 0-100km/h ใน 2.9 วินาที
- Top Speed 350km/h
- น้ำหนักรถ 1,575 กิโลกรัม
- ระบบ Front Lifting ไม่ต้องกลัวขูดเพราะรถค่อนข้างเตี้ยมาก
- ล้อหน้าขนาด 20 นิ้ว และล้อคู่หลัง ขนาด 21 นิ้ว


ฟิลลิ่งการขับขี่แลมโบกีนี อเวนทาดอร์ รุ่นพิเศษคันนี้
- ช่วงล่าง เฟิร์มค่อนข้างแข็ง มีแรงกระแทกเยอะพอสมควร
- เสียงเครื่องยนต์เพราะที่สุดเท่าที่คุณจะพอนึกออก จาก Supercar ทั่วโลก คันนี้จะเป็นโทรเสียงแหลมเมื่อรอบสูง
- พวงมาลัยคมสุดๆ และไวมากๆ น้ำหนักยอดเยี่ยม เบาตอนขับช้า หนักตอนขับเร็ว
- การทรงตัวในความเร็วสูงดีมาก ขับด้วยความเร็ว 200 km/h อย่างสบายๆ และความเร็วขนาดนี้ เป็นเรื่องง่ายมาก
- อัตราเร่งแรงจนพูดไม่ออก เป็นแรงดึงแบบที่ไม่มีเทอร์โบช่วย แรงดึงจะมาตลอดเวลาตั้งแต่รอบต่ำยัน Red line
- การเปลี่ยนเกียร์มีการกระแทกกระทั้นพอให้สนุก อารมณ์เหมือนกำลังควบกระทิงดุ
- การขับในเมืองอาจจะไม่สบายนัก เพราะเกียร์ Dual Clutch จะทำให้ปล่อยเบรคแล้วรถไม่ไหลเหมือน Huracan EVO จะคล้ายๆกับ Ferrari รุ่นต่างๆเช่น Ferrari 488 Spider จะมีอาการเย่อให้เห็นบ้าง แต่โดยรวมไม่แย่
- น้ำหนักรถเบาสูสีกับ Mclaren 720S แต่จะให้ความรู้สึกที่ดิบกว่า
- เบาะนั่งค่อนข้างสบาย ไม่แข็ง ฟองน้ำรับกับสรีระได้ดี นั่งแล้วกระชับ

แน่นอนว่า Supercar ที่เกือบจะอยู่ในระดับของ Hypercar คันนี้ จะกลายเป็น Rare Item ที่หายากในอนาคต ด้วยเครื่อง N/A V12 ที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า รถเครื่องสันดาบล้วนคันนี้จะกลายเป็นตำนาน
และแน่นอนว่ารถคันนี้เป็นรุ่นพิเศษ ฉลอง 50 ปีของ Lamborghini ที่มีเพียงไม่กี่คันในโลก

ภายในสวยสมกับภายนอก กับ Y Shape ทั้งคัน





กับงานดีไซน์ Cockpit และภายนอกแบบ Y Shape แต่ยังคงความสะดวกในการใช้งาน เช่นระบบ Lift up ยกรถขึ้น เมื่อต้องขับรถขึ้นทางลาดชัน ผสมผสานกับวัสดุภายในแบบหรูหราทุกรายละเอียด ให้การ เช่ารถ Lamborghini Aventador ยังสามารถใช้งานได้จริง
วัสดุภายในเป็นหนังแท้ทั้งคัน สีส้ม สลับกับสีดำ ให้ความรู้สึกร้อนแรง บริเวณ Cockpit ของผู้ขับขี่ จะพบกับ คอนโซลกลางที่มีปุ่มเยอะเต็มไปหมด ตามช่วงเวลาที่รถคันนี้ออกมา (รถปี 2013) ที่ยุคนั้นยังเน้นปุ่มจริงๆ ไม่ใช้หน้าจอให้ยุ่งยาก ตรงไปตรงมา
เบาะนั่งถือว่าสบายตัว ไม่เมื่อยล้า ฟองน้ำนิ่มสบาย แม้ต้องเดินทางนาน แต่สิ่งที่จะทำให้เมื่อยคือ อาการเกร็งจากการขับรถคันนี้ ที่คุณอาจจะต้องเจอเมื่อได้ขับครั้งแรก แต่ต่อมาจะเข้าใจว่า รถคันนี้ไม่ได้ใช้ชิวตด้วยยากอะไร
เช่ารถ Lamborghini Aventador คันนี้ นอกจากได้เสพความเป็นที่สุดของ Lamborghini แล้ว ยังได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นจุดสนใจบนท้องถนนเลย เพราะทุกคนจะรู้สึกว่า รถคันนี้ 40 กว่าล้านบาท ไม่ได้หาดูง่ายๆในไทย

ประตูปีกนก เป็นสัญลักษณ์แห่งการเป็น Lamborghini Flagship
Lamborghini จะใช้ประตูปีกนก สำหรับรถรุ่นสูงสุดเท่านั้น ดังนั้น อย่างเช่น Lamborghini Gallardo ที่เป็นรุ่นเก่า กับ Huracan รวมไปถึง Huracan EVO จะใช้ประตูเปิดแบบธรรมดาเท่านั้น ซึ่ง Huracan เป็นรุ่นใหม่ของ Gallardo ที่มีอายุมากกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งมันยอดเยี่ยมและขับง่ายกว่า แต่ถ้าต้องการที่สุด ต้องลอง Lamborghini Aventador รุ่นพิเศษคันนี้ดู

สรุป หากจะ เช่ารถ Lamborghini Aventador ทั้งที ต้องเอารุ่นพิเศษ 50th Anniversary ไปเลย
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังขับ Lamborghini Aventador LP700-4 50th Anniversary และได้ยินเสียงสตาร์ทรถ ขับขี่กระทิงดุ V12 กับความสวยงามของรถที่ยากจะปฏิเสธ คุณจะมีความสุขในวันพิเศษเหล่านั้นมากกว่าที่เคยเป็น มาลองสัมผัส Supercar คันนี้ด้วยตัวคุณเอง
อัปเดตล่าสุดรถ Super Car ยอดนิยม ปี 2025
วันที่ประกาศ : 24 มิ.ย. 2568
เมื่อพูดถึงรถ Supercar ภาพที่ทุกคนคิดถึงคือรถดีไซน์สปอร์ตล้ำสมัย สมรรถนะสูง พร้อมมีความหรูหรา และแน่นอนว่ามีราคาแพง แต่อาจยังมีความสงสัยกันอยู่ว่าแล้วรถ Supercar มีความแตกต่างจากรถ Sport Car และ รถ Hypercar อย่างไร ? ในเมื่อรถอีก 2 ประเภทหลังก็มีคุณสมบัติข้างต้นเหมือนกัน ผมจึงอยากพาไปทำความรู้จักกันว่ารถที่เรียกกันว่า Supercar จริง ๆ แล้วมีลักษณะอย่างไร พร้อมกับรวบรวมรายละเอียดของ 10 รถ Supercar ยอดนิยมล่าสุดปี 2025 มาไว้ที่นี่ ส่วนใครที่สนใจรถมือสองคุณภาพดีราคาถูก ผมขอแนะนำไปที่ Roddonjai.com แหล่งรวมรถมือสองราคาโดนใจ ผ่อนถูก ได้เลยครับ
รถ Super Car คืออะไร
คำนิยามกว้าง ๆ ของรถ Super Car หรือบางครั้งอาจถูกเรียกว่า Exotic Car คือรถดีไซน์สปอร์ตที่มีแรงม้าสูงพร้อมกับมีความหรูหราในห้องโดยสาร แต่หากจะระบุรายละเอียดที่ลึกลงไปอีกคือ เป็นรถที่มีกำลังจากเครื่องยนต์ระหว่าง 500-900 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 ไมล์/ชั่วโมง หรือมากกว่า 322 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 3 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-60 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีน้ำหนักรถประมาณ 998-1,680 กิโลกรัม รวมทั้งยังเป็นรถ 2 ที่นั่ง และอาจมีรถ Super Car บางรุ่นที่มี 4 ที่นั่ง พร้อมกับเน้นใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหราตกแต่งห้องโดยสาร นอกจากนี้ที่สำคัญคือ ยังเป็นรถที่มีการควบคุมที่ยอดเยี่ยมและแม่นยำให้ความเร้าใจในการขับ
ความแตกต่างของ Super Car กับ Sport Car
รถ Sport Car เป็นรถที่มีดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สมรรถนะสูง ให้การควบคุมที่แม่นยำ และมีความเร้าใจในการขับขี่ ส่วนรถ Super Car จะยกระดับคุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ให้เหนือกว่าที่มีอยู่ในรถ Sport Car ขึ้นไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาน้อยกว่าในการทำอัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วสูงสุดของรถ รวมทั้งยังใช้วัสดุที่เน้นความหรูหรามากกว่าในห้องโดยสารของรถ และแน่นอนว่ามีราคาสูงกว่า
ความแตกต่างของ Super Car กับ Hypercar
หากเทียบระหว่างรถที่มีคุณสมบัติในด้านสมรรถนะที่สูงพร้อมกับมีดีไซน์สปอร์ตเหมือนกันระหว่างรถ Sport Car, Super Car และ Hypercar รถ Super Car จะอยู่ตรงกลาง เพราะในขณะที่รถ Super Car มีคุณสมบัติต่าง ๆ เหนือกว่ารถ Sport Car แต่รถ Hypercar จะมีความเหนือกว่ารถ Super Car ไปอีกระดับ ทั้งด้านสมรรถนะอัตราเร่ง และความเร็วสูงสุดของรถ พร้อมมีการออกแบบที่เน้นแอโรไดนามิกมากขึ้น มีความหรูหราในระดับไฮเอนด์ขึ้นในห้องโดยสารของรถ รวมทั้งมีราคาแพงกว่า
รวม 10 รถ Super Car ยอดนิยม ปี 2025
1. Porsche 911 GT3
ราคา : เรื่มต้น 161,100 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5,819,000 บาท
Porsche 911 GT3 มีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 6 สูบ 4.0 ลิตร ที่สร้างกำลังออกมา 502 แรงม้า ใช้เวลา 3.0 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีความเร็วสูงของรถอยู่ที่ 319 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นรถที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการขับทั้งในสนามแข่งและขับใช้งานทุก ๆ วันบนถนนทั่วไป จึงทำให้ยังคงมีอุปกรณ์มาตรฐานต่าง ๆ เพื่อให้ความสะดวกสบายในการขับในชีวิตประจำวันเหมือนกับ 911 รุ่นปกติ
2. Audi R8
ราคา : เริ่มต้น 158,600 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5,728,000 บาท
จุดเด่นของ Audi R8 รุ่นปี 2023 คือการรวมคุณสมบัติในด้านสมรรถนะที่ให้ความเร้าใจในการขับขี่เข้ากับการเป็นรถที่สามารถขับใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะให้ทั้งความสบายในการเดินทางพร้อมกับอัตราเร่งที่น่าตื่นเต้นของรถซึ่งใช้เวลา 3.2 วินาที เพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง นอกจากนี้เมื่อก้าวเข้าไปในห้องโดยสารของรถก็จะพบกับวัสดุพรีเมียมที่ใช้ตกแต่งห้องโดยสาร ส่วนขุมกำลังของรถเป็นเครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร สร้างกำลังขับเคลื่อนออกมา 602 แรงม้า และช่วยให้รถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 330 กิโลเมตร/ชั่วโมง
3. McLaren Artura
ราคา : เริ่มต้น 237,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8,578,000 บาท
รถ Super Car จากผู้ผลิตในสหราชอาณาจักรมาในการออกแบบภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมให้ความตื่นเต้นเร้าใจในการขับขี่ด้วยขุมพลังไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยกันสร้างกำลังขับเคลื่อนออกมาถึง 671 แรงม้า ทำให้ใช้เวลาแค่ 2.6 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีความเร็วสูงสุดที่ 330 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยนอกจากสมรรถนะที่สูงจากระบบขับเคลื่อนไฮบริดแล้วแล้ว McLaren Artura ยังมีจุดเด่นที่เป็นรถ 2 ที่นั่งเครื่องยนต์วางกลางลำบนแพลตฟอร์มน้ำหนักเบา และให้ความโดดเด่นเมื่อเข้า-ออกรถด้วยประตูรถแบบ Scissor-Style Door ที่เปิดขึ้นด้านบน ส่วนห้องโดยสารให้ความสะดวกสบายจากการทำงานต่าง ๆ และเทคโนโลยีช่วยขับที่มีความล้ำหน้า
4. Maserati MC20
ราคา : เริ่นต้น 275,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8,560,000 บาท
Maserati MC20 เป็นหนึ่งในรถ Super Car แห่งปี 2023 ด้วยจุดเด่นในด้านต่าง ๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของรถที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา กำลัง 621 แรงม้าที่สร้างออกมาจากเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบจนทำให้รถสำหรับขับบนถนนสาธารณะรุ่นนี้ให้ประสบการณ์การขับที่ตื่นเต้นเหมือนกับรถแข่ง จากอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยเวลา 2.6 วินาที มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 323 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนภายนอกของรถได้รับการออกแบบให้สวยงามมีความไหลลื่นบนตัวถังรถในแบบ Italian Design รวมทั้งยังมีประตูรถที่เปิดแบบ Butterfly-door โดยหากต้องการความโปร่งโล่งเหนือศีรษะมากขึ้น ทาง Maserati ก็มีรุ่นเปิด-ปิดหลังคาได้มาให้เลือกเพื่อสัมผัสอากาศภายนอกรถ นอกจากนี้รถ Super Car รุ่นนี้ยังได้รับความชื่นชมในเรื่องความสมดุลระหว่างความสบายและสมรรถนะ จึงไม่ต้องสงสัยว่าจะให้ความสบายในการเดินทางไปพร้อมกับความเร้าใจในการขับขี่
5. Chevrolet Corvette Z06
ราคา : เริ่มต้น 106,695 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,853,000 บาท
รถ Super Car อเมริกันที่ชื่อรุ่นของรถมีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน เป็นรถเจเนอเรชั่นแรกในชื่อ Corvette ที่ถูกออกแบบให้มีเครื่องยนต์วางกลางลำ นอกจากนี้ยังมีความสปอร์ตดุดัน ด้วยตัวรถที่กว้าง ช่องรับอากาศขนาดใหญ่ และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ ในขณะที่ขุมพลังของรถเป็นเครื่องยนต์ V8 5.5 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนล้อหลังของรถ 670 แรงม้า ช่วยฉุดให้รถทำความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยเวลา 2.6 วินาทีก่อนจะไปถึง 304 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วสูงสุดของรถ โดย Corvette Z06 ยังคงความหรูหราและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในห้องโดยสารเหมือนที่มีอยู่ใน Corvette Stringray ซึ่งเป็นรุ่นที่มีกำลังขับเคลื่อนน้อยกว่าไว้ในตัวรถที่สมรรถนะสูงกว่า และการขับขี่ที่ดีกว่า
6. Ferrari 812 GTS
ราคา : เริ่มต้น 433,765 ดอลลาร์ หรือประมาณ 15,667,000 บาท
เมื่อระบุถึงรถ Super Car ที่มีความยอดเยี่ยมของปี 2023 เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีรถของ Ferrari รวมอยู่ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรุ่น 812 GTS ซึ่งผสานเสียงคำรามและความเร้าใจจากสมรรถนะของเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร กำลัง 789 แรงม้าเข้ากับความหรูหราในห้องโดยสารซึ่งใช้หนังแท้อิตาลีได้อย่างลงตัว ที่สำคัญคือรถ Super Car รุ่นนี้ยังเหมาะสำหรับสาวกของแบรนด์ที่ยังคงชื่นชอบเครื่องยนต์ V12 เดิม ๆ โดยไม่มีระบบไฮบริดเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนตัวเลขอัตราเร่งของรถจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถูกระบุไว้ที่ 2.7 วินาที และมีตัวเลขความเร็วสูงสุดที่ 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง
7. McLaren 765LT
ราคา : 389,700 ดอลลาร์ หรือประมาณ 14,075,000 บาท
McLaren 765LT เป็นหนึ่งในสุดยอดรถ Super Car ของปี 2023 จากการเน้นให้ความสำคัญในด้านสมรรถนะของรถในแบบรถแข่ง ด้วยการใช้เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบซึ่งวางอยู่กลางลำ มีกำลัง 755 แรงม้า พร้อมกับใช้โครงสร้างน้ำหนักเบากับรถ ทำให้ใช้เวลา 2.7 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในขณะที่ความเร็วสูงสุดของรถอยู่ที่ 330 กิโลเมตร/ชั่วโมง รวมทั้งยังให้ความคล่องแคล่วในการขับและการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม พร้อมมีรุ่นพับเก็บหลังคาได้เป็นทางเลือกนอกจากรุ่นหลังคาแข็งติดตายตัว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับรถรับอากาศจากธรรมชาติ
8. Ferrari 296 GTB
ราคา : เริ่มต้น 321,400 ดอลลาร์ หรือประมาณ 11,609,000 บาท
จุดเด่นของ Ferrari 296 GTB คือการผสานเทคโนโลยีไฮบริดเข้ากับการให้ประสบการณ์การขับของรถจาก Ferrari ได้อย่างกลมกลืน ทำให้รถมาพร้อมกับกำลังขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยม การขับขี่ที่คล่องแคล่ว พวงมาลัยที่แม่นยำ ระบบเบรกที่ดี และความเร็วที่เร้าใจของรถ เมื่อดูที่รายละเอียดด้านขุมพลังของรถเป็นเครื่องยนต์ V6 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลัง 654 แรงม้า ทำให้รถใช้เวลา 2.9 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง และทำความเร็วสูงสุดได้ 330 กิโลเมตร/ชั่วโมง นอกจากนี้ทางผู้ผลิตยังมีหลากหลายสีและวัสดุให้เลือกตกแต่งห้องโดยสารของรถ และมีทั้งตัวถังคูเป้หลังคาแข็งติดตายตัวหรือรุ่นเปิดประทุนให้เลือก
9. Lamborghini Huracan
ราคา : เริ่มต้น 212,090 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7,660,000 บาท
แม้ Lamborghini Huracan จะถูกเปิดตัวออกมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ก็ยังเป็นรถ Super Car ที่ยอดเยี่ยมและได้รับความนิยมอยู่ในปี 2023 จากจุดเด่นของรถทั้งการใช้เครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร กำลัง 640 แรงม้าเป็นขุมพลัง ให้การควบคุมรถที่มีความแม่นยำ และมีการออกแบบภายนอกรถที่มีความโดดเด่นดึงดูดสายตาผู้พบเห็น โดยรถรุ่นที่ขายในปี 2023 คือ Huracan Tecnica ที่มีกำลัง 640 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยเวลา 2.8 กิโลเมตร/ชั่วโมง และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 321 กิโลเมตร/ชั่วโมง
10. Ferrari SF90
ราคา : เริ่มต้น 516,295 ดอลลาร์ หรือประมาณ 18,648,000 บาท
Ferrari SF90 ถูกจัดให้เป็นที่สุดรถ Super Car ปี 2023 เนื่องจากมาพร้อมกับเทคโนโลยี ไฮบริดที่ล้ำหน้า แตกต่างจากระบบไฮบริดทั่วไป ใช้ 3 มอเตอร์ไฟฟ้าผสานการทำงานเข้ากับเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบได้อย่างกลมกลืน ทำให้สร้างกำลังขับเคลื่อนออกมา 769 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่รวดเร็วเพียง 2.0 วินาที และความเร็วสูงสุดของรถสามารถทำได้ถึง 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยไม่เพียงให้ความตื่นเต้นเร้าใจในการขับเท่านั้น แต่ Ferrari ยังสร้างความพรีเมียมในห้องโดยสารของรถด้วยการใช้หนังแท้ วัสดุต่าง ๆ ที่มีความหรูหรา รวมทั้งมี จอแสดงข้อมูลผู้ขับแบบดิจิทัลขนาดใหญ่ถึง 16 นิ้ว
เช็กราคารถมือหนึ่ง-มือสองได้ที่ Roddonjai
ด้วยลักษณะของรถ Super Car ที่มีทั้งรูปลักษณ์ภายนอกสปอร์ตล้ำหน้า สมรรถภาพสูง อัตราเร่งที่รวดเร็ว ให้การขับขี่ที่เร้าใจ ทั้งยังสามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ พร้อมมีความหรูหรารวมทั้งให้ความสะดวกสบายในห้องโดยสารเป็นอย่างดีเยี่ยม ทำให้ในอนาคตรถ Supercar หลาย ๆ รุ่นอาจมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากถูกผลิตจำนวนจำกัด จึงทำให้เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างคุ้มค่ารูปแบบหนึ่งด้วย
#Super Car,#2025,#Porsche 911 GT3,#Audi R8,#McLaren Artura,#Maserati MC20,#Chevrolet Corvette Z06,#Ferrari 812 GTS,#McLaren 765LT,#Ferrari 296 GTB,#Lamborghini Huracan,#Ferrari SF90
![[ครบชุด] T1809089 แค มองตา งเต ยง Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-668.png)

![[ครบชุด] T1809093 คนไว ใจ ายท Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-667.png)