ในปี 2025 หลายๆคนได้ฤกษ์ออกรถคันใหม่ และหลายคนอาจจะกำลังหาข้อมูลเพื่อเลือกรถยนต์ที่ตรงใจเรามากที่สุด ซึ่งต้องบอกเลยว่า รถยนต์ใหม่ในปัจจุบัน มีตัวเลือกหลากหลายมาก
วันนี้ Priceza Money เลยถือโอกาสมาแนะนำ รถยนต์ยอดฮิตที่เข้ามาเปรียบเทียบประกันรถยนต์กับเรามากที่สุด จากสถิติรุ่นรถที่เก็บข้อมูลในทุกๆปีของเรา เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพว่าคนไทยส่วนใหญ่ ใช้รถยนต์ยี่ห้อไหน รถเก๋งยี่ห้อไหน? หรือ รถกระบะอะไร? กับ 10 อันดับรถยอดฮิตในเว็บ Priceza Money มาดูกันเลย!
อันดับ 1 ISUZU D-MAX
รถยนต์ที่มีสถิติเข้ามาเปรียบเทียบประกันกับ Priceza Money เป็นอันดับ 1 และคาดว่าเป็นรุ่นรถที่คนไทยเลือกใช้กันเยอะที่สุด ก็คือ ISUZU D-MAX นี่แหละครับ

แสดงให้เห็นว่าคนไทยทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เลือกใช้รถกระบะในชีวิตประจำวันกันไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป หรือ จะเป็นการใช้งานเพื่อธุรกิจก็ตาม
- ISUZU D-MAX ปิคอัพ 2 ประตู ราคาเริ่มต้นที่ 650,000 บาท
- ISUZU D-MAX ปิคอัพ 4 ประตู ราคาเริ่มต้นที่ 731,000 บาท
อันดับ 2 TOYOTA YARIS
หลายๆคนถามหารถเก๋งรุ่นไหนดี? ถ้านับเฉพาะรถเก๋งอย่างเดียว TOYOTA Yaris ถือเป็นรุ่นรถยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนเลือกเข้ามาเปรียบเทียบผ่าน Priceza Money มากที่สุดครับ

ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ ประกอบกับเป็นรถของแบรนด์อันดับ 1 อย่าง TOYOTA ขายต่อมือสองราคาไม่ตกมาก อะไหล่ก็หาไม่ยาก ทำให้ TOYOTA Yaris เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในใจใครหลายๆคนครับ
- TOYOTA YARIS ATIV (Sedan) ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท
- TOYOTA YARIS (Hatchback) ราคาเริ่มต้นที่ 559,000 บาท
อันดับ 3 HONDA CITY
รถเก๋งอีกรุ่นที่ฮิตใกล้เคียงกับ TOYOTA Yaris แบบตามๆกันมาเลยก็คือ HONDA City นั่นเองครับ โดยมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่เข้ามาเปรียบเทียบประกันรถยนต์กับ Priceza Money ครับ ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นเก่าหน่อยอย่างเครื่อง 1.5 CC และ รุ่นใหม่ที่เป็นเครื่อง Turbo 1.0 CC ก็ตามครับ

รถเก๋งอีกรุ่นที่ราคาย่อมเยาว์เหมาะกับคนที่พึ่งกำลังจะมีรถคันแรก ในวัยทำงาน แถมเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่มีขนาดแค่ 1.0 CC ก็ส่งผลให้ภาษีรถยนต์ต่อปีไม่แพงด้วยนะ !
- HONDA CITY (Sedan) ราคาเริ่มต้นที่ 629,000 บาท
- HONDA CITY 2023 (Hatchback) ราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท
อันดับ 4 MAZDA 2
รถเก๋ง eco car อีกรุ่นจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่เข้ามาขายในประเทศไทยก็คือเจ้า MAZDA 2 นี่เอง ที่มีคนเข้ามาเลือกเปรียบเทียบประกันรถยนต์กับเราเพียบ !

ห้ามพลาดที่จะไปลองขับรุ่นนี้เลยสำหรับสายสปอร์ต เพราะ MAZDA 2 ถือเป็นรถเก๋งที่มีความเท่แตกต่างจาก Yaris และ City ไปอีกแบบ
- MAZDA 2 (Sedan) ราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท
- MAZDA 2 (Hatchback) ราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท
เปรียบเทียบประกันรถยนต์
เช็คราคาทุกชั้นประกันง่ายๆ
จริงใจและเป็นกลาง
ราคาดี
ผ่อนได้ยาว
เช็คราคาง่าย






ยี่ห้อรถTOYOTAHONDAISUZUMAZDANISSANMITSUBISHICHEVROLETFORD—– A-Z —–AIONALFA ROMEOASTON MARTINAUDIBMWBYDBENTLEYCHANGANCHERYCHEVROLETCHRYSLERCITROENDEEPALDFMDFSKDAEWOODAIHATSUFIATFOMMFERRARIFORDFOTONHAVALHOLDENHONDAHUMMERHYUNDAIISUZUJAGUARJEEPKIALAMBORGHINILAND ROVERLEXUSLOTUSMGMINIMASERATIMAXUSMAZDAMCLARENMERCEDES-BENZMITSUBISHIMITSUOKANETANAZANEX POINTNISSANORAOPELPOERPEUGEOTPORSCHEPROTONRENAULTROLLS-ROYCEROVERSEATSAABSKODASPYKERSSANGYONGSUBARUSUZUKITATA MOTORSTOYOTATESLATHAIRUNGVOLKSWAGENVOLTVOLVOWULINGรุ่นรถปีจดทะเบียนชั้นประกัน
สำหรับรถยนต์น้ำมัน 100% หรือที่เรียกว่ารถยนต์สันดาป เราอาจจะหยิบมาแนะนำเพียง 4 รุ่นที่ถูกเปรียบเทียบในเว็บมากที่สุดเท่านั้นครับ
เพราะในปี 2023 และ 2024 มีกลุ่มรถยนต์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดมากๆนั่นก็คือ ‘รถยนต์ EV’ หรือ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ นั่นเองครับ เราเลยไม่อยากให้ทุกคนตกเทรนด์ นำรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนเยอะที่สุดในปี 2023-2024 มาให้ดูกันเพิ่มเติมด้วยครับ
*ส่วนใครที่อาจจะยังไม่เปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่อยากประหยัดเงิน ตอนท้ายเราแถม รถยนต์ HYBRID มาให้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมไว้แล้วนะครับ
อันดับ 1 รถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN
เปิดตัวมาเมื่อกลางปี 2023 ที่ผ่านมาแต่มียอดจดทะเบียนมาถึงปี 2024 กว่า 10,000 คันเรียบร้อยแล้วครับ สำหรับรถเก๋งไฟฟ้าอย่าง BYD DOLPHIN

ด้วยตัวแบรนด์ใหญ่จากประเทศจีนอย่าง BYD จับมือร่วมงานกับดีลเลอร์อย่าง RÊVER Thailand ทำให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าทีเดียวเลยครับสำหรับเจ้า DOLPHIN คันนี้
*นอกจากรุ่น BYD DOLPHIN ที่ขายดีมากๆแล้ว ยังมีรุ่น BYD ATTO 3 (ราคาเริ่มต้น 1,099,900 บาท) และ BYD SEAL (ราคาเริ่มต้น 1,325,000 บาท) ที่เปิดตัวออกมาแล้วขายดีมากๆเช่นเดียวกันครับ
*ราคารถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะราคาขึ้น-ลงบ่อยมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- BYD DOLPHIN (Standard) ราคาเริ่มต้นที่ 699,999 บาท
- BYD DOLPHIN (Extended) ราคาเริ่มต้นที่ 859,999 บาท
อันดับ 2 รถยนต์ไฟฟ้า NETA V
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ถือว่าราคาย่อมเยาว์ที่สุดในเก๋งไฟฟ้าปีนี้ นั่นก็คือ NETA V นั่นเองครับ

อีกค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนอย่าง NETA ที่เปิดตัวเก๋งไฟฟ้าราคาดีมากๆสำหรับคนงบไม่เยอะ ราคาจับต้องได้ น่าใช้มากๆครับ
*ราคารถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะราคาขึ้น-ลงบ่อยมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- NETA V (มีรุ่นเดียว) ราคาเริ่มต้นที่ 549,999 บาท
อันดับ 3 รถยนต์ไฟฟ้า ORA GOOD CAT
รถเก๋งไฟฟ้าที่เปิดตัวแรกๆก่อนค่ายอื่นๆ ทำให้ขายได้ค่อนข้างเยอะพอสมควรในปี 2022 ก่อนที่ค่ายอื่นๆจะเข้ามาทำตลาดตาม GWM ในภายหลัง ในปี 2023-2024 ก็ยังขายได้เรื่อยๆแต่อาจจะไม่ได้ดีเท่าตอนเปิดตัวแรกๆเพราะว่ามีคู่แข่งเยอะขึ้นนั่นเองครับ

รถเก๋งไฟฟ้าสุดน่ารักอย่าง ORA GOOD CAT ด้วยราคาหลักแสน และ ดีไซน์ที่ค่อนข้างน่ารัก จึงทำให้หลายๆคนเลือกใช้ครับ
*ราคารถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะราคาขึ้น-ลงบ่อยมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- ORA GOOD CAT (PRO) ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท
- ORA GOOD CAT (ULTRA) ราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท
อันดับ 4 รถยนต์ไฟฟ้า MG4
รถเก๋งไฟฟ้า 100% ดีไซน์เท่ๆ จากค่าย MG เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดของ MG ในปัจจุบันครับ ในปี 2023-2024 มียอดขายกว่า 5,000 คันเลยทีเดียว

โดยราคาค่าตัวยังไม่ถึงล้าน ทำให้เป็นรถที่อยู่ในกลุ่มที่ซื้อง่าย ราคาไม่แรง และสมรรถนะค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ
*ราคารถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะราคาขึ้น-ลงบ่อยมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- MG4 (รุ่น D) ราคาเริ่มต้นที่ 869,000 บาท
- MG4 (รุ่น X) ราคาเริ่มต้นที่ 969,000 บาท

และสุดท้ายเผื่อใครยังไม่มั่นใจกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ EV ทาง Priceza Money ได้คัดเลือก รถยนต์ที่ใช้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า หรือ HYBRID มาให้ได้เลือกดูกันด้วยครับ
อันดับ 1 รถยนต์ไฮบริด TOYOTA YARIS CROSS
รถอีกรุ่นที่มีความประหยัด มากกว่ารถน้ำมันทั่วไป และที่สำคัญเป็นรถของ TOYOTA แบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งสำหรับราคาขายต่อมือสองอยู่แล้วด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถมั่นใจได้ว่าการบริการและศูนย์ซ่อมค่อนข้างครอบคลุมภายใต้เครือ TOYOTA แถมราคายังไม่ถึงล้านด้วยครับ
- TOYOTA YARIS CROSS ราคาเริ่มต้นที่ 789,000 บาท
อันดับ 2 รถยนต์ไฮบริด HONDA CITY E:HEV
รถ HYBRID อีกรุ่นจากค่ายญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่อย่าง HONDA นำเอารถยนต์ยอดฮิตอย่าง HONDA CITY มาอัพให้กลายเป็นระบบ HYBRID ใช้ชื่อว่า E:HEV

ราคาเริ่มต้นยังไม่ถึงล้าน แต่ก็เพิ่มราคาขึ้นมาจากระบบน้ำมันธรรมดาในหลัก 1-2 แสนบาทอยู่ครับ ต้องชั่งน้ำหนักกันว่าประหยัดน้ำมันมากพอที่จะจ่ายเพิ่มมั้ย
- HONDA CITY E:HEV (Hatchback) ราคาเริ่มต้นที่ 729,000 บาท
- HONDA CITY E:HEV (Sedan) ราคาเริ่มต้นที่ 769,000 บาท
สรุป
ก็ครบถ้วนไปแล้วทั้ง 10 อันดับ (รถยนต์น้ำมัน 4 + รถยนต์ไฟฟ้า 4 + รถยนต์ไฮบริด 2) ใครถูกใจรุ่นไหนกันบ้างครับ จริงๆแล้วยังมีอีกหลากหลายรุ่นที่น่าสนใจเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องรถเก๋ง บางทีอาจจะอยู่ที่ความชอบและความพึงพอใจของแต่ละคนว่าอยากเลือกใช้รถยนต์รุ่นไหน
แต่ถ้าเป็นเรื่องประกันภัยแล้ว ใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ดีๆ ลองกดเข้ามาหาข้อมูลกันได้ที่ Priceza Money เข้ามาเปรียบเทียบราคาและความคุ้มครองจากทุกบริษัทประกันรถยนต์ชั้นนำในเมืองไทย เลือกง่าย เชื่อถือได้ เพื่อทุกการเดินทางที่อุ่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ
ไขก็อก! Mercedes-Benz C-Class ทำไมเป็นรถยอดนิยมทั่วโลก
วันที่ประกาศ : 11 ก.ค. 2567
Mercedes-Benz C-Class รถเก๋งซีดานสุดคลาสสิก 4 ประตูยอดนิยมอีกค่าย ที่ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่าย เพราะมีจุดเด่นมากมายในตัวไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ ความปลอดภัย และที่สำคัญเรื่องความประหยัดน้ำมันต้องยกให้ซี-คลาสทันที เพื่อเพิ่มความมั่นใจของทุกคนที่กำลังสนใจรถรุ่นนี้ มาหาคำตอบไปด้วยกันว่า ทำไมรถรุ่นนี้จึงได้รับความนิยมสูงมาโดยตลอด พร้อมคำแนะนำดี ๆ สำหรับทุกคนที่กำลังมองหาแหล่งซื้อ-ขายรถมือสองราคาโดนใจ ผ่อนถูก รถมีคุณภาพ ผมแนะนำที่ Roddonjai.com ได้เลยครับ
รุ่นย่อยและราคา Mercedes-Benz C-Class ราคา ปี 2023
- Mercedes-Benz C 220 d Avantgarde ราคา 2,730,000 บาท
- Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic ราคา 3,350,000 บาท
Mercedes-Benz C-Class ปี 2023 สีตัวถัง
- สีขาว Polar White
- สีดำ Obsidian Black
- สีเทา Graphite Grey
- สีเงิน High-tech Silver
Mercedes-Benz C-Class C 220d Avantgarde
Mercedes-Benz C-Class 220d Avantgarde
ขุมพลัง
- เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ
- 1,993 ซีซี
- กำลังสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดที่ 440 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย 21.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดีไซน์
ดีไซน์ภายใน Mercedes-Benz C-Class
- ภายใน: แผงคอนโซลหน้าทรง T-Shaped หน้าจอลอยตัว 11..9 นิ้ว พร้อมมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว เบาะนั่งเป็นแบบธรรมดา หุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์ ARTICO สีดำ
- ภายนอก: ตัวถังซีดาน พร้อมชุดไฟหน้า LED High Performance กระจังหน้าหกเหลี่ยม ตะแกรงซี่ตั้ง และล้ออัลลอย 18 นิ้ว
ความปลอดภัย
- มีถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง
- ระบบควบคุมการทรงตัว
- มีระบบช่วยเบรก
- มีระบบควบคุมความเร็ว
- ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา
- มีระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
- กล้องมองภาพขณะถอย
Mercedes-Benz C-Class C 200d AMG Dynamic
Mercedes-Benz C-Class C 200d AMG Dynamic
ขุมพลัง
- เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า
- 1,993 ซีซี
- กำลังสูงสุด 313 แรงม้า และแรงบิดที่ 550 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย 71.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดีไซน์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส 200d AMG Dynamic
- ภายใน:เบาะแบบสปอร์ต ลายเบาะต่างกันมีสีให้เลือก 2 สีคือ ดำและดำ-แดง ขึ้นอยู่กับสีตัวถัง ตกแต่งด้วยลายโลหะ Metal Structure ส่วนคอนโซลแต่งดำเงา High-golss
- ภายนอก: ได้ชุดแต่ง AMG รอบคัน พร้อมไฟหน้า Digital Light ระบบกันสะเทือนแบบสปริงลม พร้อมล้ออัลลอย AMG ลาย 5 ก้านคู่ 18 นิ้ว
ความปลอดภัย
ความปลอดภัยของรุ่นนี้ในปี 2566 มีระบบความปลอดภัยเหมือนกับรุ่น C-Class C 200d ทุกอย่าง แต่จะมีบางอย่างที่เพิ่มเข้ามา นั่นก็คือ
- ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า
- ระบบรักษาช่องทางการจราจร
เปรียบเทียบ ความแตกต่างกับรถรุ่นอื่นๆ
- Mercedes-Benz C-Class: เครื่องยนต์มีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน, ดีเซล, ปลั๊กอินไฮบริด ขนาด 2.0 ลิตร ขนาด 1,984 ซีซี กำลัง 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 370 นิวตันเมตร มิติรถ (ความยาวxความกว้างxความสูงxฐานล้อ) 4793x1820x1446x28650 มิลลิเมตร ราคา 2.99 ล้านบาท
- BMW 3 Series: เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร ขนาด 1,984 ซีซี กำลัง 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 370 นิวตันเมตร มิติรถ (ความยาวxความกว้างxความสูงxฐานล้อ) 4709x1827x1435x2810 มิลลิเมตร ราคา 2.52 ล้านบาท
- Audi A4 : เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร ขนาด 1,984 ซีซี กำลัง 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 370 นิวตันเมตร มิติรถ (ความยาวxความกว้างxความสูงxฐานล้อ) 4726x2022x1427x2820 มิลลิเมตร ราคา 2.70 ล้านบาท
ข้อดี-ข้อเสีย
ข้อดี
- สมรรถนะปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นมากกว่ารุ่นก่อน ๆ
- มีความทันสมัยอำนวยความสะดวกสบายมากกว่า
- มีระบบ EQ BOOST เข้ามา
- มีตัวเลือกการใช้พลังงานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เบนซิน ดีเซล หรือแบบไฮบริด
- การออกแบบตัวถังใหม่ล่าสุดทำให้สัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายในการขับขี่ แถมยังเกาะถนนดีขึ้น
ข้อเสีย
- ห้องโดยสารมีเสียงดังรบกวน
- การชาร์จแบตเตอรี่มีปัญหา
- เบาะด้านหลังสั้นและแคบ
ราคา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส ปี 2566
เช็กราคารถมือหนึ่ง-มือสองได้ที่ Roddonjai
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Mercedes-Benz C-Class ถือเป็นรถอีกรุ่นที่มีความหรูหรา และมีสมรรถนะสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของค่ายรถยนต์สัญชาติเยอรมัน เพราะมีระบบควบคุมการขับขี่ที่นุ่มนวล รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน อย่างระบบช่วยเตือนการชน, ระบบรักษาช่องทางการจราจร และด้วยความใส่ใจต่อความปลอดภัยนี้เอง ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส รุ่นนี้น่าซื้อไว้ใช้งานสักคันจริง ๆ ครับ
#MercedesBenz,#C-Class
![[ครบชุด] T2309089 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-821.png)
![[ครบชุด] T2309122 นท ไร สาม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-836.png)