สำรวจตลาดรถหรู เบนซ์มือสอง รุ่นไหนดี?
ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 2 ส.ค 2564
พบกับรถ Benz มือสองน่าซื้อ กว่า 1 พันประกาศที่ Chobrod เลือกซื้อได้ทุกช่วงราคาตามงบประมาณของคุณ หากไม่รู้ว่าจะซื้อเบนซ์มือสอง รุ่นไหนดี? เรารวบรวมมาไว้ให้แล้ว
หากพูดถึงรถหรูทรงสมรรถนะ คุณภาพดีและที่สำคัญขึ้นชื่อเรื่องราคาที่แพง หลายคนคงนึกถึงรถจากค่ายดัง Mercedes Benz ซึ่งด้วยราคาที่เจาะกลุ่มผู้ใช้เฉพาะ ทำให้หลายคนที่อยากจะครอบครองรถสัญชาติเยอรมันนี้อาจมองว่าดูเป็นเรื่องที่ไกลตัว หากจะต้องซื้อ Benz ใหม่ป้ายแดง เพราะราคาเริ่มต้นในปัจจุบันของ Benz ขั้นต่ำก็สูงถึงหลักล้านแล้ว แล้วเราจะซื้อเบนซ์มือสองรุ่นไหนดี
ซื้อรถเบนซ์มือสอง รุ่นไหนดี?
รถ Benz มือสองจึงได้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหารถหรูราคาประหยัดไว้ใช้งาน ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ Chobrod ซึ่งมีตัวเลือกที่หลากหลายมากกว่า 1 พันประกาศ โดยเลือกซื้อได้ตามช่วงราคาที่ต้องการ ได้รถสภาพดีในราคาถูกกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับรถป้ายแดง โดยมีรถ Benz มือสอง 2020 รุ่นน่าซื้อที่ขอแนะนำดังนี้
Mercedes-Benz E200 มือสอง
หากจะถามว่าเบนซ์มือสองรุ่นไหนน่าใช้ รุ่นแรกเลยเราขอแนะนำ Mercedes-Benz E200 รถทรงคลาสสิกจากตระกูล E Class ขึ้นชื่อเรื่องนั่งสบาย โดยโฉม E200 เป็นรูปแบบของรถ 4 ประตูและ 5 ประตู มีสองระบบเกียร์ 5 สปีดและ 7 สปีดแบบอัตโนมัติ กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซลหลายขนาด ที่มอบเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิงแบบเต็มขั้น
Mercedes-Benz E200 2014 มือสอง
รถ Mercedes-Benz E200 มือสองโดยมีราคาเริ่มต้นในตลาดมือสอง เริ่มต้นไม่เกิน 4 แสนบาทสำหรับโฉมเก่า ช่วงปี 2003 เป็นต้นมา หากเป็นรุ่นใหม่ช่วงปี 2017 ราคาก็จะสูงถึงหลักล้าน สูงสุดอยู่ที่ 3 ล้านกว่าบาท
Mercedes-Benz E300 มือสอง
อีกหนึ่งในตระกูล EClass ที่นับเป็นรุ่นล่าสุด โดดเด่นเรื่องดีไซน์ทันสมัย เทคโนโลยีใหม่ที่ครบชุด ตอบสนองการขับขี่ระดับพรีเมียม ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินแคม 24 วาล์ว ขนาด 3.0 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด มีทั้งตัวถังซีดานและคูเป้
Mercedes-Benz E300 2018 มือสอง
โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 8 แสนบาท และสูงสุดสำหรับรุ่นใหม่ ราคาอยู่ที่ 2 ล้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ในตลาดมือสองมีวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ถึงโฉมปัจจุบัน ปี 2021
Mercedes-Benz CLA250 AMG มือสอง
ถ้าเป็นรถในกลุ่ม Entry Level เราจะซื้อเบนซ์มือสองรุ่นไหนดี ลองดูตัวเลือก Mercedes-Benz CLA250 AMG ที่มาพร้อมชุดแต่งสวยและอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมอีกหลายรายการ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 211 แรงม้า เป็นรุ่นประตู 4 บาทแต่ถูกจัดอยู่ในประเภทกลุ่มรถคูเป้ ให้ความกะทัดรัด ขับคล่องง่าย ดีไซน์ทันสมัยดูหรูหราทั้งภายนอกและภายในที่แม้จะมีพื้นที่จำกัดแต่ก็ให้ความกว้างขวาง นั่งสบาย
Mercedes-Benz CLA250 AMG 2015 มือสอง
ในตลาดมือสองวางจำหน่ายตั้งแต่โฉมปี 2013 เป็นต้นมา ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้านต้น ๆ และราคาสูงสุดเพดานที่ 2 ล้านบาทสำหรับโฉมปี 2018
เลือกซื้อ Mercedes-Benz CLA250 AMG
ดูเพิ่มเติม
>> Mercedes-Benz S-Class 2021 (W223) เปิดตัวในไทย 2 รุ่นย่อย เริ่ม 6,690,000 บาท
>> Mercedes-Benz GLA ปี 2021 รุ่นย่อยใหม่ 200 Progressive ราคาไฟต์ตลาด 2.19 ล้านบาท
Mercedes-Benz GLC250 มือสอง
สปอร์ต SUV ดีไซน์หรู สมรรถนะทรงพลัง รูปทรงสง่างาม โครงสร้างแข็งแรง ภายในกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารและสัมภาระได้เต็มพื้นที่ พร้อมเทคโนโลยีและระบบมาตรฐานระดับสากล ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.1 ลิตร DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว เทอร์โบคู่ พร้อม Intercooler ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-1,800 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ
Mercedes-Benz GLC250 2018 มือสอง
รถ Mercedes-Benz GLC250 ราคามือสองเริ่มต้นที่ 1 ล้าน 8 แสนบาท สูงสุดในตลาดมือสองราคาประมาณ 3 ล้าน 5 แสนบาท โฉมที่มีวางจำหน่ายคือปี 2015-2021
เลือกซื้อ Mercedes-Benz GLC250
Mercedes-Benz C250 มือสอง
ยนตกรรมหรูที่ผสานความงดงามและความสปอร์ตเอาไว้ด้วยกัน รูปลักษณ์ภายนอกดูแข็งแกร่ง โฉบเฉี่ยว ภายในตกแต่งหรูหรา มาพร้อมเทคโนโลยีชั้นนำและระบบความปลอดภัยครบชุด ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที
Mercedes-Benz C250 2018 มือสอง
ราคาในตลาดมือสองเริ่มต้นที่ 9 แสนบาท มีรุ่นให้เลือกตั้งแต่โฉมปี 2011 เป็นต้นมา ราคาสูงสุดในตลาดมือสองไม่เกิน 2 ล้าน 5 แสนบาท
เลือกซื้อ Mercedes-Benz C250 มือสองได้ที่
Mercedes-Benz C350 มือสอง
หนึ่งในตระกูล C-Class ที่ถือว่าเป็นรุ่นยอดฮิต ยอดนิยม โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยหรู มีตัวถังให้เลือกทั้ง2,4 และ 5 ประตู ติดตั้งเครื่องยนต์แบบไฮบริด ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดและ 9 สปีด ชูจุดจายเรื่องความประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีทันสมัย ระบบความปลอดภัยเหนือชั้น
Mercedes-Benz C350 2017 มือสอง
ในตลาดมือสองวางจำหน่ายตั้งแต่โฉมปี 2014 เป็นต้นมา ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้าน 1 แสนบาท เป็นอีกหนึ่งรถที่ครองใจผู้ใช้งานทั่วโลก
เลือกซื้อ Mercedes-Benz C350 มือสองได้ที่
ยังมีรถ Benz มือสองอีกหลายรุ่นหลายคันมากกว่า 1 พันประกาศ ให้คุณได้เลือกสรรได้ตามใจชอบ ตามงบประมาณที่กำหนดเองได้ รวมไปถึงรุ่นตกแต่งพิเศษ รุ่นหายาก หรือรุ่นคลาสสิกก็สามารถเข้าไปเลือกดูเพิ่มเติมได้ที่ Chobrod ตลาดรถยนต์มือสองออนไลน์ชั้นนำของไทย แล้วคุณเองรู้หรือยังว่าจะซื้อเบนซ์มือสองรุ่นไหนดี
ดูเพิ่มเติม
>> รถมือสอง 7 ที่นั่งที่น่าสนใจสำหรับครอบครัว
>> รถตู้มือสอง ฟรี-ดาวน์ ผ่อน-ถูก จากค่ายโตโยต้า
เข้าดู ตลาดรถ ได้ที่นี่
เปิดประวัติ Lamborghini
by KATE

เมื่อพูดถึงซูเปอร์คาร์ที่มีฉายาว่าเป็นเจ้าแห่งความเร็ว จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Lamborghini รถยนต์หรูสัญชาติอิตาลีที่ถือกำเนิดขึ้นจากการที่ เฟร์รุชชิโอ ลัมโบร์กินี (Ferruccio Lamborghini) ซึ่งเขาไม่พอใจในการบริการของรถหรูยี่ห้อหนึ่ง เขาจึงได้สร้างรถยนต์ของตัวเองออกมาขาย ด้วยความตั้งใจที่จะทำรถสปอร์ตออกมาให้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และวันนี้เราจะพาคุณย้อนเวลาเพื่อทำความรู้จักกับ ประวัติ Lamborghini รถยนต์หรูที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
ประวัติของ เฟร์รุชชิโอ ลัมโบร์กินี

เฟร์รุชชิโอ ลัมโบร์กินี (Ferruccio Lamborghini) เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1916 ในตระกูลชาวนา เขาเองมีความสนใจในด้านเครื่องยนต์เป็นพิเศษ พ่อจึงส่ง เฟร์รุชชิโอ ไปเรียนวิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมจักรกล หลังจากที่เรียนจบได้ไม่นานก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น เขาจึงเข้ารับใช้ชาติโดยทำงานให้กับฐานทัพอากาศอิตาลี ซึ่งหลังสงครามสิ้นสุด เขาได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิด
เฟร์รุชชิโอ ลัมโบร์กินี ได้เริ่มต้นงานซ่อมแซมรถแทรกเตอร์ โดยใช้อะไหล่จากยวดยานของทหาร และนั้นคือจุดเริ่มต้นในการตั้งโรงงานแทรกเตอร์ของเขาเอง ในชื่อว่า Lamborghini Trattori S.p.A. ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และได้กลายมาเป็นบริษัทผลิตรถแทร็กเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี นอกจากนี้ เฟร์รุชชิโอ ลัมโบร์กินี ยังเป็นเจ้าของกิจการเครื่องปรับอากาศอีกด้วย
จากคำถากถางสู่การสร้างซูเปอร์คาร์
เฟร์รุชชิโอ ลัมโบร์กีนี เริ่มมีฐานะมั่งคั่งขึ้น เขาหลงไหลและเริ่มซื้อรถแบรนด์ดังต่าง ๆ อาทิ อัลฟา โรเมโอ (Alfa Romeo), มาเซราติ (Maserati), จากัวร์ (Jaguar), แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin), เชฟโรเลต (Chevrolet) และ เฟอร์รารี่ (Ferrari) รถยนต์เหล่านี้กำเนิดขึ้นในยุค 1950-1960 มีเครื่องยนต์ที่ให้แรงม้ามากกว่ารถทั่วไปและควบคุมได้ยาก ต่อมาเขาได้ออกรถคันใหม่ นั่นคือ Ferrari รุ่น 250 GT และเกิดปัญหาการใช้งานบางอย่าง เฟร์รุชชิโอจึงได้แจ้งให้กับทาง Ferrari ทราบ แต่เขากลับโดนดูถูกว่าเขาไม่ได้มีความรู้เรื่องรถสปอร์ต เป็นเพียงคนบ้านนอกเท่านั้น

หลังจากนั้น ในขณะที่เขายังเป็นเจ้าของกิจการผลิตรถแทรกเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี เฟร์รุชชิโอ ลัมโบร์กีนี ได้รวบรวมเอาบุคลากรที่ดี มีความสารมารถมาร่วมกันผลิตรถ ภายใต้ชื่อ ออโตโมบิล ลัมโบร์กีนี (Automobile Lamborghini) ในช่วงปี ค.ศ. 1962 เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการรถสปอร์ตในยุโรป
ทั้งรูปแบบของตัวรถ Lamborghini เทคโนโลยีของเครื่องยนต์ การวางตำแหน่งเครื่อง การบังคับควบคุมที่วิศวกร และนักขับทดสอบของบริษัทร่วมกันคิดค้นและพัตนา จนเสร็จสมบูรณ์เป็น Lamborghini 350 GTV เรียกได้ว่ารถคันนี้คือมาสเตอร์พีสของแบรนด์ในเวลานั้น
รถหรูอย่างลัมโบร์กีนีใช้สัญลักษณ์เป็นรูป “วัวกระทิง” ซึ่งได้ไอเดียมาจากการแข่งขันสู้วัวกระทิง ในประเทศสเปน เฟร์รุชชิโอ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้พัฒนารถสปอร์ตสุดหรูเพื่อตอบสนองลูกค้าที่มี “รายได้สูง รสนิยมสูง” ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเขา โดยที่ลัมโบร์กีนีได้ดำเนินธุรกิจภายใต้คำขวัญ “มาหาลัมโบร์กีนี หากคุณต้องการรถที่ดีที่สุดในโลก”

ต่อมาเขาได้ขายกิจการรถแทร็กเตอร์และรถไถนาของ ลัมโบร์กีนี ให้กับบริษัทเซม (Same) ผู้ผลิตเครื่องจักรกลทางการเกษตร จากนั้นไม่นาน บริษัทได้ประสบกับปัญหาทางการเงินจนถึงขั้นล้มละลายลงในปี ค.ศ. 1977 พี่น้องตระกูลมิมรัน (Mimran) จึงมารับช่วงต่อโดยการซื้อกิจการ แต่ธุรกิจก็ยังคงติดขัดอยู่ จึงถูกขายต่อให้กับบริษัท ไครสเลอร์ (Chrysler) และถูกขายต่ออีกทอดไปยังกลุ่มทุนจากอินโดนีเซีย
ในท้ายที่สุดบริษัท อาวดี้ อาเก (AUDI AG) เครือฟ็อลคส์วาเกินกรุ๊ป (Volkswagen) ได้เข้ามาดูแลกิจการแล้วก็ได้ทำให้ ลัมโบร์กีนี กลับมามั่นคงอีกครั้งจากการดูแลพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ จากวิศวกรและทีมงานของทางเยอรมันที่มีความมุ่งมั่น บวกกับบริษัทมีเงินทุนมหาศาล ทำให้ลัมโบร์กีนีหวนสู่วงการซูเปอร์คาร์อีกครั้ง โดยได้เปิดตัวรถรุ่น กัลลาร์โด (Gallardo) และ มูร์เซียลาโก (Murciélago) ซึ่งเป็นการผสานนวัตกรรมของ ลัมโบร์กีนี และ อาวดี้ เข้าด้วยกัน ทำให้ขายได้มากกว่า 9,000 คันในเวลานั้น
Limited Edition Supercar

ลัมโบร์กีนี เรเบนตัน (Lamborghini Reventón)

Reventón เป็นรถยนต์สมรรถนะสูง ที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจาก “เครื่องบินขับไล่ที่เร็วที่สุด” ตำแหน่งของเครื่องยนตร์อยู่กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) 2 ประตู และ 2 ที่นั่ง เปิดตัวในปี ค.ศ. 2007 ที่งานแฟรงค์เฟิร์ตมอเตอร์โชว์ และกลายเป็นรถที่มีมูลค่าสูงที่สุดในงาน ด้วยราคา 1 ล้านยูโร หรือ กว่า 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รถคันนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดไว้ที่ 356 กม./ชม. มีจำหน่ายเพียง 20 คันเท่านั้น โดยแบ่งเป็น 10 คันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา อีก 7 คันที่ทวีปยุโรป 1 คันที่ประเทศแคนาดา และอีก 2 คันที่ทวีปเอเซีย
ลัมโบร์กีนี เซสโต เอเลเมนโต (Lamborghini Sesto Elemento)

Sesto Elemento เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนตร์อยู่กลางลำด้านหลังของรถ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) 2 ประตู และมี 2 ที่นั่ง มีจุดเด่นตรงที่ เป็นรถที่มีน้ำเบากว่ารถทั่ว ๆ ไปมีน้ำหนักเพียง 999 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นรถลัมโบร์กีนีที่มีน้ำหนักน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา! และสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที โดยเปิดตัวครั้งแรกที่งาน ปารีส มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2010 และเริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2011 ในจำนวนจำกัดเพียง 20 คัน แต่ละคันมีราคาจำหน่ายระหว่าง 2.2 – 2.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันรถทั้ง 20 คันนี้ก็ได้ถูกจำหน่ายออกไปหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ลัมโบร์กีนี เบเนโน (Lamborghini Veneno)

รถยนต์สมรรถนะสูงคันแรกของเบเนโน ใช้รหัสว่า “Car Zero” ได้โชว์ตัวครั้งแรกที่งาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี 2013 เครื่องยนต์ได้นำมาจากรถยนต์รุ่น อะเวนตาโดร์ (Aventador) ทั้งหมด คือเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 ซึ่งรถได้ถูกออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของบริษัทลัมโบร์กีนี ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของลัมโบร์กีนี ซึ่ง Lamborghini Veneno Coupe ผลิตออกมาจำหน่ายจะมีเพียง 3 คัน และ Lamborghini Veneno Roadster ผลิตออกจำหน่ายเพียงแค่ 9 คันเท่านั้น
ลัมโบร์กีนี เซนเตนารีโอ (Lamborghini Centenario)
ลัมโบร์กีนีคันนี้ ถูกเปิดตัวในงาน Geneva Motor Show 2016 เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปีของ Ferruccio Lamborghini Centenario เป็นรถยนต์คันแรกที่มีระบบเพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วในสภาพแวดล้อมการขับขี่ในเมือง มีการปรับปรุงให้มีระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ ISR ความเร็ว 7 ระดับ พร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ที่พัฒนาโดย Haldex Centenario ถูกผลิตออกมาทั้งหมด 40 คัน แบ่งออกเป็น Coupe 20 คัน และ Roadster 20 คัน ซึ่งได้ถูกขายให้กับลูกค้าที่ได้รับคำเชิญ
ลัมโบร์กีนี เอสซี 18 อัลสเตอร์ (Lamborghini SC18 Alston)

SC18 Alston เป็นรถซูเปอร์คาร์คันแรกที่ออกแบบโดยแผนกมอเตอร์สปอร์ต Lamborghini Squadra Corse ซึ่งมีแค่คันเดียวในโลก ได้ต้นแบบมาจาก Lamborghini Aventador และด้านหน้าของตัวรถโดดเด่นด้วยช่องลำเลียงอากาศแบบ S-Duct ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Huracan GT3 ซึ่งรถคันนี้เน้นสมรรถนะสำหรับการแข่งในสนาม มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 12 V ขนาด 6.5 ลิตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที แต่ทางลัมโบร์กีนีไม่ยอมเปิดเผยความเร็วสูงสุดของรถรุ่นนี้
ลัมโบร์กีนี ชีอาน (Lamborghini Sián)

Sián คือ ซูเปอร์คาร์พลังงาน Hybrid รุ่นแรกที่มีต้นแบบมาจากรถ Lamborghini Terzo Millennio ถูกเปิดตัวครั้งแรกในงาน Frankfurt Motor Show 2019 รถคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ให้กำลัง 785 แรงม้า เมื่อทำงานรวมกับระบบไฮบริดจะมีกำลังสูงสุด 819 แรงม้า โดยแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บพลังงานไฟฟ้า คือ Lithium-ion แบบใหม่ซึ่งให้กำลังไฟมากกว่าทั่วไปถึง 3 เท่า ถ้าเทียบในน้ำหนักเท่ากัน Lamborghini แล้ว Sián สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลาเพียง 2.8 วินาที มีความเร็วสูงสุดหยุดอยู่ที่ 350 กม./ชม และถูกผลิตออกมาทั้งหมด 63 คัน แน่นอนว่าแต่ละคันได้ถูกขายไปเรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลจากปี ค.ศ. 2017 ทำให้เราทราบว่ามูลค่าของบริษัท Lamborghini เพิ่มมากขึ้นจนแตะหลักพันล้านยูโร โดยมีมูลค่าถึง 1,009 ล้านยูโร เพิ่มจากเดิมถึง 11% ความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากการวางกลยุทธทางธุรกิจ โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีของซูเปอร์คาร์ และเพิ่มกำลังการผลิตที่มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ยอดขายทุบสถิติเดิมที่เคยมีมาเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมตามหารถในรุ่น Limited Edition ซึ่งผู้นักสะสมจะยินดีจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อรถยนต์ที่หายากจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น Lamborghini
![[ครบชุด] T2609050 แบบน เขาเร ยกแมงดาเปล านะ เร องอะไรก เกาะแต หญ](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-896.png)

![[ครบชุด] T2609047 แม ไม ยอมแบ งมรดกให องสาว องสาวก เลยโยนแม งน ำไปเลย](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-897.png)