ซื้อ-ขาย Mercedes-Benz E Class มือสอง ราคาดี ทั่วประเทศ
By
–
29/05/2025
Mercedes-Benz E Class เป็นรถซีดานหรูที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ถูกออกแบบมาให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมที่สุด
หากคุณสนใจ Mercedes-Benz E Class มือสองคุณภาพเยี่ยม Benz BKK CERTIFIED เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นตัวแทนจำหน่ายรถ Benz มือหนึ่งและมือสองสภาพดี ให้ราคาที่จับต้องได้ อีกทั้งรถเบนซ์ทุกคันยังผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด มั่นใจได้ในสภาพพร้อมใช้งานที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกท่าน
รู้จัก “Mercedes-Benz E Class” รถมือสองสุดหรู ดีไซน์ล้ำสมัย
Mercedes-Benz เป็นยี่ห้อรถในฝันของใครหลายคน ปัจจุบันรถเบนซ์มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย แต่หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นมากที่สุด คือ Mercedes-Benz E Class ด้วยประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต จนได้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่น “E Class” อย่างเป็นทางการ ซึ่งมาจากคำว่า Einspritzung ที่แปลว่ารถยนต์เครื่องหัวฉีด ต่อมารถเบนซ์ E Class ได้มีการปรับปรุงเรื่องของการออกแบบตัวรถ และสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ให้มีการประหยัดน้ำมันมากขึ้น
ปัจจุบัน รถ Benz W213 หรือ Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic (W213) เป็นรถ Mercedes-Benz E Class รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน รวมถึงการออกแบบห้องโดยสารที่หรูหราและทันสมัยมากขึ้น
Mercedes-Benz E Class กับ C Class ต่างกันอย่างไร?

Mercedes-Benz E Class และ C Class เป็นสองรุ่นที่มีความแตกต่างกันหลายด้าน ทั้งขนาด ความหรูหรา และสมรรถนะในการขับขี่ โดยรถเบนซ์ E Class เป็นรถซีดานที่ใหญ่กว่า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและหรูหรามากกว่า มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง และระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีระบบเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางระยะไกล
ในส่วนของรถเบนซ์ C Class เป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่าแต่มีความคล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือบริเวณพื้นที่แคบ ให้ความรู้สึกสปอร์ตมากกว่า การออกแบบภายในของรถเบนซ์ C Class แม้จะมีความหรูหรา แต่ยังคงเป็นมาตรฐานที่รองจากรุ่น E Class
เผยโฉม! Mercedes-Benz E Class รุ่นยอดฮิต ครบเครื่องน่าใช้งาน

หลังจากทำความรู้จัก Mercedes-Benz E Class กันมาประมาณหนึ่งแล้ว เรามาส่องความหรูหรากับรถเบนซ์รุ่นยอดฮิตจากซีรีส์ E Class กันดีกว่าว่าจะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง
Mercedes-Benz E300e
Mercedes-Benz E300e เป็นรถซีดานปลั๊กอินไฮบริดที่มีความโดดเด่นเรื่องระบบขับเคลื่อนที่รวมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ประหยัดน้ำมันและมีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพื่อลดการปล่อยมลพิษอีกด้วย
ภายในห้องโดยสาร E300e มาพร้อมกับการตกแต่งเหนือระดับด้วยวัสดุคุณภาพสูง มีฟีเจอร์ที่ทันสมัยในการช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน และมีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย โดย Mercedes-Benz E300e ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3.5-4.5 ล้านบาท
Mercedes-Benz E350e
Mercedes-Benz E350e มีความโดดเด่นในเรื่องความหรูหราและประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้า E350e ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังด้วยการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า
รถรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบความบันเทิงที่ทันสมัย สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนี้ Mercedes-Benz E Class รุ่นนี้ยังมีระบบนำทางที่แม่นยำ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ E350e จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียมที่ราคาเริ่มต้น 3.5-4.5 ล้านบาท
Mercedes-Benz E220
Mercedes-Benz E220d มีความโดดเด่นด้วยการใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งมอบความประหยัดน้ำมัน และแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังในการเดินทางระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการขับขี่ เรื่องการดีไซน์ของ Mercedes-Benz E Class แน่นอนว่าตัวรถเบนซ์มีความทันสมัยและสวยงามตามสไตล์ของ E Class แต่จะมีลักษณะการออกแบบที่เรียบง่ายกว่า ด้วยกระจังหน้าและไฟหน้าแบบใหม่ที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับรถ โดย Mercedes-Benz E220d มีราคาเริ่มต้นที่ 3-4 ล้านบาท
คำถามที่พบบ่อย
Mercedes-Benz E Class มือสอง ค่าบำรุงรักษาแพงไหม?
ค่าบำรุงรักษาของ Mercedes-Benz E Class มือสอง มักจะสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและระบบเครื่องยนต์ไฮบริด ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับอายุการใช้งาน, รุ่นและเครื่องยนต์, ประวัติการบำรุงรักษา และศูนย์บริการที่เลือกด้วย แต่หากคุณเลือกซื้อรถเบนซ์ E Class มือสองจากแหล่งขายรถคุณภาพดี และมีการตรวจสภาพรถก่อนขาย คุณก็หมดห่วงเรื่องค่าบำรุงรักษาราคาแพงจากรถ Benz E Class ไปได้เลย
Mercedes-Benz E Class รุ่นไหนประหยัดน้ำมันที่สุด?
Mercedes-Benz E Class ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดคือรุ่นที่ใช้ระบบเครื่องยนต์ไฮบริดอย่าง Mercedes-Benz E300 de เพราะ Mercedes-Benz E300 รุ่นนี้ได้ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ดีเซลและมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้งานสามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าอย่างเดียวได้ในระยะหนึ่ง และประหยัดน้ำมั้นยิ่งขึ้นจากระบบเครื่องยนต์ดีเซลอีกด้วย
Mercedes-Benz E Class กับ BMW 5 Series รุ่นไหนคุ้มกว่า?
ระหว่าง Mercedes-Benz E Class และ BMW 5 Series รุ่นไหนคุ้มกว่ากันนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความชอบส่วนบุคคล การใช้งาน และคุณสมบัติของรถยนต์ สำหรับใครที่ชื่นชอบการออกแบบที่มีความหรูหรา สะดวกสบาย และมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ แนะนำให้เลือกซื้อรถ Benz E Class ส่วนใครที่รักการขับขี่แนวสปอร์ต รวดเร็วและเฉียบคม แนะนำให้เลือกซื้อรถ BMW 5 Series แต่ต้องยอมรับเรื่องข้อจำกัดในการบำรุงรักษาที่มีราคาสูง และมูลค่าการขายต่อที่อาจจะน้อยกว่า Mercedes-Benz E Class
Benz BKK CERTIFIED แหล่งรถ Mercedes-Benz E Class มือสอง ราคาจับต้องได้
หากคุณกำลังมองหา Mercedes-Benz E Class มือสองคุณภาพเยี่ยม Benz BKK CERTIFIED คือแหล่งรวมรถยนต์มือสองที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยราคาที่คุ้มค่าและสภาพรถที่พร้อมใช้งาน อีกทั้งยังมีหลากหลายรุ่นให้เลือกซื้อทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
โดยรถ Mercedes-Benz E Class ทุกคันมีประวัติที่ชัดเจน และผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดจากช่างผู้เชี่ยวชาญ มาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพและบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงจาก Star Assist คุณจึงมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย เปิดรับประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราและสะดวกสบายได้แล้ววันนี้ที่ Benz BKK CERTIFIED
https://web.facebook.com/v21.0/plugins/comments.php?app_id=129250203765952&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Df5d5052e5dce03380%26domain%3Dbrandinside.asia%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fbrandinside.asia%252Ffe94bd8eea31e9b1c%26relation%3Dparent.parent&container_width=696&height=100&href=https%3A%2F%2Fbrandinside.asia%2Fe-class%2F&locale=en_US&numposts=7&order_by=social&sdk=joey&version=v21.0&width=
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา
5 อันดับ รถที่แรงที่สุดในโลก
Ramon Khamphan | 07 June 2566 14:07
https://www.facebook.com/v16.0/plugins/like.php?action=like&app_id=&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Dfc6849b08c6671671%26domain%3Dwww.one2car.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.one2car.com%252Ff1bbf3a70875375dc%26relation%3Dparent.parent&container_width=0&href=https%3A%2F%2Fwww.one2car.com%2F%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%2Ftop-5-fastest-cars-130573%2F130573&layout=button_count&locale=th_TH&sdk=joey&share=true&show_faces=true&size=small

ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมยานยานต์นั้นมีการพัฒนาอยู่ตลอด ซึ่งรถ Hypercar นั้นก็ได้มีการพัฒนาและเปิดตัวรถใหม่ๆ อยู่ทุกปี พูดถึง Hypercar แล้วแน่นอนว่าหลายคนคงอยากจะรู้ว่ารถที่แรงที่สุดในโลกนั้นมีคันไหนบ้าง เรามาดู 5 อันดับรถที่แรงที่สุดในโลกกัน
หากพูดถึงเรื่องความเร็วและความแรงของรถยนต์ หลายคนคงจะนึกถึงคำว่า Supercar กันเป็นหลักแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่อยู่เหนือกว่า Supercar ก็คือ Hypercar ที่เรากำลังจะพูดถึงนี่แหละ งั้นเรามาทำความรู้จักกับ Hypercar กันก่อนดีกว่าว่าคืออะไร
Hypercar คือรถอะไร
หากให้คำนิยามของ Hypercar แบบสั้นๆ ก็คือ Hypercar คือรถรุ่นท็อปสุดของ Supercar ในไลน์ผลิตนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริษัทรถหรูที่ทำการผลิต โดยสมรรถนะของตัวรถ Hypercar นั้นจะสูงและเหนือชั้นกว่ารถรุ่นอื่นๆ แน่นอนอยู่แล้วหากขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง และเร็วที่สุด ราคาก็ย่อมสูงตามไปด้วยเช่นกัน
รู้จักกับรถ Hypercar กันแล้ว งั้นเรามาเริ่มดู 5 อันดับรถ Hypercar ที่แรงที่สุดในโลกกันเลยดีกว่า บอกเลยว่าเครื่องแรงจนต้องร้องว้าวเลยทีเดียว

Top 5 รถที่แรงที่สุดในโลก
อันดับที่ 1 SSC Tuatara
อันดับ 1 ของรถ Hypercar ที่แรงที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้น SSC Tuatara คันนี้ ซึ่งได้การีนตีความเร็วจากหลายสำนักถึง 2 ปีติดต่อกัน คือในปี 2021-2022 SSC Tuatara ได้ถูกผลิตขึ้นโดยมีจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น ซึ่งในเรื่องของความแรงนั้น คือ เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ความจุ 5.9 ลิตร V8 สูบ พละกำลัง 1,750 แรงม้า เร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลา 2.5 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 532.6 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อันดับที่ 2 BUGATTI BOLIDE
BUGATTI BOLIDE รถที่เร็วที่สุดในโลกปี 2022 ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสนามสำหรับคนที่ชื่นชอบ ความเร็ว โดยรถคันนี้จะมีสถิติความรวดเร็วสูงสุดอยู่ที่ 500 กม./ชม. เลยแหละ ทั้งนี้รถยนต์รุ่นนี้ยังอยู่ในช่วงของการผลิตขึ้นมาเพื่อทำการวิจัยศึกษาในสนามแข่งเท่านั้น ซึ่งผลิตขึ้นมาเพียง 40 คันเท่านั้น และราคาก็อยู่ที่ประมาณ 193.5 ล้านบาท

อันดับที่ 3 HENNESSEY VENOM F5
มาต่อกันที่อันดับที่ 3 ของรถที่เร็วที่สุดในโลกปี 2022 อย่าง HENNESSEY VENOM F5 ที่มีนิยามตอนเปิดตัวรถครั้งแรกว่า “เบาเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ” ซึ่งนอกจาก ความเร็ว ความแรงที่ทรงพลังแล้ว ยังได้รับฉายาว่า Monster อีกด้วย เพราะมีรูปแบบการดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่เท่ หรูหรา และแข็งแกร่ง จึงทำให้ได้ฉายานี้มานั่นเอง ในเรื่องของด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์นั้น ก็ให้กำลังถึง 1,817 แรงม้า และสปีดความรวดเร็วสูงสุดที่ 498-500 กม./ชม. เลยทีเดียว

อันดับที่ 4 BUGATTI CHIRON SUPER SPORT 300+
มาถึงอันดับที่ 4 กันแล้ว กับ BUGATTI CHIRON SUPER SPORT 300+ รถที่เร็วที่สุดในโลกปี 2022 เช่นกัน ซึ่งจุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้ก็คือ ตัวถังช่วงท้ายจะมีความยาวแปลกตาต่างจากรุ่นก่อนหน้า และยังมีแนวหลังคาที่สามารถลู่ลมได้อย่างดีมาพร้อมกับตัวถังสีดำ-ส้ม โดย BUGATTI CHIRON SUPER SPORT 300+ รุ่นนี้จะมีกำลังสูงสุดถึง 1,600 แรงม้า และสปีดความเร็วสูงสุดที่ 490 กม./ชม.

อันดับที่ 5 DEVEL SIXTEEN
รถที่เร็วที่สุดในโลกอันดับสุดท้ายก็คือ DEVEL SIXTEEN ซึ่งคันนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 480-515 กม./ชม. เลยทีเดียว และมี ราคา เริ่มต้นที่ประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 49.06 ล้านบาทเท่านั้น ที่นอกจากจะมีความแรงและ ความเร็ว อันน่าทึ่งแล้ว รถคันนี้ยังมีการดีไซน์ที่ เท่ แข็งแกร่ง ให้ความรู้สึกดุดันอีกด้วย !

Aspark Owl รถยนต์ไฟฟ้า ที่เร็วที่สุดในโลก
Aspark Owl รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น ได้ทำลายสถิติโลกของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเร็วสูงสุด แถมยังได้ความเร็วสูงสุดถึง 2 สถิติด้วยกัน ทั้งในระยะ 200 เมตร และ 400 เมตร ที่ความเร็วสูงสุดราว 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากการทดสอบที่ลานบิน “อัลวิงตัน” ทางตอนเหนือของอังกฤษ โดยมีความเร็วเฉลี่ย 309 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับระยะ 200 เมตร และทำความเร็วได้สูงถึง 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะ 400 เมตรเลยทีเดียว
รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ยังสามารถเร่งความเร็วจาก 0 จนถึง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาไม่ถึงใน 2 วินาทีอีกด้วย และยังสามารถขับขี่ในความเร็วสูงสุดที่ 418 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร และใช้เวลาชาร์จเพียง 40 นาทีเท่านั้น
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
![[ครบชุด] T2609042 เร องเล กๆม นทำให ตเราด นได ไอ เร องเล กๆม นก ทำให ตพ งได เหม อนก](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-906.png)

![[ครบชุด] T2609038 เธอเก บความแค นน มาเก อบ10ป นน เป นว นท เธอจะเอาค](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-907.png)