รวม 9 รุ่น Lamborghini ที่มีชื่อมาจากวัวกระทิงสุดโหด
37505 จำนวนผู้เข้าชม |
Lamborghini แบรนด์ซุปเปอร์คาร์สุดหรูที่ไม่มีใครไม่รู้จัก มาพร้อมโลโก้กระทิงดุ ที่ก่อกำเนิดโดยผู้ก่อตั้ง Ferrucio Lamborghini โดยโลโก้นี้ได้มาจากการสู้วัวกระทิงในประเทศสเปน บวกกับเป็นราศีเกิดของ Ferrucio อีกด้วย สำหรับวันนี้เราจะนำเสนอ ตัวอย่างรุ่นรถของ Lamborghini ที่มีที่มาจากวัวกระทิงด้วยกัน 9 รุ่น สำหรับหลายๆ คนอาจจะพอรู้ข้อมูลกันมาแล้ว เราจะมาทวนความจำกัน และอีกหลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็เข้ามาอ่านกันได้เลย!!
Lamborghini Islero

รวม 9 รุ่น Lamborghini ที่มีชื่อมาจากวัวกระทิงสุดโหด
37505 จำนวนผู้เข้าชม |

Lamborghini แบรนด์ซุปเปอร์คาร์สุดหรูที่ไม่มีใครไม่รู้จัก มาพร้อมโลโก้กระทิงดุ ที่ก่อกำเนิดโดยผู้ก่อตั้ง Ferrucio Lamborghini โดยโลโก้นี้ได้มาจากการสู้วัวกระทิงในประเทศสเปน บวกกับเป็นราศีเกิดของ Ferrucio อีกด้วย สำหรับวันนี้เราจะนำเสนอ ตัวอย่างรุ่นรถของ Lamborghini ที่มีที่มาจากวัวกระทิงด้วยกัน 9 รุ่น สำหรับหลายๆ คนอาจจะพอรู้ข้อมูลกันมาแล้ว เราจะมาทวนความจำกัน และอีกหลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็เข้ามาอ่านกันได้เลย!!
Lamborghini Islero

Lamborghini Islero เป็นรุ่นที่อยู่ในยุคปี 1968 จนถึงปี 1969 มีแยกออกมา 2 รุ่น คือ Islero เวอร์ชั่นแรก 325 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ใน 6.2 วินาที กับ Islero 400 GTS เป็นเวอร์ชั่นอัพเกรด พละกำลัง 350 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 เท่ากันที่ 6.2 วินาที ทั้งคู่ใช้ขุมพลังแบบ V12 ขนาด 3.9 ลิตร ไว้ที่หน้าตัวรถ สำหรับที่มาของชื่อ Islero มาจากกระทิงสายพันธุ์ Miura ที่ได้สังหารนักสู้วัวชื่อดัง Manolette ระหว่างการต่อสู้ในปี 1947
Lamborghini Espada

Lamborghini Espada เป็นโมเดลในยุค 1968-1978 เป็นรถสไตล์ Grand tourer 4 ที่นั่ง ดีไซน์โดย Giorgetto Giugiaro จาก Italdesign ติดตั้งเครื่องยนต์แบบ V12 ขนาด 3.9 ลิตร สำหรับชื่อ Espada เป็นคำในภาษาสเปน คือดาบที่ใช้ในการต่อสู้กับวัวกระทิงนั่นเอง
Lamborghini Miura

Lamborghini Miura กระทิงดุรุ่นเก๋าอีกหนึ่งรุ่น ใช้เครื่องแบบ V12 ขนาด 3.9 ลิตร งานดีไซน์รถ Lamborghini รุ่นใหม่ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากรุ่นนี้ด้วย อย่าง Murcielago หรือ Aventador โดยชื่อ Miura เป็นชื่อของสายพันธุ์วัวกระทิง พันธุ์ Miura ที่ได้รับการยอมรับทั้งความแข็งแกร่งและดุดัน
Lamborghini Diablo

Lamborghini Diablo หนึ่งในซุปเปอร์ที่โดดเด่นในสมัยยุค 90 ขุมพลังแบบ V12 5.7 ลิตร ถือกำเนิดในยุคเดียวกับรถระดับตำนานอย่าง McLaren F1 สำหรับที่มาของชื่อ Diablo มาจากวัวกระทิงสุดโหดที่เลี้ยงโดย Duke of Veragua โดยมันได้ต่อสู้กับมาธาดอร์ นามว่า El chicorro อย่างดุเดือดในกรุงมาดริด ในปี 1869 และชื่อ Diablo ในภาษาสเปนยังแปลว่า ปีศาจ อีกด้วย
Lamborghini Murcielago

สำหรับรถรุ่น Murcielago เป็นชื่อที่มาจากภาษาสเปน หมายถึง ค้างคาว เราจะเคยเห็นรถรุ่นนี้ขับโดยพระเอก Bruce Wayne ในหนังเรื่อง Batman Begins และ The Dark Knight อีกด้วย ในอดีตช่วงศตวรรษที่ 19 ชื่อ Murcielago นี้ได้ถูกนำมาตั้งให้กับวัวกระทิงตัวหนึ่งที่แข็งแกร่ง สามารถรอดชีวิตจากคมดาบของมาธาดอร์ได้ถึง 28 ครั้ง ทำให้เหมาะสมมากที่จะมาตั้งซื่อให้ Lamborghini Muricelago ด้วยรูปลักษณ์ดุดัน พร้อมเครื่องยนต์ V12 N/A ขนาด 6.2 ลิตร อันทรงพลัง
Lamborghini Reventon
Lamborghini Reventon กระดิงดุรุ่นพิเศษสุดหายาก มีทั้งแบบตัวถัง Coupe จำกัดการผลิตที่ 20 คัน และตัวถัง Roadster จำกัดเพียง 15 คัน งานดีไซน์ทั้งภายนอกภายในดึงมากจากเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-22 Raptor โดยมันใช้พื้นฐานมาจากรุ่น Muricelago LP640 ที่มาของชื่อนั้นมาจากวัวกระทิงเช่นเคย โดยเจ้าวัวตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมันได้สังหารนักสู้วัว นามว่า Felix Guzmán ในปี 1943 และชื่อ Reventon ในภาษาสเปนก็ยังแปลว่า ระเบิด อีกด้วย
Lamborghini Huracan

Lamborghini Huracan ซุปเปอร์คาร์น้องเล็กของค่ายกระทิงดุ เปิดตัวครั้งแรกราวๆ ปี 2015 ยาวมาจนถึงปี 2021 ด้วยรุ่นย่อยต่างๆ มากมาย โดยในทุกรุ่นจะใช้เครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร N/A ชื่อ Huracán มาจากภาษาสเปน พอแปลเป็นภาษาอังกฤษมันคือพายุ Hurricane ซึ่งแสดงถึงความดุดันรวดเร็วดั่งพายุ แต่ชื่อต้นตำหรับของมันนั้นมาจากเจ้ากระทิงดุจากประเทศสเปน ในปี1897 ซึ่งมันเป็นวัวกระทิงที่คนชื่นชมในความกล้าหาญ และทักษะการต่อสู้จู่โจมของมันนั้นมีไหวพริบอย่างมาก
Lamborghini Aventador

Aventador กระทิงดุรุ่นใหญ่ขุมพลัง V12 ขนาด 6.5 ลิตร N/A ที่ทำตลาดยาวมาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็น Lamborghini ที่ขายดีสุดๆ ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง จนต้องออกรุ่นย่อยต่างๆ ออกมากมาย Aventador ชื่อนี้ดึงมาจากวัวกระทิงที่โด่งในยุคปี 1993 แห่งเมือง Saragossa ประเทศสเปน มันมีความมุทะลุดุดัน น่าเกรงขาม จนต้องนำมาใช้กับซุปเปอร์คาร์รุ่นนี้
Lamborghini Veneno

Lamborghini Veneno ไฮเปอร์คาร์ตัวพิเศษสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี ของบริษัท ขุมพลังจาก Aventador แบบ V12 ขนาด 6.5 ลิตร 740 แรงม้า มันถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัด โดยแยกเป็นเวอร์ชั่น Coupe จำนวน 3 คัน และเวอร์ชั่น Roadster อีก 9 คัน ชื่อของมันกำเนิดมาจากวัวกระทิงตัวหนึ่งที่แข็งแกร่งและเร็วที่สุดเท่าที่เคยเจอมา โดยมันได้เข้าปะทะกับนักสู้วัวชื่อดัง Toreno José Sánchez Rodríguez ในปี 1914
ก็จบกันไปเรียบร้อยสำหรับ 9 อันดับ ชื่อรุ่น Lamborghini ที่มีที่มาจากกระทิงดุ ใครชื่นชอบรุ่นไหนกันบ้างถ้าข้อมูลนี้น่าสนใจอย่าลืมแชร์ต่อให้เพื่อนๆ กันด้วยนะครับ
Lamborghini supercarupdate ข่าวรถใหม่ Supercar Hypercar Bangkoksupercar รวม 9 รุ่น Lamborghini ที่มีชื่อมาจากวัวกระทิงสุดโหด Aventador Murcielago Reventon Veneno V12 N/A Huracan Bangkoksupercar รวม 9 รุ่น Lamborghini ที่มีชื่อมาจากวัวกระทิงสุดโหด Aventador Murcielago Reventon Veneno V12 N/A Huracan
10 รถแพงที่สุดในโลกมีทั้งความหรู และสมรรถนะความแรง
วันที่ประกาศ : 23 ก.ค. 2567
รถที่แพงที่สุดในโลก
รถยนต์ไม่ใช่เพียงแค่พาหนะที่พาไปถึงจุดหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นที่บ่งบอกถึงไลฟสไตล์และความชอบของแต่ละคนด้วย ผู้ผลิตรถหลายรายจึงทำรถออกมาโดยมีการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นความหรูหราหรือสมรรถนะความแรง ซึ่งแน่นอนว่ารถเหล่านี้ย่อมมีราคาที่ไม่ธรรมดา
แต่ก็ยังมีรถบางคันที่มีราคาแพงเป็นพิเศษไปอีกระดับจนเป็นที่สุดในด้านราคา จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นรถที่มีราคาแพงที่สุดในโลกโดยแต่ละปีมักจะมีรถรุ่นใหม่ ๆ ออกมาแย่งอันดับกันอยู่เสมอ ดังนั้นผมจึงรวบรวม 10 อันดับ รถแพงที่สุดในโลกล่าสุดในปี 2023 มาให้ดูกันว่ามีรถรุ่นไหนบ้าง แต่ละคันมีราคาสูงเท่าไหร่ และมีความโดดเด่นอย่างไรจึงทำให้รถมีราคาแพงเป็นพิเศษ
ส่วนผู้ที่กำลังมองหารถสักคันไว้ใช้งาน ไม่ได้ต้องการรถหรูราคาแพง ขอแค่รถมีคุณภาพ
ผ่อนถูก ราคาเข้าถึงได้ ผมแนะนำที่ Roddonjai.com แหล่งรวมรถมือสองราคาโดนใจ กับผู้ขายที่ไว้ใจได้ ลองเข้ามาเลือกดูกันก่อนได้เลยครับ
10 รถแพงที่สุดในโลกล่าสุดปี 2023
1. Rolls-Royce Boat Tail
ราคา 28 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 963,564,000 บาท
Rolls-Royce Boat Tail
ปกติรถจาก Rolls-Royce เป็นที่รู้จักในด้านความหรูหราและมีราคาแพงอยู่แล้ว แต่ Rolls-Royce Boat Tail ที่มีราคา 28 ล้านดอลลาร์ เป็นการตอกย้ำถึงความหรูหราและความแพงของผู้ผลิตรถยนต์จากสหราชอาณาจักรรายนี้ให้เด่นชัดเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะได้รับตำแหน่งรถแพงที่สุดในโลกปี 2023 นี้ไปครอง
ด้วยความโดดเด่นของรถรุ่นนี้ กับการเป็นรถสั่งผลิตพิเศษโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเรือยอร์ช J Class ซึ่งภายนอกของตัวรถถูกออกแบบให้มีสีทูโทน มีกระจังหน้าขนาดใหญ่ และไฟหน้าที่มีขนาดเรียวเล็ก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ ขณะที่ด้านหลังของรถสามารถดัดแปลงให้เป็นพื้นที่สังสรรค์ให้นั่งทานอาหารพร้อมเครื่องดื่มได้ ด้วยตู้แช่ ร่มกันแดด โต๊ะไม้ และเก้าอี้บาร์
ส่วนห้องโดยสารแต่งหรูด้วยการใช้ไม้ในบริเวณช่วงล่าง รวมทั้งพื้นห้องโดยสารซึ่งแน่นอนว่ายังคงนำสไตล์มาจากเรือยอร์ชมาใช้ พร้อมมีการใช้วัสดุมันวาว รวมทั้งไม้ Caleidolegno ในการตกแต่ง และเพิ่มมูลค่าให้รถมีราคาแพงขึ้นด้วยนาฬิกา Bovet 1822 ที่แผงหน้าปัด ด้วยความมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครจึงทำให้ Rolls-Royce Boat Tail ติดอันดับรถที่แพงที่สุดในโลก
2. Bugatti La Voiture Noire
ราคา 18.7 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 643,523,100 บาท
Bugatti La Voiture Noire
รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติฝรั่งเศส Bugatti La Voiture Noir ที่ชื่อรุ่นเป็นภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า”รถยนต์สีดำ”เป็นรถที่ถูกผลิตออกมาเพียงคันเดียว โดยได้รับการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถคลาสสิกในตำนาน Type S75C Atlantic ของ Bugatti พร้อมกับมีตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผลิตด้วยมือ ส่วนการขับเคลื่อนรถราคา 18.7 ล้านดอลลาร์เป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์ W16 ความจุ 6.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบ 4 ตัวที่สร้างกำลังออกมา 1,500 แรงม้า ส่วนเจ้าของรถคันนี้คือนักฟุตบอลชื่อดัง Cristiano Ronaldo ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่ในลีกซาอุดิอาระเบีย
3. Rolls-Royce Sweptail
ราคา 12 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 412,956,000 บาท
Rolls-Royce Sweptail
Rolls-Royce Sweptail ยานยนต์หรูสองประตูผลิตพิเศษเพียงคันเดียวโดยใช้ Rolls-Royce Phantom Coupe เป็นพื้นฐานที่ใช้เวลาถึง 4 ปีนับตั้งแต่ปี 2013-2017 ในการสร้าง เมื่อถูกเปิดตัวออกมาเมื่อปี 2017 ก็กลายเป็นรถแพงที่สุดในโลกในตอนนั้น โดยรถเป็นการผสานแรงบันดาลใจจากการทำตัวถังรถในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่ผูัสั่งผลิตรถคันนี้ชื่นชอบเข้ากับความคลาสสิกและทันสมัยของเรือยอร์ช นอกจากนี้ยังมีความสวยงามของเส้นด้านข้าง รวมทั้งแนวหลังคาที่ลาดลงด้านหลัง ขณะที่ห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความสวยงามในลักษณะที่ดูเรียบง่ายพร้อมกับการใช้วัสดุหรูต่าง ๆ อย่างหนัง Moccacain และ Dark Spice แผงไม้ Paldao ที่โชว์ลายไม้ รวมทั้งมีหลังคากระจกเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในของรถได้เต็มที่
4. Bugatti Centodieci
ราคา 9 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ309,700,000 บาท
Bugatti Centodieci
Centodieci ซึ่งเป็นภาษาอิตาลีที่มีความหมายว่า 110 เป็นรถไฮเปอร์คาร์ที่ถูกผลิตออกมาเพียงแค่ 10 คัน โดยใช้พื้นฐานจาก Chiron พร้อมการออกแบบเพื่อเป็นเกียรติแก่ Bugatti EB110 SS รถซูเปอร์คาร์รุ่นดังในยุค 90 โดยเป็นการนำดีไซน์ของรถในอดีตมาตีความใหม่ให้มีความทันสมัยขึ้น นอกจากนี้รถยังถูกลดน้ำหนักลงจนเบากว่า Chiron ที่เป็นพื้นฐานในการสร้าง 20 กิโลกรัม แต่ขุมกำลัง W16 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบ 4 ตัวของรถมีกำลัง 1,600 แรงม้ามากกว่า Chiron ถึง 100 แรงม้าจนทำให้ใช้เวลาแค่ 2.4 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
5. Maybach Exelero
ราคา 8 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 275,300,000 บาท
Maybach Exelero
รถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ผลิตพิเศษเพียงคันเดียวโดยความร่วมมือระหว่าง Stola บริษัทยานยนต์อิตาลีกับ Daimler/Chrysler จากความต้องการของ Fulda บริษัทลูกของ Goodyear ในเยอรมนีเพื่อใช้สำหรับทดสอบยาง Carat Exelero รุ่นใหม่ โดยเป็นรถที่นำแนวทางการออกแบบมาจาก Maybach SW 38 ในปี 1938 พร้อมกับใช้ Maybach 57 ที่เป็นรถในสายการผลิตตอนนั้นเป็นพื้นฐานในการสร้าง ทำให้รถมีฝากระโปรงหน้าที่ยาว กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ พร้อมกับความสมรรถนะในการทำความเร็วได้ถึง 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากความต้องการของ Fulda เพื่อทดสอบถึงขีดจำกัดของยาง
6. Bugatti Divo
ราคา 5.8 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 199,500,000 บาท
Bugatti Divo
รถสปอร์ตสำหรับสนามแข่งที่ถูกผลิตออกมาจำกัด 40 คันระหว่างปี 2019-2021 โดยตั้งชื่อรถตาม Albert Divo นักแข่งรถชาวฝรั่งเศสที่เคยขับรถแข่ง Bugatti ในยุค 1920 โดย Bugatti Divo มีแรงบันดาลใจการออกแบบมาจาก Bugatti Type 57SC Atlantic ทศวรรษที่ 1930 และรถคอนเซ็ปต์ Vision Gran Turismo พร้อมกับการได้รับปรับเปลี่ยนหลายส่วนไปจาก Chiron ซึ่งใช้เป็นพื้นฐานในการสร้างไม่ว่าจะเป็นระบบระบายไอเสียพร้อม 4 ปลายท่อ สปอยเลอร์หลังติดตายตัวกว้าง 1.8 เมตร และช่องดักอากาศ NACA ที่หลังคาเพื่อช่วยเพิ่มแรงกดให้กับรถ ส่วนห้องโดยสารใช้ Alcantara หุ้มเบาะ พร้อมแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะที่ขุมกำลังของรถยังคงเป็นเครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร ติดตั้งเทอร์โบ 4 ตัว กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า ใช้เวลา 2.4 วินาที ทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไม่แตกต่างจาก Chiron แต่มีการตอบสนองในช่วงปลายที่ดีกว่า
7. Pagani Huayra Imola
ราคา 5.4 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 185,830,000 บาท
Pagani Huayra Imola
รถซูเปอร์คาร์ที่ถูกตั้งชื่อตามสนามแข่งรถ Imola ในอิตาลีเป็นรุ่นที่ทรงพลังมากที่สุดสำหรับขับถนนสาธารณะของรุ่น Huayra จากการนำเครื่องยนต์ V12 ของ Mercedes-AMG มาปรับจนมีกำลังสูงสุด 827 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,100 นิวตัน-เมตร รวมทั้งน้ำหนักของรถยังถูกลดลงลงเหลือ 1,246 กิโลกรัม จากการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ รวมทั้งสีน้ำหนักเบา นอกจากนี้ภายนอกของรถยังได้รับการเปลี่ยนแปลงจาก Huayra มาตรฐานทั้งในส่วนของ Diffuser ด้านหลัง ช่องดักอากาศขนาดใหญ่บนหลังคา ครีบฉลาม สเกิร์ตข้างขนาดใหญ่ขึ้น และปีกหลังที่มาพร้อมกับไฟเบรก โดย Pagani Huayra Imola ถูกผลิตออกมาเพียง 6 คันเป็นรถที่ขายให้ลูกค้า 5 คันรวมถึงรถต้นแบบอีกหนึ่งคัน
8. Koenigsegg CCXR Trevita
ราคา 4.8 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 165,180,000 บาท
Koenigsegg CCRX Trviata
ความโดดเด่นของ Koenigsegg CCRX Trviata คือการมีตัวถังรถคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผลิตด้วยวิธี Koenigsegg Proprietary Diamond Weave ซึ่งมีการเคลือบไฟเบอร์ด้วยเพชรที่ผู้ผลิตรถซูเปอร์คาร์สวีเดนรายนี้พัฒนาขึ้นมาเอง และด้วยความซับซ้อนในการทำผลิตคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีเพชรเคลือบนี้จึงทำให้มีการผลิตรถออกมาเพียงแค่ 2 คันเท่านั้นจนทำให้เป็นรุ่นหายากที่สุดของ Koenigsegg จึงกลายเป็น 1 ใน 10 รถราคาแพงที่สุดในโลก ซึ่งผู้หนึ่งที่เคยเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้คือนักมวยดัง Floyd Mayweather ก่อนที่จะขายรถไปในปี 2017 ด้วยราคา 2.7 ล้านดอลลาร์
9. Lamborghini Veneno
ราคา 4.5 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 154,858,000 บาท
Lamborghini Veneno
รถซูเปอร์คาร์ผลิตจำกัดในโอกาสฉลอง 50 ปี Lamborghini โดยใช้ Aventador เป็นพื้นฐานในการผลิต มาพร้อมกับ V12 ความจุ 6.5 ลิตร ที่ถูกปรับให้มีกำลังสูงสุด 750 แรงม้ามากกว่า Aventador 50 แรงม้า ด้านการออกแบบรถมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากรถในสายการผลิตในช่วงเวลานั้นของ Lamborghini เพราะนำแนวทางมาจากรถสปอร์ตต้นแบบและรถแข่ง ส่วนห้องโดยสารของรถมีความคล้ายกับห้องโดยสารของ Aventador แต่มีการใช้ Carbon Skin ร่วมด้วย ส่วนจำนวนการผลิตของรถมีการทำแบบตัวถังคูเป้ 4 คันและเปิดประทุน 9 คัน
10. Bugatti Chiron Super Sport 300+
ราคา 3.9 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 134,200,000 บาท
Bugatti Chiron Super Sport 300+
Chiron Super Sport 300+ เป็นรถอีกรุ่นจาก Bugatti ที่ติด 1 ใน 10 รถแพงที่สุดในโลก โดยเป็นรถที่ถูกผลิตออกมาจำกัดแค่ 30 คันหลังจากความสำเร็จของรถต้นแบบ Chiron ที่ถูกปรับแต่งเป็นพิเศษจนสามารถทำความเร็วทะลุหลัก 300 ไมล์/ชั่วโมง เพื่อบ่งบอกถึงความพิเศษของรถจึงทำให้ตัวถังรถคาร์บอนไฟเบอร์มีแถบคู่สีส้มพร้อมความดุดันด้วยช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่กันชนหน้าและ Diffuser ขนาดใหญ่ที่กันชนหลัง รวมไปถึงมีปลายท่อไอเสียใหม่ รวมถึงถอดสปอยเลอร์หลังออกไป สำหรับขุมกำลังของรถเป็นเครื่องยนต์ W16 ความจุ 8.0 ลิตรพร้อมเทอร์โบ 4 ตัวมีกำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า เหมือนกับที่ประจำการใน Bugatti Centoddieci
เช็กราคารถมือหนึ่ง-มือสองได้ที่ Roddonjai.com.
ไม่ใช่แค่ รถที่แพงที่สุดในโลก เท่านั้นนะครับ เพราะบรรดารถเหล่านี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นไอคอนแห่งวงการรถสปอร์ตคาร์ อีกด้วย เพราะดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความหรูหราและเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งเครื่องยนต์ที่มีความเร็วแรง ด้วยการผลิตที่มีจำนวนจำกัดแถมบางคันยังผลิตเพียงคันเดียวในโลกเท่านั้น จึงไม่แปลกว่าทำไมรถเหล่านี้ถึงได้เป็นรถในฝันของผู้ที่หลงใหลในรถยนต์ทั่วโลก
#รถ,#รถแพง,#สมรรถนะ,#รถแพงที่สุดในโลก
![[ครบชุด] T2609037 เพ อนบางคนก ไม องม ได นะ าเขาไม จร งใจก บเรา](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-910.png)
![[ครบชุด] T2609033 คนหน กส งมาในบ านนอกเพ อด ดน แต นไปตกหล มร กคนสวนคนน](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-911.png)