ประวัติและวิวัฒนาการของรถยนต์ Mercedes-Benz Maybach
หากพูดถึงตัวท้อปของรถหรูของ Mercedes-Benz ในปัจจุบัน Maybach ตระกูล S-Class อัครยานยนต์จาก Mercedes Benz น่าจะเป็นรถอันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง เรียกได้ว่าเป็นรถยุโรปที่จัดได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความลักชัวรีเลยแบบขั้นสุดเลยก็ว่าได้ ด้วยความเรียบหรูดูเป็นยานพาหนะแบบทางการ และสมรรถนะที่สร้างความมั่นใจให้กับทุกการขับขี่ได้อย่างเยี่ยมยอด รถรุ่นนี้จึงถูกเลือกใช้ในงานราชการหรือหน่วยงานของรัฐบาลหลายประเทศ สำหรับบุคลลระดับ V.I.P
Mercedes-Maybach S-Class เปิดตัวครั้งแรกปี 2545 ในโอกาสครบรอบ 100 ปี Mercedes Maybach ความพิเศษของรุ่น S Class คือเป็นรถ Sedan ที่มาพร้อมความหรูหราและฟังก์ชั่นการทำงานสุดพิเศษมากมาย เป็นการเชื่อมโยงพลังแห่งนวัตรกรรมเข้ากับความหรูหราที่ไม่เหมือนใครได้อย่างลงตัว ซึ่งแต่ละรุ่นของ Mercedes-Maybach ในตระกูล S-Class นั้น บอกได้เลยว่าตอบโจทย์ ผู้ขับขี่ที่หลงใหลในความเรียบหรูที่ต้องการเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้บริหารได้เป็นอย่างดี
ราคารถยนต์ Mercedes-Benz Maybach
ปัจจุบัน benz Maybach มีด้วยหลายรุ่น แต่ในวันนี้เราจะขอหยิบยกเอาราคาและความน่าสนใจของตระกูล S-Class ตัวเด็ด ๆ มาเทียบราคาให้ดูกัน
- Mercedes-Maybach S560 Premium : ราคเริ่มต้น 17,540,000 บาท*
- Mercedes-Maybach S580 4Matic : ราคาเริ่มต้น 18,300,000 บาท*
- Mercedes-Maybach S600 : ราคาเริ่มต้น 6,100,000 บาท*
- Mercedes-Maybach S680 4Matic : ราคาเริ่มต้น 6,300,000 บาท*
- Mercedes Maybach S500 : ราคาเริ่มต้น 8,350,000 บาท*
*หมายเหตุุราคาข้างต้นเป็นราคาเปิดตัว
รถยนต์ที่คุณอาจสนใจ

BMW Series 6
เริ่มต้น: 4,109,000 บาท

Mercedes Benz S Class
เริ่มต้น: 6,690,000 บาท

BMW series 7
เริ่มต้น: 6,869,000 บาท

Bentley Flying Spur
เริ่มต้น: 14,200,000 บาท
สเปกและสมรรถนะเครื่องยนต์ Mercedes-Benz Maybach
ถึงจะเป็นรถหรูทรงทางการแต่ในส่วนของสมรรถนะเครื่องยนต์และความแรง บอกเลยว่าเทียบกับซุปเปอร์คาร์บางรุ่นได้เลย ซึ่งในส่วนของตัวเครื่องยนต์รถซีดานสี่ประตูสุดหรูอย่าง เมอร์เซเดส-มายบัค S-Class รุ่นสแตนดาร์ดเปิดตัวมาพร้อมเครื่องยนต์พลังเบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ซึ่งต่อมาได้มีการออกรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 621 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,001 นิวตันเมตรประกบกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด สำหรับความแตกต่างของเครื่องยนต์เบนซ์มายบัค ในรุ่น S Class ทั้ง 5 คัน ในข้างต้นจะมีดังนี้
| รุ่น | ขนาดเครื่องยนต์(ซีซี) | กำลังขับเคลื่อน(แรงม้า) | แรงบิด(นิวตันเมตร) |
|---|---|---|---|
| Mercedes-Maybach S560 Premium | เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี. | 469 แรงม้า / 5,250 – 5,500 รอบต่อนาที | 700 นิวตันเมตร / 2,000 – 4,000 รอบต่อนาที |
| Mercedes-Maybach S580 4Matic | เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี. | 510 แรงม้า / 5,500 รอบต่อนาที | 700 นิวตันเมตร / 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที |
| Mercedes-Maybach S600 | เบนซิน V12 ขนาด6.0 ลิตร 6,000 ซีซี | 530 แรงม้า / 4,900-5,300 รอบต่อนาที | 830 นิวตันเมตร / 1,900 – 4,000 รอบต่อนาที |
| Mercedes-Maybach S680 4Matic | เบนซิน V12 ขนาด6.0 ลิตร 6,000 ซีซี | 621 แรงม้า | 1,000 นิวตันเมตร |
| Mercedes Maybach S500 | เบนซิน V8 ขนาด 4.7 ลิตร 4,663 ซีซี | 455 แรงม้า / 5,250-5,550 รอบต่อนาที | 700 นิวตันเมตร / 1,800 – 3,500 รอบต่อนาที |
ดีไซน์ ฟังก์ชันรถยนต์ Mercedes-Benz Maybach
เริ่มกันที่ด้านรูปโฉมดีไซน์ภายนอกของ Maybach S-Class นั้นจะเน้นให้ความหรูหรา สง่างาม ด้วยวัสดุคุณภาพสูงสุดรวมเข้ากับเทคโนโลยีสุดทันสมัย ดีไซน์โดยรวมของรถรุ่นนี้ไม่โฉบเฉี่ยวนัก เพราะเน้นจุดยืนที่ความเรียบหรูสวยงาม สีเคลือบโครเมียมเป็นจุดเด่นที่แวววาว ภาพลักษณ์โดดเด่นด้วยความยาวของรถยนต์ ระยะห่างฐานล้อ เพิ่มความโอ่อ่า กระจกหน้าที่กว้างขึ้น และหน้าต่างที่สามด้านข้างในเสา C ตัวกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ที่มาพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes Benz ยังคงมีให้เห็นอย่างสะดุดตา กันชนด้านหน้าตกแต่งด้วยคิ้วโครเมียม หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า นอกจากนี้บางรุ่นอาจมีตราสัญลักษณ์เพื่อช่วยแยกความแตกต่างจากรุ่นปกติ เช่น Mercedes-Maybach S680 ที่มีสัญลักษณ์ V12 อยู่บริเวณซุ้มล้อ เรียกว่าโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สมกับเป็นหรูระดับเฟิร์สคลาสเลยทีเดียว
การตกแต่งภายในของ Maybach S-Class
ด้านการตกแต่งภายในห้องโดยสารที่ยังคงเน้นความหรูหรา กว้างสบาย ด้วยวัสดุคุณภาพหลายอย่างที่มีพื้นผิวสวยงาม เริ่มกันจากการตกแต่งด้วยหนัง Nappa ที่ครอบคลุมแทบทุกจุดภายใน ที่รวมถึงการบุหลังคา คอนโซลหน้า กรอบหน้าต่างและเสา พวงมาลัยเป็นนิรภัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Head-up display ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ High-End 4D จอแสดงผลแบบ Full HD ในตัวพร้อมหน้าจอสัมผัสในห้องโดยสารด้านหลังแบบเลือกรับได้ มีระบบตัดเสียงรบกวนขณะขับขี่
ที่นั่งแบบพิเศษด้วยชุดเบาะที่คัดสรรวัสดุที่ดีที่สุด พร้อมฟังก์ชันการเอนนอนรวมถึง Chauffeur Package ในห้องผู้โดยสารด้านหลัง ให้คุณสามารถเปลี่ยนห้องโดยสารให้กลายเป็นออฟฟิศเคลื่อนที่สุดหรู ไม่เพียงเท่านี้ S-Class รุ่นใหม่ยังมาพร้อมฟังก์ชันนวดที่หลากหลายเพื่อความผ่อนคลาย
ความปลอดภัยของ Maybach S-Class
ด้านความปลอดภัย มายบัค s class มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัยที่ทำงานอย่างเป็นระบบ ทั้งยังมีระบช่วยเหลือการขับขี่ เช่น ระบบช่วยทรงตัว ขณะรถเข้าโค้ง ระบบช่วยเหลือการขับรถ Driving Assistance Package ระบบช่วยนำรถเข้าจอด กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง และระบบช่วยมองยามค่ำคืน ที่ช่วยเสริมความมั่นใจในทุกเส้นทางการขับขี่ของคุณ
ข้อดี/ข้อเสีย ของรถยนต์ Mercedes-Benz Maybach รุ่น S-Clas
| ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|
| ดีไซน์เรียบหรู เหมาะกับสายผู้บริหารหรือเซเลปที่ต้องการความลักชัวรีและชอบความเป็นส่วนตัว | ความหรูหราอาจมีมากเกินความจำเป็นในการใช้งานขับขี่ทั่วไป |
| ตัวรถผลิตจากวัสดุพรีเมียม | หากเกิดความเสียหายอาจใช้เวลาซ่อมนาน ราคาอะไหล่บางตัวค่อนข้างสูง |
| รถถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย | ราคาค่อนข้างสูง |
| ระบบความปลอดภัยดีเยี่ยม สร้างความมั่นใจให้ในทุกการเดินทาง | ค่าบำรุงรักษารายปีค่อนข้างสูง |
| รถซีดานที่ดีไซน์แนวคูเป้ เพิ่มความทันสมัย | ด้วยดีไซน์อาจทำให้มีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้น้อย |
Mercedes Benz เตรียมส่ง 2 รุ่นหรู “Mercedes-Maybach GLS” และ “The new EQS” ลุยตลาดครึ่งปีหลัง
โพสโดย : admin / วันที่ : 24 สิงหาคม 2021
หมวดหมู่ : Mercedes-Benz ข่าวประชาสัมพันธ์

Mercedes Benz เตรียมส่ง 2 รุ่นหรู “Mercedes-Maybach GLS” และ “The new EQS” ลุยตลาดครึ่งปีหลัง

- เมอร์เซเดส-เบนซ์ย้ำความพร้อมในการมุ่งหน้าสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวในประเทศไทยหนุนด้วยกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการขายใหม่ด้วยบริการที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น
- เตรียมส่ง 2 รุ่นหรู “Mercedes-Maybach GLS” อีกระดับของรถยนต์เอสยูวีระดับลักชัวรี และ “The new EQS” ยานยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่ผลิตในประเทศไทย ลุยตลาดครึ่งปีหลัง
- ยกระดับบริการหลังการขายต่อเนื่อง พร้อมจัดแคมเปญ StarFest 2021: Season of the ultimate offers มอบสิทธิประโยชน์มากมายให้ผู้ซื้อเมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ถึง 30 กันยายนนี้
สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยการแนะนำ 2 รถยนต์ลักชัวรีรุ่นใหม่ที่จะสะกดทุกสายตาด้วยรายละเอียดที่เป้นที่สุดของความหรูหราและความทันสมัย ได้แก่

Mercedes-Maybach GLS ยนตรกรรมที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นอีกระดับของความเป็นรถยนต์เอสยูวีระดับลักชัวรี ที่มอบความหรูหราและความสะดวกสบายสูงสุดในทุกรายละเอียด

และ The new EQS รถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่ผลิตในประเทศไทยโดยพัฒนาขึ้นมาจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับ Executive Class ที่หลอมรวมทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และการเชื่อมต่อที่มอบความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมผลิตและจำหน่ายรถยนต์รุ่น S-Class ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในเวอร์ชัน PHEV ซึ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน The IAA MOBILITY 2021 ในวันที่ 5 กันยายนนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์จะอัปเดตอีกครั้งว่ารถยนต์แต่ละรุ่นจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในช่วงเวลาใด
ขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังมีแผนการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่เป็น sub-brand ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้ง Mercedes-EQ และ Mercedes-Maybach
โดยล่าสุดได้มีการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ ทีทีซี, สตาร์แฟลกไพรมัส และ บีเคเค
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยสูงสุดสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ และพนักงานเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกคนด้วยมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวดภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยในส่วนของบริการหลังการขาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ย้ำความพิเศษของโปรแกรมบำรุงรักษาและการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ MBSP ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจไม่รู้จบให้กับลูกค้าโดยเฉพาะ
ด้วยแพ็คเกจที่หลากหลายให้เลือกถึง 4 แบบ ได้แก่ Compact, Advance, Extra และ Excellent
พร้อมทั้งมอบความยืดหยุ่นแก่ผู้ใช้บริการ ทั้งในเรื่องการบำรุงรักษา การเปลี่ยนอะไหล่ที่สึกหรอ และการขยายการรับประกันคุณภาพโดยไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทั้งขยายความคุ้มครองได้สูงสุดถึง 8 ปี
ในด้านความหลากหลายของอะไหล่ เมอร์เซเดส-เบนซ์มีทั้ง StarParts อะไหล่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ได้มาตรฐานในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 55% เพื่อการบำรุงรักษารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อายุ 5 ปีขึ้นไป ครอบคลุมทั้งรถยนต์คอมแพ็ค รถยนต์นั่งระดับกลาง รถยนต์เอสยูวี และรถยนต์สปอร์ต และ REMAN part
ซึ่งเป็นอะไหล่แท้ที่ผ่านกระบวนการ Remanufacturing ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์คิดค้นขึ้นเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและแรงงานในขั้นตอนการผลิตอะไหล่แท้ชิ้นใหม่ โดยมีการฟื้นฟูสภาพ ตรวจสอบ และทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำให้อะไหล่ในกลุ่มนี้มีราคาย่อมเยาขึ้น ช่วยให้ลูกค้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี
โดยอะไหล่ REMAN จะมีทั้งในชุดอุปกรณ์หลัก ชิ้นส่วนสำหรับกลไก ระบบหัวฉีดและการบำบัดไอเสีย ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบขับเคลื่อน โดยลูกค้าผู้ใช้เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่นสามารถเข้ารับบริการและเลือกใช้อะไหล่ REMAN ได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังจัดแคมเปญ StarFest 2021: Season of the ultimate offers เพื่อมอบข้อเสนอสุดเร้าใจของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ให้ลูกค้ารับข้อเสนอไปแบบเต็มพิกัด ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายนนี้
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ทุกรุ่น แคมเปญต่าง ๆ และรายละเอียดเกี่ยวกับบริการหลังการขายได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
![[ครบชุด] T2609116 มาขอให แฟนเพ อนดามห วใจ](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-927.png)
![[ครบชุด] T2609117 กคนจรจ ดใช เหร ยญซ อขนมป](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-928.png)