Rolls-Royce ‘BOAT TAIL’ ส่วนผสมระหว่างรถและเรือ ที่ดีที่สุด
โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 04 October 2564
ยนตรกรรมหนึ่งเดียวที่สั่งผลิตตัวถังพิเศษ ‘Boat Tail’ เผยโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกในงาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este อันทรงเกียรติเมื่อวันที่ 2 และ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา มีราคาค่าตัวสูงถึง 870 ล้านบาท
Rolls-Royce ‘BOAT TAIL’
Rolls-Royce Boat Tail ถูกจัดแสดงให้ได้ชมเป็นเวลา 2 วันที่บริเวณ Mosaic Lawn ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม Grand Hotel Villa d’Este ที่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี
การจัดแสดงของ Boat Tail เกิดขึ้น 4 ปี ให้หลังการเปิดตัวของ Sweptail ยนตกรรมสั่งผลิตตัวถังพิเศษคันแรกของโรลส์-รอยซ์ยุคปัจจุบันที่จัดขึ้นในงานเดียวกันเมื่อปี พ.ศ 2560

เผยโฉมยนตรกรรม Rolls-Royce ที่มีเอกลักษณ์คันนี้สู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก แม้ว่ารูปภาพของยนตรกรรมจะถูกเผยแพร่อย่างแพร่หลาย แต่ตัว ยนตรกรรมเองยังไม่เคยถูกจัดแสดงต่อสาธารณชนมาก่อน งาน Villa d’Este Concorso ถือว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมอย่างยิ่งเมื่อภายในงานเป็นที่รวมตัวของสื่อต่างประเทศชั้นนำ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ด้านยานยนต์ และผู้ที่พิถีพิถันในเรื่องความหรูหรา โดยงานนี้ได้จัดขึ้นอย่างงดงามริมทะเลสาบโคโม อีกทั้ง ยังสร้างความพอใจในความเท่าเทียมเพราะเราได้เปิดตัว Sweptail ยนตรกรรมสั่งผลิตตัวถังพิเศษ (Coachbuilt) คันแรกของโรลส์-รอยซ์ยุคปัจจุบันในงานเดียวกันนี้เมื่อปีพ.ศ. 2560


ความหลงใหลของเจ้าของ Boat Tail ในการสั่งผลิตพิเศษในรูปแบบที่แตกต่างถูกขยายความจากยนตรกรรมอีกคันหนึ่งที่อยู่ในคอลเล็กชั่นส่วนตัวของพวกเขา นั่นคือ Rolls-Royce Boat Tail รุ่นก่อนในอดีต ซึ่งพวกเขาทำการฟื้นฟูสภาพรถด้วยความรักทะนุถนอมเสร็จทันเวลากับที่ Boat Tail รุ่นใหม่เสร็จสมบูรณ์ ยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์คันนี้ยังได้ถูกจัดแสดงในงาน Villa d’Este Concorso ปี นี้อีกด้วย
Boat Tail สร้างช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Rolls-Royce สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ใน
การรังสรรค์ตัวถังแบบสั่งทำพิเศษในฐานะองค์ประกอบสำคัญของทิศทางและผลงานในอนาคตของแบรนด์ที่ยังคงดำเนินต่อไปและเร่งผลักดันขบวนการรังสรรค์ตัวถังแบบสั่งทำพิเศษร่วมสมัยโดยเริ่มต้นด้วย Sweptail ยนตรกรรมสั่งทำตัวถังพิเศษคันแรกของโรลส์-รอยซ์ยุคปัจจุบันที่ได้เปิดตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกที่ Villa d’Este เมื่อปีพ.ศ. 2560
Boat Tail เป็นตัวแทนของช่วงเวลาสำคัญของกลุ่มสินค้าหรูในวงที่กว้างขึ้น ในฐานะที่เป็นยนตรกรรมเพียงหนึ่งเดียวที่รังสรรค์ด้วยงานหัตถศิลป์ที่แท้จริงทั้งในส่วนของตัวถังและภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ตรงตามข้อกำหนดของลูกค้า แผนก Rolls-Royce Coachbuild สร้างขอบเขตความหรูหราใหม่ และมอบโอกาสใหม่ ๆ มากมายสำหรับลูกค้าผู้ชื่นชอบงานออกแบบร่วมสมัยและงานหัตถศิลป์ชั้นเลิศ


จุดเริ่มต้นจากที่ลูกค้าประชุมร่วมกับ Rolls-Royce และต้องการรถสักคันที่ไม่เคยมีบนท้องถนนมาก่อน Rolls-Royce นำเสนอรถที่มี ช่วงท้ายเหมือนกับหางเรือ หรือที่เรียกว่า Boat Tail เป็นรถที่เคยมีมาในอดีต ที่ช่วงท้ายรถจะลาดลง และมีดีไซน์เหมือนท้ายเรือพร้อมพื้นที่เก็บของใต้เเผ่นไม้นั้น ทำให้ความยาวตัวรถทั้งหมดยาวเกือบ 6 เมตร Roll-Royce Boat Tail เป็นรถ open air ที่มีหลังคา canopy ที่สามารถยกออกได้

จุดเก็บสัมภาระท้ายรถสุด Luxury เรียกว่า hosting suite ภายในประกอบด้วย ชุด picnic ครบเซ็ท ตั้งแต่ชุดจาน ถาด ช้อน ซ้อม มีด รวมถึงตู้แช่ไวน์ปรับอุ่นหภูมิ ร่มท้ายรถ 1 คัน และ เก้าอี้ stool สำหรับนั่งพักผ่อนที่ Rolls-Royce ต้องไปขอความช่วยเหลือจากทีมออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชาวอิตาลี่ให้ช่วยออกแบบเก้าอี้นี้โดยเฉพาะ และตัวเก้าอี้ผลิตมาจาก คาร์บอนไฟเบอร์วัสดุเดียวกับที่ใส่ในรถ

พื้นฐานมาจากแพลตฟอร์มของ Rolls-Royce รุ่น Phantom เครื่องยนต์ V12 Rolls-Royce จัดการสั่งผลิตรถแบบนี้อีก 3 คัน สำหรับลูกค้าที่หลงรักการล่องเรือ และมีไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวชายหาด ถึงแม้จะเป็น Boat Tail เหมือนกันแต่ว่า แต่ละคันจะออกแบบตาม personalize ของเจ้าของรถแต่ละคนชัดเจน รถ Rolls-Royce Boat Tail ในโปรเจค Coach Build คันนี้ผลิตด้วยมือ งานโครงสร้างรถที่ใช้คนตีและเช็กส่วนโค้งจนกว่าจะได้ขนาดที่ถูกต้อง โดยการใช้ทั้งสายตาคนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช็กความถูกต้อง รถที่ถูกสัมผัสโดยมือคน ผลิตโดยมือคน ทำให้เป็นรถที่รวบรวมจิตวิญญาณของทีม Rolls-Royce และนี่คืองานศิลปะที่สามารถเคลื่อนที่ได้ หรือ moving art นั่นเอง
ช่วงท้ายรถมีรูปทรงและดีไซน์จากเรือ ทีม Rolls-Royce ค้นหาเรือ sailing ที่สวยงามที่สุดในโลกมาเป็นต้นแบบ นั่นคือเรือ J-Class yachts และดีไซน์ให้รถคันนี้สะอาดตา เส้นสายที่บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์แต่ชัดเจนแน่วแน่ ดีไซน์ออกแบบให้มีกลิ่นอายของเรือยอร์ชพักตากอากาศในยุค 1920-1930 แต่โมเดิร์น

ท้ายรถที่ปรับแต่งใหม่ Rolls-Royce รับรองว่าถูกต้องตามกฏจราจรสากลแน่นอน รถที่ได้รับการปรับแต่งผ่านการทดสอบ Dynamic testing ว่าโครงสร้างจะปลอดภัยและสามารถขับขี่ได้อย่างเต็มสมรรถนะ Rolls-Royce ใช้เวลากว่า 8 เดือนในการคิดค้นและทดลองปรับหางเรือใส่เข้าไปในตัวรถให้สัดส่วนออกมาดีที่สุด และยังมีฟีเจอร์ต่างๆของรถอีกหลายอย่างที่เตรียมจะใส่เข้าไปในรถคันนี้ตามคำสั่งของเจ้าของรถในอนาคตแต่ละคัน แต่ที่จะต้องติดตั้งให้รถคันนี้อยู่แล้วคือ ระบบเครื่องเสียง ที่ Rolls-Royce จะใส่ลำโพงเข้าไปในรถคันนี้อีก 15 ตัว เพื่อเนรมิตให้รถคันนี้เป็นห้องที่มีเสียงเพลงกังวานทั่วถึงทั้งคัน

ส่วน hosting suite หรือส่วนเก็บสัมภาระท้ายรถ ที่ Rolls-Royce ใช้เวลากว่า 9 เดือนในการคิดค้น และต้องใช้กล่อง ECU อีก 5 กล่องเพื่อควบคุม การเปิด-ปิด และการยกอุปกรณ์ปิกนิกให้สูงขึ้น เพื่อง่ายแก่การหยิบใช้ของ เจ้าของรถสามารถเปิดส่วนท้ายรถ ได้เพียงกดปุ่ม ปุ่มเดียว ส่วนท้ายรถจะเปิดออก ในลักษณะเหมือนผีเสื้อกางปีก

จากนาฬิกาเข็มตามแบบปกติของรถ Rolls-Royce เจ้าของรถคันนี้มีความชื่นชอบในนาฬิกาของ BOVET Roll-Royces จึงได้ทำงานร่วมกันกับ House of BOVET 1822 ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เพื่อออกแบบนาฬิกาแบบพิเศษเฉพาะสำหรับ Rolls-Royce Boat Tail คันนี้
Concorso d’Eleganza Villa d’Este จัดขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2472 ที่บริเวณริมทะเลสาบโคโมทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี นับว่าเป็นงานจัดแสดงยานยนต์และจักรยานยนต์ที่สำคัญและมีเสน่ห์มากที่สุดงานหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในปฏิทินงานกิจกรรมด้านไลฟสไตล์ระดับนานาชาติแห่งปี โดยปกติจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมแต่ในปีนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม พร้อมการจัดแสดงยนตรกรรม Boat Tail สู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 และ 3 ตุลาคมที่ผ่านมาเท่านั้น 


ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car
ประกอบไทย ถูกลง 8 ล้าน MERCEDES-MAYBACH S580e PREMIUM
-กกก+
Mercedes-Benz Thailand แนะนำยนตรกรรมรุ่นเรือธง Mercedes-Maybach S 580 e รุ่นประกอบในประเทศไทย นับเป็น Maybach S Class รหัสตัวถัง Z223 ที่ประกอบในไทยเป็นครั้งแรกที่โรงงานย่านสำโรง Maybach S580e Plug in Hybrid มีตัวเลขการปล่อย CO2 ที่ 18-23 กรัม/กม. การใช้ไฟฟ้า 22.9 – 25.0 kWh/100 km การนำรถรุ่นเรือธงของแบรนด์ตราดาวเข้ามาประกอบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ภายใต้แบรนด์รถยนต์เก่าแก่ที่มีมรดกสืบทอดมานานมากว่า 140 ปี ก่อนที่รถหรูรุ่นเรือธงอย่าง Maybach จะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนไปเป็นไฟฟ้า 100%


…
AdvertisementsX




Mercedes-Maybach S 580 e รุ่นประกอบในประเทศ ทำระยะทางด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าในเกียร์ 9 G Tronic ซึ่งรับแหล่งพลังงานมาจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 28.6 กิโลวัตต์/ชั่วโมง ไปได้ไกลโดยที่เครื่องยนต์ยังหลับอยู่ ประมาณ 100 กิโลเมตร (วิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ) มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 110 กิโลวัตต์ หรือ 150 แรงม้า ผสมผสานกับการทำงานของเครื่องยนต์ เบนซิน 6 สูบเรียงเทอร์โบ ความจุ 3.0 ลิตร การวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียวๆ ไกล 100 กิโลเมตร ทำให้ New Maybach S-Class S580e กลายเป็นรถซาลูนสุดหรูพลังงานผสมปลั๊กอินไฮบริด สามารถเดินทางในพื้นที่ชั้นใน ที่มีความเข้มงวด จากมาตรการจำกัดมลพิษของเมืองใหญ่ในยุโรปได้โดยไม่มีการปล่อย CO2
Mercedes‑Maybach S 580 e ขายในประเทศจีน ตามมาด้วยประเทศไทย ยุโรป และประเทศอื่นๆ

…



…
Mercedes‑Maybach ได้รับการยกย่องว่าเป็นยานยนต์ระดับสูง ที่มีทั้งความหรูหรา สไตล์ สถานะ และระดับของราคา นับตั้งแต่ Wilhelm และ Karl Maybach สร้างรถยนต์ Maybach คันแรกในปี 1921 มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง Maybach ที่ถูกส่งถ่ายจนมาถึงปัจจุบันก็คือ การสร้างสิ่งที่ดีที่สุดจากสิ่งที่ดีที่สุด กลายเป็นแรงบันดาลใจในการผลิตรถยนต์ที่สืบทอดตำนานกว่า 103 ปี ทุกวันนี้ Mercedes-Maybach เป็นรถยนต์ระดับสูง เป็นสัญลักษณ์ของยานยนต์ซาลูนรุ่นเรือธง พร้อมสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ยึดโยงมานานกว่าร้อยปี การคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้งานรถยนต์ Maybach อยู่เหนือความคาดหมายของลูกค้าเสมอ

เครื่องยนต์เบนซินหกสูบแถวเรียง 3.0 ลิตร เทอร์โบ ประสิทธิภาพสูง เป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ AMG53 แต่มีการปรับแต่งการทำงานเพื่อผสมผสานสมรรถนะที่ทรงพลังของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งในระบบเกียร์ 9-G Tronic กำลังเครื่องยนต์เพียวๆ อยู่ที่ 367 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรง กำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร พร้อมการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยไอเสียที่ต่ำ กำลังรวมของทั้งสองระบบ (เครื่องยนต์ + มอเตอร์ไฟฟ้า) อยู่ที่ 375 กิโลวัตต์/หรือ 510 แรงม้า แรงบิดสูงสุดของทั้งสองระบบรวม 750 นิวตันเมตร ให้มองตัวเลขแรงบิดสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 440 นิวตันเมตร การตอบสนองของมอเตอร์ปราศจากอาการรอรอบ ทำให้ Mercedes-Maybach S580e มีอัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจแม้ตัวใหญ่และหนัก โดยเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใน 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สปีดความเร็วสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้าขณะใช้ความเร็วคือ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเร็วกว่านั้น เครื่องยนต์ก็จะติดขึ้นมาพร้อมเสริมแรงบิดต่อจากมอเตอร์ไฟฟ้า
…
ระบบชาร์จไฟกระแสสลับ AC ขนาด 11 กิโลวัตต์ ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับการชาร์จแบบสามเฟสจากแหล่งจ่ายไฟหลัก ใช้เวลาในการชาร์จ 3 ชั่วโมง สำหรับการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC ขนาด 60 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จ 30 นาที














ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุชั้นสูงเน้นความหรูหรามีระดับ ระบบที่นั่งด้านหลังแบบ First-Class พร้อมโต๊ะทำงานแบบพับได้ เบาะหลังแบบ First-Class ออกแบบเหมือนนั่งเจ็ตส่วนตัว คอนโซลแบบ Business เพื่อการใช้งานของผู้โดยสารเบาะหลัง Silver-plated champagne flutes (Optional Extra) แก้วแชมเปญชุบเงิน สัมผัสกับบรรยากาศพิเศษด้านหลังของ Mercedes-Maybach พื้นที่ใช้งานที่วัดปริมาณอย่างเหมาะสมบริเวณช่องเก็บสิ่งของและที่ใส่แก้วสองช่องที่ตรงคอนโซลกลางที่จะช่วยยึดแก้วไว้ขณะขับขี่ ตู้เย็นติดตั้งบริเวณด้านหลังที่เท้าแขนของผู้โดยสารตอนหลัง (Optional Extra)
ช่องทำความเย็นที่ถอดออกได้ ผสานเข้ากับที่วางแขนในห้องโดยสารด้านหลัง ความจุ 10 ลิตร เพื่อแช่เครื่องดื่มขณะที่อุณหภูมิภายนอกร้อนจัด








โต๊ะพับในห้องผู้โดยสารด้านหลังแบบออฟฟิศเคลื่อน พร้อมโต๊ะสองตัวในห้องโดยสารด้านหลัง โต๊ะพับเก็บได้สองตัว เปลี่ยนคอนโซลของห้องโดยสารด้านหลังให้กลายเป็นพื้นที่ทำงานขณะเดินทาง พื้นโต๊ะออกแบบให้วางโน้ตบุ๊กหรือเอกสาร พร้อมอุปกรณ์คุณภาพสูงในโทนสีที่ดูดีสุดๆ จุดยึดหัวเข็มขัดนิรภัยในห้องโดยสารด้านหลัง จุดยึดหัวเข็มขัดนิรภัยจะเคลื่อนมาใกล้ผู้โดยสารตอนหลังโดยอัตโนมัติทันทีที่ปิดประตู ไฟเรืองแสงภายในรถ ใช้ร่วมกับแพ็กเกจ ENERGIZING มีโปรแกรมที่ช่วยให้การเดินทางนั้นผ่อนคลาย
ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง (Rear airbag)
ถุงลมติดตั้งภายในเข็มขัดนิรภัยแบบ Beltbag ถุงลมที่เข็มขัดนิรภัยจะช่วยให้ผู้โดยสารที่เบาะหลังฝั่งนอกได้รับการปกป้องอย่างดีเป็นพิเศษในกรณีที่เกิดการกระแทกด้านหน้าอย่างรุนแรง เมื่อถูกกระตุ้น สายเข็มขัดนิรภัยจะขยายพื้นที่สัมผัสบริเวณหน้าอกและไหล่เกือบสามเท่า ช่วยลดแรงที่กระทำกับทรวงอกของผู้โดยสาร
Park Package พร้อมกล้อง 360°
ระบบช่วยนำรถเข้าจอดแบบแอ็กทีฟที่มีระบบ PARKTRONIC และกล้อง 360° ที่ตรวจหาที่จอดที่ยังว่าง และเตรียมจอดบริเวณดังกล่าวไว้ล่วงหน้า หลังจากเจอที่จอดรถ คุณสามารถสั่งให้รถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ หรือบังคับการจอดรถเองด้วยข้อมูลเพื่อการจอดทั้งในรูปแบบของภาพและเสียง
ระบบ DIGITAL LIGHT พร้อมฟังก์ชันฉายภาพ
ระบบ DIGITAL LIGHT ให้คุณสัมผัสได้ถึงรูปแบบของแสงที่ยอดเยี่ยม ระบบ HD นี้ทำงานเหมือนบีมเมอร์และตอบสนองกับแสงที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลาตามสภาพการจราจร พื้นผิวถนน หรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยฟังก์ชันฉายภาพ
ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC)
ห้ามพลาดกับความสะดวกสบายแสนผ่อนคลายจากระบบควบคุมระยะห่างของรถยนต์ขณะขับขี่แบบแอ็กทีฟ DISTRONIC ควบคุมให้รถช้าลงอย่างอัตโนมัติตามระยะห่างจากรถคันหน้า ซึ่งระยะห่างที่ตั้งไว้นั้นปรับแต่งได้ในหลากหลายขั้น
เครื่องยนต์ เบนซินแถวเรียง 6 สูบเทอร์โบ 2,999 cc.
ปริมาตรกระบอกสูบ 2,999 cc.
กำลัง kW (hp) เครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้า 270 kW (367 HP) 270 kW + 110 kW (367 HP + 150 HP)
กำลังและระยะทางขับเคลื่อน
ความเร็วสูงสุด 250 km/h
อัตราเร่ง 0-62 mph หรือ 0-100 km/h 5.7 s
มิติรถยนต์ ยาว 5,469 มิลลิเมตร กว้าง 1,921 มิลลิเมตร สูง 1,510 มิลลิเมตร
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-5253692475053
![[ครบชุด] T2609104 ดการห หว ง…ก บแม า](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-919.png)
![[ครบชุด] T2609105 หญ งหน าเง](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-917.png)