ส่อง 5 รถซุปเปอร์คาร์ ราคาเกินคุ้ม ซื้อเป็นรถมือสองก็คุ้มค่า
ข่าวสารรถ | 25 ก.ค. 2559
กระแสรถซุปเปอร์คาร์ไม่มีวันจางหาย โดยเฉพาะผู้ที่มีหัวใจชื่นชอบความแรง เหนือกว่ารถตลาดทั่วไป ลองมาดูรถมือสองซุปเปอร์คาร์ที่ยังเป็นที่นิยมและยังหามาจับจองเป็นเจ้าของได้ไม่ยากด้วยราคาที่สามารถจับจองกันได้
Porsche Bboxster นับเป็นสายรหัสโรดสเตอร์เครื่องยนต์วางกลางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของพอร์ช ตัวถังออกแบบให้มีประสิทธิภาพการควบคุมยึดเกาะถนนและคล่องตัว ขณะที่การออกแบบโครงสร้างใช้อลูมิเนียมเข้ามามีส่วนร่วมแทนเหล็กกล้า ตลอดจนแมกซีเนียมในส่วนของหลังคาด้านบน ส่งผลให้มีความแข็งแกร่งและลดน้ำหนักโดยรวมของตัวรถได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังติดตั้งระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (electro-mechanical power steering) ส่งผลให้การขับขี่มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

หลังคาที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมดและมีน้ำหนักเบา แนวคิดภายในห้องโดยสารที่ได้รับการปรับเปลี่ยน ส่งผลให้ผู้โดยสารมีพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งยังเสริมคอนโซลกลางรูปแบบใหม่ของพอร์ชที่ได้สานต่อเทคโนโลยีมาจากรุ่นคาร์เรร่า จีที (Carrera GT) เข้าไปเพื่อพัฒนาให้ภายในห้องโดยสารของรถนั้นถูกต้องตามหลักกลศาสตร์มากยิ่งขึ้น
สำหรับเครื่องยนต์ทั้งบ็อกซเตอร์ และบ็อกซเตอร์ เอส ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบ เรียงนอน พร้อมด้วยระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Petrol injection) ระบบการดึงพลังงานกลับคืนหรือนำพลังงานในการเบรกกลับมาใช้ใหม่ (electrical system recuperation) ระบบการจัดการความร้อน (Thermal management system) และระบบสตาร์ท/หยุดอัตโนมัติ (Auto start stop function)
รุ่นธรรมดาจะมีพละกำลังสูงสุด 265 แรงม้า (195 กิโลวัตต์) ซึ่งมาจากเครื่องยนต์ขนาด 2.7 ลิตร และถือได้ว่ามากกว่ารุ่นเดิมถึง 10 แรงม้าเลยทีเดียว ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในระยะเวลา 5.7 วินาที และสำหรับรุ่น บ็อกซเตอร์ เอส มีขนาดเครื่องยนต์ที่ 3.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 315 แรงม้า (232 กิโลวัตต์) มากกว่ารุ่นเดิม 5 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในระยะเวลา 5 วินาที ซึ่งทั้งสองรุ่นติดตั้งระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะมาเป็นมาตรฐานให้กับรถ และพิเศษสามารถเลือกติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทซ์คู่ 7 จังหวะอย่าง Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) เป็นอุปกรณ์เสริมได้อีกด้วย
โดยมีแพคเก็จ Sport Chrono Package เลือกติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น และสามารถเลือกติดตั้งระบบควบคุมการกระจายแรงบิดไปยังแต่ละล้อเพื่อสมรรถนะในการเกาะถนน (Porsche Torque Vectoring (PTV)) ที่มาพร้อมกับระบบเฟืองท้ายทางเพลาหลังได้อีกด้วยเช่นกัน
ด้านอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำลง 15% หรือมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่า 8 ลิตร/100 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับรุ่น) ซึ่งหากติดตั้งระบบเกียร์ PDK จะอยู่ที่ 7.7 ลิตร/100 กิโลเมตร สำหรับรุ่นธรรมดา และ 8.0 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่น บ็อกซเตอร์ เอสราคาค่าตัวเริ่มตั้งแต่ 3.19 ล้านบาท (ปี2009) จนถึง 5.39 ล้านบาท (ปี 2013)

Lamborghini Gallardo ภายใต้รหัสตัวถัง LP560 ซึ่งมาแทน L140 เดิม ด้วยนวัตกรรมทางวิศวกรรมชั้นสูงจากกลุ่มวิศวกรของ ลัมบอร์กินี ภายใต้ Concept ของรถในยุคที่เป็นสุดยอดของเทคโนโลยี่ซอฟแวร์และวัสดุสังเคราะห์น้ำหนักเบาพร้อมทั้งการพัฒนาขั้นสุดยอดทางด้านโลหะศาสตร์ ทำให้รถรุ่นใหม่มีน้ำหนักที่น้อยลงแต่พละกำลังที่เพิ่มขึ้น มากับเครื่องยนต์ V10 สูบ ทำจากอลูมินั่มเกรดพิเศษที่แข็งแรงและเบา พร้อมหัวฉีดระบบไดเร็คอินเจ็คชั่นและระบบวาล์วแปรผันใหม่ รีดพละกำลังออกมาได้สูงสุดถึง 560 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 540 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที
และด้วยเทคโนโลยี่ต่าง ๆ ที่ถูกบรรจุลงในเครื่องยนต์ตัวใหม่นี้ ทำให้ Gallardo LP560-4ใหม่ มีอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.7 วินาที และ 0 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 11.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 13.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าประหยัดเชื้อเพลิงมากทีเดียว
ทั้งนี้การวางเครื่องยนต์ตามแนวยาวติดตั้งกลางลำ ทำให้รถมีจุดศูนย์กลางความสมดุลย์ (CG) อยู่ตรงใจกลางตัวรถพอดี จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีความคล่องตัวสูงมาก ส่งผลให้รถมีสรรถนะสูงสุดทั้งทางตรงและทางโค้ง
ส่วนระบบกันสะเทือนหน้าและหลังออกแบบใหม่หมด ทำจากอลูมินั่มน้ำหนักเบาทุกชิ้นพร้อม Tie – rod ในระบบกันสะเทือนหลังที่สามารถปรับมุม Toe ได้ ระบบเบรคและ E-gear ตอบสนองรวดเร็วขึ้น โดยวิศวะกรของลัมบอร์กินียังออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักของตัวรถ ตกลงทางด้านหน้า 43% และทางด้านหลัง 57% เมื่อรวมเข้ากับระบบขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อแบบถาวรจึงเป็นการรับรองถึงเสถียรภาพของตัวรถและการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสถานะการณ์
สำหรับการออกแบบภายใน เบาะนั่งทั้งสองหุ้มด้วยหนังแท้หรือ Alcantara โอบกระชับห่อหุ้มสรีระของผู้ขับและเสริมสร้างความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี ตำแหน่งการติดตั้งเบาะอยู่ในระดับต่ำมากสมกับความเป็นรถสปอร์ตพันธ์แท้ เหลือพื้นที่ด้านหลังเบาะสำหรับเก็บสัมภาระเล็กน้อย และมีพื้นที่เก็บสัมภาระสำรองเพิ่มเติมบริเวณฝากระโปรงหน้าประมาณ 110 ลิตร นอกจากนั้น ยังติดตั้งถุงลมนิรภัยทั้งทางด้านผู้ขับและผู้โดยสารระบบปรับอากาศแยกปรับอุณหภูมิ อุปกรณ์ป้องกันแดด ส่วนระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ภายในรถมี ปลั๊กUSB, ระบบนำร่อง, เครื่องรับสัญญาณ TV, บลูทูธสำหรับโทรศัพท์ชนิดไร้สาย, ระบบกันขโมย และ กล้องรับภาพขณะถอยหลัง ราคาเริ่มต้นที่ 13.29 ล้านบาท (ปี 2013)

Nissan 370Z ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ ครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคม 2008 จุดเด่นอยู่ที่ความพยายาม ลด ตัด ทอน ส่วนเกิน จากรถรุ่นเดิมออกไป ปรับปรุงสมรรถนะในการขับขี่ ให้สมบูรณ์แบบขึ้น ในทุกด้าน ทั้งการกระจายน้ำหนักตัวให้สมดุลยิ่งขึ้น
ส่วนภายในนั้น ห้องโดยสาร จะเป็นสีดำเช่นนี้ แต่ไม่มีระบบนำทางมาให้แต่อย่างใด สวิตช์ชต์ และอุปกรณ์การใช้งานต่าง ๆ ของนิสสัน 370Z ที่จำหน่ายจาก นิสสัน ประเทศไทย ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อง่ายต่อการใช้งานของคนไทย เครื่องยนต์ ได้เปลี่ยนมาใช้ใหม่ VQ37VHR บล็อก V6 DOHC 24 วาล์ว 3,696 ซีซี พร้อมระบบแปรผันวาล์ว อีเล็กโทรนิกส์ VVEL ซึ่งมีการปรับปรุงจากเดิมมากมายหลายประการ จนเพิ่มพละกำลังจากเดิม 313 แรงม้า (PS) มาเป็น 333 แรงม้า (PS) ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 37.0 กก.-ม.ที่ 5,200 รอบ/นาที ระบบส่งกำลัง มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ Syncro REV Mode ครั้งแรกของโลกที่มีการ ติดตั้ง ระบบย้ำคันเร่งเพิ่มรอบให้โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ลงต่ำ หรืออยากสบาย ก็เลือกกันได้กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ พร้อมโหมดบวกลบ ให้เลือกเล่นเปลี่ยนเกียร์กันได้เอง ราคา 2.598 ล้านบาท (ปี 2012)

Mercedes Benz SLK ออกแบบตามสไตล์คลาสสิคของสปอร์ตโรดสเตอร์ซึ่งเป็นรถที่มีฝากระโปรงหน้ายาว ท้ายสั้น ห้องโดยสารแบบ 2 ที่นั่ง และจากการออกแบบรถตามหลักอากาศพลศาสตร์ จึงทำให้ค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทาน (CD) ต่ำเพียง 0.30 ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น หากยังส่งผลดีต่อการทรงตัวและการยึดเกาะถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ องค์ประกอบทั้งภายนอกและภายในของตัวรถล้วนได้รับการเจียระไนอย่างประณีต พิถีพิถัน เพื่อให้สมกับเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ที่สมบูรณ์แบบแห่งยุค
เครื่องยนต์เป็นแบบ 4 สูบแถวเรียง ความจุ 1,796 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ ที่ 5,250 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 237 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 15.4-16.4 กิโลเมตร/ลิตร
ระบบความปลอดภัยให้มาเต็มที่ ทั้งไฟเบรกกระพริบฉุกเฉินจะทำงานทันทีเมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกอย่างกระทันหัน เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้รถคันหลังทราบถึงสถานการณ์คับขันอันอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง พร้อมเซ็นเซอร์วัดแรงปะทะฝากระโปรงหน้าแบบ active bonnet ช่วยลดความรุนแรงและอาการบาดเจ็บของผู้สัญจรบนท้องถนน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS (Anti-lock braking system) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (ASR) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST นวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับขับขี่ทางไกล ขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็ว 80-180 กม./ชม. เซ็นเซอร์ภายในรถจะทำหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์ลักษณะการขับขี่ต่างๆ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเสียงและภาพเตือนทันที หากพบว่า ผู้ขับขี่เริ่มมีอาการเหนื่อยล้าอันเป็นการป้องกันและช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท (ปี 2014)

FERRARI F430 ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ 360 โมเดนา สปอร์ตรุ่นเล็กที่สุดของเฟอร์รารี่ที่มีขายอยู่ในตลาด และเปิดตัวในปี 1999 อีกทั้งยังถือเป็นรถสปอร์ตรุ่นแรก ๆ ของเฟอร์รารี่ที่หันมาใช้โครงสร้างตัวถังที่ผลิตจากอะลูมิเนียม
แม้จะใช้โครงสร้างตัวถังหลักเดียวกัน แต่รูปลักษณ์โดยรวมก็มีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร เช่น ไฟคู่หน้ามีขนาดเล็กลง และกันชนหน้า-หลังทรงใหม่ ขนาดตัวถังมีความยาว 4,512 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 37 มิลลิเมตร) ที่เหลือเท่าเดิมหมดทั้งความกว้าง 1,923 มิลลิเมตร สูง 1,214 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร ขณะที่น้ำหนักเพิ่มจาก 1,390 กิโลกรัมในรุ่น 360 มาเป็น 1,450 กิโลกรัม
นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกของรถยนต์ในสายการผลิต ที่มีการนำ เฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-DIFF และพวงมาลัยแบบใหม่ที่รวมปุ่มการทำงานต่าง ๆ ของระบบในตัวรถไว้ด้วยกัน คล้ายกับปุ่มต่างๆ บนรถแข่งฟอร์มูลา-วัน ซึ่งเฟอร์รารี่เรียกว่า MANETTINO แน่นอนว่าเฟอร์รารี่เพิ่มความจุให้แก่เครื่องยนต์วี8 เพื่อสมรรถนะในการขับเคลื่อน โดยยกระดับจาก 3,600 ซีซี ขึ้นมาเป็น 4,300 ซีซี มีกำลังสูงสุด 490 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 47.4 กก.-ม.(กิโลกรัมเมตร) ที่ 5,250 รอบ/นาที และเมื่อคิดเป็นแรงม้าต่อลิตรแล้วอยู่ที่ 114 แรงม้า/ลิตร
สำหรับระบบเกียร์เป็นแบบธรรมดา 6 จังหวะใช้การเปลี่ยนเกียร์และการทำงานของคลัตช์ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นไม่ต้องมองหาแป้นคลัตช์ หรือคันเกียร์เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร ส่วนสมรรถนะการขับเคลื่อน แรงสะใจ มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใช้เวลา 4 วินาที และความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท (ปี 2008)
บางคนอาจสงสัยว่า รถซูเปอร์คาร์มีประกันภัยหรือไม่ และคุ้มครองต่างกับรถทั่วไปอย่างไร หาคำตอบได้เลย คลิกอ่าน
ส่วนใครที่อยากได้ประกันรถดี ๆ ที่คุ้มครองรถซูเปอร์คาร์ได้ “รู้ใจ” พร้อมเคียงข้างคุณเสมอ
เป็นเจ้าของประกันภัยชั้น 1 แบบสบายๆ กับ Roojai.com ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ แบ่งชำระเบาๆ ดอกเบี้ย 0% 10 เดือน เริ่มคุ้มครองทันที การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีรถเสีย ฟรี 1 ปี คลิก เช็คเบี้ยประกัน และ ประกันชั้น 1 กับ Roojai.com เลยวันนี้
รถสปอร์ต vs รถซูเปอร์คาร์ vs รถไฮเปอร์คาร์ ต่างกันยังไง
Kumpolpat Banlungrattana | 14 March 2567 11:02
https://www.facebook.com/v16.0/plugins/like.php?action=like&app_id=&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Df11a43f60765ed5ab%26domain%3Dwww.one2car.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.one2car.com%252Ffe62dc8cb62995e10%26relation%3Dparent.parent&container_width=0&href=https%3A%2F%2Fwww.one2car.com%2F%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%2Fthe-differences-between-sports-car-supercars-and-hypercars-131143%2F131143&layout=button_count&locale=th_TH&sdk=joey&share=true&show_faces=true&size=small

เมื่อเราเห็นรถที่สวยและหายาก ส่วนใหญ่จะเหมารวมเลยว่ารถคันนั้นเป็นรถสปอร์ต หรือ รถซุปเปอร์คาร์ ทุกคนมักจะเข้าใจตรงกันว่ารถเหล่านี้เป็นรถที่มีการออกแบบที่มีดีไซน์ที่สวยงามที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังมหาสาร และ แรงม้าที่ล้นๆ อาจมีระบบที่มากับรถมากมายเพื่อให้ควบคุมและปรับปรุงประสิทธิภาพของรถ แต่ผู้ใช้รถทั่วไปมักจะไม่รู้ข้อแตกต่างระหว่างรถซุปเปอร์คาร์ ไฮเปอร์คาร์ และรถสปอร์ต
รถสปอร์ต vs รถซูเปอร์คาร์ vs รถไฮเปอร์คาร์ ต่างกันยังไง

รถซูเปอร์คาร์
รถซูเปอร์คาร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นความเร็วและประสิทธิภาพของรถ โดยมักมีหลังคาแบบเปิดที่สามารถเปิด-ปิดได้สบายๆ รวมถึงระบบเครื่องยนต์ที่มีความสามารถในการผลิตกำลังมากขึ้น รถซุปเปอร์คาร์มักมีการออกแบบตัวรถแบบติดพื้น เพื่อเพิ่มความเสถียรภาพขณะขับรถที่ความเร็วสูงตามหลัก Aerodynamics

Lamborghini Huracán เป็นหนึ่งในรถซูเปอร์คาร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีเครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตรที่ให้กำลัง 631 แรงม้าและแรงบิด 443 นิวตันเมตร มีระบบเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดและขับเคลื่อนสี่ล้อ และสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 ในเวลาเพียง 2.9 วินาที Huracán เป็นที่รู้จักจากสไตล์ที่โดดเด่น เสียงจากท่อไอเสียที่เป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะที่ไม่มีรถอื่นทำได้

ซูเปอร์คาร์ยอดนิยมอีกรุ่นคือ Ferrari 488 GTB มีเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตรที่ให้กำลัง 661 แรงม้าและแรงบิด 561 นิวตันเมตร มีระบบเกียร์คลัตช์คู่ 7-Speed และ เป็นรถ Rear Wheel Drive (RWD) สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 ในเวลาเพียง 3 วินาที 488 GTB ได้รับการยกย่องในด้านการควบคุมที่เฉียบคม อัตราเร่งที่เร็วปานสายฟ้า และการออกแบบที่น่าทึ่งไม่เหมือนใคร
รถไฮเปอร์คาร์
รถไฮเปอร์คาร์ ออกแบบมาเพื่อสร้างความสนุกและความตื่นเต้นให้กับผู้ขับขี่ โดยมักมีการออกแบบรูปลักษณ์ที่เน้นความสวยงามและสไตล์ รวมถึงระบบเครื่องยนต์ที่สามารถผลิตกำลังให้เป็นหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดในโลก รถไฮเปอร์คาร์มักมีระบบขับเคลื่อนที่ 4 ล้อในรูปแบบของแต่ละค่าย และเป็นแบบไฮบริดเพื่อช่วยให้มีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง

Bugatti Chiron เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของไฮเปอร์คาร์ มีเครื่องยนต์ W16 เทอร์โบชาร์จขนาด 8.0 ลิตรที่ให้กำลัง 1,479 แรงม้าและแรงบิด 1,180 นิวตันเมตร มีระบบเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดและขับเคลื่อนสี่ล้อ และสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 ในเวลาเพียง 2.4 วินาที Chiron เป็นที่รู้จักในด้านความเร็วที่เหนือชั้น การตกแต่งภายในที่หรูหรา และการออกแบบที่สะดุดตา

ไฮเปอร์คาร์ยอดนิยมอีกรุ่นคือ Koenigsegg Agera RS มีเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 5.0 ลิตรที่ให้กำลัง 1,341 แรงม้าและแรงบิด 1,160 นิวตันเมตร มีระบบเกียร์คลัตช์คู่ 7 Speed และขับเคลื่อนล้อหลัง และสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 ในเวลาเพียง 2.5 วินาที Agera RS ครองสถิติโลกหลายรายการในด้านความเร็ว และเป็นที่รู้จักในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบที่น่าทึ่ง และประสิทธิภาพที่ไม่มีใครเทียบได้
รถสปอร์ต
รถสปอร์ต เป็นรถยนต์ที่มีลักษณะการออกแบบและเน้นความสามารถในการขับขี่กับความเร็วสูง แต่ไม่มีความสำคัญกับประสิทธิภาพเหมือนกับรถซุปเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ โดยมักมีการออกแบบรูปลักษณ์ที่เน้นความสปอร์ต รวมถึงความสามารถในการโค้งที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มความเร็วในการโค้ง รถสปอร์ตมักมีระบบขับเคลื่อนแบบพ่วงและระบบเครื่องยนต์ที่มีความสามารถในการผลิตกำลังและความเร็วที่สูง

รถสปอร์ตยอดนิยมคือ Porsche 911 ผลิตตั้งแต่ปี 1963 และเป็นหนึ่งในรถสปอร์ตที่โดดเด่นที่สุดตลอดกาล 992 เจเนอเรชั่นล่าสุดของ 911 มีเครื่องยนต์หลายขนาดที่ให้กำลังระหว่าง 379 ถึง 641 แรงม้า มีการวางเครื่องยนต์วางหลังและขับเคลื่อนล้อหลัง แม้ว่าบางรุ่นจะมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 911 เป็นที่รู้จักในด้านการควบคุมที่ยอดเยี่ยม การขับขี่ที่เฉียบคม และการออกแบบที่ไร้ที่ติ
ความแตกต่างระหว่างรถสปอร์ต ซูเปอร์คาร์ และไฮเปอร์คาร์
แม้ว่ารถสปอร์ต ซูเปอร์คาร์ และไฮเปอร์คาร์ล้วนเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง แต่ก็มีข้อแตกต่างที่สำคัญหลายประการระหว่างรถทั้ง 3 ประเภทนี้:
สมรรถนะ
รถสปอร์ตได้รับการออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่เร้าใจ มีการควบคุมและอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม รถซูเปอร์คาร์นั้นเร็วและแรงกว่ารถสปอร์ต และได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ไฮเปอร์คาร์เป็นรถยนต์ที่เร็วและทรงพลังที่สุดบนท้องถนน และได้รับการออกแบบเพื่อผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้ในแง่ของความเร็วและสมรรถนะ
ราคา
โดยทั่วไปรถสปอร์ตมีราคาที่ย่อมเยาที่สุดในสามประเภท โดยมีราคาตั้งแต่ประมาณ 20,000 ถึง 100,000 ดอลลาร์ รถซูเปอร์คาร์มีราคาแพงกว่ามาก โดยมีราคาตั้งแต่ประมาณ 100,000 ถึง 1 ล้านเหรียญหรือมากกว่านั้น ไฮเปอร์คาร์มีราคาแพงที่สุดในสามประเภท โดยราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์และสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์
การออกแบบ
โดยทั่วไปแล้วรถสปอร์ตจะมีขนาดเล็กกว่าและมีความคล่องตัวมากกว่ารถประเภทอื่นๆ โดยเน้นที่การควบคุมและหลักอากาศพลศาสตร์ ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์มีการออกแบบที่รุนแรงกว่า ด้วยสไตล์ที่ดุดัน อากาศพลศาสตร์ขั้นสูง และการตกแต่งภายในที่หรูหรา
เทคโนโลยี
ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์มักติดตั้งเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด เช่น ระบบกันสะเทือนขั้นสูง วัสดุไฮเทค และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัย รถสปอร์ตอาจมีคุณสมบัติขั้นสูงบางอย่าง แต่โดยทั่วไปแล้วรถสปอร์ตจะให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและการมีส่วนร่วมของคนขับมากกว่าเทคโนโลยี
ความพิเศษเฉพาะตัว
รถสปอร์ตเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปบนท้องถนน และมีหลายรุ่นที่ผลิตมานานหลายทศวรรษ ในทางกลับกัน ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์นั้นหายากกว่าและพิเศษกว่ามาก หลายรุ่นผลิตในจำนวนจำกัด และบางรุ่นผลิตขึ้นเองสำหรับลูกค้าแต่ละราย
สุดท้าย หลายครั้งในการเลือกรถยนต์ขึ้นอยู่กับความต้องการและการใช้งานของผู้ใช้ การเลือกซื้อรถยนต์ไม่ใช่เรื่องง่าย ควรศึกษาและวิเคราะห์ลักษณะของรถยนต์แต่ละประเภท เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ที่เหมาะสมกับตนเอง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ผู้ซื้อรถยนต์ต้องพิจารณา เช่น ราคาของรถยนต์ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถยนต์ และระยะเวลาการใช้งานของรถยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
![[ครบชุด] T2709090 อท าร งเก ยจ Ep.1](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-984.png)
![[ครบชุด] T2709103 ปากหวาน นดานเส Ep.1](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-985.png)