ASTON MARTIN BANGKOK สะกดทุกสายตาในมอเตอร์โชว์ ด้วย Vantage และ DBX
Mar 24, 2022
แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์แอสตัน มาร์ติน อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดแสดงยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรู รุ่นแวนเทจ (Vantage) และดีบีเอ็กซ์ (DBX) พร้อมเผยข้อมูลของรถแข่งฟอร์มูลาวันที่จะลงแข่งฤดูกาล 2022

ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี, ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “แอสตัน มาร์ตินเป็นรถยนต์ที่มีศักยภาพรอบด้าน ทั้งสมรรถนะอันจัดจ้าน รวมไปถึงความอเนกประสงค์ เห็นได้จากการที่ แวนเทจ และ ดีบีเอ็กซ์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นเซฟตี้คาร์และเมดิคัลคาร์ตามลำดับอย่างเป็นทางการ ในการแข่งฟอร์มูลาวันฤดูกาล 2022 โดยเราได้นำ แอสตัน มาร์ติน
แวนเทจ และ ดีบีเอ็กซ์ มาจัดแสดงให้ชมกันอย่างใกล้ชิด”
++ Vantage: แรง เร้าใจ ในสไตล์นักล่า
แอสตันมาร์ตินแวนเทจมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและน่าตื่นตาตื่นใจผสานเส้นสายบึกบึนดุดันแบบนักล่าโอเวอร์แฮงค์หน้า-หลังสั้นและโป่งล้อกว้างแสดงถึงความคล่องตัวและการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพไฟหน้าแบบใหม่พร้อมไฟท้ายบางเฉียบกว้างเต็มพื้นที่ของฝาท้ายที่เชิดขึ้นสะท้อนคาแรคเตอร์ของนักล่ามือฉกาจควบคู่สมรรถนะเหนือชั้น
ทะยานแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ สมรรถนะจัดจ้านระดับ 503 แรงม้า (BHP) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 685 นิวตันเมตร ที่ 2,000-5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF ผสานเพลาขับวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ติดตั้ง
ในปลอกอะลูมิเนียม (alloy torque tube) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 306 กม./ชม.

++ DBX: เอสยูวีที่สวยที่สุดในโลก
แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ เป็นยนตรกรรมที่มีทั้งความอเนกประสงค์ ห้องโดยสารกว้างและสะดวกสบาย รวมไปถึงเครื่องยนต์ทรงพลัง เบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 550 แรงม้า (PS) แรงบิด 700 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ พร้อมโหมด Sport
เพิ่มการตอบสนอง ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที ท็อปสปีด 291 กม./ชม. มั่นใจในเรื่องประสิทธิภาพการขับ ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เฟืองท้ายควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผสานช่วงล่างดับเบิลวิชโบนและถุงลม Adaptive Triple Air Suspension
ปรับความสูงได้หลายระดับ พร้อม 5 โหมดการขับ คือ Terrain+, Terrain, GT, S และ S+
++ รถแข่ง F1 โฉมใหม่ พร้อมลงชิงชัยในฤดูกาล 2022
ทีมแข่ง Aston Martin Aramco Cognizant Formula One™ ส่งรถแข่งลงชิงชัยในการแข่งฟอร์มูลาวันต่อเนื่องเป็นปีที่สองพร้อมเฉลิมฉลองการครบรอบหนึ่งศตวรรษ หลังเคยร่วมการแข่งครั้งแรกในรายการFrenchGrand Prixช่วงปี 1922
ปีนี้ เซบาสเตียน เฟตเทล แชมป์โลกฟอร์มูลาวัน 4 สมัย และ ลานซ์ สโตรลล์ จะได้ใช้รถแข่งฟอร์มูลาวันเวอร์ชั่นใหม่ ภายใต้รหัส AMR22 ผ่านการปรับปรุงใหม่หลายจุด ตามข้อกำหนดและกติกาของผู้จัด มาพร้อมสีเขียวใหม่ 2022 Aston Martin Racing Green livery ซึ่งเป็นสีที่ใช้กับรถแข่งของ แอสตัน มาร์ติน มาโดยตลอดพร้อมเปิดตัวแคมเปญใหม่ ‘We Climb Together’ โดยมีเป้าหมายในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงาน รวมไปถึงแฟนๆ แอสตัน มาร์ติน ทั่วโลก
สำหรับลูกค้าที่จอง แอสตัน มาร์ติน ทุกรุ่นภายในงาน รับฟรี! Warranty 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางพิเศษยิ่งขึ้นกับรุ่น ดีบี11 (DB11) รับ Aston Martin Maintenance Plus นาน 5 ปี พร้อมมี ‘Aston MartinQ Financial Program’ ให้สามารถออกรถVantageได้ง่ายขึ้นกับอิสระ
ทางการเงินที่คุณเลือกได้
ตื่นตาตื่นใจไปกับรถสปอร์ตแห่งอังกฤษแอสตัน มาร์ติน แวนเทจ และ ดีบีเอ็กซ์ได้ที่บูธแอสตัน มาร์ติน แบงคอก(A5)ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายนนี้ ที่แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: แอสตัน มาร์ติน แบงคอก
โทร. 02-670-6040 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3)
02-610-9775 (โชว์รูมสาขาสยามพารากอน)
เฟสบุ๊ค: Astonmartinbangkok
อี-เมล: contact@astonmartin-bangkok.com
ขนาดค่ายรถยนต์ยังต้องปรับตัว HONDA เร่ง Reskill พนักงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล

Jul 01, 2022 S.Karnteera
ปัจจุบันเทคโนโลยี Blockchain เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เนื่องจากการทำธุรกรรมมีความสะดวก ปลอดภัย และน่าเชื่อถือสูง ภาคส่วนต่างๆ จึงให้ความสนใจและนำมาใช้ในหลากหลายกิจกรรม
ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้รวมกลุ่มคนรุ่นใหม่จากหลายหน่วยงานในองค์กรให้มาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นเทคโนโลยีหลักในอนาคต และจะสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจฮอนด้าได้ จึงเกิด Blockchain Innovative Technology (BIT) ขึ้น ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ของคนรุ่นใหม่ในฮอนด้าที่ได้เริ่มต้นศึกษาเทคโนโลยี Blockchain และท้ายสุดได้เลือกไอเดีย Time Banking มาพัฒนาจนเกิดเป็นแอปพลิเคชัน CANDEE และร่วมมือกับ บริษัท บิทคับ บล็อกเชน เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งและเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี Blockchain ในการพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน และเพื่อขยายเครือข่ายต่อยอดการใช้งานสู่องค์กรภายนอกให้เกิดเป็นคอมมิวนิตี้ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อก่อให้เกิด Ecosystem ของ CANDEE ในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ส่งเสริมการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้ และสร้างความคุ้นเคยในการสัมผัสกับเทคโนโลยี Blockchain อีกทางหนึ่ง จึงจับมือกับคณะเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นคอมมิวนิตี้พาร์ตเนอร์รายแรกของ CANDEE Ecosystem
CANDEE เป็นแพลตฟอร์มที่ได้คอนเซ็ปต์มาจาก Time Banking และคำว่า CANDEE ประกอบด้วย “CAN” มาจาก “สามารถ” และ “DEE” มาจาก “ทำความดี” เพื่อให้การทำความดีและการใส่ใจสุขภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้และทำได้โดยง่าย ดังนั้นแอปพลิเคชัน CANDEE จึงเป็นแอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเพื่อการบันทึกและสะสมกิจกรรมการทำความดีและกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ผ่านโทเคนทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่
1) โซเชียลโทเคน (Social Token) ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมทำความดีเพื่อสังคม
2) ฟิตโทเคน (Fit Token) ได้รับจากการออกกำลังกายทุกประเภท
3) คอมปะนีโทเคน (Company Token) ได้รับจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมขององค์กร
4) ฮาร์ตโทเคน (Heart Token) ได้รับจากการแบ่งปันจากสมาชิก CANDEE
เมื่อทำกิจกรรมและบันทึกลงแอปพลิเคชันจะได้รับ Token ซึ่งจะเก็บอยู่บนแอปพลิเคชัน CANDEE โดยจะทำหน้าที่เหมือนกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์เอาไว้สะสม Token ที่ได้รับจากกิจกรรมต่างๆ สมาชิก CANDEE สามารถนำ Token เหล่านี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นรางวัล หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน Token ในแอปพลิเคชัน CANDEE ผ่าน Bitkub Chain เมื่อเครือข่าย Blockchain ตรวจสอบและสามารถยืนยันความถูกต้องของข้อมูลได้มากกว่า 50% ของเครือข่ายทั้งหมด รายการนั้นจึงจะถือว่าสำเร็จ และข้อมูลก็จะถูกเก็บไว้ในเครือข่าย Blockchain เช่นกัน ในส่วนนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน CANDEE สามารถเชื่อมั่นได้ว่าข้อมูลมีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
โดยฮอนด้าเริ่มใช้งานแอปพลิเคชัน CANDEE ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก และมีแผนขยายคอมมิวนิตี้ของ CANDEE ให้ใหญ่ขึ้น โดยคุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานคณะกรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมมองว่าความดีไม่ควรจำกัดในกลุ่มเล็กๆ สามารถขยายออกไปให้เกิดเป็นคอมมิวนิตี้ที่ใหญ่ขึ้นได้ เพื่อให้เกิด Ecosystem ของ CANDEE ในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ส่งเสริมการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้ และสร้างความคุ้นเคยในการสัมผัสกับเทคโนโลยีบล็อกเชนอีกทางหนึ่ง”
เรียกได้ว่าแอปพลิเคชัน CANDEE ได้ทำ Sandbox จนประสบความสำเร็จ และพร้อมที่จะขยายออกไปมากขึ้นแล้ว “นับเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสามหน่วยงานจะสามารถใช้ความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ต่างๆ เข้ามาช่วยกันสร้าง Ecosystem เพื่อการดูแลสร้างเสริมสุขภาวะของชาวไทย โดยมีการใช้โทเคนเข้ามาช่วยในการเก็บสะสมแต้ม และแลกของรางวัลได้ในแอปพลิเคชัน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมภายในองค์กร และเข้ามาช่วยขยายขอบเขตการทำงานบนแพลตฟอร์มเครือข่ายที่ทันสมัยที่ทางบิทคับได้พัฒนาขึ้น” ศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริม
การผนึกกำลังของพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่งในแต่ละธุรกิจ ทั้ง ฮอนด้า ผู้ริเริ่มและทำให้เกิดแอปพลิเคชัน CANDEE บิทคับ ทีมนักพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีบล็อกเชนและการต่อยอดไปสู่คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของแอปพลิเคชัน CANDEE ที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งใน CANDEE Ecosystem เพื่อเป้าหมายในการขยายสังคมแห่งการทำความดีและการใส่ใจสุขภาพในรูปแบบไม่แสวงหากำไร ออกไปอย่างไม่มีสิ้นสุด เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม
![[ครบชุด] T2709060 อย าด กคนบ านนอก! Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1005.png)
![[ครบชุด] T2709059 คนด อย ไหน ใครก เห นค Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1006.png)